[Fic] =# ECLIPSE l3l ‘ปาฏิหาริย์’ #=

Posted: June 10, 2011 in ~* YongHyunSeo *~

Title: ~ECLIPSE~
Paring: YH x JH x SH Ft.MH,JS
AuThor: HaneiBee

[Fic] =# ECLIPSE l1l ‘ฝังใจ’ #=
[Fic] =# ECLIPSE l2l ‘ความหลัง’ #=
[Fic] =# ECLIPSE l3l ‘ปาฏิหาริย์’ #=
[Fic] =# ECLIPSE l4l ‘อ้อมกอด’ #=
[Fic] =# ECLIPSE l5l ‘เจ้าของ’ #=
[Fic] =# ECLIPSE l6l ‘น้ำตา’ #=
[Fic] =# ECLIPSE l7l ‘ลาจาก’ #=
[Fic] =# ECLIPSE l8l ‘ผู้กำหนด’ #=
[Fic] =# ECLIPSE l9l ‘ผู้กำหนดชีวิต’ #=
[Fic] =# ECLIPSE l10l ‘สุดท้าย’ #=

[3] …” ปาฏิหาริย์ “…

 

สอง เท้าที่วิ่งไปอย่างไม่คิดชีวิต… สองตาที่จดจ้องยังรถกระบะสีขาวกลางเก่ากลางใหม่ไม่กระพริบตา… กลัวเหลือเกิน…. กลัวถ้าเกิดคลาดสายตาไปเพียงเสี้ยววินาทีเดียว… คนที่รอคอยมาห้าปีเต็ม

…จะหายไป

เสียง แตรจากรถที่วิ่งสวนกันไปมาบนท้องถนนราวกับนัดกันกดจนดังล้งเล้ง เมื่อจงฮยอนเล่นวิ่งตัดหน้ารถคันแล้วคันเล่าไปโดยไม่มีกลัวสักนิดว่ามันอาจ จะพุ่งชนเอาได้จนกลายเป็นว่าการจราจรตรงละแวกนั้นชะงักไปโดยปริยาย

“พี่ ยงฮวา! พี่ยงฮวา! พี่ยงฮวา!” พอวิ่งถึงตัวรถร่างบางก็ทุบฝ่ามือลงกับกระจกรถฝั่งที่คิดว่าคนที่ตนตามหา นั่งอยู่ด้วยอาการกระหืดกระหอบ นัยน์ตาสองข้างฉายรอยแห่งความรู้สึกหลากหลาย… ดีใจ… ตื่นเต้น… หวาดกลัวจนปนเปกันไปหมด

“พี่ยงฮวา! พี่ยงฮวาเปิดประตูสิ!” ร่างบางหายใจติดขัดเต็มทีแต่ยังพยายามทุบกระจกขอให้เจ้าของรถลงมาดูและ เหมือนว่าตอนนี้ไม่ใช่แค่การจราจรเท่านั้นที่ชะงักตัวลง ผู้คนที่เดินขวักไขว่อยู่ต่างก็หยุดนิ่งยืนปักหลักดูเหตุการณ์ที่แปลก ประหลาดโดยไม่ยอมขยับเขยื้อนไปไหนแม้แต่ก้าวเดียว บ้างก็สีหน้าตกใจและลุ้นว่าจะเป็นยังไงต่อหรือจะลงเอยเช่นไร บ้างก็ส่ายหน้าเวทนากับลักษณะอาการราวกับคนผิดปกติที่เกิดสติคลุ้มคลั่งของ จงฮยอนที่อยู่ดีไม่ว่าดีก็มาวิ่งทะเล่อทะล่าอยู่กลางท้องถนนแต่เรื่องเหล่า นั้นกลับไม่ได้อยู่ในความคิดของจงฮยอนแม้แต่นิด ขณะนี้ร่างบางไม่มีแก่ใจที่จะมารักษาภาพพจน์หรืออธิบายอะไรต่ออะไรอยู่หรอก ในเมื่อสิ่งที่รอคอย… คนที่ตนเฝ้าตามหามาไม่รู้กี่ร้อยกี่พันวันกำลังปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าแล้ว

พัก ใหญ่เอาการกว่าประตูรถฝั่งที่ถูกทุบรัวอย่างบ้าคลั่งจะถูกเปิดออกก่อนที่ชาย หนุ่มในชุดทะมัดทะแม่งแบบบ้านๆ กับหมวกแก็ปใบสีคะหมุกคะมัวคนหนึ่งจะก้าวลงมา…

“พี่ยงฮวา พี่ยงฮวาจริงๆ ด้วย” เสียงของจงฮยอนคล้ายกับเพ้อ เมื่อเห็นชัดว่าคนตรงหน้าคือ คนรักสมัยเรียนของตัวเองจริงๆ ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นแล้วอูยอง… ปาฏิหาริย์ที่จะช่วยต่อชีวิตเพื่อนคนนี้ของนายและจะช่วยต่อลมหายใจให้จงฮยอน คนนี้ให้อยากอยู่บนโลกใบที่โหดร้ายและทำลายหัวใจมาหลายปีเหลือเกิน…

“จำ ผมได้มั้ยพี่ยงฮวา จำได้มั้ย จงฮยอนไง?” อีจงฮยอนเขย่าแขนคนที่เอาแต่นิ่ง… ไม่พูด ไม่ตอบ ไม่แม้แต่จะยิ้มอะไรเลยซึ่งอาการเหล่านี้มันเริ่มสร้างความหวั่นใจให้กับคน ตัวบางไม่น้อยทีเดียว…

ห้าปีที่ผ่านมา… ไม่มีสักวันที่ผมไม่นึกถึงพี่…
ผมเฝ้าตามหา… ตามหาอย่างไม่รู้จุดหมาย… ปลอบใจตัวเองไม่ให้ท้อ…
ปลุกหัวใจตัวเองให้รอ… รอ… และรอมาจนถึงวันนี้…

แต่ทำไมพี่ถึงทำราวกับว่า… ไม่เคยรู้จักผมอย่างนี้ล่ะ?

ขอบ ตาสองข้างที่ซุกซ่อนความหวาดกลัวและความหวั่นไหวไว้ร้อนผ่าว จงฮยอนรู้ดีว่าน้ำตาของตัวเองกำลังจะรินไหล… ไม่ได้หากคนตรงหน้าคือพี่ยงฮวาจริงก็จะไม่ร้องไห้ให้เห็นเด็ดขาดร่างบางย้ำ กับหัวใจที่เต้นช้าลงเรื่อยๆสองมือที่เขย่าแขนคนตรงหน้าเมื่อครู่ก็ร่วงลง เมื่อชายหนุ่มตรงหน้าที่คิดเข้าข้างตัวเองว่าเป็นพี่ยงฮวายังยืนนิ่งไม่ ไหวติงใดใด… อีกทั้งสายตาที่อีกคนทอดมองมาช่างว่างเปล่าสิ้นดี… แม้แต่เงาของคนเพ้อพกไม่ต่างจากคนเสียสติอย่างจงฮยอนคนนี้ก็ยังไร้แววสะท้อน ให้เห็น

ปาฏิหาริย์คงเป็นแค่นิทานหลอกเด็กสินะ

จง ฮยอนก้มหน้าลงก้าวถอยหลังออกมาหนึ่งก้าว นัยน์ตาพร่ามัวเพราะหยาดน้ำคลอเต็มหน่วยตาสองข้าง… กำลังจะพาตัวเองกลับไปที่รถที่วิ่งทะเล่อทะล่าออกมาแต่ทว่าคนที่เอาแต่ปิด ปากเงียบก็กล่าวออกมาจนได้

.
.
.
.
.

“จำได้…”

คำ ว่า “จำได้” ที่หลุดปากออกมาแม้จะเบาแสนเบาจนแทบไม่ได้ยิ แต่กลับเรียกน้ำตาแห่งความดีใจที่จงฮยอนไม่ได้สัมผัสกับมันมาตลอดห้าปีเต็มๆ …มันเกิดขึ้นแล้วจริงๆ อูยอง ปาฏิหาริย์… ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นแล้วจริงๆ เพื่อนรัก…

==#==#==# ECLIPSE #==#==#==

ยง ฮวาถูกขอร้องให้อยู่คุยกันก่อนชายหนุ่มยืนพิงรถกระบะของตัวเอง สองมือล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์สีซีดที่เจ้าตัวใส่มันบ่อยจนเป็นความเคยชินรอ ให้อีกคนวิ่งกลับไปที่รถตู้คันคู่กรณีที่เขาเพิ่งเสียหลักเฉี่ยวชนเมื่อครู่ ส่วนจงฮยอนพอถึงรถตู้ของบริษัทตัวเองก็หอบหายใจหนักๆพลางสั่งความกับมิ นฮยอกว่ามีธุระด่วนงานทุกอย่างที่วางแพลนกันไว้ให้มินฮยอกจัดการไปล่วงหน้า ดูท่าไม่เพียงมินฮยอกเท่านั้นที่งุนงง ทีมงานที่มาด้วยกันก็เก็บอาการอยากรู้อยากเห็นกันแทบไม่ไหว

“แล้วจะ กลับไปที่ไร่ถูกเหรอ คุณไม่รู้นี่ครับว่าไร่นั้นมันอยู่ที่ไหน?” ข้อมือบางถูกรั้งไว้โดยมินฮยอก จริงแล้วเขาไม่ได้ห่วงแค่ว่าจงฮยอนจะไปยังไร่ที่ใช้ถ่ายทำไม่ถูกแต่เพราะ ผู้ชายแปลกหน้าที่ร่างบางวิ่งปรี่เข้าไปหาเมื่อครู่ต่างหาก คนๆนี้สินะที่ทำให้ความรักของเขาไม่เคยส่งไปถึงหัวใจของจงฮยอนเลยตลอดระยะ เวลาหลายปีที่ผ่านมา…

“ไม่ต้องห่วงหรอกมินฮยอก ฉันมีคนพาไปส่งแน่ๆ”

“งั้นก็ได้ครับ แต่ถ้ามีอะไรโทรหาผมด้วยนะ”

“อืม ขอบคุณมากนะ” ต่างคนต่างตกอยู่ในสถานการณ์อึดอัด ร่างบางพยักหน้าให้เพื่อตัดปัญหาแม้จะอดสงสารอีกคนไม่ได้ น้ำเสียงเศร้าสร้อยกับดวงตาที่หม่นหมองมากกว่าทุกวันร่างบางรู้ดีว่ามินฮยอก กำลังรู้สึกเช่นไรแต่มันก็เหมือนกับที่รู้และรับรู้ความรู้สึกของอีกฝ่ายมา ตลอดแต่ก็จนปัญญาจะตอบรับหรือตอบแทนใดใดกลับไปได้…

“พี่ เค้าเป็นคนที่นี่ ไม่มีอันตรายอะไรหรอก มินฮยอกไม่ต้องห่วงนะ” ในที่สุดก็พูดเพื่อให้อีกฝ่ายคลายกังวัล จงฮยอนบีบมือร่างสูงเบาๆ ทำให้มินฮยอกพยักหน้ายอมปล่อยอีกคนให้เป็นอิสระ ทั้งที่ไม่แน่ใจเลยว่าการปล่อยจงฮยอนไปครั้งนี้จะเป็นการปล่อยไปโดยไม่มีวัน ได้กลับคืนมาอีกหรือเปล่า…

แต่ถึงไม่ปล่อยไปวันนี้…
วันไหนๆอีจงฮยอนก็ไม่เคยดูดำดูดีคังมินฮยอกอยู่วันยังค่ำ

ชาย หนุ่มได้แต่ฝืนยิ้มให้จนอีกคนวิ่งข้ามถนนไปยังฝั่งตรงข้ามรอยยิ้มเสแสร้งที่ สร้างมันขึ้นมาเพื่อให้จงฮยอนสบายใจและเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกลึกๆของตัว ก็พลันหายไป มินฮยอกก้าวขึ้นรถตู้ตามเดิมเขาหลับตาลงพิงหลังกับพนักที่นั่ง… อยากลบภาพผู้ชายแปลกหน้าคนนั้น คนที่จงฮยอนวิ่งเข้าไปหา… อยากลบภาพรอยยิ้มที่สวยที่สุดบนใบหน้าของจงฮยอนที่เขาเพิ่งมีโอกาสได้เห็น เป็นครั้งแรกและที่เขาอยากลบเพราะรู้อยู่เต็มอกว่ารอยยิ้มนั้นเกิดขึ้นเพราะ ใคร… ใครคนนั้นที่ไม่ใช่เขา…

“เรียบร้อย” จงฮยอนยิ้มกว้างเมื่อกลับมายังรถของยงฮวาอีกครั้ง

“แน่ใจเหรอ ว่าจะไม่โดนว่า?”

“ไว้ผมเคลียร์กับคุณพ่อทีหลังเองน่า สบายมาก”

“พี่ ลืมไป… ว่าเราเป็นลูกเจ้าของบริษัท” ยงฮวาพูดพร้อมกับยักไหล่ก่อนจะก้าวขึ้นไปประจำที่คนขับโดยไม่รู้สักนิดว่า วาจาและท่าทางเมื่อครู่ทำร้ายใครบางคนเข้า จงฮยอนเม้มปากพยายามสะกดอารมณ์ทั้งที่คำพูดค่อนขอดนั้นก้องเต็มอยู่สองหู ถ้าวันนี้ไม่ใช่วันที่รอคอยมานานแสนนานคงได้อาละวาดใส่กันไปข้างหนึ่งแล้วเป็นแน่

==#==#==# ECLIPSE#==#==#==

สวนสาธารณะแห่งหนึ่งในตัวเมืองปูซานเป็นสถานที่ที่ยงฮวาพาจงฮยอนมาเพื่อพูดคุยกันตามที่อีกคนร้องขอ…

“พี่ ยงฮวาดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมากเลยนะฮะ เท่ห์ขึ้นด้วย” ร่างบางรับห่อขนมปังจากชายหนุ่มพลางมองเรื่อยระทั่วทั้งตัวของพี่ยงฮวา จมูกโด่งคมซึ่งจงฮยอนชอบนักชอบหนาเพราะมันส่งให้พี่ยงฮวาดูเข้มกว่าใครต่อ ใคร… ดวงตาที่แฝงความดุดันทว่ากลับซุกซ่อนความอ่อนโยนไว้จนเต็มเปี่ยม จนถึงริมฝีปากที่เจ้าของชอบที่จะหุบสนิทไว้มากกว่าจะเปิดกว้างออกเพื่อเอ่ย โต้ตอบ… คิดถึงเหลือเกิน คิดถึงจนจับหัวใจ…

“แล้วผมล่ะ พี่ว่าผมเปลี่ยนไปบ้างมั้ย?” พอร่างบางถามบ้างทำให้ยงฮวาถึงกับเลิกคิ้วหนาๆ นั่นขึ้น

“ผมน่ารักขึ้นมั้ยฮะ?”

“หล่อขึ้น”

“ไม่ เอา ผมไม่อยากหล่อผมอยากน่ารักอย่างเดียว!” คนหน้ารักโวยแบบแกล้งๆ พยายามจะให้พี่ยงฮวาตอบตามที่ตัวเองต้องการให้ได้แต่พี่ยงฮวาก็เพียงส่ายหัว แล้วก็หัวเราะเบาๆ…

“โอเคๆ ไม่ตอบก็ไม่ตอบ ช่างมันเถอะ” เพราะขี้เกียจจะหาเรื่องกับพี่ยงฮวาอีกจึงหันไปแกะขนมปังที่ชายหนุ่มซื้อมา ให้เข้าปากเสียแทนเคี้ยวตุ้ยๆ…

“มาปูซานก็หลายครั้งแล้วแต่ไม่ เคยมาเดินเที่ยวแถวนี้สักที มัวแต่ยุ่งเรื่องอื่น” คำพูดเรื่อยเปื่อยของคนต่างถิ่นคงคล้ายสายลมที่พัดผ่านเข้าหูเท่านั้นเพราะ ดูท่าแล้วอีกคนคงจะไม่ติดใจอยากรุ้ว่าเรื่องที่จงฮยอนว่ายุ่งนั่นคืออะไร แล้วถ้าหากรู้ขึ้นมาจริงๆ พี่ยงฮวาจะทำสีหน้ายังไงนะ… หากรู้ว่าตลอดห้าปีที่ผ่านมาจงฮยอนคนนี้เดินทางมายังปูซานจนนับครั้งไม่ถ้วน เพื่อจุดประสงค์ๆ เดียว… นั่นก็คือ เพื่อตามหาพี่ยงฮวา

“แค็กๆๆ” จู่ๆ คนพูดจ้อก็ไอออกมาเมื่อเจ้าขนมปังก้อนน้อยแสนอร่อยเกิดติดคอเข้า ยงฮวารีบล้วงหยิบน้ำในถุงที่ซื้อติดมาด้วยจากคอนวีเนี่ยนก่อนเข้าสวนสาธารณะ กุลีกุจอส่งให้พร้อมกับช่วยลูบหลังให้เบาๆ…

“จะรีบกินไป ไหน เรานี่เหมือนเดิมทุกอย่างเลยสิ” ยงฮวาส่ายหน้าเอือมๆ กับพฤติกรรมการกินแบบรีบร้อนของจงฮยอนเพราะบ่อยครั้งเหลือเกินที่เขาต้อง นั่งดูร่างบางเกิดอาการสำลักหรือติดคอแบบนี้ซึ่งหนึ่งก็เกิดจากการคุยไปกิน ไปด้วยนี่แหละ

“ขอบคุณฮะ” คนติดคอรับน้ำมาดื่มแล้วยิ้มร่าให้อีก… ยิ้มที่เจ้าตัวเองก็จำไม่ได้ว่าเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วของวันนี้แต่ก็ เหมือนกับเป็นการทดแทนที่มันขาดหายไปจากชีวิตเขามาเสียเนิ่นนาน…

“พี่ ยังจำได้ว่าผมชอบน้ำผลไม้มากกว่าน้ำอัดลมด้วย… ดีใจจัง” จงฮยอนยกกระป๋องผลไม้ขึ้นมาแนบกับแก้มเอียงคอมองชายหนุ่มที่ซื้อมาให้… ความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ การห่วงใยที่ไม่ต้องมากแต่มีเสมอจากพี่ยงฮวาเคยทำให้จงฮยอนมีความสุขยังไง วันนี้ก็ยังคงเป็นอย่างนั้น… เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายยังจดจำได้ถึงของโปรดปรานของตนก็อดที่จะรู้สึกพองโตใน หัวใจอีกไม่ได้…

“ตอนนี้พี่ทำอะไร ได้ทำไร่อย่างที่บอกไว้สมัยเรียนรึป่าวฮะ?”

“อืม” ยงฮวาเงียบคิดอยู่นานแต่ก็พยักหน้าให้ช้าๆ

“แล้วทำไร่อะไร? ผลไม้หรือว่าพวกชา กาแฟ?”

“ผลไม้”

“ดี จัง ผมชอบกินผลไม้” จงฮยอนคิดบทสนทนาพื้นๆขึ้นมาสร้างบรรยากาศไม่ให้ย่ำแย่มากนัก ถ้าเป็นคนอื่นที่มาได้ยินพี่ยงฮวาถามคำตอบคำแบบนี้จะมีน้ำอดน้ำทนต่อนั่งคุย ต่อได้สักเท่าไหร่นะแต่อย่างน้อยก็เขาคนหนึ่งล่ะที่นั่งอยู่ได้จนเกินยี่สิบ นาทีมาแล้ว…

“ตอนนี้พี่มีแฟนใหม่รึเปล่าฮะ?” อยู่ดีๆ ก็โผลงถามออกไปแบบนั้น คนข้างๆ ดูจะชะงักนิ่งไปทันทีมองหน้าคนถามด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา…

คำขาดเพียงคำเดียวที่จะยุติหรือสานต่อ… ปาฏิหาริย์ที่เฝ้ารอมาตลอดห้าปีเต็ม

ถ้าพี่ยงฮวาตอบว่า… ‘ไม่มี’ …เขาจะโผเข้ากอดแล้วก็บอกว่า
ขอบคุณที่รอเขาเหมือนที่เขารอมา…

แต่ถ้าพี่ยงฮวาตอบว่า… ‘มี’ …ออกมาล่ะ
อีจงฮยอนคนนี้จะทำยังไงดี

“ว่าไงล่ะฮะ ไม่มีใช่มั้ย?”

………………………….
………………..
……..

.
.
.
.
.

“มี…”

“ฟลิ้วววววว ~~~!!!!” กระป๋องน้ำผลไม้ที่นำพาความชื่นใจมาให้อยู่หยกๆ ลอยหวือเฉียดใบหน้าของยงฮวาไปรวดเร็ว แรงของมันพาปลิวไปจนไกลก่อนจะชนกับต้นไม้ที่ห่างกับม้านั่งไปสองช่วงตัว อาจจะเป็นเพราะสัญชาตญาณสั่งให้ยงฮวาเอี้ยวตัวหลบตั้งแต่เห็นจงฮยอนกำ กระป๋องน้ำนั่นจนแน่นสั่น

“ใครที่ไหน?! ” ยังกัดฟันถามต่อทั้งที่ในใจกำลังเจ็บปวดแสนสาหัส หากว่านี้คือฝันร้าย ใครก็ได้ ใครก็ได้ช่วยปลุกเขาที อยากจะออกไปจากความฝันอันร้ายกาจนี้เต็มทีแล้ว… ปลุกให้รู้ว่า คำตอบของพี่ยงฮวาคือคำว่าไม่มี… ไม่ใช่คำที่ได้ยินเมื่อกี้… คำที่มันแทบฆ่าเขาให้ตายทั้งเป็นคำนั้น…

“เธอเป็นน้องสาวของเพื่อนพี่เอง”

“ชื่อ อะไร? ทำอะไร? คบกันมานานรึยัง? คบกันมาตั้งแต่ที่ทิ้งผมไปรึป่าว? เพราะเขาใช่มั้ย? เพราะมีเขา… พี่ถึงไม่ยอมติดต่อกลับไปหาผมบ้าง… พี่ทำได้ยังไง? ลืมผมได้ลงคอ ทั้งที่ผมไม่เคยลืมพี่สักวัน จะกี่ปีต่อกี่ปีผมก็ยังรอ… ก็ยังคอย… คอยให้พี่กับผมกลับมาคบกันอีก พี่ทำได้ยังไง… ทำอย่างนี้กับผมได้ยังไง?!” จงฮยอนผลักอกคนตรงหน้าสุดแรง คำตัดพ้อต่อว่ามากมายพรั่งพรูออกจากปากพร้อมกับหยาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม… รอยยิ้มจากหัวใจที่เพิ่งได้สัมผัสถึงวาระคืนจากไปรวดเร็วเหลือเกิน… เร็วเสียจนแม้จะเอื้อมเกี่ยวไว้ก็ยังไม่ทัน…

“ฟังกันก่อนสิจงฮยอน โตๆ กันแล้วนะ” ยงฮวารวบข้อมือทั้งสองข้างของคนที่กำลังอาละวาดและทำท่าจะกระโจนมาทำร้ายเขา…

“จะ ให้ผมฟังอะไร คนเห็นแก่ตัวอย่างพี่ผมไม่เชื่ออีกแล้ว ผมเกลียดพี่ที่สุด!!” จงฮยอนตวาดเสียงแหบพร่าออกแรงสะบัดแขนตัวเองจนหลุดเดินดุ่มๆ จะออกจากสวนสาธารณะ หลังมือก็ยกป้ายน้ำตาที่ยังไหลอาบหน้าไม่รู้หยุด…

ห้าปีที่รอคอย…
ห้าปีที่เฝ้าฝัน…
สุดท้ายก็เป็นแค่ห้าปี
ที่แสนโง่เง่าที่สุด …ฝ่ายเดียว

“เดี๋ยว ก็หลงหรอก เราไม่รู้จักที่นี่ไม่ดีพอนะ” ยงฮวาตามมาคว้าแขนอดีตคนรักถูลากถูกังให้ไปที่รถตัวเองแต่จงฮยอนก็ยังสะบัด มันออกอีก ดวงตาแดงก่ำวาวไปด้วยน้ำใสๆ จดจ้องคนตรงหน้าราวกับคนไม่รู้จัก…

“เหมือนกับที่ผมไม่รู้จักพี่ดีพอใช่มั้ย ไม่รู้ว่าพี่ใจโลเล ไม่รู้ว่าพี่เป็นคนทรยศแล้วก็ไม่รู้ว่าหัวใจของพี่มันเลือดเย็น!!

“จงฮยอน!”

“ทำไม ?! จะทำร้ายผมเหรอ เอาสิ อย่าคิดว่าผมไม่สู้พี่นะ” อย่าคิดว่าผมจะไม่สู้คนที่ผมรัก… อย่าคิดว่าผมจะไม่สู้พี่ยงฮวา… ความซื่อสัตย์ของผมโดนพี่มองข้าม… ความภักดีของผมก็โดนพี่เหยียบย่ำ… แม้แต่ความรักของเราที่ร่วมกันสร้างมา… พี่ก็ทำลายมันจนหมด… หมดไม่เหลือชิ้นดีสักนิด… ในเมื่อพี่ทำกับผมถึงขนาดนี้ก็ไม่เห็นว่าต้องคอยรอมชอมอะไรกันอีกแล้ว…

“ขึ้น รถ! เดี๋ยวพี่ไปส่ง” ยิ่งต่อปากต่อคำก็เห็นแต่จะลุกลามไปกันใหญ่โต ยงฮวาจึงตัดสินใจลากอีกฝ่ายไปจะให้ขึ้นรถตัดปัญหาการฉุดกระชากลากถูกันอยู่ ให้อายสายตาคนที่ผ่านไปผ่านมาแต่จงฮยอนก็กำลังเดือดจัดเมื่อถูกใช้กำลัง บังคับมาก่อนก็ฉวยกัดลงที่ท่อนแขนคนเผด็จการไปสุดแรงเกิด จนยงฮวาเผลอสะบัดมันออกทันทีและเนื่องจากไม่ทันตั้งตัวแรงสะบัดจากยงฮวาพา ให้คนตัวบางกระเด็นลงไปหน้าคะมำอยู่กับพื้นคอนกรีตจังเบ้อเร้อ

“ตุ้บ!!”

“จง ฮยอน!” ยงฮวาตกใจทันทีที่คนที่ร่วงไปกองอยู่ที่พื้นเงยหน้าขึ้น… หน้าผากแดงเทือก… เลือดสดๆ ไหลเลอะเต็มข้างขมับและดูว่ารอยที่แตกจะลึกเอาการซีกแก้มด้านข้าง… ระลงมาถึงข้างลำคอขาวจนถึงอกเสื้อจึงมีแต่เลือดไหลเปรอะเต็มไปหมด…

“ลุกขึ้นเถอะ พี่จะพาไปหาหมอ”

“ไม่ ไป! ผมไม่ไปไหนกับพี่ทั้งนั้น! ” แม้แผลที่หัวจะเริ่มทำให้มึนๆ เลือดก็ไหลยังเข้าตาอีกแต่ก็ยังทำเก่งลุกจะเดินออกจากสวนไปให้ได้ จนยงฮวาหมดความอดทนที่จะปราณีประนอมกันต่อเขาตัดสินใจกระชากตัวคนดื้อรั้น เข้ามาแล้วอุ้มขึ้นจับยัดใส่รถเสียเองเพื่อยุติความบ้าคลั่งของอีกคนลง ไม่สนกับเสียงโวยวายของคนเจ้าพยศที่แหกปากจนลั่นบริเวณนั้นราวกับคนเสีย สติ… ยุติมันทุกอย่างแต่หารู้ไม่ว่านี่มันแค่กำลังเริ่มต้นเท่านั้น

==#==#==# ECLIPSE#==#==#==

คลีนิก

“เป็นยังไงบ้างวะ ไอ้อีจุน?” ยงฮวาลุกจากเก้าอี้ปรี่เข้าไปถามเพื่อนสนิทที่เป็นหมอเจ้าของคลีนิก

“แก หมายถึงใคร ฉันหรือคนที่แกพามา?” คุณหมอรูปหล่อยังมีแก่ใจกวนประสาทคนหน้าเครียด แต่ก็รีบแก้เป็นตอบดีๆ เมื่อพยงฮวาไม่คิดจะเล่นด้วย

“ก็แค่หัวแตกแต่ตอนกระแทกคงจะแรงน่าดูนะ เดี๋ยวแผลจะระบม ได้ปวดจนนอนไม่หลับแน่ๆคืนนี้”

“ถ้างั้นแกก็จัดยาแก้ปวดให้เยอะๆ หน่อยละกัน”

“ตกลง ใครเป็นหมอแน่วะ มีการสั่งให้จ่ายยาเท่านั้นเท่านี้ด้วย” อีจุนแกล้งประชดก่อนจะส่งรายการยาให้กับพยาบาลตรงเคาร์เตอร์… ยงฮวากลับไปนั่งลงที่เก้าอี้ตามเดิมเพื่อรอคนที่เข้าไปทำแผลด้านในที่ยังไม่ ออกมาสักทีทั้งที่อีจุนเองก็ออกมาแล้ว

“ใครว่ะ?” ยงฮวาเลิกคิ้วขึ้นเมื่อเพื่อนสนิทเดินตามมาหยุดอยู่ข้างๆ ถามขึ้นพลางพยักเพยิดหน้าไปหลังบานประตูนั่นๆ

“รุ่นน้องสมัยมหาวิทยาลัยน่ะ”

“แล้วทะเลาะ กันมารึไง สภาพถึงเป็นแบบนี้?” สภาพที่พออีจุนเห็นก็ตกใจไม่น้อย จงฮยอนที่เลือดตกยางออกส่วนเพื่อนเขาเสื้อผ้าก็ยับย่นยู้ยี้น่าจะเกิดจากการ ทึ้งและดึงกันอย่าเอาเป็นเอาตาย ครั้นพอยงฮวาเอาแต่ถอนหายใจหมอหนุ่มก็พูดต่อเสียเอง

“ตอนที่ฉัน ทำแผลให้ เขาก็เอาแต่ร้องกับร้องอย่างเดียวถามว่าเจ็บแผลเหรอก็ส่ายหน้า ถามว่าปวดหรือป่าวก็ส่ายหน้าอีก… เห็นแล้วฉันสงสารวะ”

“ไม่ต้องมาทำเป็นพูดแบบนี้หรอกไอ้อีจุนฉันกับเขาจบกันไปนานแล้ว”

“หึ คุณหนูจงฮยอนของนายจริงๆ ด้วย ตามมาถึงปูซานขนาดนี้แสดงว่าเขาไม่จบกับแกด้วยหรอก แล้วนี้จะไปไหนกันต่อว่ะ?” อีจุนตบบ่าเพื่อนเบาๆ เมื่อสิ่งที่เขาเดาเอาไว้ถูกเผง เรื่องราวของคุณหนูดอกฟ้ากับโดมผู้จองหองที่จบเศร้ายิ่งกว่าในหนังโศก นาฏกรรมบางเรื่องเสียอีก… เพื่อนสนิทอย่างเขามีหรือที่จะไม่รู้

“คงจะไปส่งที่เพื่อนๆ เขามั้งหรือไม่ก็สถานีรถไฟ”

“แก จะบ้าเหรอว่ะดูสภาพเขาสิมอมแมมอย่างกับอะไรดี เสื้อผ้าก็เปื้อนเลือดเต็มไปหมดพาเขาไปล้างหน้าล้างตัวเปลี่ยนชุดก่อนดีกว่า แล้วจะไปส่งที่ไหนค่อยว่ากันทีหลัง” ยงฮวามองหน้าเพื่อนกับคำแนะนำกึ่งบังคับนั่นแต่ก็ไม่ทันที่จะได้พูดอะไร ต่อ… ประตูห้องตรวจบางด้านในก็ถูกเปิดออกคนที่ตกเป็นหัวข้อสนทนาค่อยๆ ก้าวออกมา…

ดวงตาบวมช้ำ… จมูกรั้นแดงก่ำ… คราบน้ำตายังติดเลอะอยู่บนใบหน้าเหมือนกับเด็กเล็กๆ ที่เพิ่งหยุดร้องโยเยมาหมาดๆ ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกผิดไปถึงขั้วหัวใจ… เขาคงจะเลวสิ้นดีถ้าหากยังดึงดันที่จะพาจงฮยอนไปส่งตามที่บอกไว้อีก

ยง ฮวาจัดการจ่ายค่ารักษาและรับยาจนเสร็จเรียบร้อย แล้วจูงมืออดีตคนรักออกจากคลินิก คราวนี้คนบ้าดีเดือดในตอนแรกดูจะหมดฤทธิ์เสียสิ้นปล่อยให้เขาลากขึ้นรถแต่ โดยดี ไม่ปริปากถามหรือไม่แข็งขืนที่จะเถียงอะไรสักคำเอาแต่นั่งหันหน้าออก นอกกระจกรถตลอดทาง…

“เดี๋ยวแวะเปลี่ยนเสื้อผ้าที่บ้านพี่ก่อนแล้วจะไปส่งที่เพื่อนเราทีหลัง” จงฮยอนราวกับคนใบ้ไร้อาการตอบสนอง

ถ้า ห้าปีที่เขาอยู่มาเพราะรอคอยอีกครึ่งหนึ่งของหัวใจจากคนข้างๆ เวลานี้หัวใจทั้งส่วนที่ไม่ได้รับคืนจากพี่ยงฮวาและทั้งอีกครึ่งเดียวของตัว เองก็แหลกสลายลงไปหมดแล้ว… กลายเป็นคนไม่มีหัวใจอีกต่อไปแล้วเพราะฉะนั้นจะให้ไปไหนก็แล้วแต่… จะพาไปโยนทิ้งที่ไหนก็ช่างหัว… สุดแต่พี่ยงฮวาจะทำทั้งนั้น… สุดแต่พี่ยงฮวาแล้วจริงๆ

แม้ว่าปาฏิหาริย์มันจะเกิดขึ้น…
แต่มันกลับไม่สวยงามเอาเสียเลยล่ะ อูยอง
ถ้านายเป็นฉันตอนนี้… นายจะทำยังไงนะ?

==#==#==# ECLIPSE#==#==#==

“จง ฮยอน… ถึงแล้ว” เพราะอาการมึนหัวเหมือนกับสมองหมุนติ้วพาให้จงฮยอนเผลอหลับไปกลางทางตั้งแต่ เมื่อไรไม่รู้… มารู้สึกตัวอีกทีเมื่อคนที่เพิ่งทำลายหัวใจตนไปหยกๆ เขย่าไหล่เบาๆ… พี่ยงฮวาเดินอ้อมมาเปิดประตูฝั่งที่จงฮยอนนั่ง… รอให้อีกคนตื่นจากความงัวเงีย แล้วจูงเข้าบ้านเดี่ยวชั้นเดียวหลังกระทัดรัดตรงหน้าไป… ส่วนทอเรซทางหน้าบ้านจัดวางด้วยโต๊ะไม้ขัดเงาขนาดย่อม… กระถางกล้วยไม้ทั้งสีเหลือง… สีขาว… สีชมพูถูกแขวนติดไว้ห้อยระโยงอยู่รอบๆ ส่วนทอเรซแม้จะดูไม่หรูหราเหมือนกับบ้านตัวเองที่โซลแต่ก็น่ารักน่าอยู่จน เผลอมองอยู่นาน

ห้องโถงส่วนแรกที่พ้นบานประตูเข้าไปปูด้วย พื้นกระเบื้องสีขาวลายหินอ่อนตัดกับผนังวอลเปเปอร์สีเปลือกไม้… พื้นยกระดับขึ้นไปประมาณบันไดสามขั้นถูกจัดแบ่งเป็นมุมรับแขกด้วยโซฟาสี เหลืองเข้าชุดโดยมีทีวีเครื่องใหญ่ตั้งอยู่ตรงข้าม มองเลยเข้าไปอีกหน่อยก็จะเห็นโต๊ะสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดประมาณห้าถึงหกคนนั่ง ไม่มีผ้าลายสวยๆ คลุมเพราะมันถูกขัดเงาเสียจนหาที่ติไม่ได้เชียวคงจะเป็นโต๊ะไว้สำหรับทาน อาหารประจำบ้านกระมัง… จงฮยอนมองทุกอย่างภายในบ้านของคนที่เคยวาดฝันว่าน่าจะได้ใช้ชีวิตด้วยกัน แล้วพาลน้อยใจในโชคชะตาของตนอย่างบอกไม่ถูก… ที่ไม่มีโอกาสได้เป็นส่วนหนึ่งของบ้านหลังนี้เลยแม้แต่เศษเสี้ยวเดียว…

“ไป เปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องพี่ล่ะกันจะได้ล้างหน้าล้างตาด้วย ทางนี้” เจ้าของบ้านไม่รีรอให้จงฮยอนตกลงหรือปฏิเสธิฉวยจูงมือร่างที่เหมือนกับไร้ วิญญาณเลี้ยวไปทางด้านหลังของห้องอาหารแล้วก็พบกับประตูไม้บานหนึ่ง… ทันทีเปิดเข้าไปร่างบางก็ต้องแทบลืมกระพริบตา… เฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างภายในห้องทำจากไม้แทบจะทั้งหมด… เตียงหลังกว้าง… ชั้นวางหนังสือ… ตู้เก็บเสื้อผ้า… โต๊ะเครื่องแป้งติดกระจก… กรอบสี่เหลี่ยมของขอบหน้าต่างมุมซ้ายและขวาติดไว้ด้วยผ้าม่านสีขาวระบายถัก ดิ้นด้วยลูกไม้เนื้อละเอียด ข้างๆ ต่อเป็นระเบียงเล็กๆ ยื่นออกไปเรียงรายด้วยไม้ดอกไม้ประดับพุ่มเล็กๆ สีขาวและสีเหลืองสลับกัน… หลังมือน้อยๆ รีบแอบป้ายน้ำตาที่ร่วงเผาะลงมาอีก… เกรงว่าพี่ยงฮวาจะทันเห็น

อิจฉาเหลือเกิน…
อิจฉาคนรักของพี่ยงฮวาที่ได้ใช้ชีวิตด้วยกันในวิมานหลังย่อมวิมานนี้
วิมานที่คนอย่างเขา… ที่อยู่ในฐานะแค่ “แฟนเก่า” หมดสิทธิตั้งแต่เห็นครั้งแรกเสียด้วยซ้ำ

“เสื้อ ตัวนี้น่าจะพอใส่ได้นะ… ลองเปลี่ยนดู” จงฮยอนหลุบตามองเสื้อยืดสีชมพูที่อีกคนยัดใส่มือแล้วนึกเอะใจกับไซส์ของตัว เสื้อแม้จะไม่ใหญ่เทอะทะแต่ก็ไม่น่าใช้ไซส์ขนาดเท่าที่พี่ยงฮวาชอบใส่เพราะ จำได้ตั้งแต่สมัยเรียน อีกคนมักจะเลือกเสื้อผ้าที่ใหญ่กว่าตัวเองหน่อยๆด้วยเหตุผลที่ว่าสวมใส่แล้ว สบาย คล่องเนื้อคล่องตัวแต่ผิดกับเสื้อตัวที่พี่ยงฮวายื่นมาให้… ไซส์ค่อนข้างเล็กพอดีตัวทีเดียวหากพี่ยงฮวาเป็นคนใส่ อีกทั้งสีชมพูหวานแบบนี้… ไม่ใช่สไตล์ของพี่ยงฮวาเลยสักนิด

แอ็ดดดดดด

ความ สงสัยของจงฮยอนถูกขัดจังหวะด้วยเสียงบานประตูที่ถูกเปิดออกแล้วหญิงสาวรูป ร่างผอมบาง… ดวงหน้าอ่อนเยาว์ ดวงตากลมโตกระเดียดไปทางหวานๆและค่อนข้างเรียบร้อยโผล่เข้ามายิ้มให้แต่พอ เห็นว่าคนที่เธอเข้ามาหาไม่ได้อยู่ลำพังก็รีบขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่… ทำท่าจะเลี่ยงออกไปทันที

“พี่กลับมาแล้วเหรอค่ะ อ๊ะ! ขอโทษค่ะ ฉันไม่รู้ว่าพี่มีแขก”

“ไม่ เป็นไร เออ เดี๋ยวพี่ขอยืมเสื้อเราให้เพื่อนพี่เปลี่ยนหน่อยนะพอดีเขาเกิดอุบัติเหตุมา นิดหน่อย ของพี่มีแต่เสื้อใ่ส่เข้าไร่ทั้งนั้น”

“ได้ค่ะ งั้นฉันไปสอนการบ้านให้ยูกึนต่อแล้วกัน พี่จะได้คุยกับเพื่อนต่อ” หญิงสาวแปลกหน้าในสายตาจงฮยอนเหลือบตามองคนที่พี่ยงฮวาเอ่ยปากขอยืมเสื้อตัว เองให้ใส่แว่บหนึ่งก่อนจะยิ้มอย่างเป็นมิตรให้อีกครั้งแล้วปิดประตูลงตาม เดิม… คำถามมากมายผุดขึ้นในหัวใจของจงฮยอน… เข้าห้องมาโดยไม่ต้องเคาะประตูขนาดนี้คงจะสนิทชิดเชื้อกันน่าดู… แถมยังมีเสื้อผ้าของหญิงสาวหน้าหวานคนนั้นอยู่รวมอยู่กับเสื้อผ้าของพี่ยง ฮวาในห้องนี้อีก… คงจะไม่ธรรมดาสินะ

ยงฮวาเองก็เดาสีหน้าใคร่รู้ของคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆได้… จึงตัดสินใจบอกความจริงออกไป

“เขา ชื่อจูฮยอนน่ะ คนรักของพี่เอง ตุ้บ!!” พูดได้แค่นั้นเสื้อในมือของจงฮยอนก็ถูกปาเข้าใส่หน้าของยงฮวาเต็มแรง… จ้องกลับด้วยนัยน์ตาวาวโรจน์พร้อมกับตะโกนใส่

“เอาคืนไป! ของของคนที่แย่งพี่ยงฮวาไปจากผม ผมไม่ใช้ !!”

โปรดติดตามตอนต่อไป ตอนสี่ …” อ้อมกอด “….

==#==#==# ECLIPSE #==#==#==

ตัวอย่างตอนต่อไป…

“เป็นอะไรรึเปล่าลูก จู่ๆ ก็นิ่งไปเลยหรือว่าปวดแผล?” มารดาของยงฮวาถามอย่างห่วงใยพลางก้าวเข้ามาดู

“ฮะ พอดีผมปวดแผล คุณป้าดูท่าทางจะรักจูฮยอนมากเลยนะฮะ” มากเหมือนกับที่พี่ยงฮวารักสินะ… ที่นี่ไม่เหมาะกับเขาเลยจริงๆ ไร่ที่จะไปก็ของซอฮยอน คนตรงหน้าก็รักและเอ็นดูซอฮยอน แม้แต่พี่ยงฮวา… ซึ่งเป็นคนที่ตนรักก็ยังเป็นของซอจูฮยอน…..

เธอเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของที่นี่…
ซึ่งตรงกันข้ามกับฉัน….
ที่ไม่เคยได้เป็นและไม่มีสิทธิจะเป็นมันเลยสักอย่างเดียว…

AuThur Talk:ฮ่าๆ หัวเราะทั้งน้ำตา อีจงฮยอนทำผิดอะไร??????? นี่คือคำถามที่วนอยู่ในหัวไรเตอร์ค่ะและอาจเป็นคำถามที่วนในหัวใครหลายๆคน เอาเป็นว่านี่มันเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้นค่ะ ตอนต่อไปและต่อๆไปแม้แต่ตัวไรเตอร์เองยังแทบกระอักเลือด เฮ้อ! ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์นะค่ะ ส่วนตอนหน้าซอฮยอนกับจองชินจะมีบทบาทแล้วค่ะ อย่าเกลียดน้องซอนะจ๊ะ… บอกไว้ก่อนเลยว่าแม้น้องซอจะเป็นแฟนใหม่ยงฮวาแต่น้องไม่ร้ายนะค่ะ ฮยอนก็ไม่ร้ายค่ะ ไม่มีใครร้ายสักคน คอนเฟริม!

อีจงฮยอนทำผิดอะไร????
หากใครตอบได้ ตอบให้ไรท์เตอร์ด้วยนะ งือ

T^T

อ่านจบกรุณาอีดิทคอมเม้นท์ด้วยค่ะ!
*อย่าเม้นท์แค่ว่าสนุก รอตอนต่อไปหรือขอบคุณๆๆแค่นี้นะค่ะ ไม่ปลื้มค่ะ!!
และหากรู้ว่าไม่มีเวลาอ่านรบกวนอย่าแปะทิ้งไว้จะดีกว่าเนอะ^^

Comments
  1. noong says:

    เรื่องนี้เศร้า จังเนอะ

  2. noong says:

    เรื่องนี้เศร้าจังเนอะ

  3. YSJH says:

    แง T^T
    สงสารทั้ง 2 คนเลยอ่ะ

  4. […] #= Click [Fic] =# ECLIPSE l3l ‘ปาฏิหาริย์’ #=Click [Fic] =# ECLIPSE l4l ‘อ้อมกอด’ #= Click [Fic] =# ECLIPSE l5l […]

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s