“ปิดโคมไฟ” เสียงหวานๆ ก็เอ่ยขึ้นพร้อมดันอกอีกฝ่ายให้เอี้ยวตัวไปทำตามที่ขอร้อง ควานลินยอมทำตามแต่โดยดีก่อนจะโดนความตกใจเล่นงานเข้าจังเบ้อเร่อ

 

 

“ทำอะไรจีฮุน?” ขณะที่ความมืดซุกซ่อนเราไว้ ควานลินเห็นเงาลางๆ ว่าอีกฝ่ายกำลังขยับตัวลงไปด้านล่างช้าๆ ฝ่ามือกว้างจับที่ไหล่มนสองข้างไว้ นี่พัคจีฮุนจะทำอะไร…

 

 

“ทำไมต้องตกใจด้วย ก็แค่จะทำให้นาย”

 

“มะ ไม่ต้อง” ควานลินห้ามได้แค่นั้นพร้อมกางเกงนอนตนที่ถูกดึงลง มือที่เดิมทีจะฉุดห้ามทว่าเวลานี้ค่อยๆ คลึงไหล่มนเพิ่มน้ำหนักขึ้นเมื่ออีกฝ่ายกดริมฝีปากลงมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ มันเรียกได้ว่าจีฮุนแทบไม่ได้ทำอะไรเลย แต่แปลกที่ควานลินกลับรู้สึกว่าส่วนนั้นคล้ายจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ทันที จนความร้อนในอุ้งปากส่งผ่านส่วนนั้นเข้ามา จีฮุนครอบครองและกลืนกินเข้าไปเต็มปาก ทุกการขยับอย่างเคอะเขิน ทุกการเคลื่อนไหวแสนเก้ๆ กังๆ มันกลับไม่ทำให้หงุดหงิดเลย ตรงกันข้ามกลับทำให้ควานลินถึงกับส่งเสียงครางต่ำออกมา ความตึงแน่นคับเต็มปากบังคับให้จีฮุนอยากเลิกทำกรายๆ แต่เสียงทุ้มที่ลอดไรฟันราวกับคนสุขสมหนักหนาที่ได้ยินอยู่ก็ทำให้ใจร้ายหยุดทำต่อไม่ได้

 

 

ควานลินผงกศีรษะลง เพื่อจะดูคนที่เริ่มส่งเสียงคล้ายกับจะสำลักออกมา

 

 

“พอแล้วก็ได้ครับ” ร่างสูงเลื่อนมือลงต่ำดันตัวจีฮุนออก แสงไฟจากเทียนหอมที่เหลือมุมห้องฉุดให้หัวใจเขารู้สึกผิดที่เห็นว่าตากลมนั้นเจือน้ำใสๆ หน้าตาก็เหมือนฝืนเล็กน้อย เขาไม่รู้ว่าจีฮุนเคยมีประสบการณ์กับเรื่องพรรค์นี้มากน้อยแค่ไหน เขาไม่เคยถามและไม่คิดถามมันด้วย เราทุกคนมีอดีต เขาเองก็มี จีฮุนเองก็มี และมันไม่สำคัญอะไรอีกแล้วเพราะปัจจุบันคือเราสองคน

 

 

แต่จากเมื่อครู่ ไลควานลินอดดีใจไม่ได้ที่รู้ว่าพัคจีฮุนช่างไม่ได้เก่งเรื่องพวกนี้เอาเสียเลย เขาดึงคนตัวเล็กให้ขึ้นมานอนดีๆ อีกครั้ง พาตัวเองเลื่อนขึ้นไปทาบไว้ด้านบน

 

 

“วันหลังไม่ต้องฝืนนะ เข้าใจไหมครับ?” กดจูบหน้าผากชื้นเหงื่อ และจูบที่ริมฝีปากเป็นรางวัลให้ก่อนขยับตัวลงต่ำแทน จีฮุนถึงกับสะดุ้งเล็กน้อย ส่ายหน้ารัวรีบปฏิเสธ

 

 

“ไม่ต้องทำนะควานลิน อ๊ะ!” จีฮุนปล่อยเสียงครางทันที เมื่อริมฝีปากอุ่นทาบลงไปตามรอยแยกด้านล่าง หนำซ้ำยังตวัดปลายลิ้นร้อนลากขึ้นลงเชื่องช้า เพราะมันเป็นครั้งแรก หรือเพราะคนที่ทำเป็นควานลินก็ไม่แน่ใจแต่ที่รู้ก็คือตัวเองตัวสั่นสะท้านไปหมด บิดกายจะพลิกหนีแต่ฝ่ามือกว้างข้างหนึ่งรองรับอยู่ใต้สะโพกส่วนอีกข้างหนึ่งลูบไล้หนักๆ ตรงซอกขาด้านในราวกับพันธนาการให้หนีไปไหนไม่ได้เลย

 

 

พอกระถดตัวจะหนีขึ้นก็ต้องผวาเยือกเมื่อรอยแยกแสนน่าอายถูกอีกคนดูดดุนแรงๆ จนเกิดเสียง

 

 

“ควานลิน อือ” ฟันซี่สวยกัดปากแน่น แต่ทัดทานเสียงครางขรมของตัวเองไม่ได้ เพราะตอนนี้เจ้าของชื่อส่งมืออีกข้างเลื่อนขึ้นมาคลึงเคล้าตรงส่วนน่ารักใต้ร่องสะดือของจีฮุนแล้ว เรี่ยวแรงยิ่งถูกลิดรอน เพราะอีกคนรุกรานทั้งสองทาง

 

 

นาทีนี้จีฮุนเหมือนกับตัวเองหัวหมุนไปหมด ผงกหัวดูคนที่กลายร่างจากผู้ชายแสนดี จากเด็กดีเป็นหมาป่าแสนตะกรุมตะกราม ขาเรียวขยับหนีอีกครั้งเมื่อความรู้สึกภายในมันบีบคั้นให้เกินจุดควบคุม ป่ายมือดันไหล่กว้างออกแต่ก็ไม่สำเร็จจนต้านทานอารมณ์ของตัวเองไม่ไหวไว้ ปลายลิ้นปรนเปรอจนเปียกชุ่ม แต่ทว่ากลับสร้างความร้อนผ่าวไปทั่ว จีฮุนบิดกายอย่างทรมาน จิกมือกับต้นแขนอีกฝ่ายเพราะมันสั่นจนต้องหาที่ยึดเกาะ แอ่นตัวเข้าหาไม่มีทางไปไหนได้จริงๆ ไม่มีทางหนีหมาป่าตัวร้ายได้อีกต่อไป

 

 

ไม่เคยรับรู้มาก่อนว่าการถูกคนอื่นทำให้มันเป็นแบบนี้ การถูกปรนเปรอให้ด้วยปากมันแทบสำลักความทรมานตายก่อนตาเบิกโพลงเมื่อทรมานเจียนขาดใจกับปลายลิ้นอยู่ดีๆ ความเย็นจากข้อนิ้วยาวก็สอดใส่เข้ามารวดเร็ว ดึงเข้าดึงออกอยู่หลายครั้งจนจีฮุนต้องคว้าคว้าข้อมืออีกคนไว้ให้หยุดก่อน ไม่เช่นนั้นเกรงว่าตัวเองอาจจะตายได้ในพริบตาเดียว แต่ไม่ฟังกันไม่พอ ควานลินยังจับขาข้างหนึ่งของเขาพาดบนบ่ากว้าง ยกสะโพกมนขึ้นเล็กน้อยก่อนแทรกร่างกายตัวเองเข้ามาแทนข้อนิ้วทั้งสองข้อนั้นแทน

 

 

ควานลินก้มลงมาจูบเคล้าคลออย่างปลุกเร้าจนค่อยๆ เข้ามาได้ทั้งหมด ผนังด้านในชุ่มชื้นและบีบรัดของจีฮุนทำให้แทบบังคับตัวเองไม่ให้ปลดปล่อยก่อนเวลาแทบไม่ไหว อุ้งมือกว้างเริ่มทำงานลูบไล้เนื้อผิวนวลเนียนไปทั่วเรียกเสียงเจ้าของช่องทางคับแคบครางหวานหูอีกระลอก ควานลินส่งตัวเองเข้าออกอย่างค่อยเป็นค่อยไป ก่อนจะเริ่มแรงขึ้น

 

 

สะโพกกลมกลึงกับเอวของร่างสูงทำงานสัมพันธ์กันอย่างกับเครื่องจักรเมื่อเราถูกดึงดูดเข้าหากันและรู้จังหวะของกันและกันในที่สุด

 

 

การเสียดสีภายใน เนื้อที่กระทบกันภายนอก ความต้องการที่ต่างคนต่างอดทนและรอคอยราวกับเชื้อเพลิงชั้นดีที่ส่งให้ไฟลามเลียซึ่งกันและกัน และพากันไต่ขึ้นไปถึงจุดที่ทำให้ล่องลอยในอิสระ

 

 

 

ไอร้อนไหลผ่านไปทั่วอณูขุมขน บทรักยืดเยื้อออกไปคราแล้วคราเล่าอย่างไม่รู้จักอิ่มเอม พร้อมกันนั้นต่างก็ยินยอมพร้อมใจให้กันอย่างเต็มอกเต็มใจ เสียงครวญครางร้องคลอบทรักร้อนฉ่า ครวญครางครางขรมสลับกันจนระงมดังทั่วห้องกระทั่งมันยุติลงเมื่อความสุขถูกหยิบยื่นถึงมือคนทั้งคู่อย่างเท่าเทียมกัน

 

 

“มีความสุขไหม?” เผลอหลับไปแล้วเพราะเหนื่อยจนไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาเทียบเทียมแต่ก็ต้องลืมตามามองหน้าคนถามไม่คิด จีฮุนเลยได้ค้อนพ่อคนแกล้งโง่เข้าให้ ควานลินยิ้มละมุนแล้วก็ยิ่งยิ้มกว่าเดิมเมื่อได้คำตอบที่หลักฐานก็ทนโท่ คาอกคาตา

 

 

“สุขแค่ไหน ถามใจตัวเองดูแล้วกัน ไอ้บ้านี่!”

 

 

 

–//–

Advertisements

SF Falling Slowly Cut

Posted: October 24, 2017 in SF LinHoon

“เสื้อผมนี่น่า” คำพูดแรกทุ้มต่ำราวกับจับผิด จีฮุนเพียงพยักหน้าช้าๆ

 

“ไม่น่ารักเลย”

 

“เอ๊ะ! จริงเหรอ?” ใบหน้าน่ารักยิ่งสลดลง ใจคอไม่ดีมากกว่าเดิม หรืออีกฝ่ายจะโกรธที่ถือวิสาสะค้นเสื้อผ้าในตู้มาใส่ ฝ่ามือกว้างเอื้อมมาลูบแก้มขวาช้าๆ ฉวยหอมให้ชื่นใจ

 

 

“แต่เซ็กซี่มากๆ ต่างหาก ใส่ให้ดูทุกวันได้หรือเปล่า หืม?”

“บ้าสิ! ใครจะใส่ทุกวันเล่า พอใจยัง?”

 

“เดี๋ยวสิ อย่าดึงเสื้อแบบนั้นสิเดี๋ยวมันก็ยืดหมด” ควานลินปัดมือเล็กที่ดึงชายเสื้อลงจนมันจะยืดมากกว่าเก่า พอปัดออกบวกแรงขยุกขยิกของจีฮุนก็ทำให้ชายเสื้อมันเลิกขึ้นเผยให้เห็นต้นขาขาวนวลที่ดีต่อหัวใจคนเห็นเหลือเกิน ถามว่าควานลินไม่อยากให้จีฮุนถอดมันออกจริงเหรอคงตอบได้ไม่เต็มเสียงนัก เพราะรู้ว่าใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาตัวนี้คงมีอะไรที่น่ามองกว่าเป็นร้อยเป็นเท่าตัว ใบหน้าหวานก้มงุด ระเรื่อแดงไปถึงใบหู…

 

 

แล้วเสียงอุทานเบาๆ ก็โพลงดังขึ้นเมื่อควานลินก้มลงไปจูบที่โคนต้นขาแบบไม่ให้รู้ตัว ฝ่ามือเล็กดันไหล่แข็งแรงออกอัตโนมัติ แต่ทว่าเรี่ยวแรงมันพาลอ่อนยวบยาบไปหมด เพราะอะไรก็ไม่รู้ จูบเบาๆ ไล้ขึ้นมา ชายเสื้อเชิ้ตถูกเลิกขึ้นเรื่อยๆ และมือเล็กต้องยกขึ้นตะปบปากตัวเองเมื่อถูกดันให้นอนลงโดยมีอีกคนหยอกเอินกับบริเวณโคนต้นขาด้านใน

 

ปลายลิ้นร้อนเล็มเลียช้าๆ สลับกับขบเม้มให้เกิดรอยแดงจางๆ คนตัวเล็กสะดุ้งอีกครั้ง รู้สึกร้อนวูบวาบเมื่อปลายลิ้นนั้นสัมผัสกับส่วนที่ซุกซ่อนอยู่ใต้ชั้นใน การปลุกเร้าผ่านผ้าเนื้อบางไม่ยากเลยที่จะทำให้อีกคนเตลิดและพร้อมสำหรับครั้งแรกระหว่างกันได้ในเวลาชั่วครู่เดียว

 

“อ๊ะ!” ชั้นในสีขาวถูกถอดออกอย่างง่ายดาย แผ่นหลังบางแอ่นขึ้นตามสะโพกที่ยกขึ้นเพื่อช่วยให้ควานลินถอดมันออกได้ ตามด้วยเสียงหวานขรมดังออกมา เพราะว่าส่วนที่ซุกซ่อนอยู่ใต้ชั้นในก่อนหน้านี้ถูกอีกฝ่ายครอบครองด้วยริมฝีปาก จีฮุนดิ้นเล็กน้อยตกใจระคนหวาดกลัว ไม่เคยคิดภาพที่ถึงเนื้อถึงตัวถึงขั้นนี้กับควานลินมาก่อน พอมาเจอเข้าจริงก็แทบคิดอะไรไม่ออก สมองมันพร่าเลือนไปหมด เสียงหวานยิ่งดังเมื่อริมฝีปากร้อนๆ ไม่ได้อ่อนโยนเหมือนตอนแรก มันกระตุ้น ปลุกปั่นและปลุกเร้าจนมือที่ใช้ปิดปากตัวเองไว้ต้องผละไปจิกลงกับไหล่กว้างๆ ของเจ้าของการกระทำเพื่อระบายอารมณ์ที่เตลิดไปจนฉุดไม่อยู่จนกระตุกตัวติดๆ กันอยู่อึดใจหนึ่งจึงปล่อยของเหลวสีน้ำนมเข้าไปในโพรงปากของคนทำให้ เสียงหวานรีบร้องขอโทษทันที

 

 

“ขะ ขอโทษ ฉันขอโทษมันควบคุมไม่ได้”

“ก็ยังไม่ได้ว่าอะไร อีกอย่างผมดีใจที่ทำให้จีฮุนมีความสุขได้”

 

“บ้า! พูดอะไรของนาย” ต่อว่าอย่างเหนื่อยอ่อน ยันศอกสองข้างพยุงตัวเองจะลุกขึ้นทว่าควานลินก็ดันให้นอนลงอีกรอบ

 

 

“วันนี้ขอนะ” กล่าวจบก็ค่อยๆ ถอดเสื้อออก ตามด้วยปลดเข็มขัด จดจ้องดวงตาของคนที่กำลังหาคำตอบให้ ริมฝีปากสีอ่อนเม้มแน่น ใบหน้าแดงจัดอีกครั้งเมื่อมองตามมือที่ปลดตะขอ ค่อยๆ ถอดกางเกงยีนส์ออก

 

 

“ไม่ปฏิเสธก็ถือว่าตกลงนะ”

 

“อือ” แม้ประโยคเมื่อกี้จะโมเมจนนึกหงุดหงิดใจแต่ก็ไม่อยากใจร้ายให้ควานลินต้องทรมานเหมือนกับทุกครั้ง หนึ่งปีที่ได้อยู่ด้วยกัน ได้ใกล้ชิดกันมันเลยเถิดจนนับครั้งไม่ถ้วน แต่ก็อดนับถือน้ำใจควานลินไม่ได้ที่พอบอกให้หยุดอีกคนก็จะทำตาม แม้จะชักสีหน้าไม่พอใจ หรือบางครั้งก็งอนพอให้เขาเห็นใจอยู่บ่อยๆ พอร่างกายของคนที่ขอตรงๆ เปลือยเปล่าทั้งที่ตัวเองยังมีเสื้อเชิ้ตสีขาวของอีกฝ่ายสวมไว้อยู่ก็เขินอายขึ้นมาหนักกว่าเก่า

 

 

เขาเพิ่งเคยเห็นรูปร่างของควานลินชัดๆ ความสูงที่ผู้ชายหลายคนอิจฉา
ไหล่กว้างดูแข็งแรง กล้ามแขนสมส่วนกับรูปร่างเลยมาถึงแผงอกที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อพอๆ กับหน้าท้องที่เห็นชัดว่าผ่านการออกกำลังกายมาอย่างดี ไม่ได้อิจฉาเลยที่รูปร่างของควานลินดีกว่าของตัวเอง แต่สิ่งที่รู้สึกอยู่คือความเขินที่ตัวเองกำลังจะตกอยู่ในอ้อมกอดของผู้ชายคนนี้ต่างหาก

 

 

“ทนเจ็บหน่อยนะ” จีฮุนยิ่งหลบตาหนีเมื่อควานลินแทรกตัวมาตรงหว่างขาตัวเองและจับแยกออก ไม่กล้ามองหรอกว่าจะทำอะไรต่อ แต่รู้สึกได้ว่าปลายนิ้วของควานลินกำลังสอดใส่เข้ามา ฟันซี่สวยขบแน่น เม้มปากจนปิดสนิท เพราะความเจ็บที่แล่นริ้วทางเบื้องล่างของตัวเอง จีฮุนหอบแรงๆ เมื่อระบายความเจ็บปวดออกทางใดไม่ได้ยิ่งจำนวนมันเพิ่มขึ้น น้ำตาก็ซึมที่ปลายหางตาโดยฉับพลัน มือกว้างจับสะโพกของจีฮุนให้สูงขึ้นเมื่อเห็นว่าพร้อมแล้วสำหรับสิ่งที่แตกต่างจากปลายนิ้วของตัวเอง

 

 

“ผมรักจีฮุนนะ”

 

 

“อือ อ๊ะ!!” สิ้นคำบอกรัก สิ่งที่สอดใส่เข้ามาก็ทำให้จีฮุนถึงกับสะดุ้งสุดตัว โถมเข้าหาคนที่คร่อมทับอยู่ด้านบน เรียวแขนโอบล้อมคอควานลินดึงให้อีกคนไม่ทิ้งกันไปไหน เสียงหวานร้องดังมากขึ้นเมื่อการเริ่มต้นระหว่างกันสร้างความเจ็บปวดให้ทั้งสองฝ่าย ควานลินจูบปลายหางตาที่มีน้ำตาซึมออกมา แนบจูบลงมาที่กลีบปากสีอ่อน ร่างกายที่ต่อต้านดิ้นหนีการรุกรานเมื่อครู่สงบลงเมื่อเคลิบเคลิ้มกับจูบลึกซึ้ง สติราวหลุดลอย ไม่รู้ตัวว่าเคลื่อนสะโพกตามแรงที่ฝ่ามือกว้างขยับให้ไปตามจังหวะที่จะช่วยส่งให้ความเจ็บบรรเทา เสียงหวานครางฮือทุกครั้งที่ควานลินขยับเข้าออกแต่ถูกลิดรอนด้วยจูบร้อนๆ ที่ปลุกปลอบให้ทั้งตัวและหัวใจของจีฮุนโอนอ่อนผ่อนตามอย่างว่าง่าย

 

 

แรงรั้งที่วงแขนเพิ่มมากขึ้น เมื่อจังหวะขยับเข้าออกของควานลินเริ่มไม่อ่อนโยนจนเสียงหวานที่ครางฮือมาตลอด หวีดดังออกมา จูบร้อนๆ ผละออกต่างคนต่างก็กักกลั้นอารมณ์ต่อไปไม่ไหว จีฮุนหลับตาแน่นเมื่อน้ำเหลวสีขาวถูกฉีดเข้ามาในตัวเองก่อนทิ้งตัวลงกับที่นอน โกยอากาศเข้าปอด ควบคุมลมหายใจให้ปกติ ไรผมชื้นเหงื่อถูกเกลี่ยเช็ดให้แผ่วเบาตามด้วยจูบอ่อนโยนกลางหน้าผาก

 

 

“ขอบคุณนะ สำหรับของขวัญที่พิเศษที่สุด สำหรับผมคนเดียว”

“อ๊ะ! นายจะทำอะไรควานลิน??!!” คนสะลึมสะลือตื่นกลางดึกเผลออุทานก่อนรีบเก็บริบเสียง หันมองรอบตัวหน้าตาตื่น แล้วไม่รู้ว่าจะโล่งใจหรือยิ่งตกใจกว่าเดิมดีที่ไม่ใช่ห้องที่จำได้ว่าสู้กับไลสองพ่อลูกแทบตายก่อนผล๊อยหลับไปเมื่อหลายชั่วโมงที่แล้ว

 

 

จีฮุนทุบกลางหลังคนที่คร่อมอยู่ด้านบน หลังได้คำตอบหน้าไม่อาย

 

 

“ผมอุ้มพี่ออกมาอีกห้อง โอ้ย เจ็บนะ”

 

 

“ก็ทุบให้เจ็บ จะได้มีสติ ทำแบบนี้ใช้ได้ที่ไหนควานลิน ถ้าลูกตื่นมาไม่เจอใครจะทำยังไง?!”

 

 

 

“ลูกไม่ใช่ขวบสองขวบแล้วนะ เดี๋ยวนี้หลับรวดเดียว ตื่นอีกทีก็เช้าเลย โอย จะทุบหลังผมทำไมเนี่ยพี่จีฮุน”

 

 

 

“ก็บอกว่าทุบให้เจ็บให้มีสติไง ลุกไปเลย ฉันจะกลับไปหาลูก อือ!” ราวกับว่าสิ่งที่พัคจีฮุนพูดออกมาไม่ได้เข้าหูเลย ไม่เช่นนั้นไลควานลินคงไม่โน้มลงจูบปิดปาก บดลิ้นร้อนซอนลึกแรงๆ สลับดูดดุนจนเกิดเสียงน่าอาย ไม่เปิดโอกาสให้ด่าทอต่อว่าอะไรอีก อย่าหาว่าไลควานลินเหลิงเลย แต่ในเมื่อมันเป็นวิธีเดียวที่จะเอาพัคจีฮุนอยู่ ก็ต้องตีมึนทำมันต่อไป

 

 

 

แล้วไม่ใช่ไม่ห่วงลูก ไม่ใช่ว่าจะทิ้งให้นอนคนเดียว แต่อย่างที่บอกตอนนี้จีมินโตจนรู้ความแล้ว ไม่ใช่ขวบสองขวบที่มักตื่นขึ้นมาร้องหิวนมกลางดึกเสียหน่อย อีกอย่างเขาข่มตาให้หลับลงไม่ได้จริงๆ หากไม่ทำตามที่หัวใจอยากทำ

 

 

 

“รีบทำกันเถอะ จะได้รีบกลับไปหาลูกด้วยกัน” กำลังอ้าปากจะด่าอีกรอบแล้วเชียวแต่พอถูกพูดใส่ด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยแรงอารมณ์แบบนี้ก็ถึงกับไปไม่เป็น ดวงตาสีเข้มคนด้านบนมองมาอย่างวิงวอน พลางลูบไล้เอวลงไปตามชายเสื้อ ลูบไล้เล้าโลมจนล้วงลึกไปประคองก้นงอนของจีฮุนแรงๆ แล้วไม่ปล่อยให้คิดนาน

 

ควานลินยกเอวอีกคนขึ้น รูดกางเกงนอนของตนและจีฮุนลงรวดเร็ว กดกายร้อนผ่าวให้พานพบกัน แทบจะทันทีที่สร้างเสียงครางหวานลอดจากริมฝีปากเราทั้งคู่ บ่งบอกให้รู้นาทีนี้ต่างคนต่างก็ต้องการการเข้ามาเติมเต็มข้างใน จีฮุนเลื่อนมือที่ประทุษร้ายควานลินก่อนหน้านี้มาโอบรอบคอ ขยับร่างกายเข้าหา ยอมให้ความร่วมมือ จะให้ทำยังไงได้ในเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว ได้แต่บอกไม่เต็มเสียงออกไป

 

“เบาๆ แล้วกัน เมื่อวานยังเจ็บอยู่เลย”

 

“รับทราบ จะทำให้เบาแต่จะเอาให้เด็ดกว่าเมื่อวาน” มันน่านัก น่าทุบหลังให้หักจริงๆ จีฮุนขึงตาใส่คนพูดจาหยาบโลน หูตาแพรวพราวจนไม่น่ายั้งมือแต่ต้องเลือกกลั้นเสียงร้องเอาไว้ก่อนเมื่อไม่ทันขาดคำ ไลควานลินก็ทำตามที่ลั่นวาจาไว้จริงๆ จีฮุนแอ่นกายขึ้นเพราะถูกดูดคลึงยอดถันบนอกพร้อมกันนั้นด้านล่างก็ถูกนิ้วแกร่งรุกรานไม่หยุด มันซ่านลึกจนอยู่นิ่งเฉยไม่ได้เลย

 

“ควานลิน อ่า” เรียวปากน้อยๆ เผยอเรียกชื่ออีกฝ่าย ดันกายแนบชิดปลายนิ้วแกร่ง ดันลำตัวหยัดขึ้นสูงให้ถูกบดขยี้ให้ได้มากที่สุด และยิ่งพาลใจจะขาดเมื่อลิ้นร้อนๆ เลื่อนไล้ลงตามหน้าท้อง เลียวนรอบสะดือเล็ก จีฮุนเกร็งไปทั่ว ภายในท้องบิดมวนเป็นเกลียวซัดเข้าหากันอย่างรุนแรงก่อนเป็นฝ่ายดันไหล่กว้างให้ลงไปใช้ริมฝีปากกับตัวเอง

 

ต้นขาอ่อนถูกจูบซับทักทาย ทำเอาจีฮุนกระตุกนิดๆ ดิ้นพล่าน ส่ายหน้าไปมากับหมอนเมื่อลิ้นร้อนลากไล้ไปมาใกล้ๆ กับรอยเร้นด้านล่าง ควานลินกำลังแกล้งกันชัดๆ แกล้งให้ทรมาน แกล้งให้จีฮุนต้องเป็นฝ่ายร้องขอแต่ฝันไปเถอะ พอนึกถึงจุดนี้ก็ขุดทิฐิที่เผลอขว้างทิ้งไปเมื่อครู่มาใช้ จีฮุนรีบลุกขึ้นนั่ง หุบขาเข้าหากัน จ้องหน้าคนที่ปากก็บอกว่าให้รีบทำเพื่อจะได้รีบกลับไปหาลูกด้วยกัน แต่นี่อะไร แกล้งกันอยู่ได้!!

 

ทว่าทันทีที่สะบัดหน้าหนี จะลงจากเตียงก็ถูกช้อนตัวให้กลับมานอนท่าเดิมแล้วถูกเกลียวลิ้นร้อนแสนทรงพลังปลุกปั่นตรงส่วนที่ถูกข้ามไปข้ามมา คราวนี้จีฮุนถึงกับหอบกระเส่า มือจิกเน้นหัวไหล่คนที่กำลังมอบความทรมานให้กันก่อนสุขสมล่วงหน้าไปก่อน

 

เราได้สบตากันผ่านความเงียบชั่วครู่หนึ่งและเป็นจีฮุนที่พยักหน้าน้อยๆ เพื่อเป็นการอนุญาตให้อีกฝ่ายได้ปลดเปลื้องด้วยเช่นกัน มันไม่เจ็บร้าวเท่ากับเมื่อวานแต่ห้ามน้ำตาไม่ให้คลอหน่วยไม่ได้ตอนถูกแทรกลึกเข้ามา ความใหญ่โตของควานลินทำให้จีฮุนจุกไม่น้อยทีเดียว กายเล็กเจ็บหน่วง อึดอัดไปหมดแต่พร้อมกันนั้นก็มีความซ่านเสียวแล่นปราดไปทั่วทุกอณูขุมขน

 

ควานลินขยับเบาๆ เป็นจังหวะ พยายามทำตามที่รับปากว่าจะเบามือให้มากกว่าเมื่อวานกระทั่งผ่านพ้นความรวดร้าวไปได้ สอดกายแช่นิ่งในช่องทางคับแน่นแล้วสาวเข้าออกเชื่องช้า ระลอกแล้วระลอกเล่า ผลักกายอย่างใจเย็นแต่แสนแม่นยำ พอเริ่มเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสุขล้ำของคนใต้ร่างจึงค่อยๆ แยกเรียวขาออกกว้างขึ้นเพื่อแนบลึกเข้ากลางกายได้มากขึ้น จีฮุนครางเสียงหวาน หวานกว่าเมื่อวานเลยก็ว่าได้ก่อนพยักหน้ารับกัน

 

บอกให้รู้ว่าถึงคราวของไลควานลินที่จะปลดเปลื้องความสุขแล้ว

 

จีฮุนหอบหายใจแรงๆ เมื่ออีกฝ่ายเร่งความเร็วราวกับจะทะยานขึ้นฟ้าภายในนาทีนั้น กดลึกเข้ามาถี่รัวแล้วคำรามก้องจนพาลให้คนได้ยินใจเต้นโครมครามก่อนรู้สึกอุ่นวาบเมื่อความสุขสมของควานลินฉีดพุ่งเข้ามาในร่างกาย แล้วต่างคนควรต่างผละห่างจากกัน เงียบใส่กันแล้วจัดการตัวเองให้อยู่ในสภาพพร้อมกลับไปหาลูก หากควานลินไม่ยกมือขึ้นลูบแก้มคนหน้าแดงตัวแดง จับให้หันมองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จนจีฮุนต้องขยับซุกเข้าไปในอ้อมอกแล้วกอดกันนิ่งๆ พักใหญ่ทีเดียวกว่าจะจูงมือกลับไปนอนกอดลูกสาวของเราด้วยกัน

 

 

 

–//–

ควานลินที่ดูดดึงอยู่กับยอดอกตัวเอง มือนวดเค้นฟอนเฟ้นไปทั่วราวกับว่าหากช้ากว่านี้เป็นได้แดดิ้นตาย แล้วหลังจากนั้นก็อย่าให้พูดเลยว่ากายสูงใหญ่ที่สอดกายเข้ามาในหว่างขาตัวเองแสดงอาการเหมือนคนตายอดตายอยากกับเรื่องเซ็กส์มาเนิ่นนานในรูปแบบไหนบ้าง

 

“จะรีบไปไหน ไม่มีใครแย่งนายทำหรอกน่า” ในเมื่อหมดหนทางหนีแล้ว มองไม่เห็นทางรอดเงื้อมืออดีตคนรักก็ต้องออกปากปรามให้ใจเย็น แล้วถ้ารู้ว่าไม่ช่วยอะไรจะเลือกไม่พูดให้เปลืองน้ำลายเลย ควานลินที่สีหน้าแววตาเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ ย้อนกลับ

 

 

“ลองมีใครมาคิดจะแย่งทำสิ ยิงทิ้งแน่”

 

 

“ประสาท อ๊ะ ควานลิน เจ็บนะ!” ด่าไม่ทันจบคำ หลังก็กระแทกกับลูกบิดประตู ควานลินพึมพำขอโทษแต่มือก็ไม่หยุดบีบคลึงก่อนเลื่อนลงไปสัมผัสส่วนน่ารักน่าเอ็นดู จีฮุนอ้าปากค้าง อยากด่าก็อยากด่า อยากครางก็อยากครางจนสับสนไปหมด ยิ่งควานลินขยับมือขึ้นลง ลูบไล้หยอกเอินด้วยความรักความคิดถึง ไม่นานดีก็ขยายตัวเลอะฝ่ามืออีกฝ่ายไปหมด แก้มของจีฮุนยิ่งร้อนซู่

“พี่เปลี่ยนไปทุกอย่างยกเว้นเรื่องนี้ เครื่องยังติดเร็วเหมือนเดิม” สาบานว่านี่คือคำชม จีฮุนที่เถียงไม่ได้เพราะหลักฐานทนโท่ในมืออีกฝ่ายได้แต่เบือนหน้าหนี แล้ววินาทีต่อมาก็ได้เสียงปลดหัวเข็มขัดและรูดซิปกางเกงยีนส์ลงฟืดของควานลินดังตามมา

 

 

“นี่อย่าบอกนะว่าจะทำตรงนี้?”

 

 

“จะลงแดงตายอยู่แล้ว ทำมันตรงนี้แหละ” ตอบเหมือนหนุ่มน้อยร้อนรัก ยกขาข้างหนึ่งของจีฮุนขึ้นเกี่ยวเอว เสือกร่างกายไปในหว่างขาเพื่อดันให้คนที่มีส่วนสูงน้อยกว่าตัวเองเป็นสิบเซ็นต์ลอยสูงขึ้น ควานลินสาวความเป็นตัวเองสองสามทีก่อนนำมันไปจ่อยังรอยเร้นด้านล่างของจีฮุน คนตัวเล็กส่ายหน้าพรืด

 

 

 

“ไม่นะควานลิน ไม่ทำตรงนี้ อ๊ะ! เจ็บนะ!!!”

 

 

 

“ขนาดมันยังไม่ตัวใหญ่มากยังร้องเจ็บ ขืนรอไปบนห้อง ของผมมันตัวใหญ่กว่านี้พี่ได้ครางดังลงไปถึงบ้านพี่มินฮยอนจนลูกตื่นแน่ๆ” และสาบานทีว่านี่คือเหตุผลที่ผ่านการกลั่นกรองมาอย่างดีแล้ว จีฮุนที่กำลังตะลึงกับคำพูดน่าเกลียดตั้งใจจะทุบให้ควานลินได้สติแต่ทุกอย่างก็สายไปเสียหมด

 

 

ส่วนปลายสุดของคนใจร้อนถูกดันเข้ามา มันค่อยๆ สอดใส่เข้ามาพร้อมนิ้วโป้งกับนิ้วชี้สองข้างของควานลินแหวกแก้มก้นพอดีมือออกและวินาทีที่ดันลึกสุดช่องทางก็ขยายเต็มตัวจนจีฮุนรู้สึกได้ว่าเยื่อบุผนังภายในของตัวเองกระตุกตุบๆ ตอดรัด ทั้งหน้า ลำคอหรือแม้กระทั่งในอกพาลร้อนผะผ่าวไปหมดจวนเจียนแตกเป็นเสี่ยงๆ สะโพกถูกยึดมั่นแล้วได้รับการกระแทกกระท้นหนักหน่วงตามมา

 

 

 

ลำแขนข้างหนึ่งของจีฮุนกอดเกี่ยวต้นคอควานลิน หลังก็ยันกับกับบานประตูเพื่อกันไม่ให้ตก ความสุขสันต์โจนทะยานรวดเร็วเพราะควานลินถาโถมใส่มาไม่ยั้งซึ่งจีฮุนเองก็บิดส่ายสะโพกรับเข้าจังหวะ ก็เคยเป็นแฟนกัน อยู่ด้วยกันจนมีลูกสาวเป็นสักขีพยานทำให้ร่างกายตอบสนองกันอย่างคุ้นเคย แม้จะห่างร้างลากันมาเนิ่นนานแต่ครั้นพอเสพสมกันสมใจหน้าหล่อๆ ก็ซุกซบลงที่ซอกคอนวลเนียน จีฮุนลูบต้นคออีกฝ่ายช้าๆ ประชดถามเสียงขึ้นจมูก

 

 

“ไหวไหมเนี่ย?” เพราะเห็นว่าเร่งเครื่องจนสอดใส่เข้าออกไม่กี่ทีก็เสร็จสม ผิดกับเวลาปกติที่ชอบพิรี้พิไร งัดไม่รู้ลีลาต่อกี่ลีลามาวาดลวดลายจนแทบสำลักความเสียวซ่านตายคาเตียง(สมัยคบกัน) พอคนลอบหอบหายใจถี่ๆ ย้อนกลับ

 

 

“นี่ใคร?”

 

 

“คนเซ็กส์จัด”

 

 

“ใครบอกเซ็กส์จัด”

 

 

“………”

 

 

“ผมอยากจัดแค่กับพี่คนเดียวต่างหาก พัคจีฮุน”

 

 

เอาเลย ไลควานลิน ถ้าปากดีขนาดนี้ ก็เชิญจัดกันให้ตายกันไปข้างหนึ่งเลย ไว้พรุ่งนี้จีฮุนค่อยอาละวาดและชำระความทีเดียว!!!!!!

 

 

-//-

 

กลับไปอ่านต่อในเด็กดีและฝากคอมเม้นท์ด้วยนะคะ

 

cut

 

 

 

 

คนตัวเล็กขยับตัวอัตโนมัติเพื่อให้อีกฝ่ายได้สัมผัสเรือนร่างตนได้ถนัดถนี่ มือหนาเริ่มปลดเปลื้องเสื้อผ้าของแทยงอย่างใจร้อนโยนลอยหวือไม่รู้ทิศทาง พลันผิวกายขาวกระจ่างอมชมพูอวดสายตาอยู่ใต้อาณัติยองโฮก็เข้าครอบครองด้วยริมฝีปากร้อน มือสองข้างก็ลูบไล้ไปทั่วเรือนกายงดงามก่อนผละออกห่างปลดชุดคลุมเพียงตัวเดียวบนร่างกายสูงใหญ่ของตัวเองไปพ้นกาย แทยงมองร่างหนาของเจ้าของสายตาที่จับจ้องไปทั่วร่างกายตัวเอง หรุบต่ำลงเรื่อยๆ จนเห็นตัวตนของอีกฝ่ายกำลังบ่งบอกอย่างน่าไม่อายว่าต้องการแทยงแค่ไหน มันสั่นระริก แสดงพลังแรงกล้าว่าพร้อมจะโจนจ้วงอยู่ต่อหน้าจนอดหน้าแดงไม่ได้

 

 

ยองโฮแนบเรือนกายลงมาอีกครั้ง ผนึกทุกสัดส่วนร่างกายกับแทยง ก่อนใช้วงแขนแกร่งช้อนเอวน้อยยกขึ้นจากพื้นเตียง ซอนลึกปลายนิ้วกับรอยเร้นที่คับแน่น เสียงครางร้องด้วยความเจ็บเป็นสิ่งแรกที่เกิดขึ้นพร้อมการต่อต้าน พยายามเตะขาไปมาเพื่อจะช่วยตัวเองให้พ้นจากพันธนาการญาติหนุ่มแต่หารู้ไม่ว่ามันยิ่งกลับเป็นการเปิดทางให้ยองโฮซอกซอนล่วงล้ำได้มากขึ้น แต่ไม่ช้าไม่นานรอยเร้นที่ไม่เคยผ่านมือใครก็เริ่มอ่อนตัวพร้อมรอท่าให้ตัวตนของเจ้าของปลายนิ้วเสียดสีความร้อนผ่าวเข้าไป

 

 

“อื้อ!” แทยงครางประท้วง ดันอกแกร่งไว้ทั้งน้ำตาเมื่อความเจ็บถาโถมจนเรียกสติ แววตาตื่นตระหนัก มันเจ็บร้าวราวกับร่างหักเป็นสองท่อน ภายในของตัวเองที่เพิ่งผ่านการรุกล้ำก็เต้นตุบๆ รับรู้ได้เพียงความจุกจนน้ำตาพาลจะไหลอีกให้ได้ ยองโฮได้ยินไม่เต็มเสียงนักว่าอีกฝ่ายเจ็บและขอให้หยุด แต่ร่างกายที่สั่นระริกมากกว่าเดิมเห็นทีจะตรงกันข้ามนัก

 

 

 

“ผ่อนคลายสิเด็กน้อย” แขนกำยำโอบรัดเอวบางให้สูงขึ้น หลอกล่อเด็กเสียขวัญด้วยจูบหวานๆ อีกหลายต่อหลายที ซุกไซ้แนบชิดลำคอระหง ขบเม้มหลายต่อหลายจุด แทยงกัดปากกลั้นเสียงครางที่จะตามมาเมื่อร่างสูงใช้จังหวะที่แทยงกำลังเคลิ้มตามค่อยๆ แทรกกายลึกเข้าไปจนสุด ยองโฮยอมรับว่าเขาเคยวาดฝันการทำแบบนี้กับแทยงแต่ไม่เคยตั้งความหวังกับตัวเองว่าจะมีโอกาสเป็นจริง

 

 

และในเมื่อมันเป็นจริงแล้ว ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม เขาจะไม่ทิ้งมันลงกลางคัน

 

 

 

ใบหน้าหล่อเหลาเหยเกเมื่อขยับกายแล้วมือเรียวจิกลงบนไหล่ของเขา ยิ่งขยับก็ยิ่งจิกแต่เพื่อแลกกับความสุขสมเช่นตอนนี้เขายอมเสียยิ่งกว่ายอม ยองโฮจ้องร่างงดงามใต้เรือนกายตัวเองยิ้มๆ ยิ่งเห็นแทยงหน้าแดงแค่ไหนก็ยิ่งสอดใส่หนักหน่วงยิ่งขึ้นซึ่งมันสร้างเสียงครางลึกให้คนฟังอย่างเขายิ่งเพิ่มความซาบซ่านในหัวใจยิ่งนัก ทว่าก็หยุดทำมันดื้อๆ

 

 

“พี่ยองโฮ”

 

 

“หืม?”

 

 

“พะ พี่หยุดทำไม” แทยงไม่เคยกระดากอายเท่าวันนี้ คนตัวเล็กที่ไม่ยอมปริปากพูดใดใดตั้งแต่ถูกปลดเปลื้องอาภรณ์ทิ้งไปรอบเตียงหอบหายใจแรงๆ อย่างน่าสงสาร แขนเรียวสวยเกาะกอดให้ร่างสูงแนบสนิทลงมาแต่ทุกอย่างกลับยิ่งแย่กว่าเดิม ยองโฮเบี่ยงกายลงด้านข้างทั้งที่ร่างกายยังประสานลึกก่อนช้อนตัวแทยงขึ้นให้นั่งคร่อมอยู่เหนือเอวเขาอย่างง่ายดาย

 

 

 

“ไหนใครบอกไว้ว่าต่อให้เป็นเดือนไหนก็ไม่เอาพี่?” ฟันขาวกัดเบาๆ เหมือนถูกญาติหนุ่มตบหน้าแรงๆ นัยน์ตาคลอด้วยน้ำอุ่นใส นึกชังหน้าอีกฝ่ายมากกว่าที่เคยชัง แต่ทำยังไงได้ในเมื่อตอนนี้ร่างทั้งร่างตึงแน่นไปหมด เรือนกายใหญ่โตที่แทรกลึกอยู่ในร่างกายตัวเองตอนนี้ก็ยิ่งส่งให้ร้อนซู่ ทรมาน

 

 

“ผมเกลียดพี่” แทยงกล่าวรอดไรฟัน มือสองข้างกำเข้าหากันแน่นแต่ต้องครางไม่เป็นส่ำเมื่อคนถูกตราหน้าว่าแทยงเกลียดนั้นสวนกายขึ้นไม่บอกไม่กล่าว ความจุกเล่นงานแทยงอีกรอบพร้อมความอายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ยองโฮเองตื่นตัวกับท่าทีที่ไม่ยอมใครของคนตัวเล็ก เขาหยักยิ้มก่อนหยัดกายขึ้นตวัดปลายลิ้นตรงยอดอกล่อตาล่อใจที่ไวต่อสัมผัสโดยที่มือก็ลูบต้นขาด้านในของคนที่นั่งคร่อมเอวเขาเชื่องช้า

 

 

 

“อยากเกลียดเท่าไรก็เกลียดไปแต่ถ้าอยากทำก็ต้องทำเอง” คำพูดนั้นเหมือนมือหนาตบใบหน้าแทยงเข้าอย่างจังและแรงกว่าคราแรก ตอนนี้คนตัวเล็กเจ็บชาไปทั่วร่างรวมไปถึงหัวใจ อยากหายตัว อยากไปให้พ้นๆ หน้าญาติหนุ่มแต่ก็ได้แค่คิดเท่านั้น ความร้อนในร่างกายพุ่งสูงทบทวีฉุดให้แทยงลากตัวเองสู่ความกระดากอายอีกครั้ง คนตัวเล็กขยับทั้งที่ไม่รู้ว่าต้องขยับแบบไหน ทำอย่างไรถึงจะหลุดพ้นจากความทรมานบ้าๆ นี้แต่การตอบสนองตามธรรมชาติก็สอนแทยงเอง

 

 

 

ทว่า เสียงครวญครางแทบขาดใจจากการปรนเปรอความสุขแบบไม่ประสีประสาเริ่มกลับมาเล่นงานยองโฮเสียเอง ร่างสูงเงยหน้ามองใบหน้าสวยแดงซ่านที่เปรอะเปื้อนน้ำตา เขารู้ว่าฤทธิ์ยากำลังเล่นงานแทยงรวมถึงตัวเขาด้วย เราสองคนต้องการกันและกันจนเจ็บร้าวไปทั่วร่าง และก็รู้อีกเช่นกันว่าขืนปล่อยให้แทยงลองผิดลองถูกเองต่อไปคงต้องทรมานตายกันไปข้างหนึ่ง ยองโฮจึงยึดเอวบางนั้นไว้ ถอนกายออกออกห่างก่อนจับแทยงให้อยู่ในท่าคลานกึ่งกลางเตียงซึ่งยังกัดฟันเฮือกสุดท้ายเพื่อจะหนีทำให้เสียการทรงตัวเพราะความยืดหยุ่นของเตียงน้ำ คนตัวเล็กเกือบหน้าคะมำโชคดีที่ว่าเจ้าของเตียงล็อคเอวไว้ได้ทันก่อนทำการแทรกลึกจากด้านหลังทันทีทันใด

 

 

 

วงแขนแกร่งล๊อคเอวน้อยไว้อย่างแมนยำและมั่นคง สอดกายเข้าออกรุนแรงจนเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังลั่นห้อง แทยงเองก็ร้องด่าจนฟังไม่ได้ศัพท์กับความป่าเถื่อนจากญาติหนุ่มก่อนจะซบหน้าลงกับท่อนแขนตัวเองพร้อมน้ำตาที่รินไหลไปกับพื้นเตียงสีขาว ฟันสวยขมริมฝีปากแน่น นึกเกลียดตัวเองที่กระตุกบีบรัดความแกร่งที่ถาโถมเข้าหาตัวเองอย่างไม่รู้จักพอ จนการแทรกกายอย่างไร้ความปราณีหลายต่อหลายครั้งจบลง แทยงที่กายเหนื่อยจนแทบประคองตัวเองไม่ไหวจึงถูกปล่อยให้นอนลงพร้อมสติที่ดับวูบไป

 

 

 

ยองโฮพิศมองเรือนกายพราวด้วยเหงื่อชุ่มที่หมดสติไปด้วยความอ่อนเพลีย ดูให้แน่ใจว่าคนตัวเล็กสิ้นฤทธิ์ไปแล้ว เขาค่อยๆ ประคองศีรษะได้รูปนอนบนหมอนดีๆ ก่อนก้าวลงจากเตียงตรงไปหยิบแก้วเปล่าสองใบตรงหน้าโซฟา คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ไม่ได้แปลกใจกับคราบผงสีขาวที่นอนอยู่ก้นแก้วนักเพราะเขาเจอกับตรรกะการอยากเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเขาจากบรรดาคู่นอนที่ผ่านมานักต่อนักแล้ว

 

 

แต่ที่เขาแปลกใจก็คือ เหตุใดโดยอนจึงเลือกจะทำมันในวันนี้ วันที่เขาอยากปราบผยศญาติปากร้ายอยู่พอดี รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นพร้อมคำส่งผ่านไปถึงหญิงสาวในใจ

ขอบคุณนะโดยอน ไว้ผมจะตบรางวัลชิ้นโตให้คุณทีหลัง…

 

 

 

——+—– Love on Top —–+——

 

 

 

Title: Just hold me Every day
Paring: MinHyun , YongShin
Author: HaneiBee
Note: แต่งมาง้อคนดราม่าฝังใจจากเจ้าสาวปีศาจ ><

รูปที่กระตุ้นให้แต่งรูปแรกกกก

 Reduced: 76% of original size [ 800 x 550 ] – Click to view full image

“เดี๋ยวกลับไปถึง ไปซื้อของเป็นเพื่อนหน่อยสิจองชิน” เสียงหวานของอีจงฮยอนเอ่ยขึ้นขณะเดินเข้าเกทที่สนามบินสุวรรณภูมิ เสี้ยววินาทีต่อมาคนถูกชักชวนพยักหน้ารับหงึกๆ เล่นเอาอีกสองคนที่ยืนประกบอยู่ไม่ห่างตัวมองหน้ากันเลิ่กลั่ก

เฮ้ย! ตี๋ แฟนแกชวนแฟนฉันไปช้อป
อะไรอ่ะเฮีย แฟนเฮียไม่ปฏิเสธเองนะ

สองประโยคนี้ไม่ได้เล็ดลอดออกมาจากลำคอแต่สนทนากันผ่านสายตาเท่านั้น ยงฮวาขมวดคิ้วมุ่นใส่เจ้ามือกลองหน้าหล่อ ในขณะเดียวกันเจ้ามือกลองเองก็ชักสีหน้าหงุดหงิดไม่น้อยใส่คุณลีดเดอร์

“เป็นอะไรมินฮยอก ทำหน้าเหมือนหมาโดนยาเบื่อเลย?” จงฮยอนหันมาถามแฟนรุ่นน้องแต่ก็ได้รับเพียงการส่ายหน้า อารามที่ไม่ได้อยากฟังคำตอบเท่าใดจึงไหวไหล่เล็กน้อยก่อนหันกลับไปเล่นกับมักเน่ตัวบางอีกรอบ

ตอนนี้ทั้งสองหนุ่มอย่างยงฮวาและมินฮยอกมองดูการละเล่นของแฟนตัวเอง จงฮยอนที่พยายามแกล้งจองชินด้วยการบีบแขนอีกฝ่ายแต่อีกฝ่ายก็ชักหนีและไม่วายแกล้งกลับ มันช่างเป็นภาพชวนมองยิ่งนักแต่ทว่า

เล่นกันแค่นี้ไม่พอ ยังมีการชวนไปช้อปทันทีที่เหยียบเกาหลีอีก ใจร้ายยยยยยยย

T/\T

ให้หลังขึ้นเครื่องกันเรียบร้อยจงฮยอนก็เอาหัวไปพิงไหล่กว้างๆ ของมินฮยอกที่นั่งคู่กัน เอื้อมไปจับมืออีกฝ่าย ช้อนตาขึ้นมอง ยิ้มหวานให้

“เดี๋ยวฉันกับจองชินจะไปซื้อของ อยากได้อะไรเปล่า?”
“ไม่ครับ”
“ไหนว่าอยากได้แว่นกันแดดใหม่ไม่ใช่เหรอ?”
“ไว้ผมไปซื้อเองดีกว่า พี่ไปช้อปให้สนุกเถอะ”
“โกรธอะไรฉันอีกเนี่ย มิน?”
“ไม่ได้โกรธ พี่นอนเถอะเดี๋ยวถึงเกาหลีแล้วจะได้มีแรงไปช้อป” จงฮยอนตีหน้ายุ่งก่อนปิดตาลง ถือว่าถามแล้วนะถ้ายังยืนกรานที่จะโกรธกันต่อก็หมดปัญญาจะง้อ ถึงแม้จะรู้อยู่แก่ใจก็ตามว่าอีกฝ่ายโกรธเรื่องอะไร จริงๆ ก็เกือบใจอ่อนไปตั้งแต่รอตรวจพาสปอร์ตแล้วที่มินฮยอกมานวดๆ ให้เพราะรู้ว่าตัวเองไม่ค่อยสบายจึงอยากเอาใจแต่ทำยังไงได้ก็วางแผนกับจองชินไว้แล้วนี่น่า

><

“พี่จะไม่นั่งกับผมเหรอ?” จองชินถามคนที่เดินผ่านหน้าไป ธรรมดานั่งเครื่องคู่กันตลอดแต่วันนี้พี่ยงฮวาทำท่าเหมือนจะไปนั่งกับคุณเลขาของท่านประธาน ยงฮวาพยักหน้า

“เดี๋ยวพี่ต้องคุยงานนิดหน่อย นายนั่งกับสตาฟไปแล้วกัน”
“โกรธอะไรผมฮะ?”
“ไม่ได้โกรธแต่ไม่อยากกวนนาย เดี๋ยวนอนไม่พอตอนไปถึงเกาหลีแล้วจะไม่มีแรงไปช้อปกับจงฮยอนเอา”

“โกรธผมเรื่องนี้เหรอ อ่า ก็พี่จงฮยอนชวนผมไปนี่ จะให้ผมปฏิเสธยังไงได้”

“พี่ก็ยังไม่ได้ว่าอะไร ไปเถอะ” กล่าวพร้อมยิ้มให้น้อยๆ เขาลูบหัวแฟนน้องเล็กแผ่วเบาก่อนเดินไปนั่งคู่กับคุณเลขาแสนสวยของบริษัท จองชินนึกฉุนกึก อะไรกันแกล้งนิดแกล้งหน่อยทำงอน ทีตัวเองทำให้เขาโกรธจนควันออกหูกลางคอนยังไม่ว่าอะไรสักคำ ชริๆ

สถานการณ์บนเครื่องบินตลอดระยะเวลาบินกลับเกาหลีดูสงบนิ่งและออกไปทางคุกรุ่นด้วยสงครามประสาทเสียมากกว่าเพราะคู่รักทั้งสองคู่ของวงต่างปั้นหน้านิ่งใส่กัน กระทั่งมาถึงประเทศบ้านเกิดในช่วงเช้ามืด

จงฮยอนกับจองชินนำสัมภาระไปเก็บและจัดแจงอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าโดยไม่ได้สนใจใยดีแฟนหนุ่มทั้งสองของตัวเอง พอเสร็จก็เดินตัวปลิวออกจากหอไปในช่วงสาย

“ดีชะมัด ไม่ได้นอนกอดกันตั้งครึ่งค่อนเดือนพอมีโอกาสก็ออกไปเที่ยว ใช้ได้ที่ไหน?”
“ช่างพวกเขาเถอะพี่ พูดไปก็หาเรื่องทะเลาะกันเปล่าๆ ผมไปนอนนะ”

“อือ พี่ก็จะไปนอนเหมือนกัน” ยงฮวาสบถเซ็งๆ ก่อนเดินตึงๆ เข้าห้องนอนตัวเองบ้าง ที่บ่นว่าไม่ได้นอนกอดกันตั้งครึ่งค่อนเดือนล้วนเป็นเรื่องจริงทั้งนั้นเพราะตั้งแต่ปลายปีที่แล้วที่เขาเองเป็นคนตั้งกฏเหล็กของวงขึ้นมาใหม่ว่าถ้าเป็นช่วงทัวร์หรือวันรุ่งขึ้นมีตารางเล่นไลฟ์ให้นอนแยกคู่

คู่ในที่นี่หมายถึงคู่รักของวง อย่างเมื่อก่อนเขาจะนอนกับจองชิน มินฮยอกนอนกับจงฮยอนก็เปลี่ยนให้จองชินไปนอนกับจงฮยอนแล้วตัวเขาเองก็นอนกับมินฮยอกแทน คนภายนอกอาจไม่เข้าใจว่าเขาตั้งกฏเหล็กนี่ขึ้นมาทำไมแต่สำหรับตัวพวกเขาเองแล้ว มันทำให้ตารางงานในวันรุ่งขึ้นไม่พังลงง่ายๆ

ก็จะอะไรเสียอีก หลังๆ ที่ตารางงานแน่นพอตื่นตอนเช้าก็แทบไม่มีเรี่ยวแรงเอาเสียเลยเพราะไม่เคยอดใจไหวไม่ฟัดคนที่นอนให้กอดได้สักคืน จึงหักดิบด้วยการไม่ต้องนอนคู่กับแฟนตัวเองไปเสีย ซึ่งมันได้ผลดีทีเดียว

ระยะหลังมานี่พอเชคอินเข้าห้องพัก เห็นว่าอีกเตียงไม่ใช่แฟนตัวเองก็ต่างคนต่างนอน เช้ามากระปี้กระเป่าชนิดที่ให้เล่นคอนติดกันสิบรอบก็ยังไหว

“พี่ยงฮวา มื้อเย็นจะกินอะไรพี่?” เจ้าของชื่อโผล่หน้าออกมาจากผ้าห่ม เห็นมินฮยอกยืนหัวยุ่งๆ คล้ายเพิ่งตื่นถามอยู่ตรงประตูก็เลิกคิ้วแปลกใจ มื้อเย็น อะไรกันนี่เขานอนมาราธอนตั้งแต่สายจนถึงเย็นเลยหรือ เขาตอบไปส่งๆ ว่าอะไรก็ได้โดยไม่ลืมถามว่าบรรดาคุณแฟนบังเกิดเกล้าทั้งหลายกลับมาจากช้อปปิ้งหรือยัง

“สองคนนั้นกลับมายัง?”
“ยังแต่ส่งข้อความมาบอกแล้วว่าใกล้ถึงแล้ว”
“ไม่กลับซะพรุ่งนี้เช้าเลยล่ะ”
“อย่าอารมณ์เสียเลยพี่ ยังไม่ชินอีกเหรอ ผมยังชินเลย”

“ฉันไม่ใช่นายนี่มินฮยอก แฟนตัวเองไปเที่ยวกับคนอื่น ไปกินเหล้ากับคนอื่นยังไม่โวยวายสักคำ ฉันล่ะนับถือนายจริงๆ”

“แล้วพี่จะให้ผมโวยวายอะไร ในเมื่อพี่จงฮยอนบอกเองว่าก็แค่ไปเที่ยว”
“เอ่อๆ ข้าวมาแล้วปลุกพี่อีกทีล่ะกัน ง่วง”
“ครับ”

.
.
.
.
.

“พี่ยงฮวา~”
“หือม์?”
“ตื่นได้แล้ว ไปกินข้าวกัน”

“อือ อืมมม” นึกหงุดหงิดไม่น้อยที่ถูกปลุกถึงสอบรอบติดกัน ยงฮวาปรือตาขึ้นดูก็พบกว่าเป็นจองชินที่มาปลุกแต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อร่างบางก็โน้มลงมาจูบเขาอย่างไม่รีรอ ริมฝีปากเย็นชืดของคนไปตะล่อนๆ ข้างนอกมาทั้งวันทำท่าจะถอนออกหากยงฮวาไม่ปล่อยโอกาสให้ผ่านไปง่ายๆ เขากดท้ายทอยร่างบางให้โน้มลงมารับจูบจากเขาต่ออย่างเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนส่งเข้าไปให้ความอบอุ่น คราวนี้จองชินเองก็จูบตอบไม่หวั่น กระเป๋าเป้ที่ติดตัวจองชินมาค่อยๆ ถูกดึงออกจากไหล่และโยนทิ้งลงข้างเตียง

มือกว้างลูบที่แผ่นหลัง ถลกชายเสื้อของจองชินขึ้นค่อยๆ สอดมือเข้าไปสัมผัสเนื้อผิวด้านในส่งให้ร่างบางสะดุ้งตัวก่อนผละออกมาเดี๋ยวนั้น

“ทำไมล่ะ?” ยงฮวาเลิกคิ้วถามแฟนตัวบางที่ตอนนี้ลุกพรวดพราดไปยืนหน้ายุ่งข้างเตียงเสียแล้ว จองชินท้าวสะเอว เอียงคอมองแฟนรุ่นพี่ที่ตีหน้างุนงง

“ผมแค่มาปลุกไปกินข้าวไม่ได้มาปลุกให้ทำอย่างอื่น”
“อะไรหนักหนาเนี่ยจองชิน จะยั่วโมโหพี่ไปถึงไหน หือม์?”

“ไม่ต้องมาทำขึ้นเสียงเลย ผมไปรอที่โต๊ะนะ” ว่าจบก็ก้าวอาดๆ ออกไป เล่นเอายงฮวาถึงกับผุดลุกขึ้นมานั่งกุมขมับ ลำพังเดินสายทัวร์คอนเสิร์ตตั้งแต่ญี่ปุ่นไปไทยกลับมาเกาก็เหนื่อยจะแย่แล้วยังต้องมารับมือกับอารมณ์ขึ้นๆลงๆ ของแฟนตัวเองด้วยเหรอเนี่ย โอยย เกิดเป็นจองยงฮวานี่ลำบากจริงเว้ย

“ไปยั่วโมโหอะไรพี่ยงฮวาอีกจองชิน?” พอเดินมาถึงโต๊ะกินข้าวมินฮยอกก็กอดอกถามเพื่อนร่วมปี จองชินยักไหล่ ไม่ตอบก่อนนั่งลงประจำที่ตัวเอง ชิ อย่านึกว่าฉันจะกลัวนายเลยตี๋น้อยเอ้ยยยเพราะขนาดพี่นายอย่างจองยงฮวาฉันยังท้าชนมาแล้วทุกเรื่อง หึหึ

“เอ่อ ไม่ตอบก็ตอบว่าแต่พี่จงฮยอนไปไหน ทำไมไม่กลับมาด้วยกัน?” เรื่องเก่าไม่เคลียร์หนุ่มมือกลองก็จัดเรื่องใหม่ใส่ไป มินฮยอกตีหน้านิ่วคิ้วขมวด ถามคนที่กอดคอกันออกไปกับแฟนเขาแต่พอขากลับไหงถึงเดินหน้านิ่งกลับมาคนเดียว

“เห็นว่าแวะไปหาเพื่อน จะไปค้างด้วยนะ” ตอบไม่ใส่ใจแต่เล่นเอาคนฟังถึงกับหัวเสีย ให้ตายสิ นี่อีจงฮยอนตัวแสบเล่นแรงไปแล้วนะ อึดใจต่อมามินฮยอกก็คว้ามือถือพร้อมกระเป๋าสตางค์ติดมือมาแล้วเดินตึงๆ ออกจากหอไป

ยงฮวาที่ออกมาไม่ทันเห็นเพียงหลังไวไวของหนุ่มมือกลองก็ถามเอาความจนรู้ว่าน้องรองตัวเองเล่นไม่เลิกร้อนจนมินฮยอกต้องออกไปตามกลับมาก็ส่ายหัว คงไม่ใช่แค่จองยงฮวาเสียแล้วที่ชีวิตช่างลำบากลำบน คังมินฮยอกเองก็พอๆ กัน เฮ้อออ

“สนุกกันพอรึยัง?” สุดท้ายยงฮวาก็ตัดสินใจดึงแขนแฟนน้องเล็กให้มานั่งลงที่โซฟา เขายืนจังก้า มองหน้าขณะถาม จองชินเสหน้าหนี ทำหูทวนลม

“พี่ถามว่าสนุกกันพอรึยัง ทุกวันนี้ทำงานอาทิตย์ละเจ็ดวัน บินไปกลับทั้งเกา ญี่ปุ่น ไหนจะไทยอีกคิดว่ายังเหนื่อยไม่พอใจใช่มั้ย ถึงมาหาเรื่องพี่กับมินฮยอกมันในวันที่ได้หยุดแบบนี้?!”

“อะไร? ผมหาเรื่องเรื่องอะไรพวกพี่ อย่ามาใส่ร้ายกันนะ!”
“แล้วที่พอมาถึงก็ออกไปเที่ยวทั้งวันแถมปล่อยให้จงฮยอนไปไหนต่อไหนอีก ไม่ยอมพากลับมาด้วยแบบนี้ ไม่เรียกว่าหาเรื่องงั้นเหรอ?”

“ถ้าพี่จะคิดแบบนั้น ผมก็คงห้ามไม่ได้” ดูเถอะ นับวันจองชินยิ่งจะเหมือนจงฮยอนไปทุกวัน ยงฮวาคิดในใจเพราะหลังๆ พอถูกคาดคั้นอะไรเข้าหน่อยก็ชอบตัดบทว่าถ้าจะคิดก็คิด ถ้าจะหาว่าอีกฝ่ายผิดก็ว่าไป ซึ่งยงฮวาชอบให้จองชินเถียงคอเป็นเอ็นหรือตอบแบบกล้าๆกลัวๆแบบเมื่อก่อนยังดีเสียกว่า หนุ่มรุ่นพี่คว้าเอวบางไว้เมื่อเห็นจะลุกขึ้น

“จะไปไหน?”
“กินข้าว?”
“ไปข้างนอกมาทั้งวันไม่ได้กินอะไรเลยรึไง กลับมาถึงหิวโซแบบนี้?”
“เอ๊ะ! นี่พี่จะหาเรื่องผมเหรอ เอ่อ ไม่กินก็ได้ ปล่อย! จะไปอาบน้ำ!!”

“ไม่ให้อาบ”
“โอยย พี่เป็นบ้าไปแล้วรึไงพี่ยงฮวา อ๊ะ!! พี่จะทำอะไร?!” จองชินร้องเสียงหลงเมื่อคนโตกว่าดันให้เขานอนราบไปกับโซฟาและตามขึ้นมาคร่อมทับรวดเร็วแต่ทว่ายงฮวากลับต้องชะงักเมื่อร่างบางไม่ดิ้นขัดขืนหรือโวยวายอะไรต่อ ซ้ำร้ายยังนอนนิ่งๆ สายตาคู่สวยจดจ้องใบหน้าของคนรักอย่างไม่สามารถตีความหมายได้เลย

“จ้องหน้าพี่ทำไม พี่ต้องโกรธนายนะ ไม่ใช่นายมาโกรธพี่แบบนี้”
“ทำไมผมจะโกรธพี่ไม่ได้ อ๋อ ลืมไปว่าจองยงฮวาทำอะไรไม่เคยผิด”
“อย่ามาประชดนะ พี่ไม่ชอบนายก็รู้”

“พี่ไม่ชอบๆๆๆ อะไรที่พี่ไม่ชอบผมต้องรู้และต้องทำตามแต่อะไรที่ผมไม่ชอบล่ะ พี่เคยรู้ เคยสนใจบ้างรึเปล่า??!!”

“ดะ เดี๋ยวจองชิน ตกลงมันเรื่องอะไรกันแน่ หือม์?” ยงฮวาพยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบเมื่อเห็นว่าคนใต้ร่างเริ่มระเบิดอารมณ์ เสียงหวานโวยลั่นเต็มสองหู สีหน้าโกรธจัด แววตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อเขาทำให้ต้องดึงอีกคนขึ้นมากอดปลอบโยน ฝ่ามือกว้างลูบแผ่นหลังบางที่สั่นเทาอย่างใจเย็น แต่จองชินนิ่งให้กอดปลอบอยู่อีดใจเดียวก็ผลักเขาออกก่อนลุกขึ้นและวิ่งหนีเข้าห้องไป

ทิ้งไว้เพียงเสียงประตูปิดดังโครม
และคำถามร้อยพันที่วิ่งวนในหัวว่า เขาผิดอะไรกันแน่?

.
.
.
.
.

.
.
.
.
.

ก๊อกๆ

สมาชิกเอฟทีไอร์แลนด์หันมองหน้ากันอย่างเสียวสันหลังก่อนทิ้งสายตาที่แขกตัวขาวที่นั่งกอดอกนิ่งอยู่มุมห้อง ตอนนี้เขาทั้งห้ามคนมีลางสังหรณ์ว่าหอจะพังก็วันนี้แหละ

“ใครเป็นหนอนบ่อนไส้?!” จงฮยอนกวาดสายตาถามเจ้าของหอทั้งห้าคนพลันมาหยุดสายตาที่มือกลองตัวน้อยของวง มินฮวานก้มหน้างุดทำทีเป็นเล่นไอโฟนในมือเดี๋ยวนั้น

“ไว้ฉันจะคิดบัญชีกับนายทีหลังมินฮวาน ฮึ่ย!!!”

“อ่า ใจเย็นๆนะพี่ ผมก็แค่สงสารคนที่มีอาชีพเดียวกันก็แค่นั้นเอง –“” อาชีพเดียวกันในทีนี่ก็คือตำแหน่งมือกลอง มินฮวานที่เพิ่งแอบส่งข้อความไปหามินฮยอกว่า ‘แมวซ่อนตัวอยู่ที่เกาะ’ ถลาไปคว้าแขนรุ่นพี่ต่างวงที่กำลังจะเดินไปหนีไปนอกระเบียงฉับ ร้อนถึงอีกสี่หนุ่มที่เหลือที่ยังตั้งสติไม่ค่อยได้ตั้งแต่เปิดประตูรับแขกที่ไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้าว่าจะรีบหาแผนสอง

หนึ่งชม.ก่อนหน้านี้ออดหน้าหอพวกเขาดังและทันทีทีเปิดไปก็พบว่าเป็นอีจงฮยอนมือกีตาร์หน้าสวยจากวงร่วมค่าย เดิมทีนึกว่ามาเยี่ยมเยี่ยนเฉยๆ แต่พอเห็นสีหน้าและอาการหัวฟัดหัวเหวี่ยงก็เดาได้ทันทีว่าคงทะเลาะกับแฟนหนุ่มตัวเองแล้วหนีมาซ่อนตัวที่นี่เป็นแน่

“กลับหอเดี๋ยวนี้พี่จงฮยอน!” ร้อนเป็นไฟ งานนี้เรียกว่าร้อนเป็นไฟทุกย่อมหญ้า มินฮยอกที่เพิ่งก้าวเข้ามาโดยการเปิดประตูให้จากหนุ่มหล่อมาดเจ้าชายชเวจงฮุนประกาศเสียงกร้าว ฉุดให้คนที่จะหนีไปนอกระเบียงตวัดหน้ามา จงฮยอนท้าวสะเอว ก้าวฉับๆ เข้าไปประจัญหน้ากับมินฮยอก

“อย่ามาขึ้นเสียงใส่ฉันต่อหน้าคนอื่นนะ ยังไงนายก็เด็กกว่าฉัน อย่าลืม!”
“เด็กกว่าแล้วไง ถึงเด็กก็เป็นแฟนพี่ไม่ใช่เหรอ หรือจะเถียง?”
“คังมินฮยอก!”
“ครับ”

“ฮี่ย!! ฉันไม่กลับ อยากกลับก็กลับไปคนเดียวเลย!!!” สิ่งที่จงฮยอนเกลียดในความเป็นมินฮยอกชนิดไม่มีวันหายเกลียดได้ก็คือการท้าทายกลับด้วยความสุภาพแบบนี้ สู้ให้เถียงเขาด่าเขากลับยังจะดีเสียกว่า จงฮยอนผลักอกแฟนหนุ่มตัวเองออกสุดแรงดีที่ว่าจงฮุนช่วยดันอยู่ด้านหลัง มินฮยอกถึงไม่ล้มไปกองที่พื้นเสียก่อน

“นี่ผมไม่มีเวลามาง้อพี่มากนะ ทั้งๆ ที่ว่างแค่วันเดียวทำไมไม่พักอยู่หอ?”

“ใช่สินะ ทั้งๆ ที่ว่างแค่วันเดียวเพราะว่างใช่มั้ยถึงเห็นฉันสำคัญขึ้นมาน่ะ?? แล้วถ้าบอกว่าเป็นแฟนฉัน ช่วยเป็นทุกวันได้มั้ย ไม่ใช่เป็นแค่วันหยุด!!”

“เอ๊ะ เดี๋ยวนะ พูดอะไรผมไม่เห็นจะเข้าใจเลย”

“ไม่เข้าใจก็ไม่เข้าใจ! นายนี่นอกจากจะไม่หล่อแล้วยังทึ่มอีก ฉันเอานายเป็นแฟนได้ยังไงนะ งงตัวเองจริงๆ”

“จงฮยอน!”
“อย่ามาเรียกชื่อฉันห้วนๆ นะ ทำไม..”

“พอแล้วๆ พอทั้งคู่นั้นแหละ!” เสียงห้ามทัพไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากอีฮงกิที่ยืนดูสถานการณ์มาตลอด สรุปว่าแมวมันโกรธหมาเรื่องไม่เห็นแมวสำคัญอะไรสักอย่างเลยมาซ่อนตัวที่เกาะนี่แล้วเจ้าหมามันก็ตามมาถูกเพราะหนอนบ่อนไส้ที่มีอาชีพเดียวกับหมาส่งสาสน์ไปกับนกพิราบที่ชื่อไอโฟนแต่เรื่องมันลุกลามใหญ่โตเพราะหมามันไม่หล่อแล้วยังทึ่มอีกที่ไม่รู้ว่าแมวโกรธมันเรื่องอะไร

โอ้ววว เวรจริง แล้วเจ้าของเกาะทั้งห้าจะดีดมันสองตัวออกไปยังไงดีแว๊

“ไหนว่ามาสิ โกรธมินฮยอกเรื่องอะไร?” ฮงกิกอดอกถามคนตัวขาวที่ถูกลากมานั่งสงบสติอารมณ์ที่โซฟา ส่วนมินฮยอกก็ถูกจับให้นั่งเก้าอี้อีกตัวข้างจงฮุน จงฮยอนสะบัดหน้าหนีจะไม่ยอมตอบแต่พอฮงกิเริ่มฮึดฮัดก็เบ้ปากเล็กน้อยก่อนตอบออกมาขัดเสียไม่ได้

“ฉันเกลียดกฏเหล็กที่พี่ยงฮวาตั้งขึ้นมา”
“กฏเหล็กอะไร? แล้วเกี่ยวอะไรกับมินฮยอกมันเล่า?”
“ก็ถามมินฮยอกเอาเองสิ!”

“เอ่อดี โยนไปโยนมาอยู่ได้ ไหนว่ามาสิมินฮยอก พี่ยงฮวาตั้งกฏเหล็กอะไรขึ้นมา?”

“เรื่องแค่นี้เองเหรอที่พี่โกรธผม?” มินฮยอกถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก สรุปว่าที่โกรธ ที่วีนที่เหวี่ยงมาตั้งแต่เมื่อวานเป็นเพราะกฏเหล็กที่คุณลีดเดอร์ตั้งขึ้นมาแต่เท่าที่จำได้พี่ยงฮวาก็ตั้งมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้วนะ ใยเพิ่งมาโกรธเป็นฟืนเป็นไฟเอาตอนนี้

ครั้นมินฮยอกอธิบายคร่าวๆให้เมมเบอร์เอฟทีฟังทั่วทั้งห้องก็เงียบไปก่อนจะถูกทำลายลงด้วยคนง้างปากถามอย่างฮงกิคนเดิม

“ฉันพอจะเข้าใจแหละ นี่อย่าบอกนะว่านายก็ยอมทำตามกฏเหล็กที่พี่ยงฮวาตั้งขึ้นมาน่ะมินฮยอก?” ชะรอยงานจะเข้ามินฮยอกรอบสอง ร่างสูงถึงกับงุนงง ไหงพี่ฮงกิถึงพูดเหมือนกับเข้าข้างจงฮยอนไปเสียได้ มินฮยอกพยักหน้าหงึกๆ ครู่ต่อมาจึงได้เห็นฮงกิระเบิดอารมณ์ด้วยการเอาหมอนอิงข้างตัวปาใส่มินฮยอกเต็มแรง

“เป็นฉันฉันก็ไม่ยอม นี่ดีแค่ไหนแล้วที่จงฮยอนมันทนมาได้ตั้งสองเดือน!!”
“เฮ้! เดี๋ยวก่อนพี่ฮงกิ ผมงงไปหมดแล้ว ตกลงผมผิดอะไร?”
“ผิดอะไรงั้นเหรอ? นายนี่นอกจากไม่หล่อแล้วยังทึ่มเหมือนที่จงฮยอนมันว่าจริงๆ”

“พอแล้วๆ ฮงกิ มานี่มา” เป็นจงฮุนที่คว้าแฟนตัวเองให้หยุดอาละวาด อิตอนแรกก็จับต้นชนปลายไม่ถูกหรอกแต่พอเห็นฮงกิขึ้นก็เข้าใจแจ่มชัดทีเดียว ถ้าเขาตีความไม่ผิดสงสัยจะเป็นแค่เรื่องง่ายๆ ที่ผู้ชายไม่รู้

“ฉันอยู่ข้างนายนะจงฮยอน ไม่ต้องกลัว” ทั้งที่ถูกรวบตัวให้ออกไปจากกลางวงแล้วแต่ยังไม่วายเอื้อมมาบีบแขนมือกีตาร์หน้าสวยต่างวงให้กำลังใจ จงฮยอนตัดสินใจลุกขึ้น เดินมาหยุดตรงหน้ามินฮยอก นัยน์ตาวาวสวยสบสายตาคนรักที่จนบัดนี้ก็ยังไม่เลิกทึ่ม

“นายกับพี่ยงฮวาเผด็จการ เห็นแก่ตัว คิดเองเออเองทั้งนั้น เคยถามฉันเคยถามจองชินบ้างมั้ยว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ว่าพร้อมจะทำตามความต้องการของพวกนายหรือเปล่า?”

“ผมก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี”

“ได้ งั้นฉันจะพูดให้นายเข้าใจเลยล่ะกัน การที่นายเออออกับพี่ยงฮวาเรื่องให้นอนแยกห้องเวลาทัวร์มันเผด็จการที่สุด ถามหน่อยเถอะว่านายเวลานอนกับฉัน ฉันเคยเรียกร้องให้นายมีอะไรกับฉันหรือเปล่า ตอบให้ก็ได้ว่าแทบจะไม่เคยด้วยซ้ำ นายเองต่างหากเริ่มก่อนพี่ยงฮวาก็เหมือนกันเริ่มก่อนทั้งนั้นแล้วจะมาโทษว่าตอนเช้าไม่มีแรงทำงาน อีกวันไม่มีแรงเล่นไลฟ์เลยมาตั้งกฏบ้าบออะไรพวกนี้ เห็นแก่ตัวที่สุด!!”

“เดี๋ยวนะ มันก็แค่นอนแยกห้องเวลาทัวร์ ทำไมต้องโกรธด้วย?” ตอนนี้ในห้องเงียบมากเพราะไม่มีใครกล้าพูดแทรกหรือยกมืออยู่ข้างไหนแล้ว คนอาละวาดอย่างจงฮยอนก็กำลังเลือดขึ้นหน้า คนนั่งนิ่งฟังอย่างมินฮยอกก็เริ่มตีสีหน้าไม่ถูก

“ทุกวันนี้พวกเรามีทัวร์แทบทุกวัน ถามหน่อยว่าได้นอนด้วยกันตอนไหนบ้าง เต็มที่ก็วันสองวันต่อหนึ่งอาทิตย์ นายรู้หรือเปล่าว่ามันทำให้ฉันเหงามากแค่ไหน?

เหงาชนิดว่าทุกวันนี้กว่าจะข่มตาให้หลับลงได้ต้องทนคิดถึงอ้อมกอดอุ่นๆ ของอีกฝ่าย ต้องทนคิดถึงสัมผัสของอีกฝ่าย ต้องทนสารพัดเพื่อที่จะได้เจอหน้ากันตอนเช้าเท่านั้น

มันทรมานนะที่ในยามที่เราเหนื่อย เรารู้สึกต้องการใครสักคนอยู่ข้างๆเรา โอบกอดเราไว้กระซิบเบาๆ ข้างหูว่าแต่ไม่สามารถทำได้เพราะอีกฝ่ายเอาเรื่องงานเรื่องหน้าที่มาอ้าง ฉันไม่เคยเรียกร้องอะไรจากนายเลยนะมินฮยอกแต่แค่การที่ฉันอยากจะหลับไปและตื่นมาในอ้อมกอดของนาย ทำไมนายถึงใจร้าย ไม่ให้ฉัน…

มินฮยอกลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สบตาคู่สั่นอย่างรู้สึกผิดก่อนดึงจงฮยอนเข้ามากอด

“ผมขอโทษ ผมเข้าใจแล้ว ผมจะไม่ทำให้พี่เหงาอีกแล้วนะ”

ประตูหอของวงเอฟทีปิดลงเมื่อคู่รักคู่ป่วนกลับไปหลังคืนดีกันเป็นที่เรียบร้อย ทั้งห้าหนุ่มมองหน้ากันก่อนถอนหายใจเสียงดัง นึกว่าต้องเลี้ยงแมวไว้บนเกาะไว้นานกว่านี้ซะแล้วสิ เฮ้อออ

.
.
.
.
.

ก๊อกๆ

“พี่ออกไปดื่มกับเพื่อนนะจองชิน” ท่ามกลางความมืดที่โรยตัวอยู่ภายในหอพัก ยงฮวาได้เคาะเรียกแฟนน้องเล็กอยุ่นานสองนานแต่อีกฝ่ายก็ไม่มีทีท่าจะมาเปิด เขาจึงตัดสินใจบอกเจตนาที่มารบกวนยามวิกาลออกไป

ชั่วอึดใจต่อมาประตูที่ปิดตายก็ถูกเปิดออกผลั๊วะ

“นี่พี่ไม่คิดจะง้อผมต่อยังมีหน้าออกไปกินเหล้าอีก เอ๊ะ! หลอกผมเหรอ?!” จองชินถลึงตาจนลูกตาดำแทบกระเด็นออกมานอกเบ้าเมื่อตั้งใจเปิดมาเอาเรื่องคนโตกว่าแต่กลับพบว่าถูกหลอกเข้าให้ ยงฮวาในชุดเสื้อยืดกับกางเกงบ๊อกเซอร์ตัวเก่งเดินสวนเข้าไปนั่งหน้ามึนบนเตียงอย่างไม่รีรอ

“เข้ามาทำไม ผมจะนอนแล้ว!”
“เข้ามานอนกับแฟน จะไล่หรือไง?”
“ใช่สินะ วันนี้วันหยุดนี่”

“เหงาที่พี่ไม่ได้กอดทุกคืนเหรอ หือม์?” ร่างบางที่ถูกดึงให้นั่งลงข้างๆ ตวัดหน้ามามองตกใจ ใยพี่ยงฮวาถึงถามได้จี้กลางใจเช่นนี้เล่า จองชินสะบัดหน้าหนีพรืด พยายามแกะอ้อมแขนแข็งแรงออกแต่ก็ไม่เป็นผล

“พี่ไม่รู้จริงๆ ว่ามันทำให้นายเหงาแล้วก็แอบนอนร้องไห้ทุกคืนที่เรานอนแยกห้องกัน”
“เอาที่ไหนมาพูด ผมไม่เคยแอบนอนร้องไห้นะ!”
“โอ๋ๆ ไม่ร้องก็ไม่ร้อง แต่ก็เกือบร้องไม่ใช่หรือไง?”

“ใครบอก พี่จงฮยอนเหรอ?”
“เปล่า”

“ถ้าไม่ใช่พี่จงฮยอนแล้วจะเป็นใคร อย่ามาโกหกผมซะให้ยาก” เถียงไปก็นึกโกรธรุ่นพี่ตัวขาวในใจ ดูเถอะ ตกที่นั่งลำบากมาด้วยกันตั้งเดือนสองเดือนไหงมาขายกันเองแบบนี้เล่า แล้วอิเรื่องที่เขาแอบนอนร้องไห้ ทำไมต้องเล่าให้พี่ยงฮวาฟังด้วย งอนนนนนนน

“แฟนจงฮยอนเล่าให้ฟัง” พอเห็นน้องเล็กคิ้วแทบผูกกันด้วยคิดว่าคู่หูคู่สวยหักหลังก็บอกพร้อมขโมยหอมแก้มไปฟอดใหญ่ให้พอหายคิดถึงแต่จองชินเองก็ไม่ทันได้ต่อว่าคนฉวยโอกาสเพราะมั่วแต่นึกถึงเพื่อนมือกลองอยู่ หันมามองหน้าแฟนรุ่นพี่เหรอหรา

“เอ๊ะ! มินฮยอกอ่ะน่ะ?!”
“ถ้าไม่ใช่เพื่อนนายแล้วจะใคร หรือจงฮยอนมีแฟนหลายคน?”
“บ้าสิฮะ พี่จงฮยอนก็มีแฟนคนเดียวนั้นแหละ โอยยย นี่ผมโดนหักหลังเหรอเนี่ย?!”

“เปล่า นายไม่ได้โดนหักหลังสักหน่อยแต่พอดีว่ามินฮยอกมันเคลียร์กับจงฮยอนได้แล้วเลยโทรมาบอกพี่ให้พี่รีบมาเคลียร์กับคนของพี่บ้าง”

“ไม่ต้องมาเคลียร์ ผมไม่เคลียร์”

“เหงามากมั้ย หือม์?” พอเด็กในอ้อมกอดเริ่มดิ้น ยงฮวาก็ถามเสียงอ่อนโยนข้างหูอีก มันได้ผลทีเดียว จองชินถึงกับตัวแข็งทื่อ หยุดขัดขืนทันควัน ใบหน้าสวยส่ายดิกเรียกเสียงหัวเราะชอบใจจากคนโตกว่ายกใหญ่

“งั้นถ้าไม่เหงามาก พี่นอนแยกห้องเหมือนเดิมนะ?’
“ไม่เอานะฮะ นอนห้องเดียวกันเถอะ” ทำปากเบ้ กระพริบตาปริบๆให้คนพี่
“ก็ไหนว่าไม่เหงามากไง จะให้นอนห้องเดียวกันทำไม?”
“กะ ก็…”

“ก็อะไร ไหนตอบให้พี่ชื่นใจหน่อยสิ”
“……….”

“ตอบหน่อยครับ เด็กดีของพี่”
เหงาก็ได้ ผมเหงา อยากให้พี่นอนกอดผมไว้ทุกคืน พอใจยัง อุ๊บ!”

ยงฮวาเลือกที่จะตอบว่าพอใจหรือยังด้วยการจับใบหน้าอีกฝ่ายมารับจูบดูดดื่มจากเขาไป ร่างบางถูกดันให้นอนลงเชื่องช้าโดยมีร่างคนโตกว่าตามขึ้นมาทาบทับ จองชินเอียงแก้มหนีเมื่ออีกฝ่ายถอนจูบออก น่าอายชะมัด งอนได้งอนดีเป็นวันๆ พอถูกง้อ ถูกกอดเข้าหน่อยก็เลยตามเลยอีกแล้ว ใช้ไม่ได้เลยสิน่าอีจองชิน

“เรื่องที่ไทย พี่ขอบคุณนะ”
“เรื่องอะไรฮะ?”
“ก็เรื่องที่อดทนไม่งอนตอนเห็นรูปคนอื่นในคอนของเรา” คนอื่นที่จับผลัดจับพลู่ทำงานด้วยกันหนึ่งครั้งแล้วกลายเป็นปัญหาคาราคาซังมาจนบัดนี้ จองชินหันมาสบตาแฟนรุ่นพี่ ยิ้มบางให้

“ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณที่ที่พูดแบบนั้นในงานแถลงข่าว รู้มั้ยฮะว่าผมดีใจแค่ไหน”
“รู้สิ ก็เห็นชูสองนิ้วให้แฟนคลับเลยแถมวันนั้นก็อารมณ์ดีทั้งวันด้วย งั้นต้องให้รางวัลพี่นะ”
“ผมไม่มีอะไรจะให้พี่นะ เท่าที่มีก็ให้ไปจนหมดแล้ว”

“นั่นสินะ ให้มาหมดแล้วจริงๆ ขอบคุณนะเด็กดีของพี่” จูบอ่อนโยนประทับลงกลางหน้าผากก่อนสัมผัสที่ต่างคนต่างโหยหาจะค่อยๆ เริ่มขึ้น เสื้อยืดถูกถอดปลิวหวือไปกองที่พื้นข้างเตียง ตามด้วยกางเกงขาสั้นด้วยมือที่เร่งร้อนของทั้งสองฝ่าย

ความเหงาที่ซุกซ่อนอยู่ภายในหัวใจมานานกำลังถูกความสุขเล็กๆ แทนที่
แทนที่ด้วยอ้อมกอดที่คิดถึงที่สุด ที่ต่อให้เอาคนทั้งโลกมากอดแทนก็ไม่อุ่นเท่าคนๆนี้กอด

.
.
.
.
.

ประเทศไต้หวัน

“พี่ยงฮวา รอยอะไรน่ะ?” จงฮยอนถามเสียงหลงขณะออกมารอลิฟต์เพื่อลงไปล๊อบบี้โรงแรม วันนี้พวกเราซีเอ็นบลูต้องเดินทางกลับเกาหลีอีกแล้วหลังเสร็จทัวร์ที่ประเทศไต้หวันเมื่อวาน ยงฮวาเกิดอาการอึกอักขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด หลบสายตาน้องรอง

“ผมถามว่ารอยอะไร เดินออกไปโท่งๆ แบบนี้โดนแฟนคลับเล็งแน่ๆ”
“ลูกหมามันกัดมา”
“ลูกหมากัด ลูกหมาที่ไหน?” แมวจอมจุ้นยังซักไซร้ต่อร้อนถึงมินฮยอกที่เพิ่งเดินมาถึงเพราะขนสัมภาระของแฟนตัวขาวมาเต็มไม้เต็มมือปรามให้เลิกตื้อถามพี่ใหญ่ จงฮยอนหันมาตีหน้ายุ่งมิหนำซ้ำยังต่อว่าแฟนมือกลองเข้าให้

“ไม่ต้องมาพูดดีเลย นายยังมีความผิดอยู่นะ!”
“ความผิดอะไร?” นั่นประไร กรรมใดใครก่อกรรมนั้นย่อมตามสนอง ยงฮวาฉวยถามขึ้นมาบ้างเล่นเอาจงฮยอนถึงกับปั้นหน้าไม่ถูก ส่ายหน้าดิกรีบเดินเข้าไปในลิฟท์ทันทีที่มันเคลื่อนมาถึง ทุกคนก้าวตามเข้าไปและกดรอให้จองชินที่ตามมาสมทบคนสุดท้ายตามเข้ามา แต่ทันทีที่ลิฟท์ปิดลงจองชินก็โวยวายลั่น

“ทำไมพี่ไม่ใส่ผ้าพันคอ จะเดินไปคอโล่งๆแบบนี้เหรอ?”
“อืม บอกแล้วว่าพี่ไม่แคร์”
“พี่จะบ้ารึไง เอาของผมไปพันเลย พันเดี๋ยวนี้!”
“กล้าทำก็ต้องกล้าให้พี่โชว์สิ ทีตอนกัดทำไมไม่คิด หือม์?”

“อ๋อ ที่ว่าลูกหมากัด ก็ลูกหมาชินจังนี่เอง ฮ่าๆ” เป็นจงฮยอนที่ยืนอยู่มุมในสุดถึงบางอ้อแถมหัวเราะเสียงใสไม่เกรงใจสองคนที่ยืนพ่อแง่แม่งอนกันอยู่สักนิด กว่าจะเงียบลงได้ก็ต้องให้ถึงมือมินฮยอก ร่างสูงรั้งแฟนตัวขาวเข้าไปกอดโดยยืนซ้อนด้านหลังพร้อมเอามือปิดปากไว้หมับ

“ไม่ต้องไปขำเรื่องคนอื่นเลยหรืออยากให้ผมเอาผ้าพันคอออกด้วย?”

“ถ้ากล้าก็ทำสิ หึ” เพราะรู้ว่ามินฮยอกไม่ได้ใจกล้าหน้าด้านเหมือนพี่ยงฮวา ไม่มีทางที่บรรดารอยกัดต่างๆที่เขาละเลงบนคอบนไหล่มินฮยอกเพื่อเป็นการระบายความแค้นที่ไม่ยอมให้เขานอนเมื่อคืนจะออกสู่สายตาประชาชนได้เด็ดขาด

“ถึงผมไม่กล้ากับเรื่องนี้แต่เรื่องอื่นผมกล้านะ หรือจะให้ผมเอามันให้สองคนนั่นดู”

“อย่านะมินฮยอก ห้ามเด็ดขาด!!!” งานเข้าแมวแล้ว จงฮยอนหันรีหันขวางหาแฟนตัวสูง พอเจอเข้ากับรอยยิ้มมุมปากที่พักหลังๆมามินฮยอกชอบทำก็ตัวชาวาบ ไม่เอานะ ขู่อะไรก็ขู่ได้แต่ขู่เรื่องจะเอาคลิปที่เขาใส่เสื้อทีมเบสบอลทีมโปรดของมินฮยอกแล้วนั่งคร่อมเอวอีกฝ่ายพร้อมท่วงท่าร้อนแรงหลังกลับมาคืนดีกันเมื่อวันก่อนให้พี่ยงฮวากับจองชินดู โอ้ววว แค่คิดแมวก็อยากฮาราคีรีตัวเองแล้ว ฮือๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

“งั้นก็ทำตัวว่านอนสอนง่ายซะนะครับ ที่รัก” ร่างสูงโน้มมากระซิบข้างหูคนตัวขาวก่อนแอบลอบยิ้มในใจที่แมวดื้อยอมเชื่อฟัง จะว่าไปก็ขู่ไปงั้นแหละน่า ของดีของเด็ดมีลิขสิทธ์แบบนั้นแชร์ฮอตลิงค์ต่อได้ที่ไหน เดี๋ยวลิงค์เสียเร็วไป เสียดายแย่ -.,-

แล้วเสียงถกเถียงกันในลิฟท์ของสองคู่ชู้ชื่นก็เงียบลงเหลือเพียงการส่งสายตาที่รู้กันเพียงคู่ใครคู่มันเท่านั้น กลับมาแล้วสินะบรรยากาศเดิมๆ ที่ห่างหายไปนานตั้งแต่เริ่มออกทัวร์เมื่อต้นปี กลับมาหยอกล้อกัน ทะเลาะกัน ออดอ้อนกันและกลับมานอนคู่ใครคู่มันเหมือนเดิมก็ได้นำพาสีสันกลับมาสู่วงเราด้วย

แค่นอนกอดกันทุกวัน
ให้ฉันหลับไปในอ้อมกอดนาย
ให้ตื่นมาแล้วพบว่านายยังกอดฉันอยู่
แค่นี้แค่ทำสม่ำเสมอทุกวัน… ความรักของเราก็ไม่ทางจืดจางลงได้แล้ว

^^

The End ง่ายเนอะ กร๊ากกกกกกกกกกกกก

HaneiBee Talk: SF ที่แต่งขึ้นมาเพราะอยากหาเหตุผลที่เฮียเปลี่ยนคนนอนด้วยปีนี้แต่จบไม่ลง จนมาเห็นรูปรอยบนคอเฮียที่ไต้หวัน สุดท้ายก็เนียนจบแบบมั่วๆได้ กร๊ากกกกก อย่าเอาอะไรมากกับฟิค คั่นเวลา คั่นดราม่าคุณหนูเน้อ ฮืออออออออออออ

กอดกันทุกวันก็พอ เชื่อเถอะ ><

และนี่คือรปทีส่องที่ทำให้มีตอนจบ 5555

ขอบคุณน้องมะต๋าวสำหรับรูปคังกุนนวดพี่รองในสนามบินด้วยค้าบบบ

แล้วเพิ่งอ่านสัมภาษณ์ล่าุสุดที่พี่ย๊งอยากเลี้ยงหมาแล้วตั้งชื่อว่า “ชินจัง”
อร๊ายยยยยยยยยยยยย เฮียคิดไรป่าวว เฮียไม่คิดเค้าคิดน่าา 5555

Title : Hot Flight
Paring : MinHyun
Rate : NC ที่สูง -.,-
Author : HaneiBee

 

“มินฮยอก!! บอกกี่ครั้งแล้วว่าไม่ให้ลักหลับฉันไง!!”

“ก็ผมปลุกพี่แล้ว ยอมตื่นที่ไหน อีกแป่ปนึงน่า”
“อ๊ะ! อึก อ่า~”

หลังคำอ้อนแสนเอาแต่ใจนั้น เรียวขาสองข้างของจงฮยอนยิ่งถูกแยกออกจากกันมากขึ้น ความเป็นมินฮยอกแทรกเข้ามาลึกสุด กระแทกกระทั้นเข้าออกหลายครั้งติดกันโดยไม่ลืมช่วยให้แฟนรุ่นพี่ไปถึงที่หมายพร้อมตน มือหยาบกระด้างจากการตีกลองมาระยะยาวกอบกุมแกนกายร้อนผ่าวจงฮยอน ขยับรับกับจังหวะเข้าออกสะโพกของตัวเอง ชั่วพริบตาเดียว ร่างกายเราสองคนก็สั่นกระตุกและครางขรมออกมาเมื่อปลดปล่อยออกมาในเวลาไล่เลี่ยกัน

พลันมินฮยอกก็ถูกผลักออกสุดแรง

“ไปให้พ้นหน้าฉันเลยนะ ไอ้เด็กไม่รักดี!”
“โธ่~ ไม่รักดีตรงไหน ผมรักพี่นะถึงทำน่ะ”
“แบบนี้เรียกว่ารักตรงไหน ห๊ะ?! ออกไปเดี๋ยวนี้เลย!!”

“โอเคๆ รอให้พี่ใจเย็นก่อนไว้ตอนดึกผมจะกลับมาง้อนะ ผมต้องรีบไปกองแล้ว เดี๋ยวโทรหานะครับแมวน้อย~”

“แมวนงแมวน้อยอะไร ไปให้พ้นหน้าฉันเดี๋ยวนี้เลย ไป!!!!!!!!!!!”

.
.
.
.
.

ยงฮวาตวัดหน้าขึ้นดูก่อนวางหนังสือพิมพ์รายวันลงที่โต๊ะ เขาเห็นหนุ่มมือกลองพรวดพราดออกมาจากห้องจงฮยอนแฟนสุดรักของมันพร้อมสัมภาระใบโต พอจะเดาได้ว่ามันคงกำลังไปกองถ่ายแต่เสียงโวยวายของแมวตัวขาวในห้องนี่สิ เดาไม่ได้จริงๆ ว่าเกิดจากอะไร

แต่คุ้นๆ แฮะ เหตุการณ์แบบนี้คลับคล้ายคลับคลาว่าไม่ใช่เพิ่งเกิดครั้งแรกนี่หน่า

“ไปกวนอะไรแมวแต่เช้าว่ะ มินฮยอก?”
“ถ้าเลือกได้ก็ไม่อยากกวนหรอกครับ ผมรีบ ไปกองถ่ายก่อนนะพี่”
“เอ่อๆ รีบไปเถอะ อย่าให้สาย”
“ฝากดูพี่จงฮยอนด้วยนะ ถ้าอาละวาดอะไรโทรบอกผมด้วย”
“เอ่อๆ ไปได้แล้ว”

ซักถามยังไม่ทันได้ความก็ไล่ให้มันรีบไปกองถ่าย เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาหนุ่มมือกลองของวงเราเพิ่งรับเล่นละครเรื่องใหม่ ถึงไม่ใช่บทพระเอกหรือบทเด่นอะไรนักแต่สำหรับการที่คังมินฮยอกพลิกบทบาทมาสวมบทเพลย์บอยเขย่าใจสาวในละครเรื่องนี้ก็ถือว่าทำให้น่าติดตามไม่น้อยทีเดียว


ตุ๊บ ปัง โครม!!

“เกิดอะไรขึ้นฮะ?” เป็นจองชินที่เดินสโลสเลพร้อมหน้าง่วงๆ ออกมาจากห้องนอน ร่างบางขยี้ตา ขยับคาดผมลายเสือที่พี่ยงฮวาซื้อให้ตอนไปเดินเที่ยวด้วยกันมาครั้งล่าสุดให้เข้าที่ ตอนนี้ผมของจองชินยาวมากแล้ว แม้เจ้าตัวจะอยากตัดแค่ไหนแต่แฟนแก่อย่างจองยงฮวาก็ขอไว้ อ้างว่ามันได้ฟิลดีเวลาจองชินอายแล้วเอาผมทัดหู

ตกลงว่าได้ฟิลหรือหื่นกันแน่ จองชินเองชักไม่แน่ใจแล้วสิ –“

“ไม่รู้ว่ามินฮยอกมันเข้าไปกวนอะไรแต่เช้า พี่นายอาละวาดหอจะพักแล้ว”
“ลืมไปเลย ตอนนี้มินฮยอกมันเริ่มถ่ายละครนี่หน่า”
“ถ่ายละครแล้วเกี่ยวอะไรกับเข้าไปกวนจงฮยอนตอนเช้า?”
“เปล่า ไม่มีอะไรฮะ”

“จองชิน ริปิดบังพี่เหรอ?”
“อ่า มันไม่ใช่เรื่องของเรานะ”
“ไม่ใช่เรื่องของเรายิ่งห้ามปิด บอกมา ไม่งั้นพี่ไม่ซื้อยางรัดผมคอลเลคชั่นใหม่ให้นะ”

“อะไรอ่ะ ไม่เกี่ยวกันเลย พี่สัญญาแล้วนี่ว่าถ้าผมไม่ตัดผมจะซื้อให้”
“ไม่บอกพี่ก็ไม่ซื้อให้ คาดผมที่ร้านนั้นด้วย ไม่ซื้อให้ทั้งนั้น”
“ชิ ผมซื้อเองก็ได้ ไม่ง้อหรอก”
“ท้าทายพี่เหรอ? งั้นพี่จะฟ้องแม่นายว่านายใช้เงินเปลือง”
“เฮ้ย! ไปกันใหญ่แล้ว อือๆ บอกก็ได้” จองชินแทบจะกระทืบเท้าให้พื้นหอพัง ดูเถอะ คุยกันเรื่องพี่จงฮยอนกับไอ้แฟนมือกลองอยู่ดีๆ ความซวยดันถามหาอีจองชินหน้าตาเฉย ยงฮวาย่างสามขุมเข้ามา กดตัวแฟนเด็กหุ่นนางแบบให้นั่งลงที่โซฟา เขากอดอกนิ่งรอฟังสิ่งที่จองชินริจะปิดบังเขา

“ถ้าใช่ที่ผมเดาน่าจะเป็นเรื่องเดิมๆ เหมือนช่วงที่มินฮยอกถ่ายละครสองเรื่องที่ผ่านมา”
“เหมือนยังไง?”

“พี่จงฮยอนเคยเผลอบ่นออกมาว่าเวลามินฮยอกถ่ายละคร พอกลับมาถึงหอดึกๆ ก็ไม่สนใจพี่เขาหรอก เอาแต่ท่องบทละครแล้วเข้านอนเลยแต่ตอนเช้าทีไรชอบแอบเข้าไปลักหลับพี่เขาถึงเตียงเลย”

“เฮ้ย! มินฮยอกเนี่ยนะลักหลับจงฮยอน?!”
“อือ แต่เห็นว่าชอบทำแค่ช่วงมินฮยอกถ่ายละครนะฮะ”
“งงอยู่ดีแหละ เกี่ยวไรกับถ่ายละคร”

“โธ่~ พี่ก็รู้ว่ามินฮยอกน้องพี่มันเข้มงวดแล้วก็อนามัยกับชีวิตมันแค่ไหน ถ้าวันไหนมันจำบทละครที่จะใช้ถ่ายพรุ่งนี้ไม่ได้ก็ไม่ยอมหลับยอมนอน ขนาดมีแฟนนอนรออยู่มันยังไม่สนใจเลยแต่พอเลยเที่ยงคืนเข้าหน่อยต้องรีบเข้านอนกลัวพักผ่อนไม่เพียงพอ สุดท้ายเครียดเข้าๆ ก็ไประบายออกเอาตอนเช้าก่อนไปกองน่ะสิ”

“แล้วทำไมต้องลักหลับ มันสองคนเป็นแฟนกัน ทำไมไม่ทำกันดีๆ ล่ะ?”
“โธ่! พี่จงฮยอนนอนดึกจะตาย ตอนเช้าอย่าหวังจะตื่นง่ายๆ เลย แล้วคิดเหรอว่าคนที่มีคิวถ่ายละครจ่อรออยู่จะมัวมานั่งปลุกน่ะ”

“โฮ้! อาการหนักนะเนี่ย” อาการหนักชนิดที่ว่าหาทางรักษายากทีเดียว ยงฮวาทรุดนั่งลงข้างๆ จองชินที่อธิบายมาเสียยืดยาว เขาหันไปมองหน้าแฟนเด็กผมยาว

“จะว่าไปพี่ยังไม่เคยลักหลับนายเลยเนอะ มันจะเป็นความรู้สึกยังไงน่า?”
“หยุดความคิดของพี่เลยนะ! ไม่ต้องเลย!” ร่างบางหันมาขึงตาใส่ บ้าหรือเปล่าจู่ๆ จะมาส่งสายตาแพรวพราวแล้วทำเป็นอยากรู้อยากลองว่าไอ้การลักหลับมันจะให้ความรู้สึกยังไงเนี่ยนะ บ้าไปแล้วไอ้ลุง!!

“อยากรู้ก็ลองสิ”
“เฮ้ย!! จงฮยอน/ พี่จงฮยอน”

.
.
.
.
.

นั้นคือเหตุการณ์และเสียงตกใจสุดขีดของคู่รักต่างวัยหลังหันไปดูหน้าครัวแล้วพบว่าหนึ่งในหัวข้อสนทนายืนทำตาเขียวปัด ตีหน้าบูดบึ้งจ้องมาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อเขาสองคนอยู่ สรุปว่าอีจงฮยอนได้ยินหมดเลยที่ไอ้คู่รักต่างวัยมันสุมหัววิพากษณ์วิจาร์ณเรื่องบนเตียงของเขากับไอ้เด็กมือกลองนั่น

“ใจเย็นๆน่า จงฮยอน พี่ห่วงนายสองคนหรอกนะถึงถามจากจองชินแบบนี้ จริงๆ พี่ไม่ได้อยากละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัวของนายสองคนเลย จริงๆนะ” คุณลีดเดอร์เอานิ้วมาเขี่ยๆ ไหล่น้องรอง จองชินเองก็ได้แต่นั่งคอตก กลัวว่าพี่รองจะพุ่งมาหักคอเอาเพราะดันเป็นตัวขายความลับเรื่องบนเตียงให้แฟนแก่ตัวเองฟังอย่างหมดเปลือก

“ไม่ต้องมาให้ใจเย็นเลย นึกแล้วโมโห พี่ไล่มินฮยอกออกจากหอไปได้มั้ย?”
“เฮ้ย! นั่นแฟนตัวเองนะ กล้าไล่ออกจากหอเลยเหรอจงฮยอน?” คดีพลิกสุดๆ แล้วคราวนี้ เดิมทีกลัวว่าจงฮยอนมันจะโกรธที่นินทาเรื่องบนเตียงของมันสองคนแต่ไหงมาขอให้เขาไล่แฟนหน้าหล่อของมันให้ออกไปจากหอได้เล่า ยงฮวาเลิกคิ้วให้จองชินเลิกลั่ก ส่งสายตาให้ชวนกันหาทางออก

“ก็มินฮยอกมันนิสัยไม่ดีนี่ ไล่ออกไปเลย!”
“เดี๋ยวๆ แค่น้องมันลักหลับเอง ทำไมต้องโกรธขนาดนี้เนี่ย แฟนกันแท้ๆ”
“เองเหรอ?! ไอ้การลักหลับแฟนตัวเองทุกเช้าติดกันเป็นเดือนๆ เนี่ย พี่ใช้คำว่าเองได้ไง??”

“เฮ้ย! ทุกเช้า? แล้วก็เป็นเดือนๆ เลยเหรอ?”
“ก็ใช่น่ะสิ! เพราะงี้ไงผมถึงไม่อยากให้มินฮยอกรับละคร ถ้ารับแล้วมาลักหลับผมทุกเช้าแบบนี้ก่อนตัวเองไปกอง ผมไม่ชอบบบบบบบบบบบบ!!!”

“จริงๆ ที่น้องมันลักหลับ นายก็ไม่น่ามีปัญหาอะไรนะ น้องมันทำเสร็จมันก็ไป นายก็แค่หลับต่อ สบายจะตาย”

“พี่ยงฮวา!! พี่ไปเอาความคิดแบบนี้มาจากไหนเนี่ย พี่ไม่รู้หรอกว่าคนลักหลับกับคนถูกลักหลับมันไม่เหมือนกัน!”

“ไม่เหมือนกันยังไง?” รู้ว่าไม่ใช่เวลามาต่อปากต่อคำถามแต่ต่อมอยากรู้เขาเดินเครื่องจนหยุดการทำงานไม่ได้แล้ว จงฮยอนก้มหน้างุด เพิ่งรู้สึกกระดากอายที่จะพูดเรื่องพวกนี้ต่อแล้วแต่พลันแขนข้างซ้ายก็ถูกจองชินเขย่าๆ พอเงยขึ้นไปดูก็เห็นไอ้คนที่มีคาดผมลายเสือทำกระพริบตาปริบๆ ให้เขาอยู่

“ผมก็อยากรู้ บอกหน่อยสิ”
“มันใช่เรื่องควรมาถามมั้ยเนี่ย?”

“เอาหน่อยน่า ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว” ดูเถอะ อิคนเล็กก็คะยั้นคะยอ อิคนโตก็ให้เลยตามเลย นี่จงฮยอนขัดใครไม่ได้เลยใช่มั้ย ฮืออออออออ เวรจริง

นั่งโดนรุมซ้ายขวาได้นานสองนาน สุดท้ายก็ต้องยอมเปิดปากเล่า

“มินฮยอกคงเฉยๆ ไม่ก็รู้ดี ตื่นเต้นมั้งที่ลักหลับผม แต่สำหรับผมมันทรมาน บางทีกำลังฝันๆ อยู่แต่ร่างกายมันรู้สึก มันถูกกระตุ้นเหมือนถูกใครไม่รู้กำลังทำอยู่”

“ขนาดนั้นเลยเหรอ?”

“อือ แล้วกว่าจะรู้สึกตัวตื่นมินฮยอกก็เสร็จพอดี พี่เข้าใจมั้ยคนทำเองเสร็จแบบเต็มที่แต่ผมที่ถูกทำเสร็จก็จริงแต่มันเหมือนครึ่งๆกลางๆ น่ะ แล้วที่น่าโมโหกว่านั้นพอมินฮยอกเสร็จก็ออกไปทำงานเลย ไม่เคยถามผมสักคำว่าให้อยู่ต่อก่อนมั้ยอะไรมั้ย ผมทรมานๆ เข้าใจมั้ย?!”

“ที่แท้ก็อยากต่อ ว่างั้น?”

“อ๊ากกกกกกกกก!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

จงฮยอนดีดลุกขึ้นพรวด เอาหมอนปาใส่พี่ใหญ่ไม่ยั้ง มีอย่างที่ไหนบังคับให้เขาเล่าแล้วมาถามแบบนี้ใส่ ถ้าใช่แล้วจะทำไม มันผิดหรือไง กฏหมายข้อไหนบังคับห้ามไม่ให้อยากทำต่อเล่า เอามากางให้อ่านเลยสิ ฮี่ยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

“ยังไม่หยุดอาละวาดอีกเหรอพี่จงฮยอน?” หมอนในมือร่วงใส่หน้าหล่อๆ ของลีดเดอร์เดี๋ยวนั้น จงฮยอนตวัดหันไปมองเหรอหรา พอเห็นว่าแฟนมือกลองตัวเองเปิดประตูห้องเข้ามาก็แปลกใจ อ้าว ไหนว่ารีบไปกองถ่ายแล้วไหงมายืนอวดหน้าหล่อๆ อยู่ตรงนี้เล่า

“ไปไม่ถ่ายละครเหรอ?”
“พอดีพี่นัมจูเขาอาหารเป็นพิษน่ะครับ เลยยกกองแล้วนี่พี่มาอาละวาดใส่พี่ยงฮวาทำไม?”

“นายไม่รู้ก็อย่ามายุ่ง!”
“อ้าว นี่ผมถามดีๆนะ ยังโกรธผมอยู่เหรอ?”
“หยุดนะ หยุดพูดไปเลย!!” เสียงหวานร้องห้ามดังลั่นก่อนเดินตึงๆ กลับเข้าห้องนอนไป มินฮยอกสาวเท้าเข้ามาวางกระเป๋าข้างโซฟา มองหน้าคู่รักต่างวัยที่มีลักษณะอาการอึกอักๆอยู่

“เอ่อมาก็ดีแล้วมินฮยอก พี่มีเรื่องจะถามหน่อย” ต่อมอยากรู้เกือบพังเพราะจะโดนจงฮยอนข่วนใส่เมื่อครู่ยังจะเดินเครื่องต่ออีก ยงฮวากวักมือให้น้องสามนั่งลงที่พื้นแต่อีกฝ่ายก็ส่ายหน้า

“ถ้าจะพูดเรื่องที่ผมลักหลับพี่จงฮยอน ไม่ต้องหรอกครับ ผมได้ยินหมดแล้วเดี๋ยวผมจัดการเอง ขอเวลาเร็วสุดก่อนเที่ยงนะครับ”

คล้อยหลังหนุ่มมือกลองกล่าวจบก็เดินหายเข้าไปในห้องแฟนมันเงียบๆ ปล่อยให้คู่รักต่างวัยมองหน้ากันอย่างสงสัย เรื่องที่มินฮยอกได้ยินเราคุยกันไม่ใช่ประเด็นแล้วแต่ทว่าที่มันบอกว่าเดี๋ยวจัดการเองและขอเวลาเร็วสุดก่อนเที่ยงคืออะไรครับพี่น้องงงงงงงง

.
.
.
.
.

“ผมขอโทษจริงๆนะ ถ้ารู้ว่าทำให้พี่เป็นแบบนั้นมาตลอด ผมคงไม่ทำอีก” มินฮยอกสวมกอดคนที่นอนหันหลังให้ ก้มลงจูบที่ข้างแก้มนุ่มนิ่มของแฟนรุ่นพี่ จงฮยอนปัดแขนอีกคนออกทันควัน

“พี่จงฮยอน หายโกรธผมนะครับ”
“……….”
“ทำยังไงพี่ถึงจะหายโกรธผม หือม์?”
“……….”
“ผมยอมให้พี่ตีก็ได้ เอา” ว่าพลางแบมือให้อีกฝ่ายตี จงฮยอนช้อนตาขุ่นเขียวขึ้นมอง นี่มินฮยอกคิดว่าเขาปัญญาอ่อนหรือไงที่จะให้ตีแล้วหายกันนะทว่าต่อว่าในใจได้แค่นั้นก็ถูกยกตัวขึ้นให้ไปนั่งซ้อนในหว่างขามินฮยอกโดยไม่ทันตั้งตัว

“จะทำอะไร ปล่อยเลยนะ!
“วันนี้ผมว่าง เดี๋ยวผมพาพี่เที่ยวดีมั้ย จะได้หายโกรธผม”
“ฉันไม่อยากไปข้างนอก ปล่อยยยยยยยยยยยย”
“ไม่ไปข้างนอกก็ได้ เที่ยวมันในห้องนี่แหละ”
“เอ๊ะ! จะทำอะไรของนาย เดี๋ยวๆ อ๊ะ!”

ถามไม่ทันจบคำมือของคนที่นั่งซ้อนด้านหลังก็ล้วงเข้ามาใต้เสื้อฉับ จงฮยอนตกใจไม่น้อยทำท่าจะลุกหนีก็ถูกขาสองข้างของมินฮยอกเกี่ยวขาตัวเองไว้อย่างแน่นหนา ใบหน้าสวยตื่นตระหนก นี่มินฮยอกจะเล่นอะไรอีกเนี่ย

“นะ ไหนว่าจะพาไปเที่ยวไง?”
“ก็นี่ไง กำลังจะพาไปแล้ว เกาะแน่นๆนะครับคุณผู้โดยสาร”
“เอ๊ะ!” จงฮยอนตวัดหน้าไปมองคนที่นั่งหลังไปพิงหัวเตียงเหรอหรา ตอนนี้ท่านั่งของตัวเองน่าอายนักเพราะถูกจับให้นั่งซ้อนอยู่ในหว่างขามินฮยอกมิหนำซ้ำยังกึ่งนั่งกึ่งนอนด้วยซ้ำ

“ปรับที่นั่งหน่อยมั้ย หือม์?”
“ปรับที่นั่ง?” ยิ่งอีกฝ่ายถามมาก็ยิ่งงุนงง กระทั่งเสียงหวานร้องออกมาตกใจเมื่อมินฮยอกค่อยๆ ทิ้งน้ำหนักไปพิงหัวเตียงและขยับท่านั่งจงฮยอนให้สบายขึ้นไม่ต่างจากเวลานั่งที่นั่งชั้นเฟิร์สคลาสของสายการบินแพงๆ

“ยินดีต้อนรับท่านผู้โดยสารอีจงฮยอนสู่เที่ยวบินชั้นเฟิร์สคลาส เที่ยวบินที่ 184 โดยกัปตันคังมินฮยอกครับ”

“อ่า~” ร่างบางไม่ได้ครางรับกับประโยคต้อนรับของสายการบินบ้าบออะไรนั้นแต่เรียวนิ้วยาวที่บีบคลึงยอดอกสองข้างของจงฮยอนต่างหากที่ทำให้ความโกรธขึงในตอนแรกค่อยๆ เลือนหายไป มินฮยอกกดจูบท้ายทอยขาว ลมหายใจร้อนผ่าวรินรดหลังกกหู ร่างบางสั่นกระตุกอย่างยากจะห้ามไหว

“ได้ยินที่ผมพูดหรือเปล่า หือม์?”
“ดะ ได้ยินแต่ไม่เข้าใจ เที่ยวบินบ้าบออะไรของนาย อ๊ะ!”
“ก็บอกแล้วไงว่าจะพาไปเที่ยว พาขึ้นเครื่องบินด้วย ชอบมั้ย?”
“ขึ้นเครื่องบิน?!”

“วันนี้กัปตันคังมินฮยอกขับเอง ที่นั่งชั้นเฟิร์สคลาส เที่ยวบินที่ 184”
“ทำไมต้อง 184 ด้วย อึก~” ถามกระท่อนกระแท่นเพราะมือร้อนๆ ล้วงเข้าไปใต้กางเกงนอนเสียแล้ว ส่วนสำคัญกลางลำตัวจงฮยอนถูกเค้นคลึงหนักๆ ภายใตอุ้งมือร่างสูง

“ก็ส่วนสูงผมไง เดี๋ยวผมจะให้พี่นั่งบนส่วนที่สูงที่สุดของผมด้วย เอามั้ยครับ?’
“บ้า! พูดอะไรน่าเกลียด อึก อ่ะ มิน~” จู่ๆ ร่างกายก็เหมือนลุกโชนทะยาน สั่นเทิ้มไปหมดกับการรุกรานหนักหน่วงภายใต้กางเกงนอน จงฮยอนป่ายแขนสองข้างไปโอบลำคอร่างสูงไว้เป็นที่ยึดไม่ให้ไถลตัวหมดแรงไปกับที่นอน หวั่นไหวกับสัมผัสชวนเคลิ้มนั่น

อาจเป็นเพราะก่อนมินฮยอกออกไปทำงานได้ทิ้งความรู้สึกร้อนรุ่มไว้ให้
หรือไม่ก็อาจเป็นไปได้ว่า… วันนี้คุณกัปตันปลุกเร้าและเล้าโลมคุณผู้โดยสารมากกว่าทุกวันจึงทำให้ความวาบหวามมันลุกโชนทะยานไปทั่วร่างกายภายในเวลารวดเร็ว

“อย่าเพิ่งถึงเร็วน่า ยังไม่ได้ปรับที่นั่งให้ขึ้นมาอยู่ส่วนที่สูงที่สุดของเที่ยวบินของเราเลย”
มินฮยอกพูดเสียงทุ้มต่ำข้างใบหูก่อนจับยกเอวร่างบางขึ้นพร้อมปลดตะขอกางเกงตัวเองลงและรั้งมันให้ร่นไปอยู่ตรงหน้าขา ประคองแกนกายแข็งตึงของตัวเองสอดเข้าไปในช่องทางด้านล่างของคุณผู้โดยสารส่งให้เสียงหวานครางยาวออกมามา

“มิน อ่า~~”

“จับดีๆนะครับ เครื่องบินกำลังจะขึ้นแล้ว”

.
.
.
.
.

ยงฮวามองตามแผ่นหลังแฟนเด็กตัวเองที่เดินไปนั่งหน้าแดงที่โซฟาเงียบๆ ไม่ให้จองชินหน้าแดงได้ไงในเมื่อได้ยินเต็มสองหูทีเดียวกับขั้นตอนการจัดการของไอ้คุณกัปตันคังมินฮยอกที่เล็ดลอดออกมาจากห้อง

เพราะพี่ยงฮวาแท้ๆ ที่ลากให้ไปแอบฟังสองคนนั้น
แล้วไงล่ะ แล้วไงงงงงงงงงงงงงงงงง ฮือออออออ

อิจฉาพี่จงฮยอนชะมัด ได้ขึ้นเครื่องบินของคุณกัปตันคังมินฮยอกด้วย

“เป็นอะไรไปจองชิน หือม์?” คนโตกว่าตามมานั่งลงข้างๆ ร่างบางส่ายหน้าดิก
“คู่เราก็หวานแบบนั้น ไม่ต้องไปอิจฉาหรอกน่า”
“ผมไม่ได้อิจฉาฮะก็แค่…”

“ก็แค่อะไร หือม์?”
“ก็แค่… ผมอยากขึ้นเครื่องบินที่มีคุณกัปตันหล่อๆ บ้างอ่ะ”

>,<

The End

HaneiBee Talk: ไม่ได้แต่ง SF มาระยะหนึ่งงงงง ตื่นเต้นมากตอนแต่งแต่ตอนเอามาลงตื่นเต้นกว่า 55555555555 พล๊อตนี้แหละที่บอกว่าคิดได้ตอนนั่งรถตู้กลับมาจากบ้านแต่หาฉากจบไม่ได้จนได้อ่านการ์ตูนที่อยู่คือ A dog is loving a cat ของอจ.Amasaki Yoshimi ทีเป็นที่มาของ Close Uo 20 ตอนจบ เล่มที่อ่านเป็นเล่มสี่ฉากพานายเอกขึ้นเที่ยวบินชั้นเฟิร์สคลาสทำสติแตกกกกกกกกกกก โฮกกกกกกกกก อยากขึ้นคุณกัปตันด้วยคน กร๊ากกกกกกกกกกกก

ฟิคสั่น ๆคั่นอารมร์ดราม่า นะจ๊ะ เค้าอ่านเม้นท์แต่ละคนเรื่องเจ้าสาวปีศาจ(ก็อิคุณหนูตัวขาวนั่นแหละ) รู้สึกผิดมากมายยยย คือเรื่องนั้นหาช๊อตหวานๆ ใส่เข้าไปยากมากก งั้นเอาเรื่องนี้ไป หายเคืองกันน่า

ง้อ

เขินนนนนนนนนนนนนนนนนนน

>,<