[HBDLJH-SF] =# Running on Faith #=

Posted: June 10, 2011 in ~* YongHyun *~

Title : Running on Faith
Paring : YH x JH , JS x MH
AuThor: HaneiBee

Note1:ฟิควันเกิดอีจงฮยอน ช้าบ้างอะไรบ้างไม่ว่ากันเนอะ คิคิ
Note2:มุมมองความรักในเรื่องนี้มาจากสิ่งที่เกิดขึ้นทั่วๆไปสำหรับมนุษย์เรา ไม่ได้หรูเลิศเหมือนเทพนิยายอะไรหรอก^^

ไม่ว่าสิ่งต่างๆจะงดงามหรือเลวร้ายแค่ไหน
หากคุณมีศรัทธาใน … ความรัก
และไม่คาดหวังกับคนรักอันไร้ที่ติ
ความรักของคุณก็ยังมีค่าเสมอ

“เฮ้!! พี่ยงฮวา คืนนี้ที่เดิม โอเคเปล่า?” นิ้วยาวๆที่กำลังไล่เสียงกีตาร์หยุดชะงักลง จอง ยงฮวาเงยหน้ามองรุ่นน้องตัวสูงนามว่าอี จองชินที่เพิ่งเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จหลังจากอัดรายการของวันนี้จบลง…ก่อนจะ เหลือบไปสบตากัับคนรักตัวบางที่ง่วนอยู่กับการเก็บของลงกระเป๋า

“ว่าไง ไปไม่ไปฮะ?”

“อืม ไป ไว้เจอกัน” ในที่สุดก็รับปากออกไป จองชินยักไหล่พอใจกับคำตอบของพี่ใหญ่ก่อนจะเดินตัวปลิวออกไปก่อน สต๊าฟสาวคนหนี่งเห็นภาพเดิมๆที่เกิดขึ้นเป็นประจำก็ลอบถอนหายใจจะเที่ยวอะไร กันนักหนานะสองคนนี้…

“ถอนหายใจทำไม เรื่องของตัวเองก็ไม่ใช่”

“ก็ เพราะว่าไม่ใช่เรื่องของฉันยังไงล่ะ ถึงต้องถอนหายใจ ลองถ้าฉันเป็นจงฮยอนนะ ยงฮวามันไม่ได้ไปเที่ยวทุกวันแบบนี้หรอก!!” สต๊าฟสาวคนเดิมบ่นอย่างหงุดหงิด… จนคนอื่นๆบริเวณนั้นพาลต้องถอนหายใจตามไปด้วย…

เพราะรู้จักและดูแลหนุ่มๆกลุ่มนี้มาตั้งแต่เริ่มเดิมที
จึงรู้และเห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้นภายในวง…

“ปล่อยพวกเขาไปเถอะ ก็ยังเห็นคบกันดีนี่ แค่ไม่ไปสร้างเรื่องให้เกิดข่าวอื้อฉาวก็พอแล้ว”

“เพราะ อย่างนี้ใช่มั้ย มินฮยอกถึงต้องเลิกกับจองชิน” ไม่เพียงแต่เรื่องการเป็นอยู่แม้กระทั่งเรื่องรักๆใคร่ๆเหล่านี้ทั้งสต๊าฟ หรือแม้แต่เมเนอร์เจอร์และคนในบริษัทก็ย่อมรับรู้เช่นกัน

“เรื่องของ คนสองคน เหตุผลมันมีร้อยแปดที่จะคบจะเลิกกัน คิดไปยุ่งไปก็ปวดหัวเปล่าๆน่า กลับกันเถอะ” สต๊าฟสาวคนเดิมถูกคนที่เริ่มทนไม่ไหวชักชวนให้กลับเสียทีเพราะไม่อยากให้ เรื่องที่ถกเถียงกันอยู่ไปกระทบเข้าหูคนที่ตกเป็นหัวข้อสนทนา… จงฮยอนเช็คดูความเรียบร้อยของตัวเองก่อนจะคว้ากระเป๋าเตรียมจะกลับหอบ้าง… เขาแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินเสียงพวกนั้นเสียทั้งที่จริงแล้วกลับตรงกันข้าม ยงฮวาเองก็รีบรีบเก็บข้าวของลงกระเป๋าและตรงไปหาคนรักพร้อมกับคว้ากระเป๋า ของอีกฝ่ายมาถือให้

“จงฮยอน…” ข้อมือข้างหนึ่งถูกดึงไว้ ยงฮวารั้งร่างคนรักเข้ามาจนลำตัวแนบชิดกันไม่มีการปัดป้อง ไม่มีการขืนตัวออกแต่ความเฉยชาที่สะท้อนออกมากลับทำให้เขาเหมือนถูกอีกคนปฏิ เสธิการสัมผัสอยู่

“ผมจะกลับแล้ว…เหนื่อย พี่อยากจะไปไหนก็ไปเถอะ”

“ถ้า นายไม่อยากให้พี่ไปเที่ยว พี่โทรไปยกเลิกนัดจองชินก็ได้นะ” ยงฮวาลูบผิวแก้มคนรัก… กระซิบยื่นเงื่อนไข… เงื่อนไขที่เขาพร้อมจะทำมันอย่างที่สุด

“แล้วแต่พี่สิฮะ โตๆกันแล้ว” จงฮยอนผละออกไปปล่อยให้อีกคนยืนมองตามอยู่ด้านหลัง ประตูถูกปิดลงพร้อมกับร่างของจงฮยอนที่หายลับไป เสียงของร่างบางไม่ได้ดังมากแต่มันก้องอยู่ในหูของยงฮวาราวกับถูกตะโกนใส่มา ทั้งที่ไม่ใช่คำด่าทอ ไม่ใช่คำต่อว่าอะไรแต่ทำให้หัวใจกลับชาและเต้นช้าลง

รุ่นน้องของเขาเป็นอะไร
อีจงฮยอนที่น่ารักเป็นอะไร
คนรักของเขาเป็นอะไรไป

มีแต่คนอิจฉาที่เขามีแฟนอย่างจงฮยอน…
แฟนอย่างจงฮยอนที่ไม่จู้จี้ ไม่จุกจิกไม่โทรเช็ค โทรถาม
จะไปไหนก็ไปและไม่เคยรบเร้าที่จะตามไปไหนต่อไหนด้วยเลยสักครั้ง…

แต่เขาก็อิจฉาคนอื่นๆเหมือนกัน…
ที่แฟนๆของพวกเขาไม่ได้เป็นอย่างจงฮยอน…

ยง ฮวาแทบจำไม่ได้ว่าครั้งสุดท้ายที่อีจงฮยอนยิ้มและเป็นฝ่ายกอดเขาก่อนคือ เมื่อไร และไม่อาจรู้ได้จริงๆว่าทำอะไรไม่ถูกใจอีกคนเข้าถึงเฉยชาและหมางเมินใส่กัน แบบนี้… เขายืนครุ่นคิดได้ครู่หนี่งจงฮยอนก็เดินกลับเข้ามาจับมือเขาให้เดินตาม ยังดีที่มีแก่ใจเข้ามาตามไม่ปล่อยให้ยืนเคว้งไว้ลำพัง… ยงฮวากุมมือคนรักไว้แน่นตลอดทางเดินไปจนถึงลานจอดรถ

“ผมขอนั่ง กับมินฮยอกนะฮะ” พอถึงรถแวนคันใหญ่ที่ติดเครื่องรออยู่จงฮยอนก็หันมาบอกคนรัก คำพูดนั้นแสดงการขอร้องอยู่แต่สายตาไม่ใช่… มันว่างเปล่าจนหาความหมายในสิ่งที่สะท้อนอยู่ไม่ได้เลย ยงฮวาได้แต่พยักหน้าปล่อยให้ร่างบางขึ้นไปนั่งกับมินฮยอกทางเบาะหลังส่วนตัว เขาเองนั่งกับจองชินตรงเบาะกลาง จนรถเคลื่อนตัวออกและมาจอดเทียบอยู่หน้าคอนโด เขาถึงได้เห็นหน้าจงฮยอนอีกครั้ง อีกคนยื่นมือมาขอกระเป๋าที่เขาถือวิสาสะถือให้และเดินเข้าลิฟท์ไปพร้อมกับ น้องสามของวงนามว่าคังมินฮยอก

==#==#==# Running on Faith #==#==#==

“เป็น อะไรไปพี่ยงฮวา นั่งทำหน้าเหม็นเหล้าอยู่ได้?” จองชินถามอย่างเซ็งจัดใส่รุ่นพี่ที่ตั้งแต่เหยียบเข้าคลับมาก็นั่งนิ่ง เหล้าหมดแก้วก็ไม่ยอมชงต่อผิดกับจองชินเองที่ยกซดราวกับคนที่สุมความกลัด กลุ้มใจไว้เต็มอก แถมพี่ใหญ่ยังเอาแต่หยิบมือถือขึ้นมาทำท่าจะกดอยู่หลายรอบแต่ก็ไม่ยักจะกดไป ไหนสักที…

“เซ็ง!! เบื่อ!! เฮ้อ!!”

“เรื่องอะไรอีกละ อย่าบอกนะว่าเรื่องพี่จงฮยอนอีก”

“อืม ถึงเมื่อก่อนเขาจะเป็นคนเฉยๆไม่ค่อยสนใจใครเท่าไรหรือไม่ได้ทำตัวอ่อนหวาน น่ารักเพื่อเอาใจพี่แต่ตอนนี้เขาเปลี่ยนไปมาก เขาเฉยเกินไป เฉยจนพี่เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าเขายังรักพี่อยู่หรือเปล่า?”

“ถ้าไม่รักแล้วพี่เขาจะมาคบกับพี่หาซากอะไร คิดมากไปได้”

“นายนี่มันน่าตบกะบาลจริงๆพูดกับรุ่นพี่ให้มันมีสัมมาคาระวะหน่อยได้มั้ย?”

“โทษ ฮะ แล้วพี่กับพี่จงฮยอนมีปัญหาอะไรกันหรือเปล่า?” จองชินวางแก้วเหล้าลงเริ่มถามซีเรียส เท่าที่ดู ความสัมพันธ์ระหว่างพี่ใหญ่กับพี่รองของเขาก็เปลี่ยนไปชอบกล ยงฮวาส่ายหน้าตอบไม่ถูกจริงๆต่างคนต่างเงียบกันไปพักใหญ่ราวกับจมอยู่กับ ความคิดวุ่นวายในหัว ยงฮวาเห็นน้องชายตัวสูงนิ่งไปก็เอือมมือไปตบบ่าเบาๆ… เกรงว่าจองชินจะรู้สึกผิด สามเดือนกว่าแล้วสินะที่เขาต้องเปลี่ยนสถานะจากพี่ชายร่วมวงมาเป็นเพื่อนกิน เหล้ากับน้องชายที่สูงเกินหน้าเกินตาคเขานามว่าอี จองชินคนนี้… ตั้งแต่วันที่ความสัมพันธ์กับจองชินกับมินฮยอกจบลง

มีแต่คนตกใจและใจหายที่สองคนนี้เลิกกัน
แม้จะคบกันได้แค่ไม่กี่เดือนนับตั้งแต่จองชินเข้ามาเป็นมือเบสคนใหม่ของวง
แต่ในสายตาของทุกคน

จองชินกับมินฮยอกก็ดูรักใคร่และเหมาะสมกันดี
แต่สาเหตุที่เลิกรากัน… กลับไม่เคยกระจ่างชัดในใจใครสักคน

“ได้ คุยกับมินฮยอกบ้างหรือเปล่า?” เขาเปลี่ยนเรื่องมาเป็นของรุ่นน้องตัวสูง เขาไม่เคยคิดยุ่มยามเรื่องส่วนตัวของใครแม้จะเป็นคนในวงเดียวกันแต่อาการที่ ไม่ดีขึ้นเท่าไรของผู้เป็นน้องชายตรงหน้าทำให้เขาอดห่วงขึ้นมาไม่ได้ จองชินสายหน้าแล้วกระดกเหล้าที่เหลืออีกครึ่งแก้วพรวดเดียวหมด

“เขากำลังจะดีขึ้น ผมไม่อยากไปทำให้เขาแย่ลงไปอีก”

“รู้ได้ไงว่าเขาดีขึ้น?”

“จะพูดอะไรของพี่?”

“เปล่า เรื่องของพวกนายพี่ไม่อยากยุ่งหรอกลำพังแค่เรื่องตัวเองยังจะเอาตัวไม่รอด”

“ผมจะดื่มวันนี้วันสุดท้ายแล้ว ขอบคุณพี่มากนะที่อยู่เป็นเพื่อนผมตั้งแต่วันนั้น แล้วก็…”

“……….”

“กลับไปดูแลพี่จงฮยอนให้ดีๆนะฮะ ดูแลแล้วก็รักเขาให้มากๆ”

“เขาอยากให้พี่ดูแลที่ไหนล่ะ ทุกวันนี้พี่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเรายังเหมือนเดิมกันอยู่หรือเปล่า?”

“พี่ จงฮยอนเขาเหมือนเดิมแต่อาจจะไม่สบายใจเพราะเรื่องมินฮยอก” จองชินจดจ้องแก้วเหล้าที่วางอยู่ตรงหน้า พร่ำคล้ายกับคนเมาแต่ยงฮวารู้ว่าเหล้าที่จองชินเพิ่งดื่มไปไม่ได้ถึงครึ่ง กระเพาะของจองชินด้วยซ้ำแต่ที่รุ่นน้องตรงหน้ากำลังเป็นอยู่… แค่กำลังนึกถึงใครบางคน

“ถ้าวันหนึ่งพี่หมดโอกาสทำเหมือนผม พี่จะไม่พูดแบบนี้หรอกพี่ยงฮวา” เขาทายไม่ผิด จองชินกำลังนึกถึงและคิดถึงมินฮยอกอยู่จริงๆ

“เดี๋ยววันนี้ผมกลับไปนอนบ้านนะ ฝากบอกคนอื่นๆด้วย”

“กลับหอกับพี่ไม่ดีกว่าเหรอ บางทีมินฮยอกอาจอยากจะเจอนายก็ได้”

==#==#==# Running on Faith #==#==#==

ก๊อกๆ

ยง ฮวาเคาะบานประตูห้องของคนที่อยากพบหน้าที่สุดเบาๆหลังจากชักชวนจองชินมาที่ หอไม่สำเร็จจึงขอกลับมาก่อนคนเดียว… ครู่หนึ่งที่เสียงลูกบิดดังขึ้นและหน้าของคนที่คิดถึงมาตลอดเวลาที่ขับรถก็ โผล่หน้าออกมา คิ้วเส้นบางๆของคนเพิ่งตื่นขมวดมุ่น ตาคู่ที่เขาหลงใหลที่สุดเขม่นคาดโทษมาให้ จงฮยอนคิดว่าไม่น่าจะเป็นได้ใครนอกจากมินฮยอกเพราะพี่ยงฮวากับจองชินออกไป เที่ยวเหมือนอย่างเคยแต่ก็อดที่จะแปลกใจไม่ได้ที่ว่าทำไมดึกป่านนี้แล้วรุ่น น้องหน้าหวานถึงยังไม่นอนอีก…

แต่พอเปิดประตูหน้าก็พบว่าเป็นคนรัก…

“ถ้าเมามาก็กลับไปนอนห้องตัวเองเลย เหม็นเหล้าผมไม่ให้นอนด้วยหรอกนะ”

“พี่อยากกอดนาย”

“อย่า มาทำรุ่มรามที่นี่นะพี่ยงฮวา ปล่อย!” ทั้งที่ตั้งใจมาหาและตั้งใจมาพูดดีๆแต่สายตาว่างเปล่าที่ไม่มีเขาสะท้อนอยู่ ของคนรักทำให้เขากรุ่นโกรธ ยงฮวารวบตัวคนรักเข้ามากอดและลากเขาเข้าไปด้านใน เสียงบานประตูปิดโดยเท้าคนที่ไม่ใช่เจ้าของห้องเตะมันให้ปิดลงด้วยโทสะ

“เป็น บ้ารึไงพี่ยงฮวา ผมไม่ชอบนะ ผมบอกให้ปล่อยได้ยินมั้ย?!” ร่างบางตะโกนลั่น สองมือปัดป้องสัมผัสรุกรานอย่างเอาเป็นเอาตาย ยงฮวาไม่โทษที่ตัวเองดื่มมาเยอะกลับเป็นการดีด้วยซ้ำเพราะถ้ามีสติครบถ้วนดี เขาคงไม่กล้าทำแบบนี้กับจงฮยอนแน่ๆ การยื้อยุดกันทำให้เริ่มได้รับการบาดเจ็บแต่ต่างก็ไม่มีใครยอมใคร จนร่างบางถูกดันให้หงายหลังลงไปบนเตียงนุ่ม อาการปัดป้องและสู้ยิบตาจึงเริ่มสงบลง เสื้อยืดสีขาวพอดีตัวถูกถอดออกทางศีรษะ… ยงฮวากดริมฝีปากลงไซร้กับซอกคอขาว หลังหู…ละเรื่อยมาตามหัวไหล่….ไม่ฟังเสียงร้องห้ามใดๆทั้งนั้น…..

“แค่อยากทำใช่มั้ย? เอาสิ อยากทำอะไรก็ทำเลยสิฮะ เชิญ!”

“คิดว่าพูดแบบนี้แล้วพี่จะหยุดเหรอ แล้วทำไมเดี๋ยวนี้พี่โดนตัวนายไม่ได้หรือไง?”

“ไม่ ต้องมาประชดผมแบบนั้น!” จงฮยอนสู้สายตา ฝ่ามือสองข้างกำแน่นยันอยู่บนอกของคนที่กำลังบ้าดีเดือด ยงฮวามองหน้าคนรักทั้งที่บอกให้ทำอะไรก็ได้ที่อยากทำแต่ร่างกายก็ยังตั้ง ป้อมปฏิเสธิอยู่… เหมือนกับระยะหลังๆที่ผ่านมา

ทั้งที่เขารัก…
ทั้งที่เขาเป็นคนรัก…
ทั้งที่ยังได้ชื่อว่าเป็นคนรักกัน…
แต่ทำไม

การกระทำถึงไม่ได้แสดงออกเช่นนั้น

“ทำไม ต้องตั้งท่ารังเกียจพี่แบบนี้ด้วย เราเป็นแฟนกันนะลืมไปแล้วหรือไง?” ยงฮวาโน้มหน้าไปใกล้ ขบเม้มที่ซอกคออีกคนหนักๆจงใจให้มันเป็นรอยแต่กลับเป็นการสร้างรอยแผลในใจ ตัวเองเสียแทน สัมผัสที่จงฮยอนไม่เคยปัดป้องแต่ตอนนี้กลับทำให้จงฮยอนของเขาสร้างเกาะกำบัง ขึ้นมา สองแขนของร่างบางออกแรงดันอกคนที่คร่อมทับอยู่ออกด้วยกำลังทั้งหมดที่เจ้า ตัวพอจะมี… แต่ก็ไม่สำเร็จ

ไม่ได้อยากทำให้จงฮยอนต่อต้านเขาแบบนี้
แต่การที่ตั้งป้อมรังเกียจสัมผัสของกันทำให้เขาเจ็บปวด

คนใจร้อนที่หอบหิ้วเอาความบ้าคลั่งของอารมณ์กรุ่นโกรธเข้ามา… ใจเย็นลง
คนที่ดิ้นขัดขืนในตอนแรกก็นอนนิ่ง… นัยน์ตาแดงก่ำช้อนมองคนรัก

“ถ้า ผมไม่เห็นพี่เป็นแฟน… จะยอมให้ทำแบบนี้มั้ย ถ้ามันยังไม่พอผมก็ไม่รู้จะต้องทำยังไงแล้ว…” จงฮยอนผลักอกคนรักออกคว้าเจ้าเสื้อตัวน้อยมาใส่ตามเดิมแล้วล้มตัวลงนอนโดย หันหลังให้ สักพักเสียงเปิดประตูก็ดังขึ้นก่อนจะตามด้วยเสียงงับปิดลง ยงฮวากลับไปแล้วกลับไปโดยที่ไม่พูดอะไรอีกเลย

น้ำตาหยดน้อยหยด ลงบนหมอนใบนุ่มหยดแล้วหยดเล่าพร้อมกับสียงสะอื้นไห้เบาๆ ใครว่าผมไม่สนใจพี่… ใครว่าผมไม่ใส่ใจพี่… ในหัวของผมมีแต่เรื่องของพี่เสียด้วยซ้ำแต่ผมไม่กล้าที่จะแสดงความรู้สึกพวก นั้นออกไปมากเหมือนเมื่อก่อนเพราะผมกลัว… กลัวว่าพี่จะแบกรับมันไว้ไม่ไหว…

ผมรักพี่มากว่าที่พี่คิดนะ… พี่ยงฮวา

==#==#==# Running on Faith #==#==#==

ภายในห้อมซ้อมวันถัดมา… หลังจากซักซ้อมเพื่อความแม่นยำสำหรับขึ้นไลฟ์ในอาทิตย์หน้าที่จะมาถึงกัน อย่างขะมักเขม้นเสร็จต่างคนต่างก็แยกย้ายกันพักเพื่อรอซ้อมอีกครั้งก่อนกลับ หอพัก

“พี่จงฮยอนหลับเหรอ?” มินฮยอกเข้ามาแตะที่ไหล่พี่ชายเบาๆเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าพี่ชายตัวบางฟุบหลับอยู่กับโต๊ะริมห้อง

ยง ฮวาที่เพิ่งกลับเข้าห้องซ้อมมาหลังจากไปคุยเรื่องตารางงานเดี่ยวของตัวเอง กับพี่เมเนเจอร์เดินเข้าไปใกล้คนรักที่ตั้งแต่เช้ายังไม่ได้คุยกันเลยสักคำ ทำให้มินฮยอกถอยออกไปมองพี่ใหญ่ค่อยๆพับผ้าขนหนูผืนหนาแล้วยกศีรษะพี่รอง ขึ้นให้หนุนลงกับผ้าขนหนูที่อีกคนบรรจงพับแทนท่อนแขนของเจ้าตัวอย่างระมัด ระวัง…. ไม่ให้อีกคนรู้สึกตัวตื่น….เกลี่ยปอยผมเส้นเล็กเบาๆ… เปลือกตาที่บวมช้ำของคนรักบ่งบอกได้ดีว่าเมื่อคืนจงฮยอนคงจะร้องไห้…

นายร้องไห้เพราะอะไรจงฮยอน…
ร้องไห้ที่พี่ยังวุ่นวายกับชีวิตนายอยู่…
ร้องไห้ที่พี่ยังรั้งนายไว้… ใช่มั้ย ?

ถึงเวลาแล้วสินะ… ที่พี่ต้องปล่อยมือจากนายเสียที…

“ตื่นแล้วเหรอ… คนขี้เซา?”

“อ้าว กลับกันหมดแล้วเหรอ ว่าจะงีบนิดเดียวเอง” จงฮยอนขยี้ตาหนักๆให้คลายง่วงก่อนจะหาวอยู่สองสามฟอดกว่าจะตื่นเต็มตัว

“ใคร จะมารอพี่กันล่ะให้มาซ้อมดันมาหลับซะได้” มินฮยอกโยกหัวคนเพิ่งตื่นเบาๆ อดเหน็บแนมพี่ชายตัวบางไม่ได้ จงฮยอนแกล้งปัดข้อมืออีกคนออกไปไม่จริงจังนักพลางสอดส่ายสายตาหาใครบางคน มินฮยอกเองก็พอจะเดาได้ว่ามองหาใคร…

“พี่ยงฮวากับจองชินกลับ ไปแล้ว” มินฮยอกทรุดลงกับเก้าอื้ข้างๆจงฮยอนพยักเพยิดให้อีกคนดูผ้าขนหนูที่เจ้าตัว นอนหนุนต่างหมอนมาร่วมสองชั่วโมง

“พี่ยงฮวาทำให้น่ะฮะ” จงฮยอนเม้มริมฝีปากแน่นเมื่อเห็น… พี่ยงฮวายังดีกับเขาเสมอเป็นห่วงเป็นใยเขา… ดูแลเขาไม่เคยเปลี่ยน…

“พวกพี่มีปัญหากันหรือเปล่า เห็นพี่ยงฮวาก็เงียบๆไป”

“เปล่านี่”

“พี่ อย่ามาโกหก พี่กำลังคิดยังไงเรื่องของพี่กับพี่ยงฮวา?” มินฮยอกถามจี้จุดเพราะตระหนักดีว่าชีวิตอี จงฮยอนหากไม่ใช่เรื่องงานและครอบครัวก็มีแต่จอง ยงฮวาเท่านั้นที่ทำให้อ่อนแอลงได้ เมื่อพี่ชายตรงหน้าเอาแต่เงียบจึงตัดสินใจพูดในสิ่งที่เขาคิดไว้ ไม่ใช่ไม่รู้ไม่เห็นว่าพี่จงฮยอนกำลังแบกรับความรู้สึกบางอย่างไว้บนบ่าที่ ไม่ได้แข็งแกร่งอะไรนัก

“คนเราคงไม่ลงเอยเหมือนกันเสมอไปหรอกฮะ”

“นายพูดถึงเรื่องอะไร?”

“ไม่ต้องอ้อมค้อมอยู่หรอกฮะ พี่กำลังสับสนเรื่องพี่กับพี่ยงฮวาใช่มั้ย?”

“พี่ กลัว…มินฮยอก” เพราะสิ่งที่ตัวเองเฝ้าครุ่นคิดและปล่อยให้รบกวนหัวใจเป็นเรื่องไร้สาระแต่ พอได้ฟังน้องชายตรงหน้าพูดแบบนี้ก็ทำให้อยากบรรเทาความหนักอึ้งในใจลงบ้าง ดวงตาสีหม่นช้อนขึ้นมองก่อนจะระบายมันออกมา…

“พี่กลัวว่าวันหนึ่งพี่กับพี่ยงฮวาจะไม่เหมือนเดิม”

“พี่จึงเลือกที่จะอยู่เฉยๆและทำทุกอย่างเพื่อบั่นทอนความรักของพวกพี่?” มินฮยอกแทบครางออกมาเมื่อพี่ชายตัวบางพยักหน้า

“ทำไมถึงคิดแบบนั้นฮะ?”

“หลายอย่าง”

“หนึ่ง ในนั้นคือเรื่องผมกับจองชินด้วยใช่มั้ย?” มินฮยอกไม่ตั้งใจต้อนให้พี่ชายจนมุมแต่เหตุผลที่พี่จงฮยอนกำลังอ้อมค้อมอยู่ นั่นเขารู้ว่ามันไม่ถึงครึ่งของภาพความเจ็บปวดและเสียงร้องไห้ของเขาที่พี่ จงฮยอนเอาไปตีกรอบให้ความรักของตัวเองอยู่ จงฮยอนซุกหน้าลงกับผ้าขนหนูที่คนรักพับให้หนุนนอนเมื่อครู่เพื่อหลบสายตา… ภาพของจองชินกับมินฮยอกรักกันมันติดตาอยู่จนลึกสุดใจ… การคบกันของจองชินและมินฮยอกเป็นเรื่องดีสำหรับวงเรา คนที่มีความฝันและไล่ตามความฝันที่เหมือนกันจนวันที่มาคบกันในฐานะคนรัก ทุกอย่างดูสวยงามจนน่าอิจฉาแต่ก็แค่เวลาไม่นาน… มันเร็วจนน่าใจหาย คนทั้งคู่เลิกกันด้วยเหตุผลที่ไปด้วยกันไม่ได้แต่จากสายตาคนอื่นๆ พอจะเดาได้ จองชินเป็นคนรักสนุก… รักเที่ยว รักชีวิตอิสระและเคยเป็นหนุ่มเพลย์บอยมาก่อนด้วยซ้ำ เริ่มแรกเดิมทีก็ยอมลงให้กันทุกอย่างเอาอกเอาใจกันสารพัดแต่พอถึงจุดที่มิ นฮยอกเรียกร้องให้อีกฝ่ายหยุดแทนที่เรื่องพวกนั้นจะหยุดกลับกลายเป็นความรัก ของคนทั้งคู่หยุดลงเสียแทน…

“พี่ไม่อยากทำตัวเหมือนไร้เหตุผล แค่พี่เขาเที่ยวเขาดื่มมันก็แค่เรื่องปกติ ใครๆก็ทำกันแล้วอีกอย่างนั่นก็เป็นชีวิตของพี่ยงฮวาเขาเอง… พี่เขาพอใจแบบนั้น” อย่าว่าแต่จองชินคนเดียวที่เป็น พี่ยงฮวาก็มีชีวิตเฉกเช่นเดียวกับผู้ชายๆทั่วไปแม้จะน้อยกว่าจองชินก็ตาม

“ทำไมไม่พูดพี่กับยงฮวาดูเจอกันครึ่งทางก็ได้นี่ฮะ” มินฮยอกลองแนะออกไปและหวังให้กรณีของพี่ชายตัวบางมีผลลัพภ์ออกมาดีกว่าของตัวเอง

“พี่ กลัวว่าถ้าพี่แสดงความรู้สึกลึกๆ ออกไป พี่ยงฮวาเขาจะอึดอัดแล้วก็ทนไม่ได้จนไปจากพี่” น้ำเสียงขลาดๆที่ได้ยินไม่บ่อยนักจากคนอย่างจงฮยอน… ทำให้มินฮยอกเอื้อมไปบีบมือทั้งสองข้างนั้นไว้… ราวกับพี่จงฮยอนเป็นกระจกใบใสที่สะท้อนภาพเขาในอดีตไม่มีผิดเพี้ยนสักนิด

“พี่ ยงฮวากับจองชินไม่เหมือนกัน พี่ต้องลองพูดกับพี่เขาก่อน อย่าให้เรื่องของผมทำร้ายพวกพี่สองคนเลยพี่จงฮยอน ผมกับจองชินยังรักกันอยู่แต่รักในอีกความหมายหนึ่งก็เท่านั้น นิสัยผมกับจองชินไปด้วยกันไม่ได้เราสองคนพยายามปรับเข้าหากันหลายต่อหลาย ครั้งแล้วแต่สุดท้ายก็สวนทางกัน พี่ก็เห็นว่าผมกับเขายังคุยกันได้ ทำงานร่วมกันได้เพราะผมกับจองชินเหมาะที่จะเป็นเพื่อนกันมากกว่า”

“ถึงอย่างนั้นก็เถอะแต่นายก็รู้ว่าความรักในแบบของพวกเราไม่ยั่งยืน สักวันหนึ่งข้างหน้าพี่ยงฮวาก็ต้องแต่งงาน”

“แล้วไง?”

“ความรักอย่างเราๆมันผิด”

“พี่ เอาอะไรมาวัดว่าผิดพี่จงฮยอน ความรักมันขึ้นอยู่ที่คนสองคนและขึ้นอยู่กับปัจจุบันไม่ใช่อนาคต และคนเราคงไม่ลงเอยเหมือนกันเสมอไปหรอก ผมกับพี่ พี่ยงฮวากับจองชินมันไม่เหมือนกัน”

“นายก็เคยกลัวอยู่ลึกๆไม่ใช้เห รอมินฮยอก แล้วมันก็บั่นทอนความรักของนายกับจองชินให้แย่ลงจนต้องเลิกกัน พี่ยงฮวาก็ไม่ต่างจากจองชินหรอกมีแต่พวกเราต่างหากที่ต่างจากเขาสองคน”

“พี่ไม่รักยงฮวาหรือฮะ?” มินฮยอกจับไหล่พี่ชายตัวบางให้หันเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะมาเผชิญหน้า

“รักสิ พี่รักพี่เขามาก”

“้ถ้า อย่างนั้นพี่ก็กำลังดูถูกคนที่พี่บอกว่ารักอยู่นะฮะ รู้ตัวมั้ย?” ไม่ได้ตั้งใจจะพูดทำร้ายน้ำใจอีกฝ่ายและแม้คำพูดนั้นๆจะสะกิดบาดแผลในใจของ เขาที่ยังไม่หายขาดให้รู้สึกระบบขึ้นมาอีกครั้งแต่ความคิดไม่ถูกไม่ควรของ พี่ชายตรงหน้าสั่งให้เขาต้องเตือนสติไปบ้าง

การเอาเรื่องรักที่จบลงไม่สวยงามของเขากับจองชิน
เป็นปณิธานมันไม่ผิดแต่ไม่ใช่ให้เอามาเป็นตัวตัดสิน
ความรักของตัวเองแบบนี้…

“ถ้า พี่ยงฮวาดูถูกความรักของพี่บ้าง พี่จะรู้สึกยังไง?” จงฮยอนกำฝ่ามือแน่น… คำพูดเตือนสติของมินฮยอกกระทบหัวใจเข้าอย่างจัง ครู่ต่อมาจงฮยอนลุกพรวดขึ้นคว้ามือน้องชายที่ช่วยพูดเตือนสติเขาให้ลุกไป ด้วยกัน… ต้องการไปหาพี่ยงฮวาเดี๋ยวนั้นแต่ความตั้งใจอันเต็มเปี่ยมที่จะตรงไปหาพี่ยง ฮวากลับมีเหตุให้ชะงักลงเมื่อประตูห้องซ้อมถูกเปิดเข้ามาและมีบุคคลที่คัง มินฮยอกยังไม่พร้อมจะเผชิญหน้าก้าวเข้ามา ผู้มาใหม่ยืนนิ่ง มองหน้าจงฮยอนกับมินฮยอกแล้วพาลอึกอักพูดอะไรไม่ออก

“อยากคุยกับ มินฮยอกลำพังหรือเปล่าจองชิน?” เป็นจงฮยอนที่แก้สถานการณ์ตึงเครียดให้ดีขึ้นและที่ถามออกไปแบบนั้นเพราะ ความน่าจะเป็น การที่จองชินกลับออกไปแล้ววกกลับเข้ามาคงไม่ได้นึกครึมอกครึมใจมาซ้อมต่อ หรอก

“ครับ ผมมีเรื่องจะคุยกับ… เขาหน่อย” จงฮยอนสัมผัสได้ถึงแรงบีบที่มินฮยอกกดลงมาที่แขนตัวเอง มินฮยอกหลุบตามองพื้นเจ็บปวดในใจไม่ต่างจากวันที่พูดคำว่าเลิกกันเพราะน้ำ เสียงของจองชินเปลี่ยนไปที่ดูห่างเหินจนน่าใจหาย… เป็นธรรมดาสินะเมื่อความสัมพันธ์จบลงทุกอย่างก็เปลี่ยนไปย่อมไม่ใช่เรื่อง ที่ผิด

แต่มินฮยอกคงผิดเองที่ยังทำใจได้ไม่ทั้งหมด…

“งั้นพี่ลงไปรอข้างล่างแล้วกัน พวกนายคุยกันตามสบายเถอะ”

“ไม่ ต้องพี่จงฮยอน ผมกับพี่ไม่มีความลับต่อกันแล้วพวกเราก็เป็นพี่น้องกันหมดไม่มีความจำเป็น ต้องปิดบังอะไรกันนี่ฮะ” มินฮยอกดึงแขนพี่รองที่ทำท่าจะชักออกไว้ จองชินยืนนิ่งอยู่นาน เขาตั้งใจมาพบมินฮยอกและพูดในสิ่งที่ยังติดค้างในใจแต่การจะให้พูดมันต่อ หน้าพี่จงฮยอนด้วยก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายๆเอาเสียเลยแต่นี่คงเป็นโอกาสสุด ท้ายที่มินฮยอกอาจจะหยิบยื่นให้… จึงต้องพูดมันออกไป ดวงตาคมมองใบหน้าอดีตคนรัก

“ฉันแค่จะมาบอกว่า ขอโทษสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมาที่ทำให้นายเสียน้ำตาที่ทำให้นายผิดหวังในหลายๆอย่าง”

“ฉัน ก็แค่ผู้ชายธรรมดาๆที่เพิ่งจะรักใครสักคนเป็น… ใครที่เขาไม่ใช่ครอบครัวไม่ใช่พ่อแม่หรือพี่ชายของฉัน ไม่ใช่คนที่ฉันต้องรักเพราะกฏเกณฑ์ต่างๆสร้างมา…”

“และฉันก็อยากขอบคุณที่ทำให้รู้ว่าการที่มีใครสักคนรักเรามันมีความสุขแค่ไหน”

“ฉัน ไม่รู้ว่าการที่เราเลิกกันจะใช่ทางออกที่ดีที่สุดหรือเปล่าแต่ฉันมั่นใจว่า ฉันจะสามารถมีนายอยู่กับฉันไปได้ตลอดชีวิต” แรงบีบจากมินฮยอกเพิ่มมากขึ้นจนจงฮยอนเริ่มนิ่วหน้าเพราะรู้สึกเจ็บแต่จง ฮยอนรู้ว่าสิ่งที่มินฮยอกกำลังแบกรับเจ็บกว่าความรู้สึกของจงฮยอนหลายร้อย หลายพันเท่า จองชินก้าวเข้ามาตรงหน้ามินฮยอก ความสูงที่ต่างกันเยอะทำให้อีกคนต้องช้อนหน้าขึ้นมอง จองชินถือวิสาสะลูบแก้มอดีตคนรักอย่างแผ่วเบา ดวงตาคมจดจ้องใบหน้าคนที่เปลี่ยนสถานะเป็นเพียงเพื่อนร่วมวงนิ่งนาน… ก่อนจะเอ่ยถ้อยคำสุดท้ายออกมา

“ขอกอดเป็นครั้งสุดท้ายได้มั้ย กอดในฐานะคนรัก” น้ำเสียงของจองชินสั่นราวกับคนไร้ความมั่นใจและเวลานี้ไม่ว่ามินฮยอกจะอนุ ญาติหรือปฏิเสธิเขาก็พร้อมน้อมรับ วินาทีต่อวินาทีราวกับชั่วกัลป์ชั่วกัล… ความเงียบแพร่กระจายไปทั่วพร้อมกับบรรยากาศหม่นเศร้า จนแรงบีบที่ท่อนแขนของจงฮยอนคลายตัวลงและถูกปล่อยเป็นอิสระจงฮยอนจึงได้รับ รู้พร้อมกับจองชินว่า… มินฮยอกไม่ปฏิเสธิคำขอสุดท้ายที่อีกคนร้องขอมา

“ทำไม จะไม่ได้ล่ะ…” มินฮยอกคลี่ยิ้มบางก่อนจะค่อยๆเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของอดีตคนรัก มันไม่ใช่การอนุญาตให้จองชินกอดแต่เป็นการอนุญาตตัวเองให้เข้าไปกอดจองชิน ก่อนด้วยซ้ำ จงฮยอนยกหลังมือป้ายน้ำตาตัวเองภาพที่มินฮยอกซุกกอดอยู่ที่อกของจองชินทำให้ อดสงสารไม่ได้ ทั้งที่ต่างฝ่ายต่างยังรัก… แต่อะไรหลายๆอย่างกลับบีบบังคับให้เลิกรากัน บังคับให้ทั้งสองคนต้องเลือกที่จะให้ต่างฝ่ายเจ็บกันน้อยที่สุดเพื่อรักษา ซึ่งกันและกันไว้

ภาพตรงหน้าเป็นความรักที่สวยงามที่สุดในสายตาจงฮยอน
และเป็นความรักที่กรีดก้อนเนื้อหัวใจของจงฮยอนอย่างแสนสาหัสที่สุด

“ฉัน ขออะไรอีกอย่างได้มั้ยมินฮยอก?” หลังจากที่คลายอ้อมกอดระหว่างกันออก จองชินยังเอ่ยขอต่อร่างบางมาอีก การพยักหน้าจากคนถูกขอทำให้รอยยิ้มของจองชินผุดฉายขึ้นมาบนใบหน้าหล่อเหล่า

“ต่อ ให้มีแฟนใหม่ก็ห้ามรักในแบบที่รักฉัน อย่ารักในแบบที่มินฮยอกรักจองชินได้มั้ย?” แปลกที่ถ้อยคำสวยหรูก่อนหน้านี้ไม่ทำให้มินฮยอกมีน้ำตาสักนิดแต่กับคำขอที่ เอาแต่ใจและเห็นแก่ตัวที่จองชินขอออกมานี้กลับทำให้น้ำตาพรั่งพรูออกมาราว กับสายฝน มินฮยอกสะอื้นไห้ออกมาเสียงดังไม่ต่างจากเด็กเล็กๆที่บังคับใจตัวเองให้เข้ม แข็งต่อไปไม่ได้… จนจองชินต้องดึงเข้าไปกอดไว้อีกรอบพร้อมกับจูบซับน้ำตาตรงข้างแก้มให้แผ่ว เบา

“ไม่รับปากไม่เป็นไร ฉันรู้ว่ามันเป็นคำขอที่งี่เง่าเกินไปแต่ฉันจะทำ ฉันไม่รู้ว่าฉันจะรักใครนอกจากนายได้อีกมั้ยแต่ฉันจะไม่รักใครเหมือนที่รัก มินฮยอก จองชินคนนี้จะไม่รักใครในแบบที่รักมินฮยอก รักแบบนี้ฉันจะมีให้นายคนเดียว… ฉันรักนายนะมินฮยอก”

==#==#==# Running on Faith #==#==#==

อุณหภูมิความรัก… หากร้อนนัก หนาวนักก็ยากที่จะเป็นสุข

แล้ววันนี้ก็คงจะยังไม่สายเกินไปที่จะเริ่มปรับให้องศามันอุ่นๆ…

เพื่อคนสองคน

“มีอะไรรึเปล่า จงฮยอน ?” ยงฮวาเคาะเถ้าบุหรี่ที่ไหม้จนเกือบจะถึงนิ้วออกข้างหน้าต่างรถ…แปลกใจกับการที่จงฮยอนโทรหาเขา

“พี่อยู่ไหนน่ะถึงหอหรือยัง?”

“ยังหรอกอยู่แถวสวนสาธารณะน่ะ มีอะไรรึเปล่า?”

“มา รับผมกลับได้มั้ย ไม่อยากกลับเอง แล้วอีกอย่างคือ ผม….” เสียงทางปลายสายเงียบไปอยู่ครู่หนึ่ง ยงฮวาเองก็ใจจดใจจ่อรอฟังว่าคนรักจะพูดอะไรหรือว่าจtบอกเลิกกัน…นายคงอึด อัดมากแล้วสินะ… จงฮยอน

“พี่ไม่มีงานต่อใช่มั้ย?”

“อืมแต่นัดพวกฮงกิไว้ จะไปดื่มด้วยกัน”

“ไม่ ไปได้มั้ยฮะ ผมอยากให้พี่อยู่กับผมคืนนี้ก่อนจะถึงวันเกิดผม?” คำพูดตะกุกตะกักนั่นทำให้ยงฮวาแทบไม่อยากเชื่อหู… ใจจริงแล้วเขาก็ตั้งใจจะกลับมาก่อนเที่ยงคืนอยู่แล้วเพราะอยากเป็นคนแรกที่ จงฮยอนเห็นหน้าในวันเกิดแต่อะไรหลายๆอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับจงฮยอนทำ ให้เขาไม่แน่ใจว่าเจ้าของวันเกิดจะต้องการมันหรือเปล่า

“ได้สิ รอพี่ที่บริษัทนั่นแหล่ะนะ เดี๋ยวพี่ไปรับ”

“จะไปก็ได้นะฮะ ผมไม่ว่าอะไรหรอกแต่ผมอยากให้พี่เป็นคนแรกที่อยู่กับผมในวันเกิดปีนี้”

“เมื่อกี้นายว่ายังไงนะ พูดใหม่สิ”

“ไม่ พูดแล้ว ถ้ามาช้าผมชิ่งไปกับคนอื่นไม่รู้ด้วยนะฮะ” ทิ้งท้ายไว้แค่นั้นจงฮยอนก็ตัดสายไปปล่อยให้ยงฮวาอึ้งอยู่นาน ท่าทางวันนี้พายุคงจะเข้าถล่มเกาะเกาหลีละมัง… จงฮยอนถึงเปลี่ยนเป็นคนละคนแบบนี้

==#==#==# Running on Faith #==#==#==

จง ฮยอนขยับกายเมื่อรู้สึกถึงแรงยวบของเตียง ใครบางคนสอดตัวเข้ามาใต้ผ้าห่มผืนเดียวกันพร้อมกับดึงเข้าไปกอด พอลืมตาขึ้นจึงพบว่าเป็นพี่ยงฮวา

“ทำอะไรอยู่ตั้งนาน… กว่าจะเข้ามาได้?” ร่างบางปรือตาถามน้ำเสียงก็งัวเงียเต็มที ทั้งที่ตั้งใจจะพูดในสิ่งที่คิดมาตลอดวันกับพี่ยงฮวาแต่ก็ต้องมานอนรอเก้อ เพราะพี่ยงฮวามัวรบรากับน้องเล็กที่เมาหัวราน้ำกลับมา… คงดื่มทิ้งท้ายละมั้ง ส่วนมินฮยอกก็โทรมาบอกว่าขอไปนอนค้างที่บ้านอีก

“ใจคอจะปล่อยไอ้เด็กโข่งนอนแอ้งแม้งที่พื้นหน้าห้องหรือไง ท่าทางคราวนี้จองชินมันคงจะเมาหนัก พูดจาอะไรไม่รู้เรื่องเลย”

“วันนี้สองคนนั้นเคลียร์กันหมดแล้ว แต่คงต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้”

“เดี๋ยวอะไรๆก็คงดีขึ้น โตๆกันแล้ว”

“ผมสงสารจองชินกับมินฮยอกนะแต่ก็ต้องขอบคุณสองคนนั้นด้วยที่ทำให้ผมคิดได้” จงฮยอนพลิกตัวเข้าหาคนรัก…ซุกหน้าลงในอ้อมกอดอบอุ่น…

“คิดได้?”

“ผม ขอโทษนะฮะพี่ยงฮวา ขอโทษทีผมทำเหมือนไม่สนใจพี่ไม่แคร์พี่แต่พี่ก็ยังทนผมได้อยู่อีก” ยงฮวาจูบลงกับหน้าผากเนียนแผ่วเบา คำขอโทษจากอีกฝ่ายทำให้เขามีรอยยิ้มเพราะอย่างน้อยมันก็ทำให้เขารู้ตัว ว่า…เขายังสำคัญสำหรับคนในอ้อมกอด

“พี่ไม่เข้าใจนายจริงๆว่านายเป็นอะไร ทำไมถึงคอยแต่จะถอยห่างออกจากพี่?”

“ถ้า ให้ผมพูดจริงๆพี่ต้องรับปากนะ ว่าจะไม่โกรธ” ร่างบางยันตัวลุกขึ้น… ขอคำยืนยันจากคนรัก ยงฮวาพยักหน้าให้… อยากรู้ว่าที่ผ่านมาคนรักเขาเป็นอะไร… พอฟังจบ… ยงฮวาก็รั้งคนที่เพิ่งสารภาพทุกอย่างเข้ามากอดอีกรอบ

“ให้ตายเถอะ นายมันบ๊องจริงๆเลยจงฮยอน”

“ก็ ผมกลัวนี่ฮะ เห็นตัวอย่างมาจากมินฮยอกเห็นมินฮยอกร้องไห้ เห็นจองชินเจ็บปวด เห็นน้องตัวเองเป็นแบบนั้น ผมก็เลยไม่กล้าที่จะแสดงความรู้สึกของผมออกไปอีก…”

“นายถึงผลักไสพี่ออกไปจากชีวิตนาย?”

“ผมไม่เคยผลักไสพี่นะฮะ”

“สอง มือนี้ไงที่ผลักไสพี่เมื่อคืน ลืมไปแล้วหรือไง?” ยงฮวาคว้ามือทั้งสองข้างของคนตัวบางขึ้นมา… ค้างไว้กลางอากาศในระดับสายตาที่เขาสองคนมองเห็น จงฮยอนหน้าเผือดสีลง ถูกของพี่ยงฮวา สองมือของตัวเองเพิ่งจะผลักไสพี่ยงฮวาเมื่อคืนเองแท้ๆยิ่งนึกถึงก็ยิ่งร้าว ในหัวใจมากขึ้น

“ผมขอโทษ”

“ขอโทษเรื่องอะไร เรื่องที่หมดรักพี่หรือเรื่องที่ผลักไสพี่ออกมาจากชีวิต?”

“ผม ไม่เคยหมดรักพี่ ไม่เคยเลยสักวันแต่พี่ยังอยากจะฟังเหตุผลของผมอยู่หรือเปล่า?” ข้อมือที่ถูกอีกคนจับไว้ค่อยๆบิดเข้าไปกุมมืออีกฝ่ายไว้แทนความพยายามสุด ท้ายที่จะอธิบายให้พี่ยงฮวาเข้าใจในการกระทำโง่เขลาทั้งหมด

“ผมไม่เคยไม่รักพี่สักวันผมพูดด้วยความสัตย์จริงแต่สามเดือนที่ผ่านมาผมยอมรับว่าผมพยายามจะรักพี่ให้น้อยลง”

“ผม ไม่โทษว่าการที่จองชินกับมินฮยอกเลิกกันเป็นสาเหตุหนึ่งที่ให้ผมทำแบบนี้ ผมกลัวพี่ยงฮวา กลัวว่าถ้าผมเอาแต่รักพี่มากขึ้นทุกวันๆแล้วพอวันหนึ่งที่เราไม่เหมือนเดิม วันหนึ่งที่เราต้องเลิกกันผมจะอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีพี่”

“เป็น เหตุผลที่งี่เง่ามากเลยใช่มั้ยฮะ? หัวเราะเยาะผมก็ได้นะผมไม่ว่าอะไรหรอกจะทำยังไงกับผมก็ได้แต่อย่าบอกว่าจะ เลิกรักกันได้มั้ยฮะ?”

“อืม งี่เง่ามาก… แต่พี่ก็ดีใจนะที่เหตุผลที่นายงี่เง่ามากเป็นเพราะนายรักพี่มากขนาดนี้ รู้มั้ย… พี่รอให้นายทำแบบนั้นอยู่ตลอด รอให้นายขอให้ไม่ไปเที่ยว… ขอไม่ให้ไปหัวทิ่มหัวตำที่ไหนแต่จนแล้วจนรอดนายก็ไม่ทำ….จนพี่คิดว่านาย ไม่รักพี่ซะอีก…” ยงฮวาค่อยๆเก็บผมเส้นสีดำทัดเข้าข้างใบหูมองดวงหน้าของคนรักให้เต็มตา คำที่ไม่คิดว่าจะได้ยิน… ความรู้สึกที่คิดว่ามีแต่ตัวเองที่เป็น…พอได้ฟังจากปากจงฮยอนมันทำให้เขา มีความสุขอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“ยกโทษให้ผมได้มั้ยฮะ?”

“พี่ไม่เคยโกรธนายแล้วจะให้พี่ยกโทษให้นายได้ยังไงกัน หือม?”

แสง จันทร์ด้านนอกส่องผ่านบานหน้าต่างเข้ามาส่งให้เห็นชายหนุ่มสองคนบนเตียงสี ขาว ยงฮวาลูบไล้ผิวแก้มของคนรักช้าๆ…ปลายนิ้วระเรื่อยผ่านปลายจมูกโด่งรั้นมา หยุดตรงริมฝีปากได้รูปก่อนจะถึงปลายคางค่อยๆช้อนใบหน้าของจงฮยอนเงยขึ้น…

“วัน หลังอย่าคิดแบบนั้นอีกนะ…รู้สึกยังไง คิดอะไรก็พูดออกมา คนคบกันก็ต้องรับฟังซึ่งกันและกัน รับปากพี่ได้มั้ย…จงฮยอน?” ยงฮวาถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง จงฮยอนเองที่ตอนนี้หัวใจก็เต้นไม่เป็นจังหวะ พยักหน้าให้น้อยๆ พอได้คำยืนยันจากคนรัก ยงฮวาก็ก้มลงมาจูบแผ่วเบาละเลียดช้าแต่ไม่ได้รุกล้ำภายใน… ยงฮวาถอนริมฝีปากออกมองคนรักที่หลับตาพริ้มอยู่ อยากจะมองจงฮยอนนานๆ อยากจะจดจำภาพของคนๆนี้ไว้ให้ลึกๆในหัวใจ… หัวใจที่เข้าใจดีแล้วว่ารักไม่ต่างกัน…

“ถ้าพี่รุนแรง… นายจะว่าอะไรมั้ย?” กระซิบถามเสียงพร่าตรงใบหูนิ่ม จงฮยอนลืมตาโพลงทีเดียวแต่ก็ต้องรับหลุบหนีเมื่อเจอกับดวงตาคมวาวเข้าที่ ผ่านมาไม่เห็นเคยถามสักนิด…รุนแรงไปจนไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว แล้วครั้งนี้จะทำมาเป็นถามให้อายเล่นทำไมกัน

“ทำไมไม่ตอบหละ หือม์?”

“จะ ทำอะไรก็ทำไปเถอะฮะ ยังไงผมก็ยอมพี่อยู่แล้ว แล้วอีกอย่างพี่ก็รู้ว่าผมไม่ชอบให้พี่พูดแบบนี้ ผมเขินนะ” ร่างบางช้อนตาเคืองๆให้เข้าบ้าง ถ้าขืนพี่ยงฮวายังเล่นถามตอบอยู่ไม่เลิก…เขาจะลุกหนีออกไปนอนโซฟาหน้าทีวี ให้รู้แล้วรู้รอดเลย

เสียงหัวเราะเบาๆดังอยู่ในลำคอคนสุขใจ… ภาพของคนรักที่ยอมรับออกมาตรงๆว่าเขินทำให้หัวใจชุ่มชื่นได้ไม่น้อย….สุด ท้ายก็พลิกตัวขึ้นคร่อมก้มลงจูบกับซอกคอขาวหนักขึ้นตามอารมณ์ที่คุกรุ่นมา ตั้งแต่แรก เสื้อผ้าค่อยๆถูกถอดทีละชิ้นจนเหลือแต่ร่างเปลือยเปล่า… จงฮยอนเคลิบเคลิ้มไปกับการเล้าโลมที่เชี่ยวชาญ ร่างกระตุกวาบเมื่อลิ้นของยงฮวาแลบเลียจากเนินอกขาวต่ำไปจนถึงหน้าท้อง … ชวนให้เสียวซ่านไปทุกส่วนประสาทในร่างกาย

“อา~~” ยงฮวาวกกลับขึ้นมาจูบริมฝีปากสีสดอีกครั้ง ไม่ได้เพียงผิวเผินเช่นตอนแรกแต่คราวนี้กลับเป็นจูบหนักหน่วงเร่าร้อนจนจง ฮยอนเองแทบสำลักลมหายใจ… ยงฮวาไม่ได้เป็นแค่นักเที่ยวนักดื่มอย่างเดียวแต่ยังเป็นนักรักที่หาตัว เปรียบยากเหลือเกิน ทุกครั้งที่ตกอยู่ในอ้อมกอดของคนๆนี้… จงฮยอนต้องสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองเสียทุกครั้งไป

ยงฮวา เร่งเร้าสัมผัสจนร่างในอ้อมกอดบิดส่ายลำตัวไปมา…ทรมาน ไม่อาจอยู่นิ่งเฉยได้ ตอบสนองไปตามแรงอารมณ์ที่อีกคนส่งมา… สุดท้ายเมื่อส่วนนั้นของตนถูกพี่ยงฮวาใช้ริมฝีปากคลอเคลียหนักเข้าก็สะท้าน เกร็งเกินกว่าจะทนกดเก็บไว้อีกต่อไป…

“พี่ยงฮวา อา~~~” จงฮยอนแอ่นลำตัวจนหลังลอยขึ้นจากพื้นเตียง…ปลอดปล่อยตามการชักพาของคนรัก เสียงหอบหนักๆ เหนื่อยอ่อน…เนินอกแบนราบกระเพื่อมขึ้นลง ยงฮวากดจุมพิตแรงๆกับหน้าผากชุ่มเหงื่อร่างบาง…

“ให้เวลาพักเบรกห้านาทีนะ…”

“จะ บ้าเหรอฮะ แค่แปบเดียวเอง… ขอนอนเลยไม่ได้เหรอ ผมไม่มีแรงแล้ว” จงฮยอนต่อรองจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์…หายใจเข้าออกก็ยังไม่ค่อยจะเป็นจังหวะดี เลยแต่ดูท่าจะเป็นการหาเรื่องใส่ตัวแท้ๆ…คำต่อรองจึงกลายเป็นย่นวลาพัก เบรกให้สั้นลงเสียเปล่าๆ…

“ต่อรองดีนัก…ไม่ต้องพักมันเลยหมดเรื่อง”

“จะ บ้าเหรอฮะ ไม่เห็นใจผมเลย” จงฮยอนค้อนให้ทันทีที่คนรักขยับขาของตัวเองให้กางออก… จับสะโพกยกขึ้นเพื่อเปิดทางให้ทำการบางอย่าง…บางอย่างที่แสนคุ้นเคย… สัญชาตญาณของจงฮยอนบอกได้ทันทีว่าตนจะต้องเหนื่อยหนักกว่าเดิมหลายเท่าที เดียว…

“นายนั่นแหล่ะ ไม่เห็นใจพี่ พี่จะคลั่งตายอยู่แล้ว ขอพี่เถอะนะฮยอน” เรือนร่างขาวกระจ่างตาของคนข้างใต้พาให้ยงฮวาสุดจะทานรับความต้องการที่ ถาโถมอยู่จนแทบจะระเบิด…ยิ่งเมื่อจงฮยอนไม่คัดค้านอะไรอีกก็แนบริมฝีปาก กับยอดอกนุ่มพร้อมกับขบฟันเย้ามันแรงๆ ปากและลิ้นเชี่ยวชาญปลุกเร้าร่างขาวย้วนตาอีกรอบ จนถึงนาทีที่ยงฮวารู้ว่าจงฮยอนพร้อมแล้วสำหรับเขา … สะโพกเพรียวกระตุกขึ้นน้อยๆ เมื่อยงฮวาแทรกกายเข้ามา…

“อ๊า…” จงฮยอนโถมเข้ากอดร่างชุ่มเหงื่อของคนรัก…ตัวสั่นเทากับแรงอารมณ์ที่พุ่ง พล่านอยู่ในตัว ยงฮวาขยับกายเข้าออกช้าๆ เพิ่มความปั่นป่วนให้อีกฝ่ายด้วยการขยับหมุนวน… จนจงฮยอนส่ายหน้าไปมากับอารมณ์บ้าคลั่งที่หวานล้ำ… ยงฮวารู้ทุกอย่างว่าจะทำยังไงให้คนรักมีความสุขที่สุด…

“อา พี่ยง ฮ วา อ๊ะ~~~~” สีหน้าราวกับจะขาดใจ หน่วยตาสองข้างคลอด้วยหยาดน้ำตาสะท้อนลอยเด่นกับแสงจันทร์ด้านนอก… ยิ่งเป็นตัวกระตุ้นแรงอารมณ์ของยงฮวาจนสุดจะกักเก็บไว้เต็มที…มือหยาบตะปบ สะโพกเนียนไว้มั่น ขยับดันตัวเองเข้ารุกรานเต็มแรง…

“อ๊ะ อ๊า พี่ยงฮวา!!” จงฮยอนยกมือขึ้นปิดปากตัวเองกลั้นเสียงร้องที่จะเล็ดลอดออกไป… ผนังอ่อนนุ่มบีบรัดคนรักทุกครั้งที่สอดกายเข้ามา… เกร็งตัว…. จนเหมือนว่าตัวเองจะแตกเป็นเสี่ยงๆ…จนท้ายที่สุดก็ก้าวผ่านความทรมานไป พร้อมๆกัน… ยงฮวาซุกหน้าลงกับซอกคอขาวก่อนจะกล่าวอวยพรเป็นคนแรกในวันเกิดของคนรัก

“สุขสันต์วันเกิดนะจงฮยอนของพี่~~”

==#==#==# Running on Faith #==#==#==

หลัง จากหมดตารางงานของวันพวกเขารวมทั้งสต๊าฟทุกคนก็เข้าบริษัทเพื่อคุยเรื่อง ปรับเปลี่ยนตารางที่ถูกแทรกเข้ามาจนทุกอย่างเรียบร้อยจึงเตรียมจะแยกย้ายกัน กลับ

“เฮ้!! พี่ยงฮวา คืนนี้ที่เดิมโอเคเปล่า?” จองชินก็เลิกคิ้วถามพี่ใหญ่ด้วยท่าทีสบายอารมณ์แบบทุกที… เหล่าสต๊าฟสาวๆพอได้ยินเข้าก็ชะงักมือที่กำลังเก็บของหันมามองทันที… รวมทั้งคนอื่นๆที่เหลืออีก มันจะเที่ยวอะไรกันนักหนานะ…. ช่วงนี้ตารางงานก็แน่นขนัดยังไม่หาเวลาพักผ่อนเสียบ้างแต่แล้วทุกคนก็ต้อง เบิกตากว้างทีเดียว เมื่อจงฮยอนเดินเข้าไปกระซิบกระซาบอะไรบางอย่างกับยงฮวาแล้วเดินหายออกจาก ห้องไป

“ว่าไงไปไม่ไปฮะ?” จองชินยังคงถามต่อ… แม้จะผิดคำพูดตัวเองที่จะเลิกดื่มเลิกเที่ยวเสียทีแต่จนแล้วจนรอดก็ทำไม่ได้ เขายังพาหัวใจตัวเองออกจากความเจ็บปวดกับเรื่องความรักที่พังไม่เป็นท่าไม่ ได้

“พี่ขอตัวดีกว่ามีเรื่องอื่นให้ต้องทำอีกเยอะ” บอกแค่นั้นยงฮวาก็ยกกระเป๋าพาดบ่าก้าวฉับๆตามคนรักออกไปปล่อยให้จองชินทำ หน้าเซ็งจัดอยู่คนเดียว

“จงฮยอนกระซิบอะไรกับยงฮวาน่ะ เสือซ่าส์รักเที่ยวถึงเปลี่ยนเป็นลูกแมวเชื่องๆไปเลย” สต๊าฟสาวคนเดิมเกาหัวแกรกๆหันมาถามกับเพื่อนที่เก็บของอยู่ข้างๆ

“จะ ไปรู้เหรอก็อยู่ด้วยกันตรงนี้ สงสัยมีข้อแลกเปลี่ยนดีๆละมัง ช่างเถอะ… จะกลับรึยัง เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว” อีกคนรูดซิบปิดกระเป๋าเตรียมจะกลับทำให้คนเริ่มสงสัยคนแรกส่ายหัวงงๆก่อนจะ รีบเก็บข้าวของตัวเองบ้าง…

ห้องซ้อมของซีเอ็นบลูเงียบกริบ หลังจากทุกคนแยกย้ายกลับจนหมด เว้นเสียแต่จองชินที่นอนเอกเขนกอยู่บนโซฟา… หมดเพื่อนดื่มก็หมดอารมณ์จะไปคลับเหมือนกัน….สักพักเสียงตะกุกตะกักตรง ประตูก็ดังขึ้น พอเหลือบตาไปดูก็เห็นว่าเป็นมินฮยอกที่กลับเข้ามาอีกรอบ… คงจะลืมของ… จองชินรีบปิดเปลือกตาลงแกล้งทำเป็นหลับ ไม่นานก็รู้สึกได้ว่าคนที่กลับเข้ามาเอาของ… เดินข้ามายืนอยู่ใกล้ๆ มินฮยอกมาจ้องเขาอยู่ทำไม?…

สักพักเสียงประตูถูกเปิดและปิดลง… มินฮยอกกลับออกไปแล้ว

ชาย หนุ่มลืมตาขึ้นมองบานประตูที่ปิดสนิท ทั้งที่อยากจะดึงเข้ามากอดเหมือนเดิม… อยากจะรั้งให้อยู่ด้วยกันแต่เขาไม่กล้าพอที่จะทำเพราะที่ผ่านมาเขารู้ ดี…ว่าเขาทำร้ายมินฮยอกมามากเหลือเกิน… จองชินลุกขึ้นนั่งตั้งใจจะเก็บของแล้วกลับแต่ก็ต้องประหลาดใจเมื่อเห็นว่า กองเสื้อผ้าที่ตัวเองขยุ้มกองๆไว้ข้างกระเป๋าเมื่อกี้ถูกพับจนเรียบร้อย…

มิ นฮยอกพับให้สินะ…เหมือนตอนที่เคยคบกัน มินฮยอกทำให้เขาทุกอยาง… คนหยาบกระด้างอย่างเขาเคยสนใจจะทำมันเสียที่ไหน… เรื่องกินเรื่องอยู่… เรื่องดูแลตัวเอง… ยอมรับว่าช่วงเวลาที่คบกัน… เขามองว่าการที่มินฮยอกทำให้มันน่าจุกจิกจนตอกกลับอีกคนไปหลายต่อหลายครั้ง แต่ ณ วันนี้… พอไม่มีแล้ว… เขากลับคิดถึงมันจับหัวใจ…

เรียกคืนมาไม่ได้สินะ…ก็โง่ปล่อยมือไปเอง…
ความคิดของชายหนุ่มหยุดลงเมื่อเสียงมือถือดังขึ้น

“ว่าไงพี่ยงฮวา เปลี่ยนใจจะไปเที่ยวเหรอ?” กรอกเสียงถามไปพลางเก็บเสื้อผ้าที่มินฮยอกพับให้ลงกระเป๋า

“เปล่า หรอกแค่จะโทรมาบอกว่า พี่จะจริงจังกับจงฮยอนแล้ว อาจจะเที่ยวกับนายได้น้อยลงด้วย เข้าใจพี่นะ” นี่สินะเหตุผลที่พี่ยงฮวาปฏิเสธคำชวนของเขา พี่เสือเอ้ยสิ้นลายอีกคนแล้วมั้ยหละ

“เรื่องของพี่เถอะ ยังไงก็ขอให้โชคดีแล้วกันไม่มีพี่ ผมก็ยังเที่ยวได้อยู่ดี”

“จองชิน”

“อะไร จะเรียกทำไม กลัวลืมชื่อผมรึไง?” หนุ่มร่างสูงที่เพิ่งเดินออกจากห้องซ้อมถามติดตลกใส่มือถือไปเมื่อจู่ๆพี่ ใหญ่ก็ทำน้ำเสียงจริงจังขึ้นมาอีก…

“เมื่อกี้พี่เจอพี่มิ นฮยอกอยู่หน้าตึก… เขาถามพี่ว่าไม่ไปเที่ยวไหนเหรอ พี่ก็บอกเขาไปว่าไม่แล้วก็บอกว่านายคงหัวเสียอยู่ที่ห้องซ้อม มินฮยอกเขาทำสีหน้าแปลกๆยังไงไม่รู้แล้วก็ขอตัวแยกไป … พี่ว่าเขาห่วงนายอยู่นะ”

“เหรอ…ขอบคุณฮะ ผมจะกลับแล้วไว้เจอกันที่หอแล้วกัน บาย” จองชินยัดมือถือใส่กระเป๋ากางเกง คำบอกกล่าวของพี่ใหญ่ทำให้ภาพมินฮยอกกลับเข้าไปที่ห้องซ้อมเมื่อครู่ผุดขึ้น มา ในหัวช้าๆ…

มินฮยอกกลับเข้าไปเพราะรู้ว่าเขาอยู่ในนั้นเหรอ?

……………………………….
………………………
………………
………..
…..

ทางด้านของยงฮวาพอวางโทรศัพท์จากจองชินก็หันไปมองหน้าคนรักทางอีกฝั่งโต๊ะอาหาร…

“บอกไปแล้วนะไม่รู้ว่าจองชินจะว่ายังไง?”

“ผม รู้ว่าสองคนนั้นพยายามถึงที่สุดแล้ว แต่ลึกๆยังรักกันอยู่และรักกันมาก อาจจะมากกว่าที่พี่รักผมด้วยซ้ำ” จงฮยอนตักข้าวเข้าปากไม่วายค่อนขอดเอากับคนรัก… แม้ว่าจะเห็นกับตาว่าจองชินกับมินฮยอกพูดเลิกรากันเป็นเรื่องเป็นราวแต่สิ่ง ที่รุ่นน้องทั้งสองต่างเป็นอยู่… ก็ยังหวังลึกๆให้กลับมาคบกันอีกครั้ง

“พาล มาที่พี่อีกแล้ว อย่าลืมนะว่าการที่หลังๆพี่เที่ยวหนักเพราะจองชินมันมีปัญหาแล้วนายเองไม่ ใช่เหรอคิดอะไรบ๊องๆจนไม่ยอมสนใจพี่ เงียบทำไมละ?” ยงฮวาตอกกลับเข้าให้ จนจงฮยอนเองก็หมดหนทางจะเถียง….เพราะสุดท้ายก็ต่างคนต่างผิดอยู่ดี…

“โอเคฮะ ผมไม่พูดแล้ว… แต่หลังจากนี้ผมไม่ให้พี่เที่ยวอีกแล้วนะฮะ”

“สั่งอย่างกับแม่พี่เลยนะ คิดว่าพี่จะยอมหรือไง?”

“ก็ถ้าพี่ไม่ยอมผมเรื่องนี้ ผมก็ไม่ยอมพี่เรื่องอื่นเหมือนกัน”

“หมายถึงเรื่องอะไรจงฮยอน อย่ามาฉลาดแกมโกงกับพี่นะ” ยงฮวายื่นหน้าไปใกล้คนรักที่ตอนนี้ตีหน้าได้กวนเขานัก

“ถ้า อยากรู้ก็ลองกลับไปเที่ยวอีกสิฮะ ผมจะทำให้พี่ลงแดงตายเลย คอยดูสิ” ร่างบางท้าทายทำให้ยงฮวาพอจะเดาออกแล้วว่าเรื่องที่จงฮยอนจะไม่ยอมเขาคือ เรื่องไหนแต่มีหรือที่คนอย่างเขาจะจนมุมให้เสียเปรียบจงฮยอนได้ ยงฮวาลุกขึ้นเท้าโต๊ะข้ามไปฉวยจูบคนเผลอ

“พี่ยงฮวา ทำแบบนี้ได้ไง ไม่อายคนอื่นหรือไงฮะ?” จงฮยอนโวยใส่เมื่ออีกคนกลับไปนั่งตามเดิม

“คนอย่างพี่ไม่มีวันลงแดงตายหรอกน่า”

“ผมล่ะเกลียดพี่ที่สุดเลย ให้ตายสิ”

“เกลียดของนายแปลว่ารักหรือเปล่าจงฮยอน พูดมาได้ไม่อายคนอื่นบ้างหรือไง หือม์?”

“ผมไม่พูดกับพี่แล้ว กินข้าวเร็วๆเถอะฮะ”

“ให้รีบกินจะรีบกลับไปให้พี่หายลงแดงล่ะสิ อุบ!” ยงฮวาพูดไม่ทันจบข้าวคำโตก็ถูกยัดใส่ปากจากคนอีกฝั่งโต๊ะ

“เคี้ยวข้าวไปซะ จะได้เลิกพูดไร้สาระเสียที”

แล้ว วิธีหยุดปากคนช่างจ้อก็ได้ผล ยงฮวาเคี้ยวข้าวที่เต็มปากพลางส่งสายตาเข้นเขี้ยวให้คนรัก ก่อนที่เสียงหัวเราะชอบใจจะปกคลุมไปทั่ว… เถียงกันไปตามประสา หาเรื่องให้ปวดหัวเล่นไปเรื่อยแต่อย่างน้อย… เขาสองคนก็มีความสุข

ให้รักค่อยๆก่อตัวมากขึ้น… ให้ศรัทธาค่อยๆปรากฏในใจคนทั้งคู่…

เรียนรู้ที่จะให้… เรียนรู้ที่จะรับ… เรียนรู้ที่จะเสียสละ… เรียนรู้ที่จะให้อภัย…
จนสามารถดื่มด่ำกับความสวยงามและความเศร้าโศกในรักได้อย่างแข็งแกร่ง
แล้วความรักจริงๆจะค่อยๆงอกงาม… ขึ้นในหัวใจเรา

The EnD

==#==#==# Running on Faith #==#==#==

AuThur Talk:สุขสันต์วันเกิดจงฮยอนของพี่… เช่นกัน ช้าไปหลายวันไม่เป็นไรๆ ฮยอนนี่ต้องเข้าใจพี่สาวคนนี้ พล๊อตง่ายๆกับอารมณ์เรื่อยเปื่อยของคนแต่ง อย่าว่ากันนะกับฉากจบที่บ้าบอสิ้นดี ฮ่าๆ ตั้งใจถ่ายทอดมุมมองความรักที่เกิดขึ้นได้จริงและมักเกิดขึ้นกับคนทุกคู่ และเป็นฟิคแฮปวันเกิดฮยอนค่ะ คู่รองจึงดราม่าหนักไปหน่อย เกี่ยวมั้ย ==”

ชอบไม่ชอบยังไงเม้นท์กันได้หนักๆเลยค่ะ ส่วนคู่รองอยากได้ต่อก็เควสมาหากคนแต่งใจอ่อนอ่อนใจจะแต่งให้ในวันเกิดหน้าแล้วกัน

และ นี่เป็นเนื้อเพลงที่คนแต่งได้ชื่อเรื่องมาจากเพลงนี้ค่ะ ของขวัญใจอีจงฮยอนเลยส่วนคำแปลโดยน้องไบร์ส ♥puppu♥ ซึ่งเป็นคนเดียวกับที่ตรวจความเรียบร้อยก่อนลงให้ด้วย ขอบคุณที่สุดจ๊ะ

Running on Faith

Lately I’ve been running on faith

What else can a poor boy do?

But my world will be right

When love comes over you

เมื่อฉันเริ่มมีศรัทธา
เด็กหนุ่มธรรมดาๆอย่างฉันจะทำอะไรได้
แต่ถ้าหากเธอนั้นตกหลุมรักแล้ว
โลกของฉันคงสมบูรณ์สวยงาม

Lately I’ve been talking in my sleep

I can’t imagine what I’d have to say

Except my world will be right

When love comes back your way

ฉันนั้นพร่ำเพ้อกับตัวเองอยู่ในความฝัน
ไม่รู้ว่าควรพูดอะไรออกไปดี
แต่หากเธอนั้นอยู่ในห้วงแห่งความรัก
โลกทั้งใบของฉันคงสวยงาม

I’ve always been

One to take each and every day

Seems like by now

I’d find a love who cares just for me

ฉันเคยใช้เวลาแค่ให้มันหมดไปวันๆ
แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้ ฉันค้นพบแล้วความรักที่มีมาเพื่อฉัน

Then we’d go running on faith

All of our dreams would come true

And our world will be right

When love comes over me and you

เมื่อเราพร้อมจะปักใจเชื่อมั่น
ทุกอย่างที่เฝ้าใฝ่ฝันนั้นคงกลายเป็นจริง
และเมื่อเราสองนั้นได้ครองรักกัน
โลกทั้งใบของเรานั้นคงสวยงดงาม

Chorus

คอรัส…

Then we’d go running on faith

All of our dreams would come true

And our world will be right

When love comes over me and you

When love comes over you

เมื่อเราพร้อมจะปักใจเชื่อมั่น
ทุกอย่างที่เฝ้าใฝ่ฝันนั้นคงกลายเป็นจริง
และเมื่อย้งฮยอนนั้นครองรักกัน
โลกทั้งใบของเรานั้นคงสวยงดงาม…

*สองบรรทัดสุดท้ายแปลตามอารมณ์สาววายนะค่ะ >///<

LinK to Listen >> Running On Faith (MTV Live Unplugged) – Eric Clapton

ก่อนไปจริงจัง ขอบ้างอะไรบ้างเนอะ เค้กวันเกิดเพื่ออีจงฮยอนคืนวันที่สิบห้าที่ผ่านมา
ถ่ายโดยน้องเนม Namies และร่วมประสานเสียงในเพลงวันเกิดโดย พี่สาว อ้วน Tagoyakiboy และเจ้านุกส์ น้องนุกส์ Sikikyu_handolee

ไม่มีเหตุผลที่โพสแต่มีเหตุผลที่รักเจ้าของวันเกิดนะจ๊ะ >///<


อ่านจบกรุณาอีดิทคอมเม้นท์ด้วยค่ะ!

*อย่าเม้นท์แค่ว่าสนุก รอตอนต่อไปหรือขอบคุณๆๆแค่นี้นะค่ะ ไม่ปลื้มค่ะ!!

 

 

 

 

Comments
  1. […] =# My Dearest One #= YH x JH , JS x MH  l๑l  l๒l 13.[HBDLJH-SF] =# Running on Faith #= YH x JH , JS x MH 12.[SF]=# Code Name Love #= YongHwa x JongHyun 10.[SF]=# 잘못했어 I was wrong #= JungShin x […]

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s