[SF] =# หวงนาย #=

Posted: June 10, 2011 in ~* YongHyun *~

“จองชิน นั่นนายจะทำอะไรน่ะ?!” เจ้าของชื่อผงะถอยทันทีหันไปมองคนที่ยืนหน้าทะมึงทึงอยู่ตรงหน้าประตูห้อง ครัวมือก็ดันช้อนที่จงฮยอนยื่นมาจะให้ชิมรสชาติของอาหารออก

“ผม ว่าผมไม่ชิมแล้วดีกว่า” ความจริงควรจะพูดว่าไม่สมควรชิมเห็นจะถูกกว่าเพราะสายตาดุดันเกินพิกัดของคน ทางหน้าประตูทำให้จองชินนึกหวาดหวั่นรวมทั้งนึกหมั่นไส้ขึ้นมา เจ้าน้องเล็กถอยห่างออกจากพี่รองอี จงฮยอนที่กำลังตักข้าวผัดกิมจิใส่จานอยู่

“โดนจองชินมันอ้อนให้ทำของกินให้อีกหละสิ”

“ไม่ ใช่สักหน่อย ผมอยากทำเองต่างหาก แล้วก็เลิกทำตาขวางแบบนั้นใส่จองชินได้แล้วน่า พี่ยงฮวา” เป็นจงฮยอนที่แก้ต่างให้พร้อมทั้งสั่งให้พี่ใหญ่อย่างยงฮวาหยุดทำตาเขม่นจอง ชินเสียที ทั้งที่ไม่ได้เป็นอะไรกันแต่ยงฮวามักชอบจะแสดงท่าทีเกินกว่าพี่น้องร่วมวง แบบนี้ออกมาเสมอ …ลำพังตัวเขาเองไม่อึดอัดเท่าไหร่แต่คนอื่นๆ ในวงนี่สิพลอยจะวางตัวลำบากกันไปหมด จองชินหยิบจานข้าวผัดที่พี่รองตักให้แล้วเดินออกไปกินข้างนอกด้วยความไม่ เต็มใจเท่าไร

“พี่ก็หิว ยังไม่ได้กินอะไรเลยทั้งวัน” พอให้หลังจองชินออกไปวงแขนสองข้างของยงฮวาก็รวบตัวน้องรองของวงเข้ามากอดแต่ ก็โดนข้อศอกของคนในอ้อมกอดกระทุ้งเข้าให้เต็มๆ เหมือนกับทุกครั้งที่ยงฮวาชอบทำประเจิดประเจ้อแบบนี้

“ถ้าไม่ ฟังกัน คราวหลังพี่ก็ไม่ต้องมาเข้าใกล้ตัวผมเลยนะ!” จงฮยอนขืนตัวออกพยายามจะเดินออกจากครัว แค่ชอบแกล้งมาโอบไหล่เขาเวลาทำงานแล้วเฉไฉว่ายืนอยู่ตำแหน่งใกล้กันเลยเคย ชินซึ่งมันไม่เห็นจะสมเหตุสมผลตรงไหน… ไหนจะชอบทำตาซึ้งเวลาต้องร้องเพลงคู่กันอีกซึ่งเขาก็หมดหนทางหลบตาเสียด้วย นึกแล้วก็ยิ่งหงุดหงิดจริงๆ

“จงฮยอนอา… พี่หิวข้าวจริงๆ นะ ทีจองชินนายยังทำให้มันกินได้แต่ทำไมกับพี่นายถึงใจร้ายแบบนี้หละ?” นั่นไงมามุขคนแก่ประชดชีวิตอีกแล้ว เวลาจะให้เขาทำอะไรให้เป็นต้องเรียกเสียงงอแงๆ แบบนี้ทุกที จงฮยอนชะงักปลายเท้าหันไปมองเจ้าคนแก่หน้าหล่อที่ยืนเอามือลูบๆ ท้องประหนึ่งว่าหิวโซจนไส้กริ่ว สุดท้ายก็ต้องใจอ่อนเดินไปเปิดตู้เย็นเพื่อหาของมาทำอาหารให้จนได้สิ… แม้จะไม่ได้เก่งเรื่องการครัวเท่าไรแต่ก็พอทำได้และอีกอย่างเมมเบอร์คนอื่นๆ ก็ขี้เกียจกันถ้วนหน้าเขาจึงต้องตกที่นั่งลำบากคอยทำโน้นทำนี้ให้ไปโดย ปริยาย

“มานั่งหน้าบูดอะไรตรงนี้ห๊ะ จองชิน?”

“เหม็นหน้าตาแก่หวงก้างนะสิ!!”

“ใครกันตาแก่หวงก้าง?”

“จะ ใครละพี่ ก็มีอยู่คนเดียวแหละ พี่จงฮยอนไม่ใช่ของตัวเองคนเดียวซะหน่อย ถ้าเป็นแฟนกันก็ว่าไปอย่าง!!” จองชินบ่นอย่างหัวเสียมือก็ซัดข้าวผัดเข้าปากไม่หยุด มินฮยอกที่พอจะเดาๆ ได้แล้วว่าตัวต้นเหตุอารมณ์บ่จอยของจองชินคือใครเลยได้แต่ส่ายหน้าระอาแทน

“ยังไม่ชินอีกหรือไง ปล่อยพี่ยงฮวาบ้าไปเหอะน่า”

“พี่ ก็พูดแบบนี้ตลอด ไม่อึดอัดบ้างหรือไงที่จะเข้าใกล้หรือจะคุยเล่นอะไรกับพี่จงฮยอนก็ไม่ได้” มือกลองหน้าหวานแทบหลุดขำออกมา ยังไงจองชินก็ยังเด็กอยู่ดีไม่วายกระเง้ากระงอดเป็นเด็กที่ถูกขัดใจไม่หยุด

ไม่ ใช่ว่าเขาไม่อยากยุ่ง… แต่ถ้าคนถูกหวงอย่างพี่จงฮยอนแสดงความไม่พอใจออกมาบ้างเขาก็คงต่อว่าพี่ยง ฮวาไปแล้วเพราะยังไงเสียก็เป็นวงเดียวกันมีปัญหาก็พอจะพูดคุยกันได้แต่นี่ก็ ไม่เห็นว่าพี่จงฮยอนจะแสดงท่าทีรังเกียจอะไรออกมาเลย… ครั้นจะไปพูดก็ไม่รู้จะเริ่มเปิดประเด็นยังไงด้วย

แล้วที่ สำคัญ… เขาไม่รู้จะปั้นหน้ายังไงสำหรับการเผชิญหน้าแบบตัวต่อตัวกับพี่จงฮยอน มินฮยอกแย่งรีโมทในมือเจ้าเด็กเสาไฟมาเปลี่ยนช่องสถานีที่ตัวเองอยากดูพลาง นั่งดูทีวีไปเรื่อยเปื่อย ไม่นานดีก็เห็นยงฮวากับจงฮยอนเดินออกมาจากครัวแล้วเข้าห้องนอนไป
มินฮยอกเบือนหน้ากลับมายังทีวีอย่างสะกดหัวใจตัวเองให้สงบนิ่ง…

“พี่ จงฮยอนนี่ก็แปลก ผมถามว่าชอบพี่ยงฮวาเหรอก็ปฏิเสธิแต่พอเกิดเรื่องทีไร พี่จงฮยอนก็เข้าข้างตาแก่หวงก้างทุกที!” นึกว่าจะเลิกคิดไปแล้วแต่พอเสียงประตูห้องนอนปิดลงจองชินก็โวยออกมาเป็นเด็ก สติแตกไปซะงั้น จนมินฮยอกต้องขำพรืดออกมา

มันเป็นเรื่องปกติของวงและเป็นสิ่งที่คนในวงต้องยอมรับว่า …
พี่ใหญ่กับพี่รองไม่ได้เป็นแฟนกันแต่ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ห้ามแตะ
อี จงฮยอนของจอง ยงฮวาทั้งนั้น…

“ปังๆ!” ฝ่ามือของใครบางคนทุบลงกับประตูไม่ยั้ง บ่งบอกได้ดีว่ากำลังอารมณ์ไม่ดีแค่ไหน

“อ้าว ซึงฮยอน มาหาพี่เหรอ?” จงฮยอนที่เปิดประตูออกมายิ้มร่ารับรุ่นน้องร่วมค่ายที่มาหาเขาถึงหอพักแต่ คิ้วเส้นบางก็ต้องเลิกขึ้นเมื่อคนถูกถามตีสีหน้ากรุ่นโกรธมาให้

“ทำอะไรอยู่เหรอ?”

“ก็อ่านหนังสืออยู่ มีธุระอะไรหรือเปล่า นายดูแปลกๆนะวันนี้”

“อยู่คนเดียวหรือเปล่า?”

“อยู่ กับพี่ยงฮวาแต่หลับอยู่ พอดีวันนี้พี่เขสต้องทำงานตั้งแต่เช้าเลยเหนื่อย เห็นหลับไปนานแล้ว” ชายหนุ่มผมหยักศกบอกรุ่นน้องต่างวงหวังจะให้อีกคนยุติสิ่งที่กำลังคิดจะทำ ทำไมจงฮยอนจะไม่รู้ว่าการที่ซึงฮยอนลงทุนมาถึงนี่และตีหน้านิ่งมาเคาะห้อง เขาเพราะอะไรถ้าไม่โดนเจ้าจองชินฟ้องเรื่องเมื่อตอนเย็นแล้วจะมาต่อว่าให้… หรือพูดให้ถูกก็มาต่อว่าให้ตัวเองด้วยนั่นเอง

จงฮยอนเจอกับสถานการ์ณแบบนี้มาจนนับครั้งไม่ถ้วน
ทั้งเมมเบอร์ในวงและในค่ายจนชินชาไปเสียแล้ว…

“ฟัง พี่นะซึงฮยอน” จงฮยอนลากคนที่เกือบจะได้เดบิวต์เป็นวงเดียวกันแต่กลับมีเหตุให้ต้องไปทำวง กับเอฟทีเสียก่อนออกมาคุยทางระเบียงนอกของหอไม่อยากให้เสียงอึกทึกพวกนี้ทำ ให้ยงฮวาต้องตื่นเพราะอีกคนต้องทำงานหนักกว่าพวกเขาทั้งเดินสายโชว์ตัว เนื่องจากความโด่งดังจากงานละคร… ไหนจะงานโปรโมตวงตัวเองอีก… ก็แค่ห่วงในฐานะรุ่นน้องคนหนึ่งต่อรุ่นพี่คนหนึ่งก็เท่านั้นจริงๆ…

“เรื่องเมื่อเย็นมันไม่มีอะไรเลยด้วยซ้ำ จองชินแค่คิดไปเองว่าพี่ยงฮวาไม่พอใจ นายอย่าเข้าข้างใครจนเกินไปสิ”

“ใคร กันแน่ที่เข้าข้างใครจนเกินไป?” ซง ซึงฮยอนกอดอกมองหน้ารุ่นพี่ต่างวง… รู้ว่าไม่สมควรและไม่มีสิทธิ์มาตีโพยตีพายด้วยซ้ำ… แต่ถ้าความรู้สึกที่เขามีให้กับอีกคนไม่ได้มากกว่ารุ่นพี่รุ่นน้องธรรมดาๆก็ คงไม่กรุ่นโกรธจนเป็นบ้าเป็นหลังแบบนี้

“ไร้สาระน่า พวกนายจะอะไรหนักหนากับเรื่องพวกนี้ อีกอย่างพี่กับพี่ยงฮวาก็แค่สนิทกันเฉยๆ มันไม่มีอะไรจริงๆ”

“ถ้า พี่ไม่ได้คบกับพี่ยงฮวา งั้นผมก็กอดพี่ได้ใช่มั้ย?” จงฮยอนถึงกับตาโตไม่คาดคิดว่าซึงฮยอนจะพูดอะไรแบบนี้ออกมาและกว่าจะเรียบ เรียงอะไรต่ออะไรได้ก็ถูกดึงเข้าไปกอดโดยไม่ทันตั้งตัว

“ไอ้ซึง ฮยอน!! ผลั๊ก!!!!”เสียงตะโกนดังลั่นมาตั้งแต่หน้าห้องนอนพร้อมกับหมัดหนักๆ ที่เสยตรงเข้ามาเต็มแรงจนคนถูกต่อยร่วงลงไปกองกับพื้นระเบียง

“อย่า แม้แต่จะคิดที่จะทำมากกว่ากอดจงฮยอน จำไว้!!” ยงฮวาชี้หน้าคนที่นอนเอามือเช็ดเลือดที่มุมปาก สีหน้าจริงจังของจอง ยงฮวา… น้ำเสียงมุ่งมั่นของจอง ยงฮวา… และแววตาวาวโรจน์ของผู้ชายที่ชื่อจอง ยงฮวา …วินาทีนั้นไม่มีใครที่เห็นแล้วจะไม่หวาดกลัว

“ไปให้มันกอดได้ยังไง?!” ทันทีที่ถูกลากเข้ามาในห้อง ยงฮวาก็กระแทกบานประตูลงโครมใหญ่ จ้องหน้าถามเอาความกับจงฮยอนด้วยความโมโห

“พี่ถามว่าไปให้มันกอดได้ไง จงฮยอน?!” เมื่อจงฮยอนไม่ตอบอีกคนก็ยิ่งตะคอกหนัก

“แล้ว มันเกี่ยวอะไรกับพี่เล่า เลิกทำตัวอันพาลแบบนี้ซะที คนอื่นเขาเดือดร้อนกันไม่รู้หรือไง?” จงฮยอนเองก็เลือดขึ้นหน้าเหมือนกัน ทำไมยงฮวาต้องอาละวาดหนักขนาดนี้ด้วย แค่ซึงฮยอนกอดเขาธรรมดาๆ เท่านั้น… พวกเราก็เล่นถึงเนื้อถึงตัวกันแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้วนี่หน่า

“ไม่ รู้จริงๆ เหรอจงฮยอน ว่าพี่เป็นแบบนี้เพราะอะไร?” ดูท่าว่าคนโมโหจะเริ่มมีสติ ลดน้ำเสียงเบาเสียจนราวกับกระซิบ คาดคั้นให้จงฮยอนตอบบ้าง …แต่จะให้ตอบออกไปจริงๆ นะเหรอ รู้สิ รู้มาตลอดว่ายงฮวาคิดยังไงกับตนที่ยอมให้จับมือ… ยอมให้โอบ… ยอมให้กอด… และยอมให้ทำมากกว่านั้นก็เพราะรู้ความรู้สึกของคนตรงหน้าดีแต่ก็ใช่ว่ายงฮวา จะทำแบบนี้กับตนคนเดียวเสียเมื่อไหร่… เขาควรจะยิ้มรับอย่างภาคภูมิใจอย่างนั้นหรือ แล้วอีกอย่างยงฮวาก็ไม่เคยพูดอะไรให้เขามั่นใจหรือตระหนักถึงสถานะ ภาพระหว่างกันให้ชัดเจนเลยสักครั้ง

“จำไว้นะจงฮยอน… ว่าตรงนี้ของนายต้องเป็นพี่คนเดียว” ยงฮวาชี้ที่อกข้างซ้ายของคนตรงหน้า ตรงที่มีก้อนเนื้อหัวใจของจงฮยอนฝั่งตัวอยู่… ตรงนี้ของอี จงฮยอน ตรงหัวใจของอี จงฮยอน… มันถูกสั่งให้มีแค่จอง ยงฮวาคนเดียวเท่านั้น มันถูกสั่งอย่างนี้มาตลอด

จงฮยอนทรุดนั่งลงบนเตียง เมื่อแผ่นหลังกว้างของรุ่นพี่ไร้เหตุผลลับสายตาไป… ยงฮวากลับไปแล้วกลับไปโดยหอบหิ้วเอาความโกรธไปและทิ้งเขาไว้กับคำเห็นแก่ตัว พวกนั้น

แล้วตรงนั้นของพี่ล่ะ… พี่ยงฮวา

ตรงหัวใจของพี่

จงฮยอนคนนี้จะต้องอยู่รวมกับใครต่อใครไปอีกนานแค่ไหนกัน ?

=#=#=#= หวงนาย =#=#=#=

“อ่าน อะไรอยู่พี่จงฮยอน?” ชายหนุ่มผมหยักศกปิดหนังสือที่ลงสัมภาษณ์เรื่องของพวกเขา เงยหน้าขึ้นยิ้มให้คนถาม วันนี้ซีเอ็นบลูเข้ามาซ้อมที่บริษัทและบังเอิญว่าตรงกับตารางของเอฟทีพอดี

“ก็เรื่อยเปื่อย ว่าแต่หายเจ็บแล้วใช่มั้ย?”

“เล็ก น้อยน่ะ ที่ผมไม่สวนไปก็เพราะรู้ว่าผมผิดเองหรอก” ซง ซึงฮยอนเอามือแตะๆ ที่มุมปากทำหน้าหงุดหงิดขึ้นมา ผ่านมาอาทิตย์กว่าๆ แล้วหลังจากเรื่องวันนั้น ซึงฮยอนเป็นฝ่ายมาขอโทษที่กอดเขาไปและสารภาพว่าเพราะเห็นยงฮวาเดินออก มาตามหาจงฮยอนเลยดึงเข้ามากอด… ก็แค่หมั่นไส้ยงฮวาเท่านั้น

“พี่ยงฮวาชกผมขนาดนี้ สงสัยคงไม่ได้คิดกับพี่ธรรมดาแล้วหละ”

“ไม่ ใช่หรอก มันไม่ใช่อย่างที่นายคิด ซึงฮยอน…” เขารู้ว่าซึงฮยอนหมายถึงอะไรแต่จงฮยอนเลือกที่จะไม่คิดแบบนั้นเพราะมันจะไม่ เป็นการทำให้ตัวเองเจ็บทีหลัง… คนเดียว

“พี่มีอะไรกับพี่ยงฮวาหรือเปล่า พี่จงฮยอน?” จงฮยอนถึงกับสะอึกตวัดหน้าขึ้นมองซึงฮยอนที่อยู่ดีๆ ก็โผลงถามออกมาตรงๆ

“ถ้าพี่บอกว่า… ไม่เคยมีอะไรกับพี่ยงฮวา นายจะเชื่อมั้ย?”

“ผมเชื่อพี่” รุ่นน้องหน้าหล่อพยักหน้าหงึกพลอยนึกโล่งอกไปด้วย

“แต่ ก็เกือบไปหลายครั้งแล้วละสิ…” ไม่มีใครจะไม่รู้หรือจะดูไม่ออก คนเราถ้าไม่เคยถึงเนื้อถึงตัวกันเกินกว่าที่พี่น้องธรรมดาๆ ปฏิบัติต่อกัน จะไปหวั่นไหวกับความรู้สึกได้มากขนาดนั้นเชียวหรือ… ซึงฮยอนเห็นดวงตาของคนตรงหน้าหม่นเศร้าลงจนน่าใจหายจึงรีบเปลี่ยนเรื่องคุย แต่ก็ยังไม่พ้นเรื่องของพี่ใหญ่เลือดร้อนคนเดิม

“เห็นว่างานละครดังมากเลยนี่น่า”

“อืม…” จงฮยอนพยักหน้า สองสามอาทิตย์ที่ผ่านมาเขาแทบไม่ได้เจอหน้าพี่ยงฮวาเลยเพราะงานละครที่เร่ง รัดทั้งการถ่ายทำและแผนโปรโมต รวมทั้งวันนี้ด้วยที่พี่ยงฮวาก็ติดงานละครจึงไม่ได้มาซ้อมด้วยกัน เขาแทบจำไม่ได้ด้วยว่าตอนนี้ใบหน้าชัดๆของพี่ยงฮวาที่เขาเห็นคือตอนไหนจะจำ ได้ขึ้นใจก็เพียงเสียงกระซิบข้างหูว่า ‘พี่คิดถึงนายชะมัด’หลังงจากพี่ยงฮวากลับมาถึงหอและแวะเข้าดูเขาก่อนเข้านอน ทุกคืน

ได้ซึมซับความอบอุ่นและอ่อนโยนจากอีกคน… แค่นั้น
ซึ่งไม่ต่างอะไรจากดอกกุหลาบที่เบ่งบานท่ามกลางทะเลทรายแม้แต่นิดเดียว

tlu….tlu…..

ระหว่าง ที่กำลังเคลียร์ห้องหลังจากซ้อมเสร็จพวกเขาทั้งสองวงก็มารวมตัวกันแต่ บังเอิญว่าคนอื่นๆถูกเรียกไปที่ห้องอัดเสียงกันหมดเหลือเพียงเขากับจองชิน มือถือของใครบางคนก็ดังขึ้น… มันวางอยู่แถวๆ กองกระเป๋านับสิบใบบนโต๊ะมุมห้องซ้อม

“มือถือพี่มินฮยอก นี่หน่า พี่รับทีสิพี่จงฮยอน” จองชินพยักเพยิดหน้าให้คนที่อยู่ใกล้ที่สุดรับ มือที่เอื้อมไปสั่นขึ้นมาอย่างยากจะควบคุมเมื่อบนหน้าจอมันขึ้นหลาว่า…. สายโทรเข้า ‘พี่ยงฮวา’ แต่พอถูกจองชินเร่งให้รีบรับเสียทีเพราะมันสร้างความหนวกหูให้ จงฮยอนจึงกดรับในที่สุด

“พี่หาไม่เจอน่ะมินฮยอก ไหนบอกว่าถอดไว้ตรงหัวเตียงไงพี่หาแล้วไม่เห็นจะมีเลย…” คำพูดของคนปลายสายร่ายยาวมาทำให้เขาตัวชาและรู้สึกว่าหัวใจตัวเองค่อยๆเต้น ช้าลง ต่อให้คิดในแง่ดีสักแค่ไหนก็ตีความได้อย่างเดียว… ว่าความสัมพันธ์ของมินฮยอกกับยงฮวาเลยเถิดไปถึงขั้นไหน

พี่ให้ความสนิทสนมกับทุกคน… ให้ความสำคัญกับทุกคน
และกับบางคนพี่ให้เขาสำคัญต่อพี่มากกว่าผมเสียอีก

แล้วที่พี่สั่งให้หัวใจของผมมีพี่คนเดียว… มันจะไม่เห็นแก่ตัวไปหน่อยหรือไง?

“ไว้ นายมาหาเอาเองแล้วกันนะ แค่สร้อยเส้นเดียว ถ้าหาไม่เจอพี่ซื้อให้ใหม่ก็ได้ งั้นแค่นี้ก่อนนะ พี่ต้องทำงานต่อแล้ว พี่คิดถึงพนายนะ บาย” ดีที่ว่าทางปลายสายเป็นฝ่ายกดวางไปเอง จงฮยอนวางมือถือของมินฮยอกไว้ที่เดิมจังหวะเดียวกับที่เจ้าของมือถือตัวจริง เดินกลับเข้ามา…

“ใครโทรมาเหรอฮะ พี่จงฮยอน?” ถามพลางกดๆ ดูพอเห็นชื่อคนโทรล่าสุดก็ไม่คาดคั้นให้จงฮยอนตอบอีก เข้าใจดีว่า… อีกคนกำลังรู้สึกยังไง

“เมื่อกี้พี่ยงฮวาโทรมาเหรอ?” เป็นจองชินที่หันมาถามกับมินฮยอกเมื่อจงฮยอนเดินนำออกไปรอที่รถก่อน

“อืม ฉันก็ไม่รู้จะทำยังไงดี นายก็รู้ว่าฉันกับพี่ยงฮวาไม่ได้ผูกมัดอะไรกัน” มันคือความจริงทั้งหมด ความสุขชั่วครู่ชั่วคราวกับข้อตกลงที่ไม่มีการผูกมัดใดใดต่อกันมันทำให้เขา กับพี่ยงฮวาหลุดออกนอกกรอบนอกรอยของการเป็นพี่น้องที่ดีต่อกัน… แต่จองชินก็เข้าใจว่าคนที่ยืนอยู่ตรงจุดๆ นั้นอย่างจงฮยอน… ยากเหลือเกินที่จะยอมรับและทำความเข้าใจกับมันได้ง่ายๆ

“พี่แน่ใจหรือว่าไม่มีอะไรผูกมัดกันจริง หากวันหนึ่งพี่ยงฮวาคบกับพี่จงฮยอนขึ้นมาพี่จะไม่รู้สีกอะไรเหรอ?”

“ฉันเลิกรู้สึกรู้สาไปตั้งนานแล้ว”

“ตกลงพี่ยงฮวาเขารักพี่จงฮยอนหรือเปล่า ถ้ารักจริงทำไมถึงยังทำให้พี่จงฮยอนเสียใจอีก”

“ทำไมนายถึงคิดว่าพี่ยงฮวาไม่รักพี่จงฮยอน?”

“ก็ เห็นเขาเออ …กับพี่”จองชินอึกอักขึ้นมา ครั้นจะพูดเรื่องความสัมพันธ์ไม่ถูกไม่ควรระหว่างพี่ใหญ่กับคนตรงหน้าออกมา ตรงๆก็ดูจะไม่สมควรนัก มินฮยอกระบายยิ้มพลางกระชับขึ้นบ่า

“เรื่องพวกนี้มันไม่จำเป็นต้องใช้ความรักหรอกแต่ความรักต่างหากที่ต้องใช้มัน”

“พูด อะไรของพี่เนี่ย ผมไม่เห็นเข้าใจเลย”เจ้าเด็กตัวโข่งขมวดคิ้วมุ่นตีความหมายแค่คำไม่กี่คำ นั้นจนหัวแทบระเบิดก็ตีไม่ออกยิ่งเรียกเสียงหัวเราะจากมินฮยอกให้ทำลายความ ตึงเครียด

“เดี๋ยวสักวันถ้านายได้รักใครสักคนเหมือนฉันตอน นี้ นายจะเข้าใจเองแหละ กลับกันเถอะ”มินฮยอกเดินนำรุ่นน้องมากคำถามออกจากห้องซ้อมไป… ก้าวเร็วๆหมายให้พ้นหน้าใครต่อใครที่เดินสวนไปมาในบริษัท เสียงฝีเท้าที่วิ่งหนีหัวใจตัวเองดังระรัวทิ่มแทงในอก ขอบตาสองข้างร้อนผ่าวขึ้นมา ฝ่ามือที่กุมสายกระเป๋าสะพายก็สั่นอย่างยากจะห้ามไหว

เรื่องพวกนี้มันไม่จำเป็นต้องใช้ความรัก… นั้นเป็นกรณีของพี่ยงฮวาที่เลือกปฏิบัติต่อเขา
แต่ความรักที่จำเป็นต้องใช้มัน… เป็นสิ่งที่เขาเลือกปฏิบัติต่อพี่ยงฮวา

แต่ถ้าคนสองคนคิดไม่ตรงกัน สมการง่ายๆแค่นี้ก็คงแก้ไม่ได้อยู่วันยังค่ำ

=#=#=#= หวงนาย =#=#=#=

 

=#=#=#= หวงนาย =#=#=#=

พอกลับมาถึงหอพักต่างคนต่างก็ แยกย้ายกันไปพักผ่อนเพราะเหนื่อยกันมาตลอดวันแต่คงจะมีแค่จงฮยอนคนเดียวที่ ไม่ได้เหนื่อยแค่ร่างกายแต่หัวใจก็รู้สึกเหนื่อยล้าไปด้วย… คำว่าคิดถึงที่ยงฮวาหมายถึงมินฮยอก ก้องอยู่ในหัวราวกับใครกดปุ่มรีพีทเสียงให้มันเล่นซ้ำๆ วนไปวนมาอยู่ไม่ต่างจากกลั่นแกล้งกันชัดๆ

คำว่า”คิดถึง”ที่หมายถึงผม
กับคำว่า”คิดถึง”ที่หมายถึงมินฮยอก

บอกผมทีได้มั้ยพี่ยงฮวาว่าอันไหนมันลึกซึ้งกว่ากัน?

“พี่ ยงฮวา!” จงฮยอนร้องชื่อคนที่ไม่คิดว่าจะได้เจอกันในเวลานี้ทันทีที่เปิดประตูห้อง เข้าไปก็พบว่าคนที่วนเวียนอยู่ในความคิดแอบมานอนรออยู่บนเตียงนุ่ม แต่รอยยิ้มดีใจที่ผุดขึ้นมาก็หายวับไปราวกับวูบหนึ่งของสายลมพัดผ่านเมื่อ นึกถึงคำพูดที่อีกคนกรอกผ่านโทรศัพท์ของมินฮยอกเมื่อเย็น

ทั้งที่เพิ่งพูดแบบนั้นกับคนอื่นไป… แต่ยังกล้ามายิ้มแบบนั้นให้ผมอีก
ใจพี่ทำด้วยอะไรกันนะ พี่ยงฮวา?

“กลับ ดึกจังจงฮยอน ซ้อมเสร็จตั้งแต่เย็นแล้วไม่ใช่เหรอ?” ยงฮวาก้าวลงมาจากเตียงเดินเข้ามากอดเขาไว้แน่นๆ เหมือนกับทุกครั้งที่เจ้าตัวชอบถือวิสาสะทำแต่จงฮยอนกลับปัดไปถามเรื่องอื่น แทน

“ถ่ายละครเสร็จแล้วเหรอฮะ?”

“อืม หลังจากนี้จะได้ว่างบ้างแล้ว” อีกคนตอบออกมาอย่างโล่งๆ

“คิด ถึงนายจัง อาทิตย์หลังๆแทบไม่ได้เจอหน้ากันเลย เป็นอะไรหรือเปล่าจงฮยอน?” ยงฮวาหน้าเหรอหราทีเดียวเมื่อคนที่ตนกอดอยู่ขืนตัวออกเดินหนีไปคว้าผ้าขนหนู เข้าห้องน้ำไปดื้อๆ แต่ก็คิดเพียงว่าอาจจะเหนื่อยจากการซ้อมมาจึงนั่งรอปล่อยให้จงฮยอนอาบน้ำไป ไม่เคาะเรียก

จงฮยอนเปิดน้ำรดตัวหวังให้ความร้อนรุ่มเย็น ลง… และหวังให้ชโลมหัวใจที่สั่นไหวค่อยๆนิ่งสงบ ตอนนี้เขาอึดอัด… อึดอัดจนจะเก็บไว้ต่อไปไม่ไหวแล้ว อยากตะโกนออกไปเหลือเกิน…ว่า กลียดคำนั้น ผมเกลียดคำคิดถึงพล่อยๆ ของพี่เหลือเกินพี่ยงฮวา…

“จะ นอนเตียงผมเหรอ?” เจ้าของเตียงถามคนที่นอนอยู่ที่เดิมตั้งแต่เปิดประตูมาเจอตอนแรกราวกับไม่ ใส่ใจพลางทำโน้นทำนี้ไปเรื่อยหลังจากอาบน้ำเสร็จ ไม่อยากมองหน้าอีกคนเอาเสียเลย…

“นายไม่พอใจอะไรพี่ พูดออกมาเลยดีกว่า!” คนที่ถูกทำเหมือนกับไม่มีตัวตนคว้าแขนจงฮยอนให้หยุดทำอย่างอื่นมากกว่าจะ สนใจและใส่ใจเขา ดวงตาคนทั้งคู่สบกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ ใบหน้าของกันและกันที่จดจำได้ขึ้นใจกำลังมาเผชิญหน้ากันตรงๆ…

ยง ฮวาลูบแก้มคนตรงหน้าแผ่วเบา ใจหายอย่างบอกไม่ถูกเมื่อในดวงตากลมๆสีดำของจงฮยอนสะท้อนด้วยความหม่นเศร้า กว่าทุกครั้ง แต่ความแปลกใจก็เล่นงานเข้าอีกเมื่อจงฮยอนพยายามจะขืนตัวออกเหมือนตอนแรก

“ผม ต่างหากที่ต้องถามว่าที่พี่ทำอยู่ทั้งหมดตอนนี้ พี่ต้องการอะไร?” ครั้งแรกที่จงฮยอนแสดงอาการแบบนี้ ไม่เคยมีใครได้เห็นจงฮยอนคนที่ค่อนข้างเฉยจะแข็งกร้าว ไม่มีใครเคยได้ยินน้ำเสียงนุ่มหูเสมอของจงฮยอนจะขึงขังและเยียบเย็น… พี่คือคนเดียวจริงๆ พี่ยงฮวาที่ได้มันไปทั้งหมดและพี่รู้มั้ยว่าคนที่ทำให้ผมเป็นแบบนี้ คือใคร…

เงาของเขาสะท้อนอยู่ในดวงตาที่กำลังเจ็บปวดของผม เห็นมันใช่มั้ย…
เห็นเขาแล้วใช่มั้ย จำเขาได้มั้ย จอง ยงฮวา ?

“ที่ยังยุ่งกับผมอยู่เพราะยังไม่ได้ไปใช่มั้ย ยังไม่ได้ตัวผมไปอย่างที่พี่ต้องการใช่มั้ย?”

“คิด อะไรของนายจะบ้าหรือไง คนอย่างพี่ถ้าจะทำแบบนั้นจริงๆ ทำไมจะทำไม่ได้ มันไม่ใช่เรื่องยากสักนิดถ้าพี่จะทำแบบนั้นกับใครสักคน แม้แต่กับนายก็เถอะ!” ไหล่สองข้างของจงฮยอนถูกอีกคนบีบลงมาอย่างลืมตัว นัยน์ตาต่างความหมายจดจ้องกันเขม็ง…

“ตัวนายมีส่วนไหนบ้างที่ พี่ยังไม่เห็นหรือว่ายังไม่ได้แตะลืมไปแล้วหรือไงว่าแทบจะไม่มีแล้วด้วยซ้ำ แต่ที่พี่ไม่ทำเพราะพี่รอให้นายเป็นคนให้พี่เองต่างหาก”

“พี่~~” จงฮยอนขานเรียกอีกคนเสียงแผ่ว ยงฮวาพูดถูกทุกอย่างช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันทั้งฝึกซ้อม ไปเดบิวต์ที่ญี่ปุ่นจนถึงมาเดบิวต์ที่นี่ ร่างกายของอี จงฮยอนคุ้นเคยกับสัมผัสที่อ่อนโยน อบอุ่นและเฝ้าทะนุถนอมของจอง ยงฮวามาตลอด มันเชื่อฟังแต่ยงฮวาคนเดียว… แต่ยงฮวาก็จะหยุดไว้แค่นั้นไม่เคยบังคับฝืนใจให้เขายอมจนถึงที่สุด

สงสาร ทุกครั้งที่เห็นใบหน้าทรมานๆ กับอารมณ์ครึ่งๆ กลางๆ ของอีกคนเมื่อเขาขอให้หยุด… แต่มันก็พอๆ กับความเจ็บปวดตรงหัวใจของจงฮยอนคนนี้ที่รู้ว่า… อีกคนมักจะไปร้องหาการเติมเต็มส่วนที่เขาไม่ให้นั้นกับใครอีกคน

ใครอีกคนที่เป็นอีกความหมายหนึ่งของคำว่าคิดถึงของจอง ยงฮวา…
…ความหมายของคำคิดถึงของยงฮวาที่จงฮยอนเกลียดแสนเกลียดมันยิ่งนัก

“พี่มีอะไรกับมินฮยอก?” รู้คำตอบอยู่เต็มอกแต่อยากฟังจากปากของคนตรงหน้าอีกครั้ง

“โอ เค พี่ไม่โกหก พี่กับมินฮยอกมีอะไรกันจริง แต่เราไม่ได้ผูกมัดกัน” สาแกใจแล้วใช่มั้ยอี จงฮยอน อยากได้ยินจากปากเขาดีนัก… ที่ผ่านมายังพอหลอกตัวเองได้ไปวันๆ แต่ได้ยินเต็มสองหูแบบนี้แล้ว จะทำยังไงต่อไป…

“ถ้าผมให้พี่ รับปากได้มั้ยจะไม่แตะต้องมินฮยอกอีก?” คนพูดกัดปากแน่นหลังจากเอ่ยคำขอนั้นออกไป พี่รู้อะไรมั้ยพี่ยงฮวา… ว่าการที่พี่หวงผมจากทุกคน กันผมออกจากทุกคน ผมไม่เคยอึดอัดแต่การที่ผมกันพี่ออกจากมินฮยอกไม่ได้ มันทำให้ผมเจ็บ… เจ็บจนเหมือนกับคนที่หายใจในที่ที่ไม่มีอากาศ… เหมือนกับคนที่กำลังใกล้ตายและพร้อมจะตายทุกวินาทีถ้าหัวใจผมร้องไห้ออกมา ดังๆเพราะทัดทานต่อไปไม่ไหว

“พี่รับปาก…”

=#=#=#= หวงนาย =#=#=#=

“จะ ไปเที่ยวกับพี่ยงฮวาเหรอฮะ พี่จงฮยอน?” เจ้าน้องเล็กถามคนที่เดินผ่านหน้าโซฟาที่ตนนั่งอยู่ไป ลองได้เดินนิ่งๆ ไม่พูดไม่จาแต่ตาเป็นประกายวาววับแบบนี้มีอยู่อย่างเดียวคือ ต้องไปนัดเจอกับพี่ยงฮวาข้างนอกแน่เชียว

“อืม แต่ต้องแวะไปหาพี่เขาที่สตูดิโอก่อนตอนนี้กำลังอัดรายการอยู่”

“หวานกันน่าดูนะฮะ”

“เพ้อเจ้อใหญ่แล้วจองชิน!” คนถูกแซวทำน้ำเสียงจริงจังทั้งที่แทบจะปั้นหน้าไม่ถูกที่โดนแซวแบบนั้น

“ไม่เห็นต้องเขินเลยนี่ฮะ แฟนกันก็ต้องมีเที่ยวบ้าง นัดบ้างแล้วก็มีอะไรกันบ้างเป็นธรรมดา”

“ไม่ พูดกับนายแล้ว ไว้จะซื้อของกินเข้ามาฝากแล้วกัน” ทำเป็นดุเจ้าน้องเล็กที่รอบรู้ไปเสียหมดก่อนจะรีบชิ่งออกจากหอพักมา ให้ตายสิเจ้าจองชินแซวอยู่ได้ทุกวัน ทั้งที่เขากับพี่ยงฮวาก็เปิดปากบอกไปแล้วว่าคบกัน… จนล่วงเข้ามาหลายเดือนแล้วก็ยังแซวกันไม่หยุด จงฮยอนนึกต่อว่าเจ้าน้องเล็กในใจจนพอรู้ตัวเองอีกทีก็มายืนอยู่หน้าสถานี โทรทัศน์ชื่อดัง

“อ้าว! มาถึงแล้วเหรอจงฮยอน?” พอเท้าเหยียบถึงด้านในก็เจอกับฮงกิที่เดินสวนออกมาพอดี จงฮยอนสัมผัสได้ถึงสีหน้าอึดอัดที่ขัดกับรอยยิ้มของเพื่อนต่างวงได้ประจวบ เหมาะกับที่คนที่เขาตั้งใจมารอโทรเข้ามาพอดี

“จงฮยอนอา ตอนนี้อยู่ไหนน่ะ?”

“เอ่อ… คือ ยังอยุ่ที่หออยู่เลยฮะ พอดีคุยกับจองชินติดลมไปหน่อย พี่มีอะไรหรือเปล่า?” โกหกคำโตออกไปเพราะจับได้ถึงน้ำเสียงของคนรักที่แปลกไปจากทุกวัน…

“งั้นดีแล้ว วันนี้นายไม่ต้องมาหาพี่ที่สตูแล้วนะ พอดีพี่ต้องไปถ่ายซ่อมเทปของอีกรายการหนึ่งกว่าจะเสร็จก็คงดึก”

“เหรอ ฮะ? แล้วตอนนี้พี่อยู่ไหนหละ?” กัดฟันถามไปทั้งที่เห็นแล้วว่าคนรักกำลังเดินพ้นตัวลิฟท์ออกมาพร้อมกับ ผู้หญิงที่เขาคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี

“อยู่บนรถกำลังจะถึง อีกสถานีหนึ่งแล้ว แค่นี้ก่อนนะจงฮยอนไว้พี่จะโทรหาทีหลัง” สัญญาณถูกตัดไปโดยคนที่บอกว่ากำลังอยู่บนรถ จงฮยอนเลี่ยงเดินหลบออกมาให้พ้นระยะจากหน้าประตูให้มากที่สุด ไม่อยากให้ยงฮวาเห็นเข้าโดยลากฮงกิออกมาด้วย

“จงฮยอนอา คือว่า…”

“ไม่ต้องบอกพี่ยงฮวานะว่าฉันมา” ไม่ต้องบอกเขาว่าฉันมาถึงแต่เลี่ยงการพบหน้า… และไม่ต้องบอกเขาว่าฉันรู้ว่าเขา… โกหก

=#=#=#= หวงนาย =#=#=#=

=#=#=#= หวงนาย =#=#=#=

“อ้าว! พี่จงฮยอน ไหนจองชินบอกว่าจะไปเที่ยวกับพี่ยงฮวาไม่ใช่เหรอฮะ?” เกือบเที่ยงคืนที่กลับเข้าหอพักมา เขาหวังให้ยามวิกาลแบบนี้กลับเข้ามาแล้วจะไม่เจอใครแต่ผิดคาด มินฮยอกที่เพิ่งจะอาบน้ำเสร็จร้องทักขึ้นมาทันทีที่เห็นเขาเดินเข้ามาคน เดียว

“พอดีพี่ยงฮวาต้องไปถ่ายซ่อมน่ะ แล้วนี่นายเพิ่งกลับจากข้างนอกเหรอ?” แม้จะพูดคุยกับมินฮยอกได้เหมือนปกติแต่ยังมีสิ่งที่ติดค้างในใจราวกับกำแพง สีเทาที่กั้นระหว่างเขาสองคนไว้ซึ่งจนบัดนี้เขาก็ยังปีนป่ายมันขึ้นไปไม่ได้ เลย

“อืม แต่เอ๊ะ! ถ้าพี่ยงฮวาไปทำงานแล้วทำไมพี่เพิ่งจะมาถึงหละ ก็ออกไปตั้งแต่เย็นแล้วไม่ใช่เหรอ?” พอถูกถามอีกจงฮยอนก็ตื่อจนคิดหาคำตอบตอบไม่ได้ จะบอกว่าปล่อยเวลาเดินเตร่อยู่ข้างนอกตั้งเกือบครึ่งคืนเพราะแค่ยังขี้ เกียจกลับหอยังงั้นเหรอ…

“ตัวเย็นเจี้ยบเลย อย่าบอกนะว่าพี่ไปเดินตากลมเล่นๆ น่ะ” มินฮยอกดักทางคำแก้ตัวของพี่รองไว้เมื่อเอื้อมมือไปแตะแขนของจงฮยอนดู มันเย็นมาก… เย็นเสียจนเหมือนกับว่ากำลังแตะก้อนน้ำแข็งอยู่เลยทีเดียว

“มีอะไรหรือเปล่าพี่จงฮยอนทะเลาะกับพี่ยงฮวามาหรือเปล่า?”

“เปล่าหรอกน่า ก็แค่เดินเล่นเฉยๆ นายไปนอนเถอะ”

“ผมรู้ว่าพี่ยังไม่ไว้ใจผมเท่าไหร่ แต่ผมกับพี่ยงฮวาเลิกยุ่งกันแล้วจริงๆนะ พี่เป็นพี่ผม ผมทำร้ายพี่ตัวเองไม่ลงหรอก”

“ขอโทษนะมินฮยอก…”

“ขอโทษผมเรื่องอะไร?”

“ขอ โทษที่ฉันมัวแต่ระแวงนายกับพี่ยงฮวา แต่ถึงไม่ใช่นายเขาก็มีคนอื่นได้อยู่ดี ฉันนี่มันแย่จริงๆ” นั่นคือประโยคสุดท้ายก่อนจะเดินเข้าห้องนอน น้ำเสียงไม่ได้สั่นไปใช่มั้ย… ทำไมนะ ทำไมฉันเหมือนกับว่ากำลังจะหายใจไม่ออกแบบนี้

ไม่ใช่แค่ตัวฉันเท่านั้นหรอกที่เย็น มินฮยอก
ถ้านายได้จับที่หัวใจของฉัน มันเย็นยิ่งกว่านั้นอีก
เย็นเสียจนฉันอยากจะเขวี้ยงมันออกไปให้พ้นๆ จากตัวฉันให้รู้แล้วรู้รอดซะ
เกลียด… ฉันเกลียดหัวใจที่เยือกเย็นเกินไปของฉัน

มันเย็นเกินไป …
เย็นจนไม่กล้าเดินเข้าไปถามว่า
ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร

และทำไมต้องโกหกกัน…

“พี่ คิดถึงนายชะมัด” เสียงกระซิบข้างหูปลุกให้คนที่หลับอยู่ค่อยๆ ลืมตาขึ้น กลับมาหาผมแล้วเหรอ พี่ยงฮวา แสงสว่างที่ร่ายล้อมอยู่รอบตัวบอกให้จงฮยอนได้รู้ว่าคนรักตรงหน้าหายตัวไป ถึงข้ามคืนทีเดียว

“จั้กจี้น่า อย่าเล่นสิฮะ” จงฮยอนดึงมือซุกซนที่ล้วงเข้ามาใต้เสื้อยืดตัวบางออก มันไม่ได้จั้กจี้สักนิดกับสัมผัสคุ้นเคยของคนรัก แต่ความคุ้นเคยพวกนี้กำลังทำให้เขาเจ็บปวดต่างหาก… หนึ่งวันกับหนึ่งคืนที่พี่หายหน้าไปเพราะมัวแต่ไปแบ่งปันสัมผัสที่ผมคุ้นเคย พวกนี้ให้ผู้หญิงคนนั้นหรือเปล่าพี่ยงฮวา ?

จงฮยอนพยายามจะลุก ขึ้นนั่งเพราะไม่อยากให้ใครเดินมาเห็นเข้าเพราะตรงนี้คือโซฟากลางหอพัก เมื่อคืนใจจดใจจ่อรอการกลับมาของคนรักจนนอนไม่หลับจึงออกมานั่งดูทีวีเล่น และพล๊อยหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ตัวเหมือนกันแต่ยงฮวาก็ดูจะไม่ช่วยเอาเสียเลย กลับโน้มตัวลงมาฉกฉวยหาความหอมหวานจากแก้มและซอกคอเขาไปทั่ว…

“อือ…” แล้วจงฮยอนก็ต้องหลับตาแน่นเมื่อกลีบปากตัวเองถูกทาบด้วยกลีบปากอุ่นๆ ของคนรัก มันหวาน… หวานเสียจนเผลอหลงไหลไม่ได้ ไม่ว่ายังไงจูบของจอง ยงฮวาก็ทำให้อี จงฮยอนคนนี้สูญเสียความเป็นตัวของตัวเองทุกที

“อือ…. พ ….พอแล้ว พี่ยงฮวา” จนเกือบหายใจไม่ออกจึงดันตัวคนรักออกในที่สุด เสียงหัวเราะเบาๆ ของยงฮวาทำให้จงฮยอนยิ่งแทบจะมุดหน้าหนี

“หัวเราะอะไรเล่า?”

“ก็ นายน่าแดงเชียว น่ารักดี” อย่านะจงฮยอน… อย่าหลงไปกับคำหวานที่เคลือบยาพิษของคนตรงหน้าอีก ที่ยอมให้เขาจูบอยู่ตั้งนานก็น่ารังเกียจตัวเองพอแล้ว

หนึ่งคืนที่ผ่านมา ใครกันที่ถูกทิ้งไว้เพียงลำพัง
แล้วหนึ่งคืนที่ผ่านมา ใครกันที่นอนร้องไห้เงียบๆ คนเดียว

จำไม่ได้แล้วหรือไง… อี จงฮยอน ?

เขา รู้ดีว่าพี่ยงฮวาไม่ใช่คนโง่อะไรที่จะสัมผัสไม่ได้ถึงจิตใจที่เต็มไปด้วย ความหวาดระแวงของเขา ทั้งคู่จ้องมองกันอยู่ท่ามกลางความเงียบงันที่ตามมา จนจงฮยอนได้ยินเสียงสั่นๆ จากสิ่งของบางอย่าง… มือถือในกระเป๋ากางเกงของพี่ยงฮวา

ทำไมถึงต้องตั้งเป็นระบบสั่นแบบนี้ด้วยละ… เขาอยากรู้นัก?

“ไม่รับเหรอฮะ?” จงฮยอนลุกขึ้นนั่งดีๆ พร้อมกับจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยตามเดิม

“ช่างมันเหอะ ไม่ใช่ธุระสำคัญอะไรหรอก” ยงฮวาตอบอย่างไม่ใส่ใจและไม่คิดจะหยิบมันขึ้นมาดูว่าสายโทรเข้านั่นเป็นของใคร

นี่คนรักเขากำลังปิดบังอะไรเขาอยู่กันแน่…?

“หาย ไปทั้งคืนเลยนะพี่ยงฮวา นึกว่าไปได้กิ๊กใหม่แล้วซะอีก” เป็นจองชินที่เพิ่งเดินออกจากห้องนอนมาทักแกมกัด ก็พี่ใหญ่เล่นหายไปจริงๆ ทั้งที่นัดพี่จงฮยอนออกไปเที่ยวแต่กลับปล่อยให้คนที่ตัวเองนัดกลับมาเพียง ลำพัง

“ถ้าได้กิ๊กใหม่ก็คงเป็นคนที่นายเล็งไว้นั่นแหละ ปากดีนักนะนาย”

“อ้าว! แหย่เล่นนิดเดียวดันมายุ่งคนของผมอีก วันไหนพี่จงฮยอนร้องไห้มาซบไหล่ผมขึ้นมาไม่คืนให้นะฮะ” ทิ้งระเบิดไว้ลูกโตแล้วจองชินก็ผลุบหายเข้าครัวไปหาอะไรกิน ยงฮวาหันมามองหน้าคนรักอย่างแปลกใจ…

“นายร้องไห้เหรอ?”

“จอง ชินมันก็พูดไปเรื่อยแหละ ว่าแต่กินข้าวมาหรือยังฮะ” จงฮยอนแสร้งขำๆ กับคำพูดของน้องเล็ก ชวนเฉไฉไปเรื่องอื่นเสีย อย่ารู้เลยพี่ยงฮวา…. อย่ามารับรู้ว่าจงฮยอนที่แสนเข้มแข็งคนนี้… ก็ร้องไห้เป็นเหมือนกัน

“เรียบร้อยแล้วหละ เดี๋ยวพี่ไปอาบน้ำแป่ปหนึ่งนะ เหนียวตัวมากเลย”

“ฮะ” ยิ้มให้คนรักที่ขอตัวไปอาบน้ำ ยิ้มจนได้ยินเสียงประตูชั้นบนปิดลงก็ฝืนยิ้มต่อไปไม่ไหว… ที่จะไปอาบน้ำก็เพราะเจ้ามือถือในกระเป๋ากางเกงมันยังสั่นไม่หยุดสินะ…

จูบเมื่อครู่ มันเยียวยาหัวใจผมได้ก็จริง แต่ก็แค่เยียวยาเท่านั้น
มันไม่ได้ทำให้ความบอบช้ำที่หัวใจของผมจางหายไปเลย

แสง แดดสีทองยามเช้าของอีกวันส่องเข้ามาลามเลียคนสองคนที่นอนกอดก่ายกันอยู่ภาย ใต้ผ้าห่มผืนหนา ความรักถูกถ่ายทอดให้กันและกันผ่านร่างกายต่อร่างกายจนเกือบค่อนคืน…

จง ฮยอนรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาก่อน เหลือบมองนาฬิกาที่เพิ่งจะเจ็ดโมงจึงไม่ได้ปลุกคนรัก แล้วที่สำคัญไปกว่านั้น เขาอยากจะหาความจริงบางอย่างด้วย จงฮยอนคว้ามือถือของคนรักที่วางไว้หัวเตียงเดินเข้าห้องน้ำไป พยายามคุมแต่ละย่างก้าวให้เงียบที่สุด

เมื่อคืนพี่ยงฮวาปิด เครื่องไว้ตลอด… ทั้งที่มันเป็นสิ่งที่พวกเขาห้ามทำ เมเนเจอร์สั่งไว้เสมอว่าต้องเปิดมือถือไว้เพื่อมีงานด่วนอะไรเข้ามา

สายไม่ได้รับ 25 สาย… นิโคล

ข้อความใหม่ 3 ข้อความ

– ฉันทำตามข้อตกลงทุกอย่าง ทำไมต้องหนีหน้ากันแบบนี้ด้วย
– ฉันคิดถึงคุณ ยงฮวา คิดถึงอ้อมกอดของคุณ มาพบฉันทีได้มั้ย ฉันขอหละ
– ไหนคุณบอกว่าคุณชอบฉันมากยังไงหละ ฉันเป็นของคุณแล้วนะ จะใจร้ายกับฉันไปถึงไหน ยงฮวา?

จง ฮยอนเม้มริมฝีปากแน่น น้ำตาที่คลออยู่เต็มสองหน่วยร่วงเผาะจนเลอะหน้าจอมือถือของคนรัก ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าก่อนหน้านี้ยงฮวาเป็นคนยังไงแต่ก็รับปากกับเขาแล้วไม่ ใช่เหรอว่าจะตัดทุกคนออกไปให้หมด…

=#=#=#= หวงนาย =#=#=#=

“พี่จงฮยอน! น้ำมันร้อนตั้งนานแล้วนะ” มัวแต่คิดเรื่องที่ตัวเองรับรู้มาจนมินฮยอกต้องสะกิดเรียกให้ดูน้ำมันในกะทะ ที่ร้อนจนควันขึ้น ยิ้มน้อยๆ ให้รุ่นน้องที่กอดอกมองมา

“ไม่ ต้องทำแล้วพี่ใจลอยแบบนี้ไฟได้ไหม้หอกันพอดี” มินฮยอกฉวยตะหลิวจากมือพี่รองพลางปิดแก็สเสียเสร็จสรรพ ธรรมดาจงฮยอนทำอาหารพอคล่องอยู่แต่วันนี้พอเขาเดินลงออกมาจากห้องนอนก็เห็น ยืนเหม่อๆ อยู่ในครัวตั้งนานสองนาน ขนาดควันในกะทะลอยขึ้นสูงจนส่งกลิ่นเหม็นไปหมดก็ยังไม่รู้สึกตัว… คิดอะไรอยู่นะ พี่จงฮยอน

หัวใจพี่กำลังแบกรับอะไรที่หนักเกินไปไว้หรือเปล่า…
เหมือนกับที่ผมเคยแบกรับมันไว้ก่อนหน้านี้
ความรู้สึกที่ผมแช่แข็งมันไว้ในใจตอนนี้กำลังรุมทึ้งหัวใจพี่อยู่ใช่มั้ย?

“คิด เรื่องพี่ยงฮวากับน้องร้องคนนั้นอยู่ใช่มั้ยฮะ ?” หัวข้อกอซซิบอันดับต้นๆ อยู่ตอนนี้ใครจะไม่รู้ มินฮยอกเองตอนที่เห็นข่าวก็ยังอดนึกโมโหแทนพี่รองไม่ได้

“ผมจะ ไปจัดการให้เอง ไหนว่ารับปากจะเลิกนิสัยพวกนี้แล้วไง!” พอเห็นว่าจงฮยอนเอาแต่เงียบก็ทนไม่ไหวเพราะเท่ากับแสดงว่าเป็นเรื่องจริง ทั้งหมด

“ไม่ต้องหรอกมินฮยอก” รั้งแขนอีกคนเอาไว้ แล้วก็ยิ้มให้ราวกับไม่ใช่เรื่องหนักหนาอะไรจนมินฮยอกเองถึงกับงง แต่ยังไม่ทันที่คนที่โมโหแทนจะเอ่ยอะไรได้อีก ยงฮวาก็เดินเข้ามาพอดี

“แอบ ลุกหนีมาจากเตียงไม่ปลุกกันเลยนะ” ทำท่าจะเดินเข้ามาหาแต่จงฮยอนก็ถอยออกมาก่อนพลางส่งสายตาบอกเป็นนัยๆ ว่ามินฮยอกอยู่อย่ามาทำรุ่มร่ามแถวนี้ อีกคนก็ดูจะเชื่อฟังเป็นอย่างดี… ยืนเกาะอยู่แค่ที่บานประตูครัวเท่านั้น

“วันนี้เราออกไปเที่ยวกันดีมั้ย พี่ยงฮวา?”

“นายอยาก ไปเหรอได้สิ ไปไหนก็ได้” บทสนทนาเฉกเช่นคนรักกันทั่วไปไม่ได้สะกิดใจของยงฮวาเลยสักนิด จนทั้งสองคนออกจากหอไปในตอนบ่ายกลับเป็นมินฮยอกเสียเองที่มานั่งกังวล

จงฮยอนเป็นคนเข้มแข็งมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่เขาคิดไม่ออกจริงๆ
………………ว่ากับเรื่องคราวนี้ พี่รองของเขาจะรับมือกับมันยังไง?

“นายจะสักเหรอ ถึงมาที่นี่?” ยงฮวาถามแปลกใจเมื่อจงฮยอนพาเดินมาถึงร้านสักเล็กๆ ร้านหนึ่งในย่านการค้าชื่อดัง

“ไม่ใช่ผมหรอก พี่ต่างหากที่จะสัก”

“พี่? ไม่เอาหรอก พี่ไม่ชอบเรื่องพวกนี้เท่าไหร่” บอกปฏิเสธิเสียงเดียวแต่พอเห็นว่าคนรักเงียบไปก็ถอนใจ

“ก็ ได้ ถ้านายอยากให้พี่สักพี่ก็จะสัก” ท้ายที่สุดก็ยอมจำนนต่อความต้องการของคนรัก ยงฮวายอมเดินเข้าไปนั่งในร้านแต่โดยดีปล่อยให้จงฮยอนจัดการทุกอย่างไปไม่ เกินชั่วโมงดีช่างก็บอกว่าเรียบร้อย ยงฮวาไม่รู้สักนิดว่าช่างได้สักอะไรลงบนตัวเขา… บนด้านหลังของทางไหล่ซ้าย จนช่างหยิบกระจกมาให้เขาส่องดูกับกระจกบานใหญ่อีกบานตรงหน้า ดวงตาคมหันไปสบกับคนรักที่ยืนรออยู่ข้างๆ ด้วยคำถามร้อยแปด แต่ท่าทีของจงฮยอนนิ่งเสียจนไม่กล้าเอ่ยถามใดใดออกไป ยงฮวาจึงเลือกที่จะเงียบไว้อย่างเดียว

แม้ว่าจงฮยอนจะไม่ค่อย สนใจใครหรือค่อนข้างเฉยๆกับเรื่องรอบข้าง… แต่ถ้าเงียบขึ้นมาเมื่อไหร่ นั่นก็หมายความว่า กำลังไม่พอใจ คบกันมานานขนาดนี้ทั้งตั้งแต่ที่ยังไม่ได้เป็นแฟนจนมาคบกันอย่างจริงจัง ก็เสี้ยมสอนให้ยงฮวารู้ว่า เวลาไหนจงฮยอนอารมณ์ดีแล้วเวลาไหนจงฮยอนกำลังมีเรื่องไม่ดีอยู่ในใจ…

แผนการเที่ยวจบลงอย่างรวดเร็วเมื่อออกจากร้านสักแล้วมุ่งตรงกลับหอพัก พอเห็นว่าพี่ชายร่วมวงกลับมามินฮยอกก็รีบดึงตัวจงฮยอนเข้ามาคุย

“หายโกรธพี่ยงฮวาแล้วเหรอ?”

“โกรธ สิ โกรธมากด้วยแต่จะไม่โกรธแล้ว” คำตอบของจงฮยอนเล่นเอามินฮยอกขมวดคิ้ว นี่เขาเข้าใจภาษาเกาหลีตกๆหล่นๆหรือยังไงกันเพราะฟังแล้วก็ไม่เห็นจะเข้าใจ ยิ่งเห็นยงฮวาปิดปากเงียบยังกับคนเป็นใบ้ก็ยิ่งงงหนักเข้าไปอีก

โดยหลักคนที่เงียบจะต้องเป็นพี่จงฮยอนไม่ใช่พี่ยงฮวาไม่ใช่เหรอ ?

“พี่ รับโทรศัพท์ซะทีเหอะ ผมเห็นมันสั่นอยู่อย่างนั้นแล้วรำคาญแทน” จงฮยอนบอกคนรักที่กำลังจะก้าวเข้าห้องนอนไปด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ก่อนจะกลับมาชวนมินฮยอกนั่งดูทีวีด้วยกัน เมื่อจงฮยอนเลือกที่จะไม่เล่าคนที่เป็นกังวลไปด้วยก็ไม่กล้าเค้นเอาความอีก ได้ ยังไงเสียก็เป็นเรื่องของคนสองคน… ถ้าปรับความเข้าใจกันได้ ก็ถือเป็นเรื่องดีแล้วไม่ใช่เหรอ

แต่มินฮยอกก็ไม่อยากจะเชื่อว่า… เรื่องแบบนี้ของยงฮวา จะทำให้จงฮยอนโกรธแค่นิดเดียว

“เลิก โทรมาได้แล้วนะนิโคล ผมมีแฟนแล้วและผมก็รักเขามากด้วย” ยงฮวาตัดสายหญิงสาวทิ้ง… แค่การบังเอิญที่ได้ทำงานด้วยกันแล้วเกิดเลยเถิดแอบมีสัมพันธ์ลึกซึ้ง… เพราะไม่เคยบอกว่ามีคนรักแล้ว เรื่องมันถึงค้างคาและบานปลายมาจนถึงตอนนี้ นิสัยที่แก้ไม่หายของเขาคงกำลังจะหายไปจริงๆ ก็วันนี้ เพราะคงไม่มีโอกาสไปทำแบบนั้นกับใครหน้าไหนอีกต่อไป ชายหนุ่มถอดเสื้อมองรอยสักสดๆ ใหม่ๆ บนด้านหลังทางไหล่ซ้ายตัวเอง… เพิ่งรู้ตัวว่าทำร้ายจงฮยอนมาเยอะ สายตาปวดร้าวของคนรักในร้านสักเมื่อตอนบ่ายเพิ่งจะทำให้คนไม่ได้เรื่องคนนี้ สำนึก พี่ขอโทษ… จงฮยอน

“ช่วยสักให้เขาว่า… จอง ยงฮวาเป็นของอี จงฮยอนทีนะครับ”

รู้อะไรมั้ยพี่ยงฮวา…
สิ่งที่ผมหวาดกลัวมากที่สุดในชีวิตคืออะไร ?

ผมหวาดกลัว… การคบกับใครสักคน

เพราะผมกลัวว่าคนๆ นั้น… อาจจะเกลียดผม
ถ้าเกิดวันหนึ่งเขารู้ว่า… ผมหวงคนรักของผมมาก

มากจนทนแบ่งใช้ร่วมกับใครไม่ได้ ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ตาม !

The EnD

=#=#=#= หวงนาย =#=#=#=

Auther Talk:อัน ยองค่ะ คัมแบ็กมากับฟิคเรื่องที่สองดีใจที่มีโอกาสโพสฟิคคู่นี้อีก ปลื้มใจที่สุดค่ะ ขอบคุณสำหรับคำติชมมากมายสำหรับฟิคเรื่องแรกน่ะค่ะ ขอบคุณที่สุดค่ะ เรื่องนี้ดาร์กหน่อยๆและจบด้วยอารมณ์จิตนิดๆ… ชอบไม่ชอบยังไงเม้นติชิมกันได้เลยนะค่ะและหวังว่าจะมีโอกาสโพสฟิคยงจงที่ บอร์ดนี้อีกเรื่อยๆหากยังมีคนอยากอ่านฟิคของคนแต่งคนนี้

คุยกันนิด หน่อย ไม่มีอะไรมากแค่อยากแนะนำตัวค่ะ ยูสพี่คือ HaneiBee และชื่อคือ ‘ผึ้ง’ นะค่ะที่แทนตัวว่าพี่เพราะเท่าที่เคยคุยหน้าบอร์ดแต่ละคนอ่อนกว่าพี่หมดเลย เอาเป็นว่าพี่โตกว่าน้องจงหกปี แค่นี้จบ ==” และบอกก่อนเลยนะค่ะห้ามเรียกป้าเด็ดขาด! ฮ่าๆ


อ่านจบกรุณาอีดิทคอมเม้นท์ด้วยค่ะ!

*อย่าเม้นท์แค่ว่าสนุก รอตอนต่อไปหรือขอบคุณๆๆแค่นี้นะค่ะ ไม่ปลื้มค่ะ!!

 

 

Comments
  1. […] #= YongHwa x JongHyun 3.[SF]=# Tiffany script #=YongHwa x JongHyun 2.[SF]=# หวงนาย #= YongHwa x JongHyun 1.[SF]=# Just say…Love #= YongHwa x […]

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s