Sence 11

Posted: July 22, 2013 in Uncategorized

เกือบตีหนึ่งกว่าที่ต่างคนต่างอาบน้ำเสร็จและมานั่งเงอะๆ งะๆ มองข้าวของเครื่องใช้ในห้องพักของโรงแรม มองจนจำได้แล้วว่าอะไรตั้งอยู่ตรงไหนบ้างแล้วต่างคนต่างก็ก่นด่าตัวเองในใจว่าจะมองให้มันได้อะไรขึ้นมา ชานยอลทิ้งตัวลงนอนก่อนและเรียกให้คนตัวเล็กที่นั่งหันหลังอยู่นอนบ้าง

“นอนเถอะพรุ่งนี้ต้องไปเที่ยวตลาดปลาแต่เช้า”
“อือ นายนอนไปก่อน ฉันจะเตรียมชุดไว้พรุ่งนี้”

“พรุ่งนี้ค่อยดูก็ทันน่า มานอนด้วยกันเหอะ” ถลา มาคว้าคนที่ดีดตัวลุกจะรี่ตรงไปที่ตู้เสื้อผ้าไว้หมับพลางดึงให้เข้ามาอยู่ ในอ้อมกอดอย่างง่ายดาย ข้อดีที่แบคฮยอนตัวเล็กกว่าเขาหลายเท่าก็เห็นจะเป็นการที่ดึงนิดหน่อยก็ตัวปลิวมาอยู่ในอ้อมกอดโดยไม่ต้องออกแรงอะไรมาก

“เอ่อ ชะ ชานยอล”
“หืม?”

“จะ จะทำอะไรรึเปล่า?” คนตัวแข็งทื่อถามอ้อมแอ้มแต่ไม่มีอ้อมค้อมสักนิดหน้ำซ้ำยังกระพริบตาขึ้นลงจน ชานยอลกลัวมันจะตะคริวกินเสียก่อน คนถูกถามลอบยิ้มกระซิบถามกลับกับข้างแก้มขาวที่เริ่มขึ้นสีเรื่อ

“แล้วถ้าจะทำ จะยอมรึเปล่าล่ะ?”
“ฉันห้ามนายได้เหรอ?”
“ไม่ได้อยู่แล้ว”
“แล้วถ้าจะทำ จะยอมรึเปล่าล่ะ?”
“ฉันห้ามนายได้เหรอ?”

“ไม่ได้อยู่แล้ว” ชานยอลตอบหน้าตายกระชับกอดแน่นขึ้นลมหายใจเปื้อนกลิ่นแอลกอฮอร์อ่อนๆ จางๆ อังรดที่ผิวแก้มขาวจนหมากระเป๋าตัวสั่นต้องเอียงหลบ คนตัวเล็กซุกหน้าลงกับอกกว้างกัดปากตัวเองอย่างข่มใจและข่มความประหม่า รู้ว่าถามไปก็เปล่าประโยชน์ซ้ำร้ายยังเป็นการขุดหลุมฝังตัวเองอย่างที่เจอมา หลายต่อหลายครั้งอีก แบคฮยอนสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อแรงกดที่บ่าตัวเองมากขึ้นเอวบางถูกรวบเข้าบด เบียดกับคนที่ตอบชัดถ้อยชัดคำว่ายังไงก็ไม่ได้อยู่แล้ว

“ขอนะ” คำขออนุญาติเอ่ยดังข้างหูทำให้แบคฮยอนตัวชาวาบราวกับถูกเป่ามนต์ใส่ ริมฝีปากอีกคนเริ่มไล้จูบไปทั่วใบหน้าลากเลยเถิดลงมาถึงซอกคอขาว แบคฮยอนกระถดตัวหนีแล้วหนีอีกทั้งที่รู้แก่ใจว่ายังไงก็หนีไม่พ้น ที่นอนหนานุ่มรองรับแผ่นหลังบอบบางเมื่อชานยอลพลิกกายคนตัวสั่นให้รองรับน้ำหนักตัวเองอยู่ข้างใต้

“ดะ เดี๋ยวชานยอล”
“หืม?”
“วันหลังได้มั้ย ฉะ ฉัน”

“จะค่อยๆ ทำ ให้ฉันนะ” แล้วคนบ่ายเบี่ยงขอให้ผลัดไปก่อนก็หลุดครางขรมทันทีที่ฝ่ามือร้อนล้วงเข้ามาใต้เสื้อ แบคฮยอนกลั้นใจ กัดปาดตัวเองลืมตัว มันรู้สึกวูบวาบไปทั่วร่างกายแล้วมือที่บีบเค้นเบาๆ ใต้เสื้อก็กำลังจะทำให้หายใจไม่ออก กลิ่นแอลกอฮอร์แรงขึ้นเมื่อปลายจมูกห่างกันแค่คืบแล้วมันยิ่งซึมผ่านเข้าไปในห้วงหายใจเมื่อชานยอลกดจูบแผ่วเบาลงมา คนตัวเล็กจูบตอบเก้ๆ กังๆ ไล้เรียวลิ้นไปตามที่อีกคนบังคับและนำพา รสเบียร์ฝาดแต่งแต้มบนเรียวลิ้นของกันและกัน ก่อนเสียงครางรับพึงพอใจเล็ดลอดออกมาจากลำคอสวย

“อืม~” ฝ่ามือที่เกาะไหล่คนด้านบนเคลื่อนไปโน้มคอชานยอลให้กดจูบกันลึกซึ้งขึ้น ติดใจรสจูบของชานยอลและรู้ว่าชานยอลก็ติดใจหลงใหลในรสจูบของตัวเองไม่แพ้กัน พลันคนตัวเล็กต้องสะดุ้งอีกครั้งเมื่อชายเสื้อถูกเลิกขึ้นมาจนถึงเนินอก เห็นชานยอลผละจูบออกไปก่อนค่อยๆ ถอดเสื้อที่ตัวเองสวมอยู่ออกทางศรีษะและโยนมันทิ้งไปต่อหน้าต่อตา แบคฮยอนเอียงหน้าหลบไปอีกฝั่งเมื่ออีกคนยันตัวลุกขึ้นและค่อยๆ ถอดเสื้อตัวเองออกตามอย่างเชื่องช้า แววตาซุกซนของคนด้านบนกวาดมองไปทั่วแผ่นอกขาวที่เห่อแดงรับกับแสงไฟหัวเตียง ครู่ต่อมาแบคฮยอนก็ต้องคว้ามือชานยอลหมับเมื่อมันเคลื่อนไปวุ่นวายอยู่ตรงขอบกางเกงนอนตัวเอง นัยน์ตาตื่นกลัวช้อนขึ้นมองแต่แล้วก็ต้องหลบสายตาวาววับนั้นโดยพลันเมื่อได้ยินคำตอบ

“ก็ฉันขอแล้วไง” สาบานได้เลยว่าพยอนแบคฮยอนไม่เคยตัวอ่อนปวกเปียกเท่าวันนี้ คนตัวเล็กชักมือกลับหาคำแย้งให้คนที่พูดเองเออเองฝ่ายเดียวไม่ได้จริงๆ

พยอนแบคฮยอนหมดหนทางหนี พยอนแบคฮยอนหมดหนทางสู้
หรือพยอนแบคฮยอนไม่คิดหนีและไม่คิดสู้ตั้งแต่ทีแรกต่างหาก

ดวงตาดำขลับเสมองผืนที่นอนสีขาว เลี่ยงการประสานสายตากับคนด้านบนที่ชันตัวลุกขึ้นคร่อมขาสองข้างบนเอวตัวเองแล้วค่อยๆ เคลื่อนฝ่ามือปลดกางเกงผ้ายืดของเจ้าตัวออกก่อนจะโยนให้มันปลิวหล่นไปนอนเคียงคู่กับเสื้อผ้าของแบคฮยอนก่อนหน้านี้ ชานยอลโน้มตัวลงมาทาบร่างเล็กน่ารักไว้ทั้งตัว ประคองแก้มแดงแจ๋นั้นให้แหงนเงยขึ้นกดจูบเบาๆ ลงไปที่ริมฝีปากสีอ่อนอีกครั้ง

จูบเบาๆ ดูดดื่มขึ้น มือร้อนเคลื่อนป่ายไปทั่วเรียกอาการสะดุ้งจากคนที่แทบจมหายไปกับที่นอนอยู่บ่อยครั้ง ชานยอลละจากริมฝีปากสีแดงให้เจ้าตัวใช้เป็นตัวเพิ่มในการโกยอากาศเข้าปอด เลากจูบลงมาตามข้างแก้ม ซอกคอขาวและกดย้ำเป็นจุดๆ ตรงเนินอกนวลเนียน ผิวของแบคฮยอนขาวละเอียดผิดกับผิวผู้ชายทั่วไปเพราะพอจูบและขบเม้มเข้าหน่อยมันก็เกิดเป็นรอยแดงจ้ำๆ ในพริบตาเดียว คนตัวเล็กกระถดหนีจนหัวพ้นหมอนไปชิดกับหัวเตียง ผงกดูตามมือที่อีกคนลากต่ำไปเรื่อยจนถึงส่วนที่ตัวเองหวงแหนที่สุด หอบหายใจหนักขึ้นเมื่อฝ่ามือกว้างซุกซนราวกับเด็กเสียนิสัย ชานยอลช้อนตาขึ้นมองคนหน้าตื่นโดยที่มือก็ยังวนเวียนกับส่วนนั้น กดเอวแบคฮยอนที่ยังดึงดันจะร่นตัวหนีขึ้นไปอีกแล้วเคลื่อนตัวขึ้นมากดจูบแผ่วเบาที่หน้าผาก แม้ว่าพร้อมจะให้เขาทำตามใจต้องการแต่คงยังไม่พร้อมที่จะเห็นว่าเขาทำอะไรกับร่างกายเย้ายวนของตัวเองสินะ

ชานยอลตามขึ้นมาคร่อมตัวแบคฮยอนไว้อีกรอบ ทาบทับความร้อนจากร่างกายตัวเองลงกับร่างกายร้อนผ่าวของคนหมดทางสู้ เขาได้ยินเสียงครางยาวทันทีที่ส่วนที่แสดงความต้องการแบคฮยอนของเขาโดนตรงท้องน้อยของอีกฝ่าย ผิวกายส่งผ่านความร้อนผ่าวกำลังต้องการกันและกันจนแทบรอไม่ไหว ชานยอลงับติ่งหูแดงๆ สองสามครั้ง ส่งปลายลิ้นชุ่มชื้นเล็มเลียย้ำๆ แล้วเจ้าหมากระเป๋าหูแดงก็บิดตัวหนีเมื่อเขาเคลื่อนฝ่ามือบังคับให้ขาเรียวสองข้างค่อยๆ กางออก

“ชานยอล”

“หืม?” แบคฮยอนไม่รู้ว่าเรียกอีกคนทำไมจึงได้แต่เงียบใส่ การปลุกเร้าของชานยอลเพิ่มมากขึ้น เสียงกระซิบพร่าจะเอาคำตอบที่อีกคนขานชื่อตัวเองเป่ารดตรงใบหู แล้วแบคฮยอนต้องกัดปาดตัวเองข่มความกลัวเมื่อเข่าสองข้างของชานยอลสอดแทรกที่หว่างขาตัวเองเพื่อแยกมันออกจากกัน วงแขนเล็กโอบล้อมลำคอแกร่งสั่นๆ หลุบตามองตามฝ่ามือคนที่ค่อยๆ จับส่วนน่าอับอายของตัวเองอีกครั้ง

ปลายนิ้วยาวป้ายน้ำลื่นๆ จากส่วนหวงแหนของแบคฮยอนและของเจ้าตัวเองเคลื่อนต่ำลงไปยังช่องทางด้านหลัง แล้วทันทีที่ปลายนิ้วยาวแทรกผ่านเข้ามาแบคฮยอนก็หลุดเสียงครางที่ขรมดังไปทั่วห้องออกมา

“อ๊ะ!” กระถดตัวหนีอีกหนทว่าก็ถูกฝ่ามือข้างที่เหลือของชานยอลดันแผ่นหลังไว้ แบคฮยอนบิดตัวส่ายไปมาทรมานกับสิ่งที่เคลื่อนไหวช้าๆ ในร่างกายตัวเองจนเริ่มปรับได้ พอร่างกายปรับรับกับปลายนิ้วนุ่มนวลนั้นได้ ชานยอลจึงเริ่มกดเน้นลงยังจุดที่เรียกเสียงหวานให้ต้องครางออกมานับครั้งไม่ถ้วน ความร้อนก่อสุ่มในร่างกายทบทวี แนวสันกระดูกหลังสั่นกระตุกๆ แทบไม่รู้ตัวว่าเบียดกายเข้าไปใกล้เพื่อให้ปลายนิ้วนั้นเข้ามาลึกมากขึ้นๆ ตั้งแต่ตอนไหน

“อึก!” เสียงแผ่วเบาหลุดลอดออกมาพร้อมสะโพกแอ่นยกขึ้นเนื่องจากชานยอลชักปลายนิ้วออกเรียว แขนสองข้างเผลอโอบรั้งอีกคนไว้แน่นแล้วต้องกัดปากตัวเองแรงๆ จนชาหนึบ เมื่อคนที่สร้างความลุ่มหลงด้วยปลายนิ้วก่อนหน้านี้พาส่วนนั้นของตัวเองแทรกตามเข้ามาโดยไม่ทันได้รู้ตัว แบคฮยอนนิ่วหน้าเล็กน้อยเพราะรู้สึกเจ็บหน่วงๆ กับสิ่งที่ชานยอลส่งผ่านมันเข้ามาแทนปลายนิ้วแต่พอเห็นใบหน้าของชานยอลที่อึดอัด หัวคิ้วอีกฝ่ายขมวดเข้าหากันพร้อมครางเสียงต่ำก็กางปลีน่องของตัวเองกว้างขึ้น การกระทำเช่นนี้มันเป็นไปโดยอัตโนมัติ ความรู้สึกบางอย่างก่อเกิดขึ้นในหัวใจ

อยากให้ชานยอลไม่มีสีหน้าที่ดูทรมานและน่าอึดอัดแบบนั้น ต้องช่วยหรือต้องทำยังไงก็ไม่รู้แต่สัญชาตญาณลึกๆ มันสั่งให้ทำยังไงก็ได้ให้ชานยอลและตัวเองแนบชิดกันมากที่สุด แล้วดวงตาสวยก็ต้องเบิกกว้าง เหงื่อเย็นชื่นผุดพรายขึ้นเต็มหน้าผากเมื่อชานยอลพาแกนกายตัวเองออกไปแล้วดันเข้ามาอีกครั้งส่งให้แบคฮยอนกัดฟันข่มเสียงร้องน่าอับอายไว้ ป่ายมือสเปะสปะกำผ้าปูที่นอนของโรงแรมแน่นกว่าตอนแรก หาหนทางระบายความทรมานภายในร่างกายตัวเองที่ถูกสรรค์สร้างมาจากชานยอล

ชานยอลเห็นใบหน้าซับสีเลือดของคนด้านล่างแล้วต้องสั่งให้ตัวเองค่อยเป็นค่อยไปไม่ผลีพลามพยายามคุมไม่ให้ตัวเองรีบร้อนทั้งที่หัวใจมันเตลิดไปจนแทบกู่ไม่กลับ เขารอแบคฮยอนคุมลมหายใจให้เข้าที่ฝ่ามือกว้างรองรับสะโพกสองข้างของคนด้านล่างยกขึ้นเหนือพื้นเตียงก่อนเริ่มขยับกายเข้าออกอย่างเนิบนาบและเชื่องช้าที่สุด โน้มกายลงหากระซิบเบาๆ ข้างหูคนที่เริ่มช่วยเขาขยับสะโพกอย่างคนทำไม่ค่อยเป็นแต่หารู้ไม่ว่ามันช่างเร่าอารมณ์ที่ก่อสุมอยู่ในตัวเขาให้แทบระเบิดออกมาเดี๋ยวนั้น

“ชานยอล อ๊ะ” กอดร่างเล็กที่ผวายกมือขึ้นโอบล้อมคอเขาอีกรอบราวกับตะเกียกตะกายหาที่ยึดเกาะ เสียงหวานพร่ำเรียกชื่อเขาติดๆ กันแทนการขานตอบ เขาเคลื่อนไหวส่งตัวเองเข้าไปรุนแรงขึ้น สปริงเตียงชั้นดีรองรับน้ำหนักเริ่มส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดเมื่อต่างโถมเข้าหากัน แบคฮยอนแหงนใบหน้าไปด้านหลังเมื่อสิ่งที่สอดแทรกภายในร่างกายตัวเองย้ำตรงจุดที่พาให้สติเลื่อนลอย กัดฟันสั่งร่างกายตัวเองให้บีบรัดชานยอลเป็นจังหวะๆ ทำให้อีกคนนิ่วหน้า กลั้นลมหายใจเป็นช่วงๆ เป็นวินาทีที่ทรมานไม่ต่างกัน ทรมานจนแทบหยุดหายใจไปในฉับพลัน

เสียงเรียกชื่ออีกฝ่ายข้างหูขรมดังไม่หยุด แรงจิกที่แผ่นหลังแรงขึ้นตามจังหวะ น้ำหนักการขยับกายของชานยอล ยิ่งเร็วและลึกเท่าไรเสียงครางก็ยิ่งหวานจับหัวใจ แรงกดขย้ำที่สะโพกเค้นคลึงหนักๆ จนเสียงครางต่ำของชานยอลดังติดๆ กันแบคฮยอนก็แทบกรีดร้องออกมาและทิ้งตัวลงกับที่นอนเมื่อคนด้านบนโถมตัวเข้าหาครั้งสุดท้าย สิ่งที่พวยพุ่งในร่างกายตัวเองร้อนวาบไปหมดร้อนพอๆกับสิ่งที่เลอะเต็มหน้าท้องเรียบเนียน

แบคฮยอนสะดุ้งตัวอีกครั้งเมื่อชานยอลถอนตัวเองออกไปและก้มไปหยิบเสื้อนอนของใครสักคนมาเช็ดสิ่งที่เปรอะเปื้อนบนหน้าท้องของตัวเองช้าๆ แล้วมันก็ปลิวหล่นไปข้างเตียงอีกรอบ ฝ่ามือกว้างประคองแก้มที่ซับสีแดงจัดกดจูบลงไปแผ่วเบาและกดจูบแผ่วเบาอีกครั้งบนหน้าผากที่ชุ่มเหงื่อ ชานยอลมองหน้าคนที่ยังหอบหายใจถี่ๆ ประกายตาสะท้อนด้วยความรักใคร่

“แบคฮยอน”
“ฉันรักแบคฮยอนนะ”
“อือ”

“แบคฮยอน” ชายหนุ่มตามมาตระคองกอดเมื่ออีกคนพลิกตัวหนีไปดื้อๆ เกยคางบนบ่าขาวนวลไล่จูบขึ้นไปถึงหัวไหล่ คราวนี้ไม่มีเสียงตอบรับใดใดกลับมาอีกพอชานยอลชะโงกหน้าไปดูจึงเห็นว่าอีกคนผล๊อยหลับเสียแล้วไปด้วยความอ่อนเพลีย วงแขนแกร่งกระชับเอวบางเข้ามากอดอย่างหวงแหน ซุกหน้ากับซอกคอที่เม็ดเหงื่อยังผุดพรายพร้อมทิ้งจูบหอมหวานไว้แผ่วเบา ไม่อยากกวนให้แบคฮยอนตื่นขึ้นมากลางครัน เพราะยังไงเสียวันนี้เขาคงเป็นคนที่น่าอิจฉาที่สุดในโลกหรืออาจจะที่สุดในจักรวาลก็เป็นได้ ที่ได้นอนกอดแบคฮยอนตัวเปลือยเปล่าที่หลับเป็นตายเพราะมอบความสุขหวานล้ำที่สุดให้กับเขา

4

Posted: May 11, 2013 in Uncategorized

Image

 

ImageImage

ไนทคลับ

Posted: May 11, 2013 in Uncategorized

ImageImage

Photos

Posted: May 11, 2013 in Uncategorized

ImageImage

รูปป

Posted: May 11, 2013 in Uncategorized

รูป

Posted: May 11, 2013 in Uncategorized

Image

NC – ตอนที่ 12

Posted: January 25, 2013 in Uncategorized

“ไม่ใช่ มันไม่ใช่อย่างที่นายคิด” แบคฮยอนไม่รู้จะบอกอีกฝ่ายเช่นไรดี แค่นี้ตัวเองก็น่าสมเพชเหลือเกินแล้ว ฉันจะกล้าบอกนายได้ยังไงกันว่าฉันถูกผู้ชายคนนั้น คนที่ฉันคิดว่าฉันรักและรอเขามาตลอด คนที่ทำให้ฉันไม่เคยมองเห็นความดีของนายข่มเหงทั้งร่างกายและจิตใจฉันอย่างใจร้ายใจดำที่สุด แผนการที่ไม่ได้แยบยลอะไรนักแต่ฉันพลาดพลั้งตกหลุมพรางเพียงเพราะไม่อยากให้นายเดือดร้อน มิหนำซ้ำยังทำให้นายยิ่งเกลียดชังฉันมากขึ้นไปอีก แบคฮยอนหลบสายตา ก้มหน้าลงเพื่อซุกซ่อนน้ำตาที่คลอคล่องในหน่วยตาทั้งสองข้าง

“ชานยอล~” ชายเสื้อของเจ้าของชื่อถูกคว้าไว้ ชานยอลที่ถอดใจจะซักไซ้ถามต่อหลุบตามองอย่างฉงน มือบางสั่นเทากำชายเสื้อเขาแน่น ใบหน้าหวานแดงจัด ดวงตาคู่ฉ่ำน้ำคล้ายคนกำลังจะร้องไห้และยังไม่ทันที่ความคิดต่างๆ ในหัวจะประติดประต่อได้ดีเขาก็ถูกรั้งให้ลงไปประกบจูบบนเรียวปากสีหวานรวดเร็ว ความร้อนของฤทธิ์ยาที่ถูกสอดใส่เข้ามาโดยไร้ความยินยอมกำลังกระจายไปทั่วร่างกาย มันสั่งให้แบคฮยอนจูบอีกฝ่ายอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน แม้แต่ความกระเดียดอายก็ยังถูกบดบังด้วยความต้องการที่พลุ่งพล่านไปทั่วอณูขุมขน

“อือ อืม” แขนเรียวตวัดขึ้นโอบรอคอเจ้าของห้องพร้อมส่งปลายลิ้นเข้าไปเพื่อเกี่ยวกระหวัดปลายลิ้นอีกฝ่าย หลายครั้งที่ชานยอลพยายามผละออกแต่ก็ถูกรั้งให้จูบต่อจนทัดทนไม่ไหว อึดใจต่อมาชานยอลย่อตัวลงค่อยๆ ผ่อนร่างกายไปตามแรงดึงที่ไม่ได้มากมายนั้น เขาดันคนเชิญชวนให้นอนราบไปกับพื้นห้อง เลื่อนมือมาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตและอ้าสาบเสื้อของคนตัวเล็กให้แยกกว้างออกจากกันก่อนเคลื่อนมือแตะที่ตะขอกางเกงยีนส์

เขาเพียงตอบสนองในการเรียกร้องของอีกฝ่าย ตอบสนองไปตามธรรมชาติของมนุษย์ สติสัมปชัญญะของแบคฮยอนหลุดลอย เคว้งคว้างในห้วงอากาศ โหยหา ปรารถนาในรสสัมผัสทรงอานุภาพที่จะทำลายคลื่นวาบหวามในร่างกายตัวเองลงจนสิ้นซาก เรียวปากสีหวานขบเม้มแน่น สมองที่หมุนติ้วด้วยฤทธิ์ยาและสัมผัสที่อีกฝ่ายยอมมอบให้ยิ่งกระตุ้นให้ร่างกายแบคฮยอนยิ่งร้อนผ่าวไปหมด ร้อนเสียจนยอมปลดเปลื้องเสื้อผ้าทุกชิ้นบนร่างกายออกเอง มารู้ตัวอีกทีก็พบว่ามือสองข้างของตัวเองกำลังแกะตะขอกางเกงยีนส์ของอีกฝ่ายอย่างน่าอับอายนัก แบคฮยอนร้องอุทานเมื่อถูกอีกฝ่ายจับเรียวขาทั้งสองข้างของตัวเองให้แยกออกจากกันหลังต่างไร้อาภรณ์ห่มกายทั้งคู่ สายตาของชานยอลจับจ้องอยู่ที่ส่วนสำคัญกลางลำตัวของคนตัวเล็ก

 

“เร็วหน่อยได้มั้ย ฉันทนไม่ไหวแล้ว” ชานยอลเงยหน้าขึ้นมาสบ แววตาสองข้างฉายแววประหลาดใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด วันนี้แบคฮยอนดูแปลกไปจากทุกวันนักแต่การเล้าโลมที่เลยมาถึงขั้นนี้แล้วคงไม่ใช่เวลาที่จะมามัวรีรออยู่ เขาก้มลงจูบแบคฮยอนอีกรอบโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง ปลายนิ้วยาวหยอกเย้ายอดอกโดยที่ปากยังดึงดูดแรงๆ ที่ริมฝีปาก เสียงครางหวานเล็ดลอดออกมาจากลำคอเมื่อนิ้วหยาบกระด้างของคนด้านบนเค้นคลึงติ่งเม็ดเล็กๆ ที่ชูช่อบนอกบาง แบคฮยอนที่จมดิ่งไปกับรสสัมผัสที่อีกฝ่ายปรนเปรอให้ผวาเยือกเมื่อชานยอลละปลายนิ้วจากยอดอกสองข้างต่ำลงไปตามร่องหลืบระหว่างแก้มก้นตัวเอง หยาดน้ำหวานที่เก็บเกี่ยวมาจากส่วนอ่อนไหวด้านหน้าที่ชานยอลป้ายตอนแบคฮยอนไม่รู้ตัวแต่งแต้มบนเรียวนิ้วยาว สะโพกกลมกลึงลอยแอ่นขึ้นเมื่อปลายนิ้วของคนด้านบนค่อยๆ แทรกตัวเข้าสู่ด้านใน

 

“อึ๊ อืมมมม” ปลายนิ้วนั้นควานคลึงภายในร่องหลืบแต่ต่อให้ลึกเท่าไรก็ยังไม่พอต่อความปรารถนาของคนตัวเล็ก ชานยอลเองที่รู้ในความต้องการนั้นได้จับเรียวขาสองข้างของแบคฮยอนยกสูงขึ้นจนแทบชิดหน้าอกบางพร้อมกับได้สอดใส่แกนกายร้อนผ่าวของตัวเขาเองเข้าไปทีเดียวจนสุด หน้าท้องขาวบิดเกร็งก่อนทอดตัวรับสัมผัสร้อนแรงที่ตัวเองเป็นฝ่ายเรียกร้องไปเอง

 

นาทีนี้แบคฮยอนลืมสิ้นทั้งความอ่อนแรง อ่อนเพลียที่ถูกครอบงำด้วยยาเถื่อนเหล่านั้น ทุกอณูเนื้อกายโลดแล่นไปตามการนำทางของชานยอล การนำไปสู่เส้นทางสุขสมราวกับปลิดปลิวอยู่บนสรวงสวรรค์

 

 

สรวงสวรรค์ที่มอบอิสรภาพให้กับแบคฮยอนแล้ว…

แต่กลับเป็นแบคฮยอนเองที่ยัดเยียดตัวเองคืนไปอย่างน่าอับอายเหลือเกิน

 

 

 

TBC

 

กลับไปเม้นท์ให้เค้าด้วยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย