[Fic] =# ECLIPSE l2l ‘ความหลัง’ #=

Posted: June 10, 2011 in ~* YongHyunSeo *~

Title: ~ECLIPSE~
Paring: YH x JH x SH Ft.MH,JS
AuThur: HaneiBee

[Fic] =# ECLIPSE l1l ‘ฝังใจ’ #=
[Fic] =# ECLIPSE l2l ‘ความหลัง’ #=
[Fic] =# ECLIPSE l3l ‘ปาฏิหาริย์’ #=
[Fic] =# ECLIPSE l4l ‘อ้อมกอด’ #=
[Fic] =# ECLIPSE l5l ‘เจ้าของ’ #=
[Fic] =# ECLIPSE l6l ‘น้ำตา’ #=
[Fic] =# ECLIPSE l7l ‘ลาจาก’ #=
[Fic] =# ECLIPSE l8l ‘ผู้กำหนด’ #=
[Fic] =# ECLIPSE l9l ‘ผู้กำหนดชีวิต’ #=
[Fic] =# ECLIPSE l10l ‘สุดท้าย’ #=

[2] …” ความหลัง “…

ความเดิมตอนที่แล้ว
[Fic] =# ECLIPSE l1l ‘ฝังใจ’ #= Click

 

‘ถ้า ปาฏิหาริย์มันเกิดขึ้นจริงๆ กริ๊งกร๊างมาบอกกันด้วยหล่ะไว้เคลียร์งานเสร็จแล้ว ฉันจะตามไปสมทบจะไปเป็นผู้ช่วยนางเอกในการตามรักคืนใจแน่นอน’

จง ฮยอนอดอมยิ้มไม่ได้เมื่อนึกถึงประโยคของเพื่อนรักอย่างอูยองก่อนจะขึ้นรถตู้ มา แม้จะดูเป็นความหวังที่ลมๆ แล้งๆ เต็มทีแต่อูยองก็ไม่คิดที่จะหัวเราะเยาะกับการกระทำของเขาเลย… อีกทั้งยังช่วยคิดแผนเพื่อตบตาพ่อกับพี่ชายสาระพัดให้มาปูซานได้โดยไม่โดน บ่น… ‘ก็แค่ทำเป็นให้ความสนใจกับโปรเจ็คงานสิแบบว่าอยากตามไปคุมงานด้วยตัวเอง อยากให้ทุกขั้นตอนผ่านตาผ่านมืออะไรประมาณนี่แหละ’… เพียงบอกออกไปด้วยข้ออ้างที่ดูรักการรักงานขนาดนี้ ผู้เป็นพ่อและพี่ชายก็สั่งการมอบหมายให้เขาดูแลโปรเจ็คนี้แทบจะทันที่… แจ๋วจริงๆ อูยองเอ้ย…

“เดี๋ยวพอพ้นถนนเส้นหลักเส้นนี้แล้ว ก็ถึงไร่ที่เราจะใช้เป็นโลเกชั่นพอดี”

“อ๋อ… เหรอครับ” ร่างบางเพียงพยักหน้าให้คังมินฮยอก… คนที่นั่งอยู่ข้างๆ เพื่อให้ดูไม่น่าเกลียดนักกับการอธิบายถนนหนทางที่เจ้าตัวมาเซอร์เวย์ด้วย ตัวเองแล้วอาทิตย์ก่อน อีกทั้งการลงทุนนั่งเดินทางกลับมาโซลเพื่อรับจงฮยอนและทีมงานมาถ่ายโฆษณาเอง อีกก็ทำให้จงฮยอนไม่กล้าที่จะแสดงท่าทีใดใดที่เป็นการหักหาญน้ำใจอีกฝ่ายออก ไปได้จริงๆ… มินฮยอกเองก็พอจะรู้ว่าคนตัวบางที่นั่งอยู่ข้างๆ ไม่มีแก่ใจที่จะสนทนาด้วยสักเท่าไหร่จึงหันหน้ากลับไปมองยังทางข้างหน้าตาม เดิมแต่ก็อดไม่ได้ที่จะขอลอบมองคนน่ารักที่ไม่ว่าเท่าไหร่เขาก็ชนะใจไม่ได้ สักทีอยู่บ่อยครั้งโดยระวังไม่ให้เจ้าตัวรู้และจับสังเกตุได้

ใช่ว่าเขาไม่เคยโดนจงฮยอนทำอาการเฉยเมย… ถามคำตอบคำแบบขัดไม่ได้แบบนี้ใส่เสียเมื่อไร
หัวใจเขามันคงด้านชาไปหมดแล้ว…. ชาเสียจนต่อให้เจ็บมากกว่านี้อีกสิบเท่าก็คงจะไม่มีความรู้สึกใดใดตอบสนองอีก

อี จงฮยอนทอดสายตาออกไปหน้าต่างด้านข้างเพื่อแก้เซ็งกับการนั่งรถเป็นชั่วโมงๆ ดวงตาสีดำจัดก็เจอเข้ากับรวงร้านมากมายที่ตั้งอยู่เกลื่อนกลาดเต็มสองฝั่ง ฝากถนนในตัวเมืองปูซาน ปกติแล้วคุณหนูอย่างเขาคงไม่มีวันได้ไปสัมผัสกับสภาพแวดล้อมเช่นนี้หรอก หากแต่กลับไม่ใช่กับคุณหนูคนเล็กของตระกลูอีคนนี้… จงฮยอนยิ่งเสียกว่าได้สัมผัสกับมันเสียอีกเรียกได้ว่าเข้าไปคลุกคลีทีเดียว

แล้วสุดท้ายความหลังในวันวานก็ผุดฉายขึ้นมาอีกจนได้…

“ฉัน กินเป็นแต่ของพวกนี้ ถ้านายกินไม่ได้ก็กลับไป” นั่นคือประโยคที่เฉือนหัวใจจากปากรุ่นพี่นามว่าจองยงฮวาที่จงฮยอนจำได้ขึ้น ใจ ถ้อยคำไม่ยี่หระที่กล่าวออกมาในครั้งแรกที่จงฮยอนตามไปจนถึงร้านขายบะหมี่ ธรรมดาๆ ซึ่งเป็นที่ฝากท้องประจำของชายหนุ่มหลังจากนั่งรอจนยงฮวาทำงานพิเศษเสร็จ ทั้งที่ทางมหาวิทยาลัยก็ได้ให้ทุนจนสามารถเรียนจบได้โดยไม่เดือนร้อน ไหนจะเงินจากทางบ้านที่ส่งมาอีกแม้จะไม่มากแต่สำหรับคนที่ใช้ชีวิตสมถะอย่าง ยงฮวาก็ถือว่าอยู่ได้สบายๆ แต่เจ้าตัวเองก็ไม่คิดจะเพิกเฉยหรืองอมืองอเท้ารอเงินทั้งของหลวงและจากทาง บ้านโอนใส่บัญชิในแต่ละเดือน…

ทุกเย็นหลังเลิกเรียนยงฮวาจะ รีบตรงไปร้านขายต้นไม้ซึ่งเป็นที่ที่เขาทำงานพิเศษมาตั้งแต่มหาวิทยาลัยปี หนึ่ง… ไหนจะตอนเช้ากับการส่งหนังสือพิมพ์ตอนเช้ามืดทุกวันเพื่อพยุงตัวเองให้ชีวิต นักศึกษาตัวคนเดียวท่ามกลางเมืองหลวงถึงกับเหลือกินเหลือใช้และถึงขึ้นเหลือ เก็บได้ต่อเดือนค่อนข้างจะมากเอาการอยู่ทีเดียว…

จงฮยอนจำ ได้ดีพอๆกับจำขึ้นใจว่าตัวเองรีบพยักหน้าตอบรุ่นพี่ไปทันที… ว่ากินได้ ทั้งที่จริงแล้วตั้งแต่เด็กจนโต อาหารข้างทางเช่นนี้ครอบครัวเขาไม่เคยลิ้มลองเสียด้วยซ้ำและแม้ฐานะการเงิน ของพี่ยงฮวาจะด้อยกว่าจงฮยอนอยู่ราวฟ้ากับเหวแต่ก็ไม่มีสักครั้งที่พี่ยงฮวา จะปล่อยให้จงฮยอนต้องออกเงินสักวอนเดียวในการไปไหนมาไหนด้วยกันเพราะสถานที่ ที่พี่ยงฮวามักจะพาเขาไปล้วนแต่เป็นที่ที่ไม่หรูหราและแทบไม่ต้องใช้เงินทอง ฟุ่มเฟื่อยเลยทั้งสิ้น…

จนกลายเป็นว่าคุณหนูคนเล็กของ ตระกูลอีเจ้าของบริษัทโฆษณาชื่อดังอย่างจงฮยอนซี้ปึกกับร้านบะหมี่ธรรมดาๆ สวนสาธารณะที่มีอยู่ทุกซอกทุกมุมเมือง… อีกไหนจะงานวัดพื้นๆ แต่แสนสนุกสนานครึกครืนไปโดยปริยาย…

แม้กระทั่งอูยองเอง ยังแซวอยู่บ่อยครั้งว่า… สงสัยรุ่นพี่ยงฮวาจะฉีดยากล่อมประสาทให้จงฮยอนจนเกินขนาดเสียแล้ว ถึงขั้นละทิ้งการเดินเข้าออกห้างหรู ดินเนอร์บนภัตตาคารชื่อดัง แม้แต่ข้าวของเครื่องใช้ที่ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าของจงฮยอนก็สลัดแบรนเนม ต่างๆ ทิ้งไปได้อย่างไม่น่าเชื่อสายตา

‘นี่นายทำเพราะ เอาใจพี่โดมผู้จองหองนั่นหรือว่าเข้าถึงแก่นแท้ของชีวิตแล้วกันแน่ จงฮยอน?’ น้ำเสียงโวยวายจนน่าปวดหูวันที่เขาปฏิเสธิการไปเดินซื้อของยังห้างสรรพ สินค้าเป็นเพื่อนอูยองในวันหนึ่ง… ก็เป็นอีกหนึ่งที่ยังติดค้างอยู่ในใจเขามาจนถึงวันนี้เช่นกัน

ใน สายตาคนอื่นๆ ดูเหมือนว่าเขาพยายามทำทุกอย่างเพื่อเอาใจพี่ยงฮวา… ทำตัวติดดินเหมือนพี่ยงฮวา ใช้ชีวิตสมถะเสียจนเพื่อนๆ ในกลุ่มเกิดข้อกังขาไปตามๆ กัน แม้แต่พี่ยงฮวาเองก็ยังเคยแสดงท่าทีไม่เชื่อใจกับการเปลี่ยนไปของเขา… ทั้งที่เขาไม่ได้เสแสร้งเลยแม้แต่นิดเดียว จนเขาเองก็ท้ออยู่บ่อยครั้งแต่ความอดทนของคนเราก็มีขีดจำกัด… เมื่อมันเกินจะรับไว้จริงๆ

วันที่จงฮยอนไม่มีวันลืมวันนั้น

“ทำแบบนี้เพื่ออะไร อีจงฮยอน?” สายตากรุ่นโกรธของพี่ยงฮวาจ้องมาทางเขาในวันที่เขาตั้งใจจะช่วยเปลี่ยน กระถางต้นไม้ในร้านที่พี่ยงฮวาทำงานพิเศษ

“ก็ผมอยากช่วยพี่… แค่เปลี่ยนกระถางต้นไม้เองน่ะฮะ ไม่เห็นจะยากตรงไหนเลย”

“ถ้าจำไม่ผิด ฉันไม่เคยขอร้องนายสักนิด กลับบ้านไปได้แล้ว”

“ถ้างั้นผมอยู่เฉยๆ ก็ได้ สัญญาจะไม่กวนพี่ยงฮวาแล้วนะฮะ”

“เกะกะ” เท่านั้นแหละ… น้ำตาที่สั่งไม่ให้ร่วงอย่างแทบเป็นแทบตายก็พรูลงอาบสองแก้มอย่างยากจะสั่ง ให้หยุด จงฮยอนรีบป้ายน้ำร้อนๆแห่งความน่าสมเพชพวกด้วยหลังมือที่ยังเปื้อนคราบดิน คราบปุ๋ยนั้นเอาลวกๆ แล้วรีบเดินจ้ำๆ ผ่านคนที่ออกปากไล่แต่มันก็น่าสมเพชหนักขึ้นไปอีกที่ในใจลึกๆ ยังแอบหวังว่าพี่ยงฮวาจะเอ่ยรั้งไว้ แม้จะไม่ขอโทษ… แค่รั้งไว้ไม่ให้กลับ เขาก็พร้อมจะให้อภัยทันที…

แต่พี่ยงฮวาก็ยังเป็นพี่ยงฮวา อยู่วันยันค่ำ… ไม่เพียงไม่แสดงออกใดใดกับเขายังตั้งหน้าตั้งตาทำงานในส่วนของตัวเองต่อไป ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น… แม้เสียงกระดิ่งจากทางหน้าร้านจะสั่นจนเกิดเสียงดังก้องเป็นการให้รู้วาเขา เปิดประตูออกไปแล้วจริงๆ ก็ไม่มีสักนิดที่พี่ยงฮวาจะเหลียวกลับมามอง…

เห ตุการณ์วั้นนั้นทำให้เขาคิดเลิกตอแยกับพี่ยงฮวาถึงขั้นเด็ดขาด… ไม่ไปกินข้าวเที่ยงที่คณะวิศวะอย่างที่ทำเป็นประจำ รวมถึงการยืนดักรอพี่ยงฮวาที่หน้ารั้วมหาวิทยาลัยในตอนเย็นเพื่อตามไปร้าน ที่พี่ยงฮวาทำงานทุกวันก็ด้วยที่ก็เลิกทำ…

อีจงฮยอนเลิกทำมันหมดทุกอย่าง…
แต่มีสิ่งเดียวที่ทำเท่าไหรก็ทำไม่ได้สักที…

กับการเลิกรัก… เลิกสนใจ… เลิกคาดหวัง…
เลิกรอว่าจองยงฮวาจะมาง้อ

นั่นแหละคือ สิ่งที่ทำเท่าไหรก็ไม่สำเร็จ…..

จง ฮยอนกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมและดูจะเละเทะกว่าเดิมด้วยซ้ำ… กิน เที่ยว เล่นอย่างกับคนที่อยากประชดชีวิตทำให้ผลการเรียนเทอมนั้นๆ ตกฮวบลงแทบจะทุกวิชาแต่แล้วจู่ๆ วันที่ต้องไปลงทะเบียนซ่อมที่คณะก็ได้พบกับคนที่เขาพยายามหลบหน้ามาตลอด หนึ่งเดือนเต็มๆ

“ลงทะเบียนซ่อมกี่วิชา?” จงฮยอนไม่ได้ตอบอะไรออกไปรีบพาตัวเองให้เดินไปที่รถโดยที่ไม่มองหน้าพี่ยง ฮวาแม้แต่นิดเดียว… ทั้งที่อยากจะมอง… อยากจะสบตาให้หายคิดถึงแต่หนึ่งเดือนที่ผ่านมาก็ทำให้รู้ว่าพี่ยงฮวาไม่ได้ แคร์เขาเลยสักนิด

“พี่ถามว่าลงทะเบียนไปกี่วิชา ทำไมไม่ตอบ?” สองเท้าหยุดกึกทันทีที่ได้ยินคำแทนตัวที่พี่ยงฮวาใช้แทนตัวเอง … รู้มั้ยว่าคำว่า ‘พี่’ มันสะกิดให้ความเข้มแข็งที่ยังก่อร่างสร้างตัวได้ไม่เท่าไรในหัวใจของคนเดิน หนีแทบทัดทานความอ่อนแอที่แอบซ่อนไว้ไม่ไหว

“ถามทำไมฮะ ถ้าจำไม่ผิดผมกับพี่ไม่มีอะไรต้องเกี่ยวกันแล้วนี่!”

“ก็ห่วง พี่ถามไม่ได้รึไง หือม์?”

“อย่า มาล้อเล่นกับผมนะ… ผมเลิกยุ่งกับพี่ไปตั้งนานแล้ว ยังไม่พอใจอีกเหรอ จะเอาอะไรกับผมอีก ปล่อย!!” ความดีใจกับคำว่าห่วงจากปากของพี่ยงฮวาปฏิเสธิไม่ได้จริงๆ ว่ามันได้ฉุดเอาความอ่อนแอที่ซุกซ่อนอยู่ในหัวใจขึ้นมา… จงฮยอนรู้ตัวทันทีว่ากำแพงที่พยายามก่อพยายามกั้นคำว่ารักต่อคนตรงหน้ามา ตลอดหนึ่งเดือนทลายลงไม่เป็นท่าทีเดียวแต่ก็ยังดึงดันจะรักษาศักดิ์ศรีของ ตัวเองที่มีอยู่น้อยนิดให้ตั้งป้อมปราการขึ้นมา… ออกแรงชักมือที่อีกฝ่ายเอื้อมมาจับไว้กลับมา…

“ยังไม่พอใจอะไรอีกเล่า?”

“เรื่องนั้นพี่พอใจแล้วแต่ผลการเรียนของนายพี่ยังไม่พอใจเพราะที่คะแนนตกฮวบขนาดนี้ก็เพราะพี่”

“หลงตัวเองเกินไปแล้วพี่ยงฮวา พี่คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน?!”

“ก็ เป็นคนที่มีอิทธิพลพอจะทำให้นายเป็นแบบนี้” คนอ้างสิทธิ์ว่าตัวเองสำคัญหนักหนาใช้กำลังดึงคนตั้งป้อมจะหนีให้หันมาเผชิญ หน้ากัน ดวงตาสบกันผ่านความเงียบ… เงาของคนที่คิดถึงสะท้อนเด่นชัดในม่านตาสีดำ ใช่แล้ว… พี่ยงฮวาพูดถูกทุกอย่าง คนตรงหน้าจงฮยอนตอนนี้มีอิทธิพลต่อเขาอย่างน่าเหลือเชือ… เคยมีความสุขก็เพราะพี่ยงฮวา … เคยยิ้มเคยหัวเราะก็เพราะพี่ยงฮวา… อีกทั้งเคยร้องไห้จนแทบขาดใจตายมาแล้วก็เพราะพี่ยงฮวา… เพราะพี่ยงฮวาทั้งนั้น…

“ใครบอกพี่?”

“ไม่จำเป็นต้องรู้ เอากุญแจรถมาก็พอ”

“ไม่!”

“อย่า ดื้อ เอากุญแจรถมาฮยอน” นี่คือครั้งแรกที่พี่ยงฮวาเรียกชื่อเขาด้วยสรรพนามแสนสนิทชิดเชื้อ… ทั้งที่ผ่านมาจงฮยอนเองก็เคยขอให้เรียกอยู่หลายต่อหลายครั้งแต่พี่ยงฮวากลับ เอาแต่ส่ายหน้าแล้วก็เรียกแต่จงฮยอน… จงฮยอนอยู่ท่าเดียว มารู้ตัวอีกทีรถคันหรูของตัวเองก็เคลื่อนมาจอดตรงหน้าร้านขายต้นไม้ที่จำได้ ไม่ลืมว่าเป็นที่ทำงานพิเศษของพี่ยงฮวา…

จำไม่ได้ว่า ใจอ่อนยอมให้พี่ยงฮวาลากมาขึ้นรถตอนไหน
จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่า ยอมให้พี่ยงฮวาดึงกุญแจรถไปและขับออกมาจากมหาลัยได้ยังไง
จำไม่ได้แม้กระทั่งว่า ยอมให้พี่ยงฮวาลูบหัวตลอดทางที่ก้มหน้าร้องไห้มาอย่างน่าไม่อายได้ยังไงกัน

“พี่ ต้องทำงานพิเศษทุกวันคงไม่มีเวลาไปนั่งเป็นเพื่อนนายอ่านหนังสือที่ไหน ถ้าทนกับความคับแคบกับกลิ่นดินกลิ่นปุ๋ยได้ ก็มาอ่านที่นี่ละกัน… พี่บอกเจ้านายเอาไว้แล้ว” พี่ยงฮวาบอกก่อนจะวางกุญแจไว้กับคอนโซนรถแทนการส่งคืนให้กับมือแล้วเดินนำ เข้าไปในร้านก่อนคล้ายกับปล่อยเวลาให้อีกฝ่ายตัดสินใจว่าจะตามเข้าไปหรือจะ สตาร์ทรถขับกลับไปดี…

ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ที่จงฮยอนจม อยู่กับความคิดของตัวเองลำพังภายในรถแต่ดูเหมือนกับว่ามันนานจนชั่วกัปชั่ว กัลป์ทีเดียวกับการตัดสินใจ… ร่างบางชั่งน้ำหนักในใจตัวเองระหว่าง ความสุขยามที่ได้อยู่ใกล้กับพี่ยงฮวาแม้จะมีความเจ็บช้ำ… การเสียน้ำตา… การถูกเมินเฉยอยู่บ่อยครั้ง… กับความทุกข์ยามที่ต้องคอยหลบหน้าหลบตารวมถึงกันหลอกตัวเองว่าไม่ได้รักพี่ ยงฮวาอีกแล้ว อันไหนมันหนักหนากว่ากัน… สถานภาพไหนกันแน่ที่ตัวเองต้องการ…

กุ๋งกิ๋ง ๆ ๆ

ยง ฮวาเงยหน้าจากต้นไม้ที่กำลังชำกิ่งในมือมองคนตัวบางที่ค่อยๆ ก้าวเข้ามาในร้าน… อ้อมแขนน้อยๆ ทั้งสองข้างเต็มไปด้วยตำราประมาณ 5-6 เล่ม…

“จะให้ผมอ่านตรงไหนล่ะ?”

“ตรงข้าง หน้าต่างนั้น โต๊ะเก่าของน้องชายเจ้านาย… พี่ไปยกลงมาให้จากชั้นสอง พอได้นั่งมั้ย?” คนที่หอบหนังสือไว้เต็มสองแขนมองตามทิศทางที่พี่ยงฮวาพยักเพยิดไป มุมในสุดของร้าน… โต๊ะไม้สภาพเก่าคร่ำครึบ่งบอกอายุการใช้งานได้เป็นอย่างดีว่าคงจะหลายปีแล้ว แต่ถูกทำความสะอาดใหม่เสียจนดูเอี่ยมอ่องตั้งติดไว้กับหน้าต่างใหญ่ซึ่งเป็น ช่องทางที่ลมมักจะพัดเข้ามาในร้านพอดีเหมาะเหลือเกินกับการท่องจำหนังสือ หรือตำราเรียน…

พี่ยงฮวายังคงชำกิ่งไม้ต่อไปเรื่อยๆโดยไม่พูดอะไรอีก

ภาพ ของคนสองคน… ท่ามกลางความเงียบที่ร่ายล้อมแต่ทำไมกันนะหูทั้งสองข้างถึงแว่วได้ยินเสียง เต้นของหัวใจอีกฝ่ายราวกับแนบมันไว้กับอก… เสียงการเต้นที่กระซิบแผ่วเบาว่า… ‘ขอโทษ’… เสียงการเต้นที่กระซิบเบาๆว่า… ‘ให้อภัย’… และเสียงการเต้นที่กระซิบผ่านมากับสายลมว่า… ‘เริ่มต้นกันใหม่นะ’…

.
.
.
.
.

เอี๊ยด!!

ห้วง ความทรงจำที่เรียงร้อยทั้งสุขเศร้าเคล้าน้ำตาพลันหายวับไปทันทีเมื่อรถตู้ ที่จงฮยอนนั่งมาเบรกลงกระทันหัน เสียงร้องวี๊ดว้ายของบรรดาช่างแต่งหน้าทั้งหญิงแท้หญิงเทียมและเหล่านายแบบ นางแบบทางเบาะหลังต่างดังขึ้นพร้อมกัน…

“เกิดอะไรขึ้น?!” มินฮยอกดูจะเป็นคนที่ตั้งสติได้ดีกว่าเพื่อนถามคนขับรถประจำบริษัทด้วยน้ำเสียงร้อนรน

“รถที่ไหนก็ไม่รู้ครับขับสวนมา ดีนะที่ผมเหยียบเบรกทัน”

“แล้วเฉี่ยวกันมั้ย ลงไปดูสิ”

“ครับๆเดี๋ยวผมลงไปดูเองครับ” คนขับรถตู้รีบลงไปดูตามที่เจ้านายหนุ่มสั่ง…

“เป็น อะไรรึเปล่า รถเบรกแรงขนาดนี้ หัวไม่ได้โดนกระแทกนะ?” ให้หลังจากคนขับรถลงไปมินฮยอกก็หันมาถามจงฮยอนที่นั่งอยู่ข้างๆ พลางสำรวจตามเนื้อตัวหาร่องรอยของการบาดเจ็บ…

“ไม่เป็นไร… ฉันปลอดภัยดี ขอบคุณนะ” จงฮยอนตอบอย่างเลี่ยงไม่ได้อีกกับน้ำใจของมินฮยอก ดีที่เขาไม่ได้หลับไม่งั้นอาจจะได้รับบาดเจ็บจริงๆ ตอนที่เกิดอุบัติเหตุเมื่อกี้…

“ไม่เป็นไรก็ดีแล้วครับ” เมื่อดูด้วยตาตัวเองแล้วว่าจงฮยอนไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร… มินฮยอกจึงหันไปทางทีมงานคนอื่นๆ ที่อยู่ทางเบาะหลัง ถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงต่อ ไม่นานคนขับรถก็กลับขึ้นรถมา…

“ไม่ได้เฉี่ยวกันเลยครับ คุยกันแล้วเขาก็ขอโทษด้วยที่ไม่ทันระวัง”

“อืม ก็ดีแล้ว รีบไปต่อเถอะ เดี๋ยวจะไปถึงช้ากว่าที่นัดกับทางไร่เขาไว้ ” ถ้อยคำแถลงไขของคนขับรถทำให้ทุกคนบนรถถึงกับโล่งอก… จงฮยอนหันหน้าออกข้างหน้าต่างทางเดิมมองดูรถคู่กรณี… รถกระบะสีขาวคันนั่นสินะ

ดูเหมือนว่ารถคู่กรณีคันเมื่อครู่จะถอย ออกไปจอดไว้ตรงริมฟุตบาทยังไม่ไปไหน… ดวงตากลมสีดำจัดเห็นแต่หลังของเจ้าของรถเพียงแว่บๆ เพราะคล้ายกับว่าอีกคนจะกำลังคุยโทรศัพท์แล้วหันหลังให้มา…

“เขา ให้นามบัตรมาด้วยนะครับบอกว่าถ้ามีปัญหาอะไรก็ติดต่อไปได้ อย่างที่เขาว่ากันจริงๆ ว่าคนปูซานน้ำใจดี นี่ครับ” คนขับรถพูดยิ้มๆ พลางยื่นการ์ดสีขาวใบเล็กๆ ให้กับมินฮยอก… ชายหนุ่มรับมาก่อนจะอ่านชื่อเจ้าของนามบัตรนั่นแต่ก็เบาแสนเบาเหลือเกิน… จนจงฮยอนแทบไม่ได้ยิน

“มินฮยอกว่าเขาชื่ออะไรนะ… พูดใหม่สิ”

“จองยงฮวา… ทำไมเหรอ มีอะไรรึเปล่า?”

“พี่ยงฮวา!!”

“จะ ลงไปไหนน่ะจงฮยอน ?! เดี๋ยวก่อนสิ… เฮ้ !” มินฮยอกตกใจรีบคว้าแขนจงฮยอนที่จู่ๆ ก็ลุกพรวดขึ้นพยายามตะเกียกตะกายข้ามตัวเขาและทีมงานอีกคนหนึ่งที่นั่งอยู่ ชิดกับประตูแต่ก็ไม่รู้ว่าคนตัวบางนั่นไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน สะบัดทีเดียวก็หลุดได้ง่ายๆ กระโจนไปเปิดประตูได้สำเร็จก่อนจะกระโดดลงจากรถตู้วิ่งอ้อมไปทางหน้ารถ… มุ่งหน้าไปยังรถคู่กรณีคันนั่น ไม่สนใจเสียงร้องตกใจหรือการถามของเขาและทีมงานที่มาด้วยกันแม้แต่นิด

อูยอง… หรือว่า ปาฏิหาริย์ที่ฉันหวังจะเกิดขึ้นแล้วนะ ?

โปรดติดตามตอนต่อไป ตอนสี่สาม …” ปาฏิหาริย์ “…

ตัวอย่างตอนต่อไป

“ตอน นี้พี่มีแฟนใหม่รึเปล่า?” อยู่ดีๆ ก็โผลงถามออกไปแบบนั้น คนข้างๆ ดูจะชะงักนิ่งไปทันทีมองหน้าคนถามด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา…

คำขาดเพียงคำเดียวที่จะยุติหรือสานต่อ… ปาฏิหาริย์ที่เฝ้ารอมาตลอดห้าปีเต็ม…

ถ้าพี่ยงฮวาตอบว่า… ‘ไม่มี’… เขาจะโผเข้ากอดแล้วก็บอกว่า …
ขอบคุณที่รอเขาเหมือนที่เขารอมา….

แต่ถ้าพี่ยงฮวาตอบว่า… ‘มี’… ออกมาล่ะ …
อีจงฮยอนคนนี้จะทำยังไงดี

“ว่าไงล่ะ… ไม่มีใช่มั้ยฮะ?”

…………………………
………………
……

….
….
..

==#==#==# ECLIPSE #==#==#==

AuThur Talk: ตอน สองกับความหลังพอจะทำให้หลายคนหายโกรธยงฮวาได้บ้างมั้ยที่หายตัวไปตั้งห้าปี แต่เนื้อเรื่องยังไม่เคลียร์อ่าน่า ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์ตอนแรกมากค่ะ ตอนนั้นลงด้วยอารมณ์เศร้าๆจิตตกเข้าขั้น มาคิดได้ตอนนี้ก็หลวมตัวหาบ่วงคล้องคอกับฟิคยาวเรื่องใหม่อีกแล้วแต่ไม่ต้อง ห่วงนะค่ะเพราะเรื่องนี้เป็นการนำพล๊อตเรื่องเก่าเมื่อห้าปีก่อนโน้นมารี ไรท์เป็นเวอร์ซีบึลค่ะ สิบตอนจบสมบูรณ์แล้ว ไม่มีการดองเด็ดขาดอยู่ที่ว่าจะดิทเม้นท์กันครบแล้วหรือเปล่าเท่านั้นเองถึง จะลงตอนต่อๆไป

รักกี่เศร้าไม่รู้แต่จะดราม่าขึ้นในทุกๆตอน คอนเฟริม!
ส่วนจองชินตอนหน้าก็ยังไม่ออกนะค่ะ หึหึ(แล้วทำรูปเพื่อ?)
และเรื่องนี้น้องซอจะเข้ามาดำเนินเรื่องตั้งแต่ปลายตอนสามเป็นต้นไป
ใครไม่ปลื้มน้อง ออกจากกระทู้ไปเลยค่ะ… จะเสียอารมณ์ซะเปล่าๆ

อ่านจบกรุณาอีดิทคอมเม้นท์ด้วยค่ะ!
*อย่าเม้นท์แค่ว่าสนุก รอตอนต่อไปหรือขอบคุณๆๆแค่นี้นะค่ะ ไม่ปลื้มค่ะ!!
และหากรู้ว่าไม่มีเวลาอ่านรบกวนอย่าแปะทิ้งไว้จะดีกว่าเนอะ^^

Comments
  1. […] #= Click [Fic] =# ECLIPSE l2l ‘ความหลัง’ #= Click [Fic] =# ECLIPSE l3l ‘ปาฏิหาริย์’ #=Click [Fic] =# ECLIPSE l4l […]

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s