[SF] =# Just say…Love #=

Posted: June 10, 2011 in ~* YongHyun *~


TiTle: Just say…Love
Paring: YongHwa x JongHyun
AuThor: HaneiBee

Note:ถึงเมะจะเตี้ยกว่าเซ็นต์สองเซ็นต์แต่ไม่ใช่อุปสรรคหรอกเนอะ ฮ่าๆ

“จงฮยอนพี่ยืมมือถือนายหน่อยสิ ของพี่แบตหมดพอดีเลย”

“วางอยู่ บนโต๊ะนั่นน่ะฮะ”เด็กหนุ่มร่างสูงโปร่งพยักเพยิดหน้าพลางชี้ๆไปทางโต๊ะมุม ห้องซ้อมก่อนที่จะก้มหน้าก้มตาตั้งสายกีตาร์ของตัวเองต่อ ยงฮวาพี่ใหญ่ของวงที่ออกปากยืมมือถือมองตามก่อนจะก้าวยาวๆไปคว้าขึ้นมากด เบอร์ที่ต้องการติดต่อแต่แล้วก็ต้องชะงัก สายตาจดจ้องหน้าจอนั่นๆด้วยความรู้สึกแปลกๆที่ก่อขึ้นในใจ

เพราะมันคือรูปนี้

เป็นแบบนี้อีกแล้ว…
ความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูกปั่นป่วนหัวใจเขาอีกแล้ว…

ยง ฮวาปัดความคิดที่ไม่มีที่มาที่ไปของตัวเองออกพร้อมกับเลิกสนใจรูปที่เจ้าของ มือถือตั้งเป็นวอลเปเปอร์ไว้บนหน้าจอ… นิ้วยาวๆกดเบอร์รุ่นน้องคนสนิทที่มีคิวต้องไปออกงานด้วยกันและคุยธุระจน เสร็จเรียบร้อยจึงกดวาง แต่ไม่ได้วางมือถือที่ยืมใช้นั่นลงกลับปรี่ตรงเข้าไปหาเจ้าของเครื่องสื่อ สารนั่นแทน

“รูปนี้น่ารักดีนะ ชอบมากเลยเหรอถึงเอาตั้งเป็นหน้าจอเลย”ยงฮวานึกอยากตบปากตัวเองที่อยู่ดีๆก็ โผล่งถามอะไรที่ไร้สาระแบบนี้ออกไปแต่ถ้าให้เขาเก็บคำถามไว้กับตัวเองต่อคง ต้องอกแตกต่างไม่วันนี้ก็พรุ่งนี้แน่ๆ

“ก็ฮะ มันน่ารักดีดูหน้ามินฮยอกสิ น่าขำจะตาย”จงฮยอนเหลือบตาดูภาพที่ตัวเองตั้งเป็นหน้าจอแว่บหนึ่งแล้วตอบติด ตลกให้พี่ใหญ่ รูปหน้าเรียวยาวที่ถูกล้อมกรอบด้วยผมหยักศกสีดำระบายยิ้มมาให้ทำให้ยงฮวานึก หมดคำถามไปโดยอัตโนมัติ

“พี่อยากได้เหรอ เดี๋ยวผมส่งเข้าเครื่องพี่ให้ก็ได้ เอาป่ะ?”

“พี่จะเอาไปทำไม ถามแปลกๆถ้ารูปนายคนเดียวว่าไปอย่าง”

“รูป ผมคนเดียวก็มีเยอะ พี่เลือกๆเอาสิจะได้ตั้งไว้เวลาผมโทรหาพี่ด้วย”เด็กหนุ่มเลิกสนใจกีตาร์ใน มือฉวยคว้ามือถือตัวเองไปจากมือรุ่นพี่ก่อนจะเอาจริงเอาจังกับการคัดสรรรูป ที่คิดว่าตัวเองดูดีที่สุดส่งให้ยงฮวา

“ถ่ายใหม่ดีกว่า พี่อยากได้รูปนายที่ไม่ซ้ำของคนอื่น”

“ตอนนี้อ่าน่ะ?”

“มาๆ ถ่ายคู่กันดีกว่า พี่ถ่ายเอง”ยงฮวาตัดบทดึงมือถือเครื่องเล็กของน้องรองมา เขายื่นไปสุดแขนเพื่อเตรียมถ่ายก่อนจะชิดใบหน้าเข้าไปใกล้ๆกับน้องรองของ วง… ยงฮวารู้สึกถึงความร้อนที่เห่อขึ้นข้างแก้มตัวเองที่แนบกับข้างแก้มของอีก คน… อาการร้อนๆไปทั้งหน้าแบบนี้

มักเป็นเฉพาะเวลาเข้าใกล้จงฮยอนเสมอ
เขาอยากรู้นักว่าไอ้อาการบ้าบอนี่มันต้องทำยังไงถึงจะหายนะ

“พวก พี่ว่างมากหรือไงฮะถึงมาแอ็บแบ็วถ่ายรูปกันอยู่ได้”ปลายนิ้วที่จะกดปุ่มถ่าย ค้างเติ่งอยู่อย่างนั้นเมื่อเจ้าน้องเล็กจองชินเดินเข้ามายืนซ้อนข้างหลัง ยงฮวาหันไปส่งตาเขียวให้ไอ้เด็กเสาไฟอย่างนึกตำหนิ … มันจะมาช้ากว่านี้อีกสามวิ จะตายมั้ยคร้าบบบบ?

แล้วตัวต้นเหตุ อาการแปลกๆที่ชอบเล่นงานยงฮวาก็เดินเข้ามาสมทบอีกคนพร้อมกับคว้ามือถือในมือ ของพี่ใหญ่ไปอย่างไม่มีความเกรงกลัวกันสักนิด

“ไอ้เด็กพวกนี้นี่?”พี่ใหญ่เขม่นตาปรามกับคำพูดที่เริ่มจะปีนเกลียวนั้น

“อ้าว วันนี้พี่มีงานโปรโมตละครกับพวกพี่ฮงกิไม่ใช่เหรอฮะ ทำไมยังมีเวลามาถ่ายรูปเล่นอยู่อีก?”

“ก็กำลังจะไปแล้ว นี่พวกนายไล่ฉันจังเลยนะทีตอนอยู่ญี่ปุ่นแล้วฉันไม่อยู่ทำเป็นหงอยกัน”

“ใครหงอยไม่มีสักคน พวกเรามีความสุขกันจะตายตอนคนแก่อย่างพี่ไม่อยู่”

“เอ่อๆ ถ้าคนแก่คนนี้ไม่อยู่ขึ้นมาจริงๆพวกนี้จะเฉาตาย พี่ไปล่ะเจ้าฮงกิรอหน้าตึกแล้ว”ยงฮวาปิดการสนทนาเอาดื้อๆเพราะเวลาเร่งเข้า มาและอีกอย่างขืนคุยกับเจ้าพวกนี้ต่อคงได้ด่าสักทีสองทีแน่ๆข้อหากวนประสาท คนแก่และทำให้คนแก่พลาดรูปเด็ดแต่ยังไม่ทันที่ยงฮวาจะก้าวออกจากห้องซ้อมไป มินฮยอกก็เรียกไว้พร้อมกับยื่นมือถือของเจ้าตัวมาให้

“นี่เบอร์แม่พี่หรือเปล่า โทรเข้าเครื่องผมเฉยเลย”

“พอ ดีของพี่แบตหมดน่ะ”ยงฮวาดูเบอร์ที่ปรากฏหลาอยู่บนมือถือของมินฮยอกเป็นแบบ นี้ประจำหากครอบครัวเขาติดต่อเขาไม่ได้ก็โทรหาเอากับเจ้ารุ่นน้องกวนโอ้ยพวก นี้แหละ ไม่ถึงห้านาทีดีที่ยงฮวายืมมือถือเจ้ามือกลองหน้าหวานไปคุยมุมห้องก่อนจะส่ง ให้คืนแต่… อาการเดิมกำเริบอีกจนได้สิ

วอลเปเปอร์ที่เด่นหลาอยู่บนหน้าจอมือถือของมินฮยอก
ทำให้เขารู้สึกดือดปุดๆในอกขึ้นมาอีกแล้ว…

รูปเดียวกับบนหน้าจอมือถือจงฮยอน

จะอะไรกันหนักหนาเนี่ย

“รูป วอลเปเปอร์น่ารักดีนะ”พี่ใหญ่ส่งสายตาไม่พอใจหน่อยๆให้เจ้าของมือถือก่อนจะ ส่งคืนให้ มินฮยอกรู้ดีว่าหมายถึงรูปไหนแต่สำหรับการที่จองชินกับจงฮยอนแย่งไปดูบ้าง ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ารู้หรือแกล้งไม่รู้กันแน่…

“นายก็ใช้รูปนี้เหรอมินฮยอก เหมือนฉันเลย”

“งั้น เราก็ใจตรงกันน่ะสิ ว่ามั้ย?”มินฮยอกคลี่ยิ้มมองเจ้าของผมหยักศกด้วยสายตาอ่อนโยนก่อนจะมองเลยมา ยังพี่ใหญ่ที่ยังไม่ยอมไปทำงานทำการเสียที ยงฮวาพยายามทำใจเย็นแม้จะเข้าใจความหมายในสายตาของมินฮยอกดีว่าต้องการสื่อ อะไร

แต่เขาเป็นพี่ใหญ่…
จะมาถือสาหาความกับเรื่องแค่นี้ไม่ได้

แต่มันไม่ใช่แค่เรื่องแค่นี้น่ะสิ

สุด ท้ายยงฮวาก็ปลีกตัวไปทำงานโดยปล่อยเจ้ารุ่นน้องสามคนไว้ในห้องซ้อมของบริษัท ต่อ ทันทีที่บานประตูปิดลงสถานการณ์ภายในห้องก็เงียบกริบ… จงฮยอนแยกตัวเองไปอยู่ตรงมุมห้องกับกีตาร์ตัวโปรดโดยที่มินฮยอกนั่งอยู่หลัง กลองชุดใหญ่อย่างเงียบๆ

“พวกพี่จะเล่นสงครามประสาทกับพี่ยงฮวาต่อไปจริงๆเหรอ?”

“หุบปากแล้วซ้อมเบสไปซะ”

“พี่คิดว่าทำแบบนี้มันจะมีอะไรดีขึ้นเหรอ?”

“พี่ บอกให้หุบปากแล้วก็ซ้อมไปซะ”มินฮยอกส่งคำเด็ดขาดให้น้องเล็กที่เข้าใจว่า อะไรๆเป็นเรื่องง่ายไปหมด เขาเหลือบมองคนที่นั่งเงียบตรงมุมห้องกับกีตาร์ครู่หนึ่งก่อนจะก้มหน้าก้มตา ซ้อมกลองของตัวเองบ้าง

สงครามประสาทงั้นเหรอ
เขาไม่ได้จงใจทำแบบนี้ตั้งแต่แรก

แต่… เขาก็หยุดมันไม่ได้แล้ว
ไม่ว่าอะไรก็หยุดเขาไว้ไม่ได้อีกต่อไป

=#=#=#= Just say…Love =#=#=#=

เกือบห้าทุ่มกว่าที่ยงฮวากลับเข้าหอมา เขาพบจองชินกับมินฮยอกนั่งดูทีวีอยู่กลางห้องโดยไร้เงาของจงฮยอน…

“พี่ กินข้าวมาหรือยังฮะ พี่จงฮยอนเก็บข้าวไว้ให้พี่ด้วยอยู่ในตู้เย็นนะ”คนที่เพิ่งถอดรองเท้าเสร็จ ตวัดหน้าไปมองน้องเล็กที่จ่อๆบอกมาเพราะชื่อของคนทีเก็บข้าวไว้ให้ทำให้ถึง กับเผลอยิ้มออกมา…

เขาเดินไปเปิดตู้เย็นเป็นอันดับแรกทั้งที่ ตั้งใจจะอาบน้ำให้สบายตัวก่อนแล้วค่อยหาอะไรกินก่อนนอน กล่องข้าวจากร้านสะดวกซื้อธรรมดาๆเด่นหลาอยู่ด้านใน เขาหยิบมันออกมายัดใส่เวฟครู่หนึ่งก่อนจะตั้งหนาตั้งตากินตรงโต๊ะในห้องครัว

“พี่เอาข้าวผมมากินได้ไง ทำไมไม่ถามผมก่อน!”

“อ้าว ก็นายเก็บไว้ให้พี่ไม่ใช่เหรอ?”

“ใครเก็บไว้ให้พี่ ผมเก็บไว้กินตอนดึกต่างหากล่ะ พี่นี่เป็นพี่ที่แย่จริงๆแย่งข้าวน้องกิน”

“เห้ย!อะไร เล่าก็เจ้าจองชินมันบอกพี่ว่านายเก็บไว้ให้พี่เลยกิน พี่ไม่รู้จริงๆ”ยงฮวาทิ้งช้อนลงกล่องมองหน้าเจ้าของข้าวกล่องตัวจริงทีหนึ่ง สลับกับเจ้าคนบอกที่นั่งนิ้มแป้นแล้นอยู่หน้าทีวี… ทำหน้าไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไร เอาแล้วไงโดนเด็กหลอกอีกแล้วเขานี่ช่างเป็นพี่ใหญ่ที่น่าสงสารจริงๆ

“พี่ เพิ่งกินไปนิดเดียว ถ้านายไม่รังเกียจก็เอาไปกินต่อสิ”เขาบอกคนหน้าบูดที่ผมเผ้ายุ่งเหยิงเหมือน คนเพิ่งตื่น จงฮยอนไม่เสียเวลาคิดนานนั่งลงฉับอยู่บนเก้าอี้ข้างๆเขา น้องรองใช้ช้อนคันเดียวกันกับเขาตักข้าวเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆพลางตักให้เขาคำ หนึ่ง

“แบ่งกันกินก็ได้”

อาการกำเริบ… ยงฮวารู้ตัวเองเลยว่าอาการเดิมกำเริบอีกแล้วเพราะดวงตาใสๆของคนที่ตักข้าว ให้เขาเป็นต้นเหตุ ช้อนที่มีข้าวพูนคันถูกยื่นมาให้ยงฮวา… ก่อนที่เจ้าตัวจะกินมันเข้าไป

“เฮ้ย!ทำไมพี่ไม่กินเองล่ะ ผมตักให้เฉยๆไม่ได้จะป้อน”จงฮยอนโวยเสียงดังเมื่อพี่ใหญ่งับข้าวเข้าไปต่อ หน้าต่อตาทั้งที่มือเขาเป็นคนถือช้อนไว้

“อ้าว!อออึกอ่าอ่อน?”(อ้าว!ก็นึกว่าป้อน?)

“ไม่ ได้ป้อน!”เถียงกลับทั้งที่อีกคนพูดไม่ใช่รู้เรื่องแต่เจ้าของผมหยักศกดันฟัง ออกหมด น้องรองวางช้อนลงในกล่องข้าวตามเดิมลุกพรวดขึ้นจะเดินไปแต่ยงฮวาก็คว้าแขน รั้งไว้ก่อน

“ไม่กินแล้วเหรอ?”

“ไม่ล่ะ เดี๋ยวพี่ไม่อิ่ม”ตอบแค่นั้นพร้อมกับชักแขนตัวเองออกแล้วเดินดุ่มๆเข้าห้อง นอนไปโดยปล่อยให้พี่ใหญ่ถึงกับหน้าเหวอทีเดียว นี่เขาไปทำให้จงฮยอนไม่พอใจอะไรอีก

“พี่ทำแบบนี้ได้ไง?”ยังไม่ทันหายงงกับจงฮยอน เจ้ามินฮยอกที่ลุกมาจากโซฟาก็มายืนค้ำหัวถามเขา

“ทำอะไร?”

“ก็ที่ให้พี่จงฮยอนป้อนข้าวพี่ ต้องการให้ผมไม่พอใจหรือไง?”

“ไม่พอใจของนายหมายถึงอะไรล่ะ แล้วกะอีแค่พี่น้องป้อนข้าวกันจะอะไรหนักหนา?”

“พี่ ไม่รู้เหรอว่าผมคิดยังไงกับพี่จงฮยอน ผมไม่พอใจที่พี่มายุ่มย่ามกับเขาแบบนี้”คำบอกกล่าวของมินฮยอกทำให้พี่ใหญ่ ดันเก้าอี้ออกลุกพรวดขึ้น มองสบตาคนที่ออกปากหวงห้ามจงฮยอนออกมานิ่งนานก่อนจะเดินเงียบๆแยกเข้าห้องไป โดยไม่พูดอะไรสักคำ…แม้แต่คำว่าเข้าใจหรือไม่เข้าใจก็ตาม

“พี่พูดเกินไปนะพี่มินฮยอก ยังไงพี่ยงฮวาก็เป็นพี่ใหญ่น่ะ”

“ก็ต้องพูดแบบนี้แหละ ไม่งั้นคนอย่างพี่ยงฮวาไม่เข้าใจหรอก”

เขาต้องการเช่นนั้นจริงๆ
ต้องการให้พี่ยงฮวารู้ว่าควรทำหรือไม่ควรทำอะไรสักที

ไม่ใช่ปล่อยไว้แบบนนี้…

=#=#=#= Just say…Love =#=#=#=

=#=#=#= Just say…Love =#=#=#=

ความ มึนตึงในวงตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาเริ่มเป็นที่สังเกตุของเมเนเจอร์จนต้อง เรียกพี่ใหญ่อย่างยงฮวามาคุย… แต่คำตอบที่เมเนอเจอร์ได้รับก็แค่ข้อสันนิษฐานข้างๆคูๆว่าพวกเขาแค่เหนื่อย จึงไม่ค่อยมีแก่ใจจะร่าเริงเหมือนก่อนเดบิวต์ ตารางงานก็แน่นขึ้นแบบวันต่อวันหลังจากเพลงของพวกเขาชนะในรายการส่งให้ต้อง เดินสายโปรโมตจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อน

วันนี้พวกเขากลับมาถึงหอพัก กันเกือบเที่ยงคืน ต่างคนต่างทยอยลงจากรถกันหมดมีเพียงจงฮยอนที่เงอะๆงะๆก้มหาอะไร บ้างอย่างอยู่ ยงฮวาจึงชะโงกหน้าเข้ามาถาม

“หาอะไร?”

“มือ ถือ ไม่รู้มันตกอยู่ไหน?”พอได้ความว่าน้องรองทำมือถือตกในรถตู้ร้อนถึงพี่ใหญ่ ต้องโยนกระเป๋าไว้ที่เบาะและกลับขึ้นมาช่วยหาอีกแรง เมื่อกี้ตอนนั่งมาจงฮยอนนั่งเบาะหลังกับจองชิน ส่วนมินฮยอกนั่งเบาะกลางและเป็นเขาที่นั่งเบาะหน้ากับพี่เมเนเจอร์จากการคาด เดาน่าจะอยู่แถวๆท้ายรถ ยงฮวาหยิบมือถือตัวเองออกมาจากกางเกงกดเบอร์จงฮยอนในที่สุดหลังจากหาไม่ เจออยู่ครู่หนึ่งซึ่งความจริงแล้วใช้วิธีนี้ตั้งแต่แรกก็จบ

Tlu tlu

“อยู่ใต้นี่เอง”ยงฮวาเอ่ยดีใจรีบก้มลงไปใต้เบาะหลังควานหยิบมือถือของน้องรองขึ้นมา เขาลองเปิดฝาผับขึ้นดู… โดยไม่ตั้งใจ

“พี่ อย่าเปิดดูนะ!”เสียงร้องห้ามดังขึ้นแต่ช้ากว่ามือซนของยงฮวา ตัวอักษรที่ปรากฏอยู่เขียนว่า‘พี่ยงฮวา’ธรรมดาๆแต่รูปที่เด่นหลาอยู่นี่สิทำ เอาเจ้าเนื้อก้อนกลมๆตรงอกซ้ายของพี่ใหญ่ถึงกับเต้นรัวขึ้นมา

รูป ของเขาตอนหลับโดยมีจงฮยอนยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นตอนไปเล่น ไลฟ์กันที่ญี่ปุ่นเมื่อปีที่แล้ว… แต่เรื่องของเรื่องก็คือ จงฮยอนแอบถ่ายรูปเขาแถมยังเนียนถ่ายเป็นรูปคู่อีก

หมายความว่ายังไงกัน?

“นายเป็นสตอล์กเกอร์เหรอ ถึงแอบถ่ายพี่ตอนหลับแบบนี้?”

“บ้าสิผมไม่ได้เป็น เอามือถือผมคืนมา”

“ตอบพี่ก่อน แอบถ่ายพี่ตอนหลับกะจะแบลคเมล์พี่หรือไง?”

“ที่พี่คิดมาไม่ใช่ทั้งนั้นแหละ คืนมาให้ผมเถอะ”

“นาย ชอบมินฮยอกหรือเปล่า จงฮยอน?”มือที่ยื่นทวงขอมือถือคืนค้างอยู่กลางอากาศ อยู่ดีๆพี่ใหญ่ก็เลิกเซ้าซี้คำถามเดิมแล้วเปลี่ยนมาถามคำถามนี้ที่เล่นเอา ตอบไม่ถูกเลยทีเดียว

“พี่หมายถึงชอบแบบไหนล่ะ ผมจะได้ตอบถูก”จงฮยอนคว้ามือถือตัวเองไปได้สำเร็จ ทิ้งคำถามไว้แค่นั้นโดยไม่คิดรอฟังคำตอบ นึกโมโหพี่ใหญ่ขึ้นมาดื้อๆเอาแต่ถามอะไรบ้าบออยู่ได้

แต่สองขาที่กำลังก้าวลงจากรถตู้ต้องชะงักนิ่งเมื่อคำตอบที่ไล่หลังมาดังขึ้น

“ชอบเหมือนที่พี่ชอบนายไง?”

“……….”

“และคงเหมือนที่มินฮยอกชอบนายด้วย”

“……….”

“ตอบพี่มาสิ”

“ผมไม่รู้ว่ามินฮยอกชอบผมแบบไหนแล้วก็ไม่รู้ว่าที่พี่บอกว่าชอบผมคือแบบไหนเหมือนกัน?”

อุ้บ!

ยง ฮวาคว้าคนที่จะเดินหนีเข้ามา กดแนบริมฝีปากลงไปโดยไม่ให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัวทันเขาไม่ได้จงใจจะล่วงเกินจง ฮยอนแต่แค่ต้องการอธิบายคำว่าชอบในแบบของเขาให้อีกคนเข้าใจได้กระจ่างชัด เท่านั้น เขาถอนริมฝีปากขึ้นในครู่ต่อมา… เพราะบอกแล้วว่าไม่ได้คิดล่วงเกินอีกคนจริงๆ

“ความหมายของคำว่าชอบของพี่คือแบบนี้ นายเข้าใจหรือยัง?”

อั๊ก!!

สิ้น เสียงอั๊กนั้นยงฮวาก็ร่วงผล๊อยไปกองที่พื้นเพราะหมัดหนักจากอีกคน จงฮยอนต่อยเข้าตรงมุมปากที่ถือวิสาสะมาจูบเขาเมื่อกี้ ไม่เสียเวลาตอบใดใดทิ้งเพียงสายตาของความไม่พอใจให้กับอีกคนก่อนจะเดินดุ่มๆ ขึ้นหอพักไป

“แล้วพี่ต่อยพี่ยงฮวาทำไม แรงพี่เยอะจะตายไม่รู้ตัวหรือไง ป่านนี้พี่ยงฮวาไปเลือดกลบปากไปแล้วมั้ง”

“ก็มันตกใจนี่ อยู่ดีๆมาทำแบบนั้น”

“ก็อยากให้ทำอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?”

“อยาก โดนเหมือนพี่ยงฮวาหรือไงมินฮยอก?”แล้วเสียงต่อปากต่อคำก็เงียบไปโดยปริยาย ขืนพูดต่อสิมีหวังเลือดกลบปากและอาจถึงขั้นออกหมดตัวด้วยซ้ำหากโดนหมัดพี่จง ฮยอนเข้าไป เล่นเป็นนักกีฬายูโดแบบนี้ไม่คิดจะต่อกรด้วยคนหรอก

“ถ้างั้นก็เคลียร์กันลงตัวแล้วใช่มั้ย ผมจะได้เลิกเล่นละครสักที อึดอัดจะตายแล้ว”

“คง งั้นมั้ง”จงฮยอนตอบน้องเล็กหน้าตายแม้จะนึกขอบคุณที่ช่วยทำให้แผนง้างปากพี่ ใหญ่สำเร็จแต่จะให้เขามาพูดหวานขอบอกขอบใจเห็นทีจะเกินกำลัง

“รู้งี้ไม่น่าช่วยเลยจริงๆ”

“อยาก โดนเหมือนพี่ยงฮวาหรือไงมินฮยอก?”คำขู่เดิมจากพี่รองทำให้มินฮยอกเบ้หน้า พลางกดเปลี่ยนรูปในหน้าจอมือถือตัวเอง… จบแผนการแล้วก็ตั้งรูปที่อยากตั้งได้แล้วสิ

ยังนึกขำไม่ เลิกที่อาทิตย์ก่อนอยู่ดีๆพี่จงฮยอนก็จับเขาสองคนมารวมหัวกันและขอร้องกึ่ง บังคับให้เมคแผนง้างปากพี่ยงฮวา… เพราะอยากรู้ว่าพี่ยงฮวาคิดยังไงกับตัวเองหรือพูดให้ถูกอยากรู้ว่าพี่ยงฮวา จะคิดตรงกับตัวเองหรือเปล่านั้นแหละ

ลงทุนถ่ายรูปคู่แนบสนิทชิดเชื้อด้วยกันแถมจัดการตั้งเป็นรูปหน้าจอมือถือทั้งของตัวเองและของเขาเสร็จสรรพ

ไหน จะเรื่องที่เอาสายชาร์ตแบตพี่ยงฮวาไปซ่อนทำให้แบตหมดจนเครื่องดับ ไหนจะสร้างสถานการณ์ให้อยู่ด้วยกันลำพังในห้องซ้อมนั่นอีก รวมไปถึงให้เขาแกล้งโทรไปเบอร์แม่พี่ยงฮวาแล้วกดวางจนอีกฝ่ายต้องโทรกลับมา

ทุกอย่างลงล๊อคหมด
เป็นไปตามแผนการทุกอย่าง

แต่ดันไปต่อยหน้าพี่ยงฮวานี่สิเห็นทีจะทำเกินไป

จน เสียงการ์ดเสียบกับประตูหน้าห้องดังขึ้น จงฮยอนจึงรีบเดินเข้าห้องนอนตัวเองไปไม่รออยู่เผชิญหน้ากับคนที่เพิ่งเปิด ปากว่าชอบตัวเองออกมา

“ทำไมไม่อยู่คุยกับพี่ยงฮวาก่อนล่ะพี่จงฮยอน?”จองชินตะโกนถามหน้าเหรอหรา

“เดี๋ยวพี่เขาก็ตามมาคุยในห้องเองแหละน่า”

==”

เจอ คำตอบนี้เขาไปเล่นเอาสองหนุ่มถึงกับหน้าสลด ไม่รู้จะปลาบปลื้มใจที่มีพี่รองที่ฉลาดปราดเปรื่องขนาดนี้อย่างจงฮยอนหรือจะ สงสารและนึกอนาถใจที่มีพี่ใหญ่ที่ซื่อ ไม่ทันคนอย่างพี่ยงฮวาดี

เฮ้อ!

“จง ฮยอนล่ะ?”เข้าล๊อกที่วางไว้แปะ ยงฮวาที่เดินเอามือป้องปากคงจะปิดแผลที่อีกคนจารึกไว้เข้าห้องมาถามหาพี่รอง ทันที จองชินบุ้ยๆปากไปทางห้องนอน

“มินฮยอกวันนี้พี่มี เรื่องจะคุยกับนาย ไว้พี่จะออกมาเคลียร์”พี่ใหญ่จ้องหน้าน้องสามอย่างมาดมั่นคงไม่พ้นเรื่อง รักๆใคร่ๆของคนแก่ของสองคนที่เล่นหนังอินเดียหากันไปหากันมาอยู่ มินฮยอกยักคิ้วกวนให้ไม่นึกหวาดกลัวอะไรเลยสักนิด

เพราะรู้ว่าถ้าพี่ยงฮวาออกมาจากห้องนอนได้คงต้องนึกขอบคุณเขาด้วยซ้ำ
หรืออาจจะยังไม่ออกมาคืนนี้เพราะต้องเคลียร์กันนานหน่อยจนลืมเรื่องที่จะคุยกับเขาไป

>////<

The End

=#=#=#= Just say…Love =#=#=#=

Comments
  1. […] 8.[SF]=# Teardrop Memory #= JungShin x JongHyun 7.[SF]=# Moonlight Sonata : NC #= YongHwa x JongHyun 6.[SF]=# A Dark Promise #= YongHwa x JongHyun 5.[SF]=# Your’s Eyes Only #= YongHwa x JongHyun 4.[SF]=# Tempting Heart #= YongHwa x JongHyun 3.[SF]=# Tiffany script #=YongHwa x JongHyun 2.[SF]=# หวงนาย #= YongHwa x JongHyun 1.[SF]=# Just say…Love #= YongHwa x JongHyun […]

  2. SK-SaKU says:

    ก่อนอื่นต้องบอกว่าเคยอ่านคูนี้เป็นครั้งแรก สารภาพอีกทีว่าจำชื่อหนุ่มๆได้ไม่ครบวงเลย(ฮา)
    แต่รู้จักสองหนุ่มคู่หลักในเรื่องและสนใจคู่นี้อยู่เลยลองค้นหาจากกูเกิ้ลจนได้เจอที่นี่

    ฟิคน่ารักมากค่ะ อ่านแล้วอมยิ้มตลอดเลย ชอบคาแรคเตอร์ยงฮวาที่ดูซื่อๆตรงๆ ดูน่ารักน่าแกล้งจริงๆ
    สมแล้วที่โดนจงฮยอนวางแผนแบบนี้ //พ่อคนนี่ก็เป็นเคะเจ้าเล่ห์นะเนี่ย
    จบได้น่ารักมากด้วย เป็นพลอตง่ายๆแต่ทำให้ยิ้มได้ตลอดจริงๆค่ะ

    ชอบตอนที่บรรยายรูปวอลเปเปอร์ที่ยงฮวาหลับด้วย น่ารักอ่าาาาาาาาาาาาาาาาาา

    ขอบคุณสำหรับฟิคน่ารักๆนะคะ อ่านแล้วสดใสจัง ^^

    ปอลอ ส่วนเรื่องส่วนสูงของเมะ 55 ช่างมันเถอะค่ะ เราว่ายงเป็นเมะดีกว่า

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s