[Fic] =# ECLIPSE l1l ‘ฝังใจ’ #=

Posted: June 10, 2011 in ~* YongHyunSeo *~
Title: ~ECLIPSE~
Paring: YH x JH x SH Ft.MH,JS
AuThur: HaneiBee

Note:เพราะเพลงและปัญหาที่สุมเข้ามาตอนนี้ทำให้ไรเตอร์จิตตก==”

[Fic] =# ECLIPSE l1l ‘ฝังใจ’ #=
[Fic] =# ECLIPSE l2l ‘ความหลัง’ #=
[Fic] =# ECLIPSE l3l ‘ปาฏิหาริย์’ #=
[Fic] =# ECLIPSE l4l ‘อ้อมกอด’ #=
[Fic] =# ECLIPSE l5l ‘เจ้าของ’ #=
[Fic] =# ECLIPSE l6l ‘น้ำตา’ #=
[Fic] =# ECLIPSE l7l ‘ลาจาก’ #=
[Fic] =# ECLIPSE l8l ‘ผู้กำหนด’ #=
[Fic] =# ECLIPSE l9l ‘ผู้กำหนดชีวิต’ #=
[Fic] =# ECLIPSE l10l ‘สุดท้าย’ #=

[1] …ฝังใจ…

ฉันจะไม่ยอมปล่อยมือนั้นไป
เพราะมั่นใจว่า… สักวันเราจะได้พบกัน

ผิวที่ขาวราวกับน้ำค้างฤดูหนาว… โครงหน้าได้รูปถูกแต่งแต้มด้วยองค์ประกอบงดงามกอรปเป็นใบหน้าที่กระเดียดมา ทางคำว่าน่าพิศน่ามองมากกว่าผู้หญิงวัยแรกรุ่นกำลังดึงดูดสายตาใครหลายๆ คน… ไม่ต่างจากรูปปั้นนี่คงเป็นหนึ่งคำเปรียบเปรยในใจของใครหลายๆคนเหล่านั้นดวง ตากลมใสสีดำจัดผิวเผินดูแล้วราวกับลูกแก้วสวยวาววับแต่ลึกลงไปกลับแฝงด้วย ความหม่นเศร้าที่มองแล้วชวนน่าใจหาย…. จมูกรั้นนิด ๆ จรดรับกับริมฝีปากอิ่มสีสด… คงน้อยคนเช่นกันที่ยากจะหักห้ามใจไม่ให้เผลอไผลหรือชื่นชม…

ทั้งที่คนๆนี้เป็น… ผู้ชาย

เสียงเอ่ยทักทายพร้อมกับการคำนับตลอดทางเป็นตัวช่วยที่บ่งบอกได้ดีว่า คนๆ นี้ต้องมีตำแหน่งพ่วงท้ายที่ใหญ่โตเอาการ

“อรุณสวัสดิ์ค่ะ คุณจงฮยอน”

“อรุณ สวัสดิ์ครับคุณเลขา วันนี้ก็สวยเหมือนเดิมนะครับ” หญิงสาวในยูนิฟอร์มบริษัทน้อมศรีษะให้เมื่อบังเอิญต้องมารอลิฟท์ตัวเดียวกับ ชายหนุ่มเข้า…

“อูยองคงประชุมเสร็จแล้วใช่มั้ยครับ?”

“ค่ะ เมื่อกี้ก่อนฉันจะลงมาเห็นเข้าไปรอคุณจงฮยอนในห้องแล้วด้วย บ่นเหมือนเดิม”

“แย่ แล้วสิ… ผมลืมเตรียมสำลีมาอุดหูซะด้วยวันนี้ ” จงฮยอนหัวเราะน้อยๆ พร้อมยกมือขึ้นปิดปากเมื่อนึกถึงคนที่เอ่ยถึง… ป่านนี้คงนั่งหน้าบูดรอสวดเขาอยู่เหมือนกับทุกวัน ไม่เบื่อบ้างรึยังไงนะ?…

คุณเลขาวัยสาวของจงฮยอนแยกไปอีกทาง เมื่อลิฟท์ขึ้นมาหยุดอยู่บนชั้นสูงสุดของตัวอาคารที่มีความสูงสี่สิบชั้น อาคารตระอีตั้งตระหง่าน ณ ใจกลางกรุงโซลซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของบริษัทโฆษณาชื่อดัง จงฮยอนเปิดประตูเข้าไปในห้องทำงานห้องหนึ่งก่อนจะปั้นหน้าให้ราวกับคนเพิ่ง ตื่นนอน…

“เป็นลูกท่านประธานแถมเป็นน้องรักรองประธานแบบนายนี่ก็ดีนะ เข้าบริษัทตอนสิบโมงก็ไม่ยักกะมีใครว่า”

“ก็ มันตื่นสายนี่… ยังไม่ชินอีกเหรอ อูยอง?” คนที่เพิ่งเข้ามานั่งลงกับเก้าอี้ประจำของตัวเอง เขี่ยเจ้าพวกแฟ้มเอกสารนับสิบ ๆ เล่มบนโต๊ะไว้ข้าง ๆ แล้วพาดแขนราบไปนอนหมอบเอาหน้าตาเฉย…

“ไอ้ชินนะมันก็ชินแต่เห็นแล้วมันหงุดหงิด เข้าใจมั้ย?!”

“นี่นายโดนพี่ชายฉันกรอกวิญญาณรองประธานเข้าหัวมากเกินไปรึเปล่า ถึงชอบทำตัวเป็นการเป็นงานกับฉันจัง”

“นี่ จงฮยอน เมื่อไหร่จะเลิกทำตัวเหมือนเล่นขายของแบบนี้ซะที โตแล้วนะ… เรื่องอะไรไม่ควรยึดติดก็ทิ้งๆ ไปบ้างเถอะ… ฉันขอหละ” อูยองถอนใจเมื่ออีกคนเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะฟังเขาเพียงเล็กน้อยแล้วเอื้อมมือไป หยิบกล่องบุหรี่และไฟแช็คออกมาจากกระเป๋า จุดสูบด้วยท่าทีไม่เป็นเดือดเป็นร้อนสักนิดกับคำพูดของเขา…

“มิ นฮยอกโทรมาหลายรอบแล้วเห็นว่ามือถือนายติดต่อไม่ได้ ปิดหนีเขาอีกแล้วเหรอ?” เพราะรู้จักกันมานานตั้งแต่สมัยเรียนจึงเข้าใจนิสัยของจงฮยอนเป็นอย่างดี… อูยองจึงยกหัวข้อสนทนาขึ้นมาใหม่พร้อมกับแย่งมวนบุหรี่ในมือของอีกคนมาด้วย ทำให้จงฮยอนจิ๊ปากขัดใจ… มองหน้าคนแย่งไปก่อนจะกระแทกหลังลงกับพนักเก้าอี้ ทั้งหงุดหงิดเรื่องบุหรี่และเรื่องของใครบางคนที่อูยองเอ่ยถึง

“ไม่ได้ปิดหนี แค่ขี้เกียจเปิดเท่านั้นเอง แล้วเขาว่าไงล่ะ?”

“เห็นว่าหาโลเคชั่นได้ตามที่นายต้องการแล้ว เดี๋ยวรูปจะส่งมาให้ดูทีหลัง ส่วนเรื่องที่นายจะไปด้วยตัวเองก็ให้โทรหาเขา… จะมารับ”

“ตอนนี้เขาอยู่ปูซานเหรอ ?!”

” อืม… คงงั้น” สิ้นคำของอูยอง… จงฮยอนที่ทำหน้าเบื่อโลกอยู่ก่อนหน้านี้ก็ดูกะตือรือล้นขึ้นมาแทบเป็นคนละคน เจ้าตัวล้วงมือถือที่กดปิดเครื่องมันไปเองกับมือเพื่อหนีอะไรต่ออะไรหลายๆ อย่างขึ้นมาไล่หาเบอร์ของคังมินฮยอกจนมือไม้สั่นแต่ยังไม่ทันที่จะได้ทำตาม เจตนารมณ์ อูยองก็ฉวยมาแย่งมือถือของอีกคนไปแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย

“ตั้งห้าปีแล้วนะจงฮยอน… ยังลืมไม่ได้อีกเหรอ?”

“มันไม่ลืม… ทำอย่างไรมันก็ไม่ลืม ฉันพยายามแล้วนะ อูยอง นายก็รู้”

“ใน เมื่อลืมพี่เค้าไม่ได้… ทำไมไม่พยายามเปิดใจให้กับคนปัจจุบันหละ มินฮยอกเขามีอะไรเสียหายนักหนา ฉันก็เห็นเขาดีกับนายทุกอย่าง… โอ๋เช้าโอ๋เย็นเสียด้วยซ้ำ นายยังจะเอาอะไรอีก?” ยิ่งพูดก็ยิ่งพาลให้ปรากฏภาพของผู้ชายที่ดีแสนดีเหลือเกินในสายตาของอูยอง แต่ถึงให้ดียังไง ก็ไม่เคยอยู่ในสายตาของเพื่อนเขาได้เลย ดวงหน้าที่หม่นเศร้าลงของจงฮยอนทำให้อูยองถอดใจที่จะพูดเชียร์มินฮยอก… ผู้ร่วมงานอีกคนที่มีดีทั้งหน้าตา การศึกษา ชาติตระกูลและที่สำคัญก็รักเพื่อนของเขามานานแล้วแต่อย่างว่าต่อให้ดีเท่า ไหร่ รักมานานแค่ไหน ถ้าจงฮยอนไม่สนใจทุกอย่างของคังมินฮยอกก็เท่ากับเป็นศูนย์อยู่ดี…

“พี่เค้ามีอะไรดีหนักหนา… นายถึงฝังใจขนาดนี้?”

“ไม่รู้เหมือนกัน ว่าคำว่าดีของคนอื่นคืออะไรแต่สำหรับฉัน ฉันคิดว่าพี่เค้าดีมาก ๆ อย่างน้อยพี่เค้าก็รักฉัน…”

“มั่นใจ?!”

“อูยอง!”

“โทษ ทีๆ … เอาเถอะ นายจะปิดหูปิดตากับปัจจุบันแล้วจมปรักอยู่กับอดีตที่นายคิดว่าดียังไงก็ เรื่องของนาย ฉันขี้เกียจจะสนใจแล้วแต่อย่าลืมว่านายมีหน้าที่อะไรบ้าง ทำงานได้แล้ว” อูยองตีหน้าผากเพื่อนรักเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืน คว้าแฟ้มสองสามเล่มที่ติดมือเข้าไปเตรียมจะกลับไปทำงานในส่วนของตัวเอง บ้าง…

“ถ้ามินฮยอกจีบฉัน ป่านนี้เขาคงมีความสุขไปแล้ว เฮ้อ!…”

“เขาไม่จีบนาย…. นายก็จีบเขาเองสิ ขืนรอมีหวังไม่ได้แอ้มขาอ่อนมินฮยอกหรอก”

“เหมือนกับที่นายเคยจีบพี่เค้าสมัยเรียนน่ะเหรอ ไม่เอาหรอก กลัวมานั่งเจ็บฝังใจเหมือนกับนายทุกวันนี้แล้วอีกอย่างมินฮยอกก็ไม่ใช่พี่คนแบบนั้น ไม่เหมือนกัน”

“ใช่ มินฮยอกเขาไม่ได้ใจร้ายเหมือนพี่เค้า ไม่ใจดำเหมือนพี่เต้าและก็คงไม่มีวันทิ้งฉันไปเหมือนกับที่พี่เค้าทำ…”

“จง ฮยอน…” อูยองแทบทรุดฮวบลงกับเก้าอี้อีกครั้ง เมื่อน้ำเสียงของอีกฝ่ายเริ่มไม่สู้ดีเอาเสียเลย แม้เรื่องราวจะผ่านมาถึงห้าปีแล้วแต่ก็รู้ดีทีเดียวว่า สำหรับจงฮยอนก็ไม่ต่างอะไรจากวันแค่ห้าวันที่พอคิดจะลืมก็นึกถึง พอคิดจะลบก็ยิ่งย้ำลงไปให้ฝังลึกอยู่กับใจมากขึ้นเท่านั้น…

“ฉัน คิดถึงพี่เค้า… คิดถึงพี่ยงฮวามากอูยอง…” จงฮยอนพึมพำพร้อมกับอัดควันของบุหรี่มวนใหม่ที่เพิ่งหยิบมาจุดเข้าปอดไปเต็ม แรงก่อนจะระบายควันสีขาวฉุนๆ ออกมาทางจมูกและปากอย่างคนที่สูบมันเสียจนเจนจัด…

“พี่เค้าจะ รู้บ้างมั้ยนะว่าตลอดห้าปีที่ผ่านมาฉันตามหาเขาจนแทบพลิกแผ่นดิน… ปูซานไม่ใช่เมืองเล็กๆ นะ เขาอยู่ส่วนไหน เขาอยู่ที่ไหน ฉันอยากเจอเขา…”

“เอ้า!… กลัวไม่ตายไวหรือไง?” อูยองแย่งบุหรี่มาจากมือเพื่อนรักเป็นครั้งที่สองเมื่อเถ้ามันลามจนเกือบถึง ปลายนิ้วเรียวนั่นแล้วก็เจ้าตัวเล่นสูบมันเอาไปราวกับอดยากปากแห้งมานมนาม คนตัวเล็กกดมันลงกับที่เขี่ยบนโต๊ะอย่างหงุดหงิดใจ

“ถ้าตายแล้วลืมพี่เค้าได้… ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจนะ”

“นายมันบ้าชะมัดเลยจงฮยอน ฉันหละเหนื่อยใจ”

“นาย พูดเหมือนพี่ยงฮวาเลย… สมัยเรียนเวลาที่ฉันตื้อเขาหรือตามพี่เค้ามากๆ จนเขาออกปากไล่แต่ฉันก็ยังทำเหมือนเดิม ไม่สนใจ…. พี่ยงฮวาก็มักจะพูดว่า… เหนื่อยใจกับฉัน… แล้วก็ลูบผมฉันเบาๆ… ยิ้ม… แล้วก็มองฉัน… ซึ่งมันตรงข้ามกับคำที่เขาพูดทุกอย่าง”

“จนนายคิดว่าพี่เค้ารักนายใช่มั้ย?” อูยองยักไหล่นิดๆ ตัดบรรยากาศในอดีตฝันวันวานของอีกคนอย่างไม่คิดรักษาน้ำใจสักนิด

“แม้ว่าพี่ยงฮวาจะไม่เคยบอกว่ารักฉันแต่สิ่งที่พี่เค้าทำกับฉัน มันยังไม่ใช่อีกเหรอ?”

“ถ้า งั้นการหายตัวไปราวกับคนตายจากกันอย่างนี้ก็เรียกว่า… พี่เค้ารักนายมากสินะ” จงฮยอนกัดริมฝีปากแน่น… ขอบตาเริ่มมีสีเรื่อกับคำพูดประชดประชันของอูยองที่กระทบใจเขาเข้าอย่างจัง จนทุกวันนี้จงฮยอนก็ไม่เคยยอมรับว่าตัวเองโดนทิ้ง เวลาใครต่อใครถาม… ก็พูดแต่เพียงว่า “เลิกกัน” มีแต่อูยองคนเดียวนี่แหละที่รู้ความจริงทุกอย่าง… ความจริงที่ว่า… พี่ยงฮวาทิ้งเขาไปอย่างใจร้ายใจดำที่สุด !

“แล้วจะไปปูซานอีก ใช่มั้ย?” อูยองลดน้ำเสียงตัวเองลงเมื่อเห็นดวงตาของคนตรงหน้าเริ่มมีน้ำใสๆ เอ่อปริ่ม … สีหน้าซีดเผือดอาการพวกนี้แม้จะเห็นมาจนชินตาแต่ด้วยความที่จงฮยอนเป็น เพื่อนเขาถึงทำให้รู้สึกเจ็บไปด้วยไม่ได้ทุกที

“อืม…”

“หวังปาฏิหาริย์สินะ? ฉันหละงง เป็นแฟนกันประสาอะไร บ้านช่องห้องหอเขาอยู่ไหน พ่อแม่เขาชื่ออะไร ก็ไม่รู้จัก”

“ก็พี่ยงฮวาเค้าไม่เคยบอกฉัน… รู้แต่ว่าที่บ้านพี่เค้าทำไร่”

“ไอ้ ไร่ของบรรพบุรุษที่เขาจะกลับไปรับช่วงต่อน่ะเหรอ เสียดายใบปริญญาวิศวะชะมัดแต่อย่างว่าแหละ พี่เค้าเป็นพวกนักอุดมการณ์นี่น่า ป่านนี้ก็คงขุดดินขุดหญ้าสานฝันตัวเองอยู่บนภูเขาสักลูกละมั้ง”

“อูยอง!”

“โทษทีๆ ฉันไม่ได้ตั้งใจ” ดูเหมือนว่าจะเพิ่งรู้ตัวว่าใช้คำพูดที่เพื่อนรักไม่พอใจออกไปจึงรีบขอโทษ

“แต่วันที่พี่เค้าจากไปนายก็ได้คุยกับเขาไม่ใช่เหรอ ที่อยู่ไว้ติดต่อสักนิดก็ไม่ทิ้งไว้ให้เลยเหรอ ?”

“ฉันผิดเองแหละ… วันนั้น เรื่องถึงเป็นแบบนี้”

“ที่นายอาละวาดใส่พี่เค้านะเหรอ?”

“อืม… วันนั้นพี่ยงฮวามาบอกว่า พ่อเขาเสียจะกลับไปทำไร่ จะไม่กลับมาโซลอีก ฉันโมโห…เลยพูดแรงไป พูดเหมือนที่นายพูดเมื่อกี้แหละ เขาก็นิ่งไปเลยแล้วก็เดินไป ฉันไม่คิดจริงๆ ว่านั้นจะเป็นการเจอกันครั้งสุดท้ายระหว่างฉันกับเขา … ฉันไม่ได้รับการติดต่อจากพี่เค้า… ไปหาที่หอพักพี่เค้าก็ย้ายออกไป… ฉันอุตส่าห์รอวันรับปริญญามั่นใจว่ายังไงพี่ยงฮวาก็ต้องมาต้องได้เจอกันแต่ สุดท้ายพี่ยงฮวาก็ไม่มารับใบจบ พอไปถามที่กองทะเบียนเขาก็บอกว่า… พี่ยงฮวาทำเรื่องจะมารับวันหลังกับเจ้าหน้าที่เอง…”

“แล้วเพื่อนที่หอพี่เค้าล่ะ… ไม่มีใครรู้ที่อยู่เลยเหรอ?”

“ไม่เลย… ไม่มีใครรู้สักคน”

“สรุป… จะไปปูซานอีกแน่ๆ ใช่มั้ย ? ฉันจะได้สั่งให้เตรียมรถให้” อูยองยุติการรื้อฟื้นเรื่องราวความหลังที่แสนเจ็บปวดของเพื่อนรัก… เมื่อใบหน้าเศร้านั่นชุ่มไปด้วยน้ำตา… ปาฏิหาริย์ที่เพื่อนเขาเฝ้ารอ… ความหวังที่แสนริบหรี่ที่ใกล้จะมอดดับเต็มทีแต่ถ้าเพื่อนเขายังไหว เขาก็คงช่วยได้แค่นี้แหละ

จงฮยอนพยักหน้าให้ก่อนจะมองออกไปนอก หน้าต่างเมื่ออูยองก้าวกลับออกไปแล้ว… ภาพสมัยเรียน ระลอกแล้วระลอกเล่าราวกับหนังที่ฉายอย่างไม่ขาดตอน… มันอ่อนหวาน อบอุ่นและสุขใจทุกครั้งที่นึกถึง สุขเสียจนตัดใจลืมมันไม่ได้เสียที

“ห้า ปีที่ผมตามหาพี่… พี่ทำอะไรบ้างนะ ยังรอพบผมเหมือนที่ผมรอพบพี่มาตลอดรึเปล่า?” เปลือกตาสีช้ำค่อยๆ ปิดลงราวกับจะบรรเทาความเจ็บปวดที่ก่อเกิดในหัวใจ ปาฏิหาริย์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นเลยตลอดห้าปี…. จะยังคงเป็นเช่นเดิมจริงๆ เหรอ… แล้วความหวังที่ริบหรี่จนเหมือนกับจะมอดดับ… จะต้องสลายหายไปจริงๆ ใช่มั้ย…

“ผมจะไปหาพี่อีกแล้วนะ… ไปหาทั้ง ๆ ที่ไม่รู้เลย ว่าพี่อยู่ที่ไหน เลิกใจร้ายกับผมสักทีเถอะ… หรือว่าต้องรอให้ผมหมดแรงตายไปเสียก่อน… พี่ถึงจะยอมมาพบหน้าผม พี่ยงฮวา”

โปรดติดตามตอนต่อไป ตอนสอง …” ความหลัง “….

==#==#==# ECLIPSE#==#==#==

*ไม่พูดอะไรนะค่ะ คนแต่งกำลังเศร้าจัด T^T

อ่านจบกรุณาอีดิทคอมเม้นท์ด้วยค่ะ!
*อย่าเม้นท์แค่ว่าสนุก รอตอนต่อไปหรือขอบคุณๆๆแค่นี้นะค่ะ ไม่ปลื้มค่ะ!!
และหากรู้ว่าไม่มีเวลาอ่านรบกวนอย่าแปะทิ้งไว้จะดีกว่าเนอะ^^

Comments
  1. […] =# ECLIPSE l1l ‘ฝังใจ’ #= Click [Fic] =# ECLIPSE l2l ‘ความหลัง’ #= Click [Fic] =# ECLIPSE l3l […]

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s