[SF] =# Moonlight Sonata : NC #=

Posted: June 10, 2011 in ~* YongHyun *~

TiTle: Moonlight Sonata
Paring: YongHwa x JongHyun
Rate: Nc (?)
AuThur: HaneiBee

Note: ฟิคพีเรียตและเป็นฟิคแปลงค่ะ ทำตอนตีสาม เบลอๆหากมีคำผิดหรืองงๆขอโทษด้วยค่ะ
Note2:ชื่อไทยคือ เพลงรักใต้แสงจันทร์แต่กรุณาเปลี่ยนเป็น ‘บทรักใต้แสงจันทร์’ >///<

“เจ้าหายไปไหนมาตั้งแต่ก่อนรุ่งสาง… ชอบนักใช่ไหม กับการที่ให้คนทั้งบ้านเขาตามหาตัวจนหัวปั่น จงฮยอน ?!”

“ท่านข้าหลวงอย่าต่อว่านายน้อยเลยขอรับ… ปลอดภัยกลับมาก็ดีแล้ว”

“เจ้า ก็ดีแต่ตามใจจนนายน้อยของเจ้าจะเสียคนอยู่แล้ว…. ระวังเถอะมินฮยอค วันใดนายน้อยของเจ้าถูกหมีป่าขย้ำคอเข้า ข้าจะไม่ตามไปช่วยเลยสักนิด !” ประตูบานเลื่อน ณ ห้องโถงใหญ่ถูกกระแทกปิดลงโดยแรง หลังจากท่านเจ้าบ้านที่นั่งกระสับกระส่ายกับการหายตัวไปของลูกชายคนเล็ก ตั้งแต่ฟ้ายังไม่เปิดพบหน้าเจ้าตัวดีแล้ว….

“สมควรแล้วที่ท่าน ข้าหลวงตำหนิ… ทั้งที่เป็นวันสำคัญของพี่ชายตัวเองแท้ ๆ ยังมีแก่ใจสร้างเรื่องให้คนทั้งบ้านวุ่นวายกันอีก” มินฮยอคที่เพิ่งถูกตำหนิว่าตามใจคนที่เพิ่งโผล่หน้ากลับเข้าบ้านมาจนเสียผู้ เสียคนหันไปทำเสียงตึงใส่นายน้อยแห่งตระกูลลี… ในสภาพที่มอมแมมไปด้วยเศษดินและเศษหญ้าตั้งแต่ศรีษะจรดชายชุดฮันบก…

“ข้า แค่อยากจะขี่ม้าไปย้ำน้าค้างยามเช้า ใยต้องตื่นตูมเป็นกระต่ายป่าเช่นนี้ด้วยเล่า …เคืองข้าเหรอ มินฮยอค ?” เห็นทีว่าเหตุผลที่พาเจ้าม้าแสนรักไปย่ำหุบเขาเล่นจะไม่ช่วยให้พี่เลี้ยงนาม มินฮยอคเข้าใจ… จงฮยอนจึงไถลตัวลง นอนกับตักนุ่มนั้นเสียแทน… ฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันซี่ขาว ๆ ครบทั้งสามสิบสอง

“ข้ารู้ว่าเจ้าห่วงข้าแต่ข้าโตแล้ว … ใช่เด็กเล็ก ๆ อย่างพวกเจ้าทะโมนในครัวเสียเมื่อไหร่ หายเคืองข้าเถอะนะ มินฮยอคอา…”

“มิเพียงแต่ข้าที่ห่วง… ท่านข้าหลวงก็นั่งแทบไม่ติด ทำบิดากังวลใจเช่นนี้… บาปหนักยิ่งเสียกว่าอะไรอีก รู้มั้ย…นายน้อย ?”

“ข้า จะไม่ทำอีกละกัน…” ร่างที่หนุนตักออดอ้อนอยู่… พลิกหน้าเข้าซุกกับเอวมินฮยอคที่มีท่าทีอ่อนลงเพราะความที่มินฮยอคเองก็ถูก อุปการะเลี้ยงดูจากท่านข้าหลวงและเป็นสหายข้างกายนายน้อยแห่งบ้านนี้ตั้งแต่ เยาว์วัยจึงสนิทสนมกันเป็นพิเศษ… คนหน้าหวานตีสีหน้านิ่งได้ไม่นานก็แพ้ลูกอ้อนของผู้เป็นนายเสีย

ครืด………

“ข…. ข้า….ขอโทษ” จู่ ๆ บานประตูก็ถูกเลื่อนออก ปรากฏร่างของบุคคลที่มิใช่สมาชิกแห่งบ้านตระกูลอี ชายหนุ่มผู้มาใหม่มีสีหน้าตกใจกับภาพที่พบเห็น… อะไรกัน ?…. ทำไมหนุ่มรุ่น ๆ สมัยนี้ถึงริเล่นรักกับบุรุษด้วยกันได้อย่างไม่กระดากอายสักนิด

“เจ้า เป็นใคร ?!…. กล้าดียังไงบุกรุกเข้ามาถึงในเขตหวงห้ามขนาดนี้ ?!” จงฮยอนลุกพรวดขึ้น… จดจ้องชายหนุ่มแปลกหน้า แม้จะไม่ใช่บ้านข้าหลวงระดับสูง…. แต่ตระกูลข้าหลวงเก่าแก่ของตน ก็ไม่เคยให้ผู้ใดเข้านอกออกในได้ราวกับโรงน้ำชาที่ดาษดื่นเต็มร้านตลาด…

แต่ยังไม่ทันที่บุรษภายใต้เครื่องแต่งกายสีทะมึนจะแจกแจงอะไร เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ก็เดินเข้ามาบนระเบียงบ้านดังแทรกขึ้นเสียก่อน

“นึกว่าหลงจนออกป่าไผ่หลังบ้านไปเสียแล้ว… สหายข้า”

“ท่าน พี่ !….” หนุ่มน้อยในห้องโถงชะงักไปครู่หนึ่ง แทบจะลืมกับการสอบปากคำผู้บุกรุกเสียสนิท… เมื่อเห็นชัดว่าเจ้าของฝีเท้าหนัก ๆ ที่มาใหม่นั่นคือใคร…

“ว่า ไง…. จงฮยอนน้องรัก พอพี่เหยียบเข้าบ้านมาก็มีเรื่องที่เจ้าทำเขาป่วนกันยกทั้งคนครัวกระทบหูมา เชียว ไปเที่ยวเล่นบนหุบเขาอีกแล้วรึ เรา ?…”

“สาส์นเร็วยิ่ง เสียกว่าพิราบวังหลวงเสียอีกนะ คนบ้านนี้… ข้าโตเป็นหนุ่มแล้วการเที่ยวเล่นตามป่าตามเขาก็เป็นธรรมดาของชายชาตรีเยี่ยง ข้ามิใช่หรือ ท่านพี่ …?” จงฮยอนกอดอกแสดงท่าทีเทียมบุรุษกล้าแกร่งอวดสายตาแก่กึนซอกพี่ชายต่างมารดา ที่ถวายตัวรับใช้ราชสำนักโดยดำรงตำแหน่งเป็นผู้ตรวจการบ้านเมือง…

“จริง สินะ… เพิ่งจะพ้นวันเกิดเจ้ามาไม่กี่วันเป็นหนุ่มแล้วจริงๆ ” กึนซอกทอดมองน้องชายที่ยังคงกอดอกทำสีหน้าเคร่งขรึมไม่เลิก…. แต่แล้วเสียงหัวเราะพรืดโตก็หลุดออกมาจากผู้บุกรุกรายแรก จงฮยอนตวัดดวงตาเพ่งไปมองเสียทันควัน…

“ขันอันใดรึ ?!… เจ้าหัวขโมย ใช่สิ !… ข้าลืมไปเลย ท่านพี่เจ้านี่เป็นใครก็ไม่รู้ จู่ ๆ ก็บุกรุกเข้ามาถึงในห้องโถงใหญ่ …. ดูท่าแล้วจะมิใช่คนดีแน่ ๆ จับไปสอบปากคำโดยเร็วเข้าเถอะ…”

“เจ้าว่าใครหัวขโมย ?…. กล่าวให้ระวังเสียบ้างนะ มิเช่นนั้นวันรุ่งจะไม่มีลิ้นไว้เอ่ยพล่อยๆ เช่นนี้อีก !!”

“เจ้า… บังอาจชี้หน้าข้าเหรอ ?!”

“พอ ทีทั้งสองคนนั่นแหละ…” ก่อนที่เรื่องราวจะใหญ่โตไปกันใหญ่ กึนซอกยกมือขึ้นปรามคนทั้งสองที่สาดวาจาข่มขู่ใส่กันอย่างไม่ลดละและไม่มีที ท่าจะอ่อนข้อให้กันง่ายๆ เสียด้วย

“ยงฮวา…. นี่จงฮยอนน้องชายคนเล็กของข้า… และนี่ท่านผู้ตรวจการจอง ยงฮวา สหายรุ่นน้องคนสนิทของพี่เอง แล้วเขาก็มียศศักดิ์สูงกว่าเจ้านัก ควรพูดจากับเขาให้ดีกว่านี้และควรขอโทษที่เจ้ากล่าวหาเขาด้วยวาจาไม่สุภาพ เมื่อครู่เสีย” คราวนี้เป็นยงฮวาที่คลี่ยิ้มอย่างผู้ชนะออกมา….ถูกพี่ชายตัวเองสั่งถึง ขั้นนี้มีหรือที่ยอมขัด…. เด็กหนุ่มยืดคอแข็งฮึดฮัดที่จะไม่ก้มหัว แต่พอสบตาเข้ากับพี่ชายจึงยอมทำตามเพื่อตัดปัญหา…

“เคารพท่านผู้ตรวจการ…. ข้าอี จงฮยอน ต้องขอโทษด้วยกับวาจาที่ล่วงเกิน”

“เอา เถอะ… เห็นว่าท่านเป็นน้องชายของท่านพี่กึนซอก ข้าคงถือสาเอาความอันใดมิได้ ไว้คราวหน้าคราวหลังระวังให้มากกว่านี้ละกัน ” บุตรคนเล็กแห่งตระกูลอีกำฝ่ามือจนแน่นสั่น หลังจากยงฮวาเอ่ยประโยคที่ผิวเผินจะเอ็นดูและอ่อนโยนนั่นจบ… แต่มีหรือที่ผู้ใดจะตีความหมายให้ลึกลงไปมิได้ เด็กหนุ่มถึงกับนับหนึ่งถึงสิบในใจกับคำปรามาสแสบสันเหล่านั้น…. มองตามหลังกึนซอกและยงฮวาที่เดินแยกไปทางห้องเขียนหนังสือ


เจ้าผู้ตรวจการจอมอวด….. แล้วเราจะได้เห็นดีกัน !!

=#=#=#= Moonlight Sonata =#=#=#=

=#=#=#= Moonlight Sonata =#=#=#=

“ท่านกึนซอกคงมิได้ตั้งใจ หรอกขอรับ…” มินฮยอคยังคงหาหนทางให้นายน้อยของตนเลิกขุ่นข้องหมองใจหลังจากจงฮยอนคิดว่า ตัวเองถูกลดความสำคัญลงต่อหน้าสหายรักรุ่นน้องท่านนั้นของผู้เป็นพี่ชาย

“ทั้ง ที่เจ้านั่นขู่จะตัดลิ้นข้า… แต่ท่านพี่ก็ยังสั่งให้ข้าก้มหัวให้ สายเลือดเดียวกันเช่นจงฮยอนคนนี้คงหมดความหมายต่อท่านที่เสียแล้วกระมัง…”

“โถ… นายน้อย คิดได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือขอรับ”

” เฮ้อ!… หมาหัวเน่าเช่นข้าได้แค่นี้ก็ดีถมไปแล้ว ….เจ้าเตรียมน้ำไว้ให้ข้าเรียบร้อยแล้วใช่ไหม?” จงฮยอนตัดพ้อด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย ทั้งที่รอคอยวันนี้มาตลอดวันที่พี่ชายจะกลับมาเยี่ยมเยี่ยนเพราะพี่กึนซอก ต้องเดินทางตรวจหัวเมืองต่างๆ อยู่เสมอจนทำให้ไม่มีเวลาจะได้พบหน้าคาตากัน อีกทั้งวันดีๆ เช่นวันนี้ที่ท่านพ่อจัดงานเลี้ยงฉลองที่พี่กึนซอกได้เลื่อนยศศักดิ์ขึ้นก็ หวังว่าจะสนทนาพาทีกับผู้เป็นพี่ชายด้วยความสุขกลับต้องมาเจอเรื่องเลวร้าย จนถูกผู้เป็นพี่ชายตำหนิก็ยิ่งเศร้าใจ จงฮยอนรวบผมที่ยาวถึงกลางแผ่นหลัง… เกล้าขึ้นเหน็บไว้กับปิ่นเผยให้เห็นท้ายทอยขาวผุดผาด… เตรียมจะอาบน้ำเมื่อมินฮยอคพยักหน้าให้

จงฮยอนย่ำส้นเท้า เน้นหนักกับพื้นระเบียงทางเดิน…. พาลอยากจะให้กระดานไม้ที่เหยียบเป็นใบหน้าของเจ้าผู้ตรวจการจอมอวดนั่นเสีย ยิ่งกระไร… ที่ข้าก้มหัวให้เจ้าวันนี้เพราะขัดท่านพี่ไม่ได้หรอกนะ อย่าลำพองไปว่าคนเช่นข้าจะกลัวเจ้าจนหัวหด !!

“ท่าน !?…” ดวงตาคู่สวยเบิกโตทันทีที่เลื่อนบานประตูห้องอาบน้ำออก

“จะ อาบน้ำเหมือนกันรึ ?” ยงฮวายกศรีษะที่พาดกับขอบอ่างไม้ขึ้น… มองชายหนุ่มตรงหน้าประตู เมื่อเช้าที่ลับฝีปากกันเห็นผมยาวสลวยนั่นรวบไว้สูงคล้ายกับพวงหางม้าว่าน่า มองแล้ว ตอนนี้กลับมากกว่าเป็นไหน ๆ …ลำคอระหงส่งผิวพรรณให้ผ่องตาจนแทบลืมกระพริบ ยิ่งเมื่อมวยผมทั้งหมดถูกเกล้าขึ้นเหน็บไว้อีก

“ก่อนหน้านี้เห็นจะใช่… แต่เวลานี้คงต้องรอให้ท่านอาบเสร็จเสียก่อน”

“เจ้า ก็ชายข้าก็ชาย… ใยจะอาบน้ำพร้อมกันมิได้เล่า บุรุษเช่นเรา ๆ ทำกันออกถมไป” จงฮยอนชะงักเท้าที่เตรียมจะก้าวกลับออกไป… ตระหนักได้ดีว่านั่นคือ การลั่นคำท้าจากอีกฝ่าย

“จริงอย่าง ที่ท่านว่า…. บุรุษเช่นเรามักจะอาบน้ำด้วยกัน เพราะข้าก็ทำออกบ่อยไปกับเหล่ามิตรสหาย” ว่าพลางดึงบานประตูปิด…. เดินตรงไปยังอ่างไม้ขนาดใหญ่ ค่อยๆ ปลดสายคาดเอวออก

“ขอ รบกวนท่านผู้ตรวจการด้วย…” ชุดคลุมอาบน้ำลายสวยถูกพาดไว้กับถังไม้ข้าง ๆ แล้วร่างเปลือยเปล่าของชายหนุ่มเจ้าของบ้านก็ก้าวลงอ่างประจันหน้ากับคนเอ่ย ชวน… วินาทีนั้นเองที่ผู้ตรวจการยงฮวาแทบจะลืมหายใจ ลำตัวผอมบาง…ไหล่ลาดกลมกลึง… ช่วงเอวที่เล็กกว่าบุรษ… บวกกับปอีน่องเรียวที่จมหายไปในสายน้ำ …เย้ายวนมากกว่าอิสตรีที่เคยทอดกายให้เขาเชยชมเล่นมาทั้งชีวิตเสียด้วย ซ้ำ…

จงฮยอนกัดริมฝีปากด้วยความโกรธ… กับสายตาล่วงเกินโจ่งแจ้งจนเกินงามของอีกคน

“ท่านทำสายตาเช่นนี้ทุกครั้งที่อาบน้ำกับบุรุษด้วยกันหรือไม่ ?…”

“กับ เจ้าเป็นคนแรก…” ยงฮวาสวนตอบสุ้มเสียงอ่อนทุ้ม ดวงตายังจดจ้องตรงแอ่งกระดูกไหปลาร้าขาวเนียนไม่สะท้านสักนิดกับอาการไม่พอ ใจของจงฮยอน

“ข้าเพิ่งรู้ว่าผู้ตรวจการที่คนนับหน้าถือตา เช่นท่าน… มีจิตปฏิพัทธ์ต่อบุรุษด้วยกัน !!”แม้จะแดกดันไปด้วยวาจาแสบร้อนขนาดนั้น แต่คนอีกฝั่งของอ่างไม้ขัดเงากลับเอาแต่กลั้วหัวเราะเห็นเป็นเรื่องตลกขบ ขัน… บันดาลโทสะในอกให้ยิ่งพุ่งพรวดเป็นทบทวี จงฮยอนยันตัวลุกขึ้นเดี๋ยวนั้น…

“ข้าอาบน้ำจนสบายตัวแล้ว… เห็นควรจะต้องขึ้นเสียที”

“อะไรกัน… ยังไม่เห็นว่าเจ้าจะถูคราบไคล้บนเนื้อผิวงาม ๆ ของเจ้าออกสักนิด มาเถอะ… เดี๋ยวข้าช่วย”

“อ๊ะ !… ท่าน !!” ข้อมือเล็กถูกดึงไว้… จังหวะที่กำลังก้าวขึ้นจากอ่างทำให้ไม่ทันระวังตัว ผลจากแรงดึงนั้นทำให้ปลิวถลาไปนั่งซ้อนอยุ่บนตักท่านผู้ตรวจการหน้าคมอย่าง ไม่ทันระวัง…

“ท่านข้าหลวงเลี้ยงดูเจ้าด้วยปุยนุ่นรึไงนะ… ถึงเบาราวกับขนนกเช่นนี้ ?”

” คำเปรียบเปรยเหล่านั้น… หาได้เหมาะสมกับบุรุษด้วยกันมิใช่รึ แล้วอีกอย่างการกล่าวเช่นนั้น…. หากพ่อข้ามาได้ยินเข้า ท่านคงจะได้ลิ้มรสชาติดาบของตระกูลเราเป็นแน่ ”

” หึหึ… หากได้ลิ้มรสสายเลือดน้อย ๆ ของตระกูลก่อน ข้าเห็นจะยอมเสียยิ่งกว่ายอม ”

” ท่าน!… ” จงฮยอนถลันกายลุกขึ้นเมื่อวาจาของยงฮวาเริ่มจะหนักข้อ… อีกทั้งฝ่ามือใหญ่ที่… ลูบคลึงบริเวณสะโพกของตนอย่างจาบจ้วงนั่นอีก แต่ข้อมือบางข้างเดิมก็ถูกดึงไว้อีกครั้ง

จงฮยอนกลับมาซ้อน นั่งลงบนตักผู้ตรวจการหนุ่มเหมือนคราวแรก… แต่ทว่าใบหน้าอ่อนเยาว์นั้นถูกเชยให้มองสบกันก่อนที่ริมฝีปากแข็ง ๆ จะประกบลงไป… รวดเร็วปานสายลมและร้อนแรงดั่งแสงแดดยามเที่ยงวัน ยงฮวาบดเบียดริมฝีปากชื้นของชายหนุ่มเจ้าของอารมณ์ขุ่นมัวที่พยายามจะเบี่ยง หนี แต่ประสบการณ์และความชำนาญของคนผ่านโลกมาเยอะกว่า… ก็ย่อมชนะ

” อือ….”

จูบแรกของจงฮยอนที่ถูกยัดเยียด… พร่ำสอนจากคนที่ตนเกลียดชัง

และ เป็นจูบแรกเช่นกัน… ที่ยงฮวาข่มใจให้ผละออกไม่ได้สักที… อิสตรีที่เคยเฝ้าจุมพิตหรือแม้แต่บุรุษบางคนที่เขาริลอง… ก็มิหวานเท่าหรือเทียบเท่าได้เลยจริง ๆ

” มะ….ไม่ ” ลิ้นอุ่นที่ตวัดซุกซนเรื่อยมาแถวซอกคอชะงักงัน… และสติที่สักครั้งหนึ่งในร้อยจะเตลิดเพลิดเพลินก็หวนกลับมา เมื่อเสียงหอบเล็ก ๆ ของคนบนตักดังขึ้น…ยงฮวามองดวงหน้าแดงก่ำนั่นแล้วยิ่งพาลกร่นด่าตัวเอง ขึ้นมา… ไม่เคยใจร้อนและบุ่มบ่ามได้ถึงเพียงนี้เลย ให้ตายสิ!

” เจ้าอาบน้ำต่อเถอะ… ข้าจะขึ้นแล้ว ” ผู้ตรวจการณ์หนุ่มว่าจบก็ผลุนผลันลุกขึ้น… คว้าชุดคลุมสีเข้มมาสวม แล้วเดินดุ่ม ๆ ออกไป

จง ฮยอนฟาดฝ่ามือกับผิวน้ำในอ่างด้วยความรู้สึกที่ตีกันให้ยุ่งเหยิงไปหมด… แค้นเคือง… วาบหวิว… รังเกียจ… สั่นไหว… โกรธขึง… ตรึงใจ… จนแยกแยะไม่ออกสักความรู้สึกเดียว

=#=#=#= Moonlight Sonata =#=#=#=

=#=#=#= Moonlight Sonata =#=#=#=

ห้องโถงใหญ่กลางบ้านหลวงข้าหลวงตระกูลอี….

สำรับ อาหารเลิศรส… กาเหล้าโชจูชั้นหรู… ถูกจัดตั้งไว้จนเต็มโต๊ะนับสิบ พร้อมกับล้อมไปด้วยข้ารับใช้ราชสำนักยศน้อยใหญ่… แลกเปลี่ยนบทสนทนาปนกับเสียงหัวเราะครื้นเครงพาให้บรรยากาศตลบอบอวลไปด้วย ความรื่นรมณ์…

” ลูกชายคนเล็กท่านข้าหลวงหากไม่บอกก่อนว่าเป็นชาย… ข้าคงยกขบวนมาสู่ขอให้ได้อายกันเป็นแน่ ”

” ไม่เคยส่งตัวเข้ารับใช้ราชสำนัก… เพราะไม่อยากให้ใครได้พบพานแล้วด่วนชิงตัวไปกระมัง ”

” หรือว่า….”

” ข้าขอตัวก่อนนะท่านพ่อ… อยากคุยกับท่านพี่สักนิด… ประเดี๋ยววันพรุ่งก็ต้องกลับเข้าราชสำนักแล้ว ” จงฮยอนขัดกลางคำหยอกเย้าของเหล่าแขกที่มาร่วมงาน… ไม่ติดว่าขุนนางพวกนี้เป็นแขกของท่านพ่อและมาร่วมฉลองยศศักดิ์ใหม่ของผู้ เป็นพี่ชาย… เขาคงได้จับมีดจับดาบขึ้นมาฟาดฟันให้เจ็บหนักจนทำการอันใดไม่ได้ไปหลายเพลา เชียว

ชายใดกันอยากถูกชมว่าเป็นหญิง….
บุรุษที่ไหนเหล่าอยากถูกแหย่เย้าอย่างเหล่าอิสตรี…

” พี่ให้เจ้า… จงฮยอนน้องรัก ” เด็กหนุ่มรับถุงผ้าใบย่อมจากมือพี่ชาย… หลังจากย้ายมานั่งร่วมวงกับกึนซอกได้ไม่นาน

” หยกจากเมืองจีน… เขาว่าดีช่วยคุ้มครองตัวผู้ถือ ”

” ขอบคุณท่านพี่ยิ่งนัก… ข้าชอบมันที่สุด ” ยิ้มกว้างให้ก่อนจะพลิกหยกเนื้อละเอียดนั้นดูหลายรอบแล้วเก็บใส่ตรงอกเสื้อ เพราะพี่กึนซอกต้องเดินทางย้ายไปหัวเมืองต่างๆอยู่เป็นเนืองๆจึงทำให้มี โอกาสได้รับสิ่งของดีๆจากที่แปลกใหม่เสมอและหยกชิ้นนี้ก็คงเป็นหนึ่งในนั้น ดวงตาคู่สวยมองพ้องเพื่อนของพี่ชายแล้วต้องเกิดความประหลาดใจ… หายไปไหนกันตั้งแต่บ่ายแล้ว

จงฮยอนนึกถึงคนที่ขโมยจุมพิตแรกของตนไป ทั้งที่เตรียมใจกับการพบหน้ากัน… แต่พอเอาเข้าจริง แม้แต่เงาก็ยังไม่เห็น

” สหายรักท่านพี่คนเมื่อเช้า หายไปไหนกัน? ” แสร้งทำเป็นถามอย่างไม่ใส่ใจนัก

” เจ้าหมายถึงใคร… ยงฮวาน่ะเหรอ? ”

” คงใช่กระมัง… ข้าจำชื่อเขาไม่ได้และไม่คิดจะจดจำสักเท่าไหร่ด้วย ”

” เห็นว่าจะไปทำการสำคัญ… บอกพี่เช่นนั้นเสร็จ แล้วก็รีบร้อนออกไป ”

” การสำคัญหรือ? ” จงฮยอนพึมพัมกับตัวเอง… คาดเดาไปต่าง ๆ นานาว่าคำที่พี่กึนซอกบอกคืออะไร… หรือว่าจะคิดถึงลูกสาวบ้านไหนขึ้นมากระทันหันจนอดใจไว้ไม่ไหว… รอให้ข้ามคืนนี้ไปสักหน่อยก็ไม่ได้เชียว

” นั่นประไร!… พูดถึงยังไม่ทันซดโซจูสักถ้วย ก็โผล่หน้ามาเสียแล้ว ”

” ใครกันพูดถึงข้า?… คงไม่ใช่พวกเจ้าหรอกนะ ไม่อย่างนั้นสายฝนคงเทกระหน่ำท่ามกลางฤดูหนาวเป็นแน่ ” ยงฮวาที่เพิ่งเดินเข้ามา… ทรุดกายลงนั่งข้าง ๆ กับจองชินสหายรักกลุ่มเดียวกัน มองหน้าทุกคนรอบโต๊ะแต่ไม่มีคำตอบ… จนถึงคนสุดท้ายที่นั่งฝั่งตรงข้ามกับเขาพอดี

หรือว่าชาย หนุ่มเจ้าของบ้านที่หัวฟัดหัวเหวี่ยงกับเขาและเป็นคนที่สอนให้เขารู้จักกับ จุมพิตหวานปานน้ำผึ้งเมื่อตอนเช้า… ที่พูดถึงเขา ไม่น่าเป็นไปได้หนักเข้าไปใหญ่…

” ข้าเปล่านะ… ข้าไม่ได้พูดถึง แค่ถามท่านพี่เฉย ๆ ” แล้วเสียงหัวเราะครื้นเครงก็ดังขึ้นเดี๋ยวนั้นเมื่อจงฮยอนเผยสารภาพออกมา เสียเอง เหล่าผู้ตรวจการณ์รอบโต๊ะยกถ้วยเหล้าโชจูในมือชนอันเป็นรู้กันเทพรวดลงคอราว กับดื่มให้กับเรื่องน่ายินดี… จะเว้นก็แต่กึนซอก

” ไม่มีอะไรหรอก… เจ้าหายไปไหนมาตั้งครึ่งค่อนวันน่ะ ยงฮวา? ” กึนซอกเปลี่ยนเรื่องคุยฉับพลัน

” ข้าเพิ่งจะเห็นท่านพี่กึนซอกเกิดอาการหวงน้องก็วันนี้เอง… เป็นบุญตาของข้าเสียจริง ”

” ไม่เพียงแต่เจ้าหรอก… คงเป็นบุญตาข้าด้วยเช่นกัน ” วอนบินสมทบความคิดเห็นของจองชินด้วยอารมณ์แจ่มใส พลางมองหน้าคนขี้หวงอย่างกึนซอกแล้วซดโซจูเข้าปากอีก ผู้ใดจะดูไม่ออก… ว่าที่กึนซอกอึกอักพาลเฉไฉคนละเรื่องเมื่อครู่ จะเป็นการกันท่าน้องชายหน้าตาจิ้มลิ้มข้างๆ ออกจากหนุ่มสำราญเจ้าเสน่ห์อย่างจอง ยงฮวา แม้ว่าจะได้ชื่อว่าเป็นถึงสหายรุ่นน้องแสนรักก็ตามเถอะ…

” พวกเจ้านี่… เลี้ยงเปลืองโชจูบ้านข้าจริง ๆ ให้ตายสิ เมื่อกี้เห็นมินฮยอคตามหาตัวเจ้าอยู่นี่ จงฮยอน… รีบไปเถอะ ” พอถูกหาว่าเฉไฉก็ยิ่งทำเฉไฉไปต่อ… บอกไล่น้องชายให้ลุกไปจากวงสักที… ให้หลังจงฮยอนลุกไป… พี่ชายขี้หวงก็ถามยงฮวาขึ้นด้วยสุ้มเสียงจริงจัง

” น้องชายข้า…คงไม่เข้าตาเจ้าหรอกใช่มั้ย… สหายรัก? ”

” ดักคอกันแต่ต้นแบบนี้… ใครจะกล้าหักหาญน้ำใจได้หละ ท่านพี่ชาย…”

คราว นี้โต๊ะของเหล่าผู้ตรวจการณ์หนุ่มก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะเฮฮาเมื่อยงฮวา สัพหยอกไปด้วยการแทนสรรพนามกึนซอกว่าท่านพี่ชายไปเสียแล้ว… จนโต๊ะอื่น ๆ ในห้องโถงต้องเบนสายตามามอง… แม้แต่จงฮยอนที่ยังไม่ทันจะพ้นบานประตูเลื่อนดีก็ต้องผินหน้ามาดู… คงจะเมากันได้ที่แล้ว ถึงส่งเสียงกันดังคับห้องเสียมารยาทขนาดนี้…

” ทำเหมือนว่าข้าเป็นเด็กอีกแล้ว… เบื่อ เบื่อ เบื่อชะมัด ”

” ท่านกึนซอกคงจะมีเรื่องงานราชสำนักคุยกระมัง… นายน้อยใยไม่คิดแบบนี้บ้าง ”

” สุดท้ายเจ้าก็เข้าข้างท่านพี่อยู่ดี… งานราชสำนักข้าก็อยากเรียนรู้เหมือนกัน… แต่เพราะท่านพี่หาว่าข้าเป็นเด็กหรอก… จึงไล่ข้าออกมา ” จงฮยอนยังเถียงหัวชนฝาจนมินฮยอคต้องถอนหายใจ… แล้วเจ้าอาการแสนงอนที่ทำอยู่นี้… คนโต ๆ เขายังทำกันรึเปล่านะ…

เดิม ทีจงฮยอนตั้งใจจะเข้านอนเลยด้วยซ้ำ… ทว่ามินฮยอครั้งไว้เสียก่อน บังคับให้นายน้อยให้ร่วมส่งแขกต่าง ๆ ที่มาร่วมฉลองให้กับกึนซอก… จนห้องโถงใหญ่ที่หลายชั่วโมงก่อนหน้านี้คราคร่ำไปด้วยคนนับสี่สิบ… ดูโล่งไปถนัดตา… เหลือก็แต่เหล่าผู้ตรวจการหนุ่ม ๆ ที่กำลังจะทยอยกลับ…

เหล่าพ้องเพื่อนของกึนซอกทำการร่ำลาทั้งตัวเจ้าของงานเองและ น้องชายที่เจ้าของงานหวงนักหนาเว้นเสียก็แต่ยงฮวาที่เอ่ยลาเพียงกึนซอกผู้ เดียวโดยไม่มองหน้าจงฮยอนสักนิด

พบกันไม่ถึงครึ่งวัน แต่ชายตรงหน้าช่างมีอิทธิพลต่อจงฮยอนจนไม่น่าให้อภัย

ก็แค่คนที่ได้จุมพิตแรกของตนไป
แล้วก็เป็นคนแรกที่ตนมอบจุมพิตที่ไม่เคยให้ใครก็เท่านั้น

และการหันหลังเดินจากไปโดยไร้ซึ่งคำพูดสักคำคือคำกล่าวลาของท่านใช่ไหม…
ท่านผู้ตรวจการ

=#=#=#= Moonlight Sonata =#=#=#=

=#=#=#= Moonlight Sonata =#=#=#=


ค่ำคืนนี้คือ… ค่ำคืนที่เปลี่ยนไป

ชาย หนุ่มในฟูกนอนพลิกตัวอีกรอบ… หงุดหงิดที่หาต้นสายปลายเหตุที่หลับลงไม่ได้เสียที… แล้วยิ่งใบหน้าของใครบางคนที่ลอยวนอยู่ในห้วงคิดก็คิดหาวิธีขับไล่ออกไป อย่างจริงจังไม่ได้ด้วย…

” ชาตินี้อย่าได้พบพานกันอีกแม้แต่ครั้งเดียว… เจ้าผู้ตรวจการจอมอวด! ”

” นั่นกำลังพูดถึงข้าอยู่…ใช่หรือไม่? นายน้อย ”

” เอ้ะ!… ” จงฮยอนผุดลุกขึ้นอย่างตกใจ… ตวัดสายตาไปยังบานหน้าต่าง แม้จะเพียงวันเดียวที่ได้เจอ… แต่จดจำทุกรายละเอียดของคน ๆ นี้ได้ไม่มีทางลืม

” ท่านผู้ตรวจการยงฮวา… ”

” ชู่… เดี๋ยวคนในบ้านเจ้าก็แห่กันมาหรอก ข้ามาดี… ” ผู้บุกรุกยิ้มแล้วย่องเข้ามานั่งลงบนฟูกนอนของจงฮยอนอย่างไม่เกรงใจ

” ใครก็ได้ช่วยข้าที… มีคนบุกรุก…อ…อุ้บ…”

” ข้าบอกว่าข้ามาดีไงเล่า… ฟังไม่เข้าใจรึไงกัน? ” มือใหญ่ตะปบปากคนที่ร้องขอความช่วยเหลือ… ส่วนอีกมือเลื่อนโอบเจ้าของห้องที่ตั้งท่าจะลุกหนีไว้

” เจรจา… ” ดวงตาคู่สวยวาวโรจน์เมื่อคำว่า…เจรจา… กระซิบทุ้มอยู่ตรงใบหูแล้วตามด้วยการหยุดดิ้นรนขัดขืน…

” หากข้าเอามือออก… รับปากได้มั้ย จะไม่ร้อง? ”

” อือ… ” ริมฝีปากบางเป็นอิสระเมื่อจงฮยอนพยักหน้ารับ… แต่วงแขนที่ช่วงเอวเห็นทีจะไม่อยู่ในข้อตกลงนั่นด้วย แม้จงฮยอนจะเขม่นบอกเป็นนัยให้ปล่อย… ผู้ตรวจการหนุ่มก็เพิกเฉย ยกจุดประสงค์ที่มานะปีนหน้าต่างขึ้นมาเสียแทน

” ข้าต้องใจเจ้า… ” นัยน์ตาสีดำของจงฮยอนเบิกกว้าง… ใจเต้นระรัวกับประโยคง่าย ๆ ประโยคนั่น มิมีอ้อมค้อม… ช่างน่าไม่อายอย่างที่ไม่เคยพานพบจริง ๆ

” ข้ามิใช่สตรี… จะต้องใจท่านผู้ตรวจการได้อย่างไรกัน? ”

” ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ใช่… เพราะการอาบน้ำด้วยกันเมื่อเช้าก็ทำให้ข้าได้เห็นและแยกออกว่าสตรีกับบุรษต่างกันเช่นไร ”

” ท่าน! ” เป็นจงฮยอนเสียเองที่ทำสีหน้าไม่ถูก ยิ่งดวงตาวาววับของอีกฝ่ายที่มองมานั้นส่งให้ความละอายก่อขึ้นเป็นริ้ว ๆ การเปลือยกายต่อหน้าคนที่เพิ่งรู้จัก… ด้วยความอยากเอาชนะ… และอยากแสดงความหาญกล้า เห็นจะย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองเข้าแล้ว

” ของขวัญจากข้า… และข้าทำมันด้วยใจ ” จงฮยอนลังเลอยู่เล็กน้อยกับม้วนกระดาษที่ท่านผู้ตรวจการยื่นให้… มันถูกเหน็บอยู่ทางด้านหลังของยงฮวา… ตั้งแต่ปีนหน้าต่างขึ้นมาหรือเปล่านะ ไม่ทันสังเกต จงฮยอนคลี่มันออกช้า ๆ… แล้วก็พบว่า เป็นภาพวาดจากปลายพู่กันแสนอ่อนช้อย… งดงามและราวกับมีชีวิตจริง ๆ

ภาพวาดของจงฮยอนในชุดฮันบกกับเส้นผมนุ่มสลวยมัดสูงคล้ายพวงหางม้า… นั่นคือวินาทีแรกที่ได้พบกัน ณ ห้องโถงใหญ่ระหว่างเขากับยงฮวา

” ท่านวาดมันเองรึ? ”

” ตลอดช่วงบ่ายที่ข้าหายตัวไป… จนใครบางคนถามถึง ” จงฮยอนไม่พูดอะไรอีกหันหนีไปทางอื่น ความติดใจสงสัยกับคำว่า ” ทำการสำคัญ ” ที่กึนซอกบอกในงานฉลองเมื่อตอนเย็นเป็นอันเข้าใจแล้ว ท่านจดจำข้าได้ทุกรายละเอียดจนวาดออกมาได้ราวกับถอดแบบ… ก็โปรดอย่าห้ามมิให้ข้าตื้นตันใจเลย… ท่านผู้ตรวจการ

” แล้วเรื่องเจรจา… ”

” ……………… ” ยงฮวาดึงภาพจากมือเจ้าของห้องวางลงกับพื้นเองอย่างขัดใจ… เมื่อเห็นว่าอีกนานโขกว่าจงฮยอนจะเลิกมองมันเสียที… นิ้วแกร่งเชยใบหน้าอ่อนเยาว์กว่าวัยให้ผินมาสบ

” ข้ารู้ว่ามันเร็วเกินไป… แต่หากข้าจะขอ… เจ้าจะว่าอะไรไหม? ” มิเพียงแต่วาจาที่ว่ารวดเร็ว… สายรัดเอวของจงฮยอนก็ถูกปลดออกเสียทันควัน… เสื้อด้านหน้าแยกออกจากกันจนพ้นไหล่ลาดขาวนวลตา

” เดี๋ยวก่อน…ฟังข้าก่อน…อ๊า ” สำนึกตัวได้อีกทีก็พบว่าชุดผ้าเนื้อบางที่ใช้สวมนอนหลุดร่วงลงไปกองอยู่ตรง ปลายฟูกเสียแล้ว เสียงอุทานแว่วออกจากลำคอ เมื่อผู้ตรวจการหนุ่มตวัดลิ้นอุ่นชื้นกับยอดอกนุ่มพร้อมกับขบฟัน… เม้มมันเบา ๆ มือหยาบกระด้างลูบไล้ไปทั้งแผ่นหลัง… แนวเว้าชายโครง ไล้เรื่อยต่ำถึงสะโพกนุ่มของคนที่บิดตัวไปมาด้วยความทรมานวาบหวิวที่ไม่เคย รู้จัก…ความที่ไม่เคยประสบทำให้ไร้เรี่ยวแรง… ความไม่ประสีประสาทำให้อ่อนเปลี้ยจนยากจะดิ้นรน…

” อย่า… ตรงนั้นอย่า… ” จงฮยอนกระถดตัวจะถอยหนี เมื่อมือใหญ่เคล้นคลึงส่วนอ่อนไหวกลางลำตัว

” ไม่มีอะไรน่ากลัว… เชื่อข้า ” กระซิบปลอบขวัญอยู่ข้างหูเบา ๆ… หน้าตาตื่นตระหนก…เม็ดเหงื่อผุดซึมทำให้ยงฮวารู้ว่า… ชายหนุ่มผู้นี้ไร้เดียงสาเกินคาด… และเห็นทีจะต้องค่อยเป็นค่อยไปอย่างสุดเสียแล้ว

ริม ฝีปากหยักหนาทาบปิดกลีบปากที่เผยอสั่นน้อย ๆ ฝ่ามือก็จับจูงส่วนที่ครอบครองไปยังสถานที่ที่จงฮยอนปรารถนาจะไปถึง สติของจงฮยอนพล่าเลือน… สับสน…และอื้ออึง… เรียกเจ้าความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้นด้วยมือของผู้ตรวจการหนุ่มไม่ถูกว่า…. คืออะไร ?

รู้เพียงว่า สุขอย่างที่ไม่เคยสุขมาก่อนก็เท่านั้น

“อึก !!…” จงฮยอนหอบครางครั้งสุดท้าย ก่อนจะแอ่นกายไปข้างหลังหมดแรง นึกว่าจะข้ามผ่านนาทีที่แสนทรมานเมื่อครู่มาไม่ได้เสียแล้ว

“ท… ท่านจะทำอะไรอีก ?!…” ร่างอ่อนระทวยหอบหายใจหนัก ๆ บนฟูกถามขึ้นเมื่อยงฮวาจับช่วงขาทั้งสองข้างของตนแยกออก… อีกฝ่ายไม่ตอบใดใดยิ่งพาลให้จงฮยอนระทึกในอกมากขึ้นไปใหญ่…

แต่คงไม่ใช่การทำร้ายแน่นอน… จงฮยอนมั่นใจ

“อ๊ะ… ท…. ท่าน…น” จงฮยอนยกสะโพกขึ้นจนลอยสูงเหนือฟูก ทันทีที่นิ้วแกร่งของผู้ตรวจการชำแลกเข้ามาทางเบื้องล่างจนสุดข้อ… เคลื่อนไปมาอย่างช้า ๆ แปรเปลี่ยนความเจ็บในตอนแรกเป็นไหวหวามอย่างไม่น่าเชื่อสายตา ความรัญจวนลามเลียไปทั่วร่าง… กระตุ้นจนจงฮยอนผู้ด้อยเชาว์ราวกับล่องลอย ปลิดปลิว แม้กระทั่งสิ่งที่แทรกอยุ่เบื้องล่างของตนมิใช่แค่ปลายนิ้วแล้วก็ยังไม่ทัน จะรู้ตัว…

“อื๊อ…_!” แล้วร่างของจงฮยอนก็กลืนกินท่านผู้ตรวจการเข้ามาจนสุด

“จ… เจ็บ … ข้าเจ็บ…~~”

“ไม่ นานหรอก… เดี๋ยวเดียวก็จะหาย” ยงฮวากดตัวจงฮยอนที่ผวากระถดกายหนีด้วยท่อนแขนหนัก จูบซับน้ำตาที่ไหลเลอะตรงข้างขมับ… ข้ารู้ว่าเจ้าเจ็บ จงฮยอน… แต่ข้าก็รู้เช่นกันว่าข้าตัดใจผละออกจากเจ้าไม่ได้…ให้อภัยข้าด้วย

ยง ฮวาประทับริมฝีปากกับกลีบปากชื้นที่เจ้าตัวกัดไว้แน่น… สอดลิ้นอุ่นตวัดพันหมายเบนความสนใจของคนไม่ประสาจากความเจ็บปวดที่กำลังได้ รับ จุมพิตหนที่สองระหว่างกันดูดดื้ม… หวานลึกล้ำ… ชักพาให้จงฮยอนเตลิดจากความหนักหน่วงภายในที่ถูกบุกรุกได้สำเร็จ

เมื่อ ความเจนเชิงเป็นผล… ผู้ตรวจการหนุ่มจึงเริ่มขยับเข้าออกเป็นจังหวะโดยที่ริมฝีปากเชี่ยวชำนาญก็ ยังมิได้ถอน… เบื้องล่างที่ถูกลุกล้ำร้อนระอุ เลือดในกายวิ่งวนจนจงฮยอนมึนงง อยากจะกรีดร้องให้คลายความปั่นป่วนแต่กลับถูกกลืนหายไปโดยจุมพิตเร่าร้อนของ ผู้ตรวจการเสียทุกครั้งไป

ปลายเล็บจิกไหล่หนา… ร่างขาวนวลบิดตัวไปมา… เสียงครางระหงมจนเจียนจะขาดใจ การเคลื่อนไหวของร่างที่คร่อมทับมิมีผ่อน… ตรงกันข้ามกลับเร็วและแรงยิ่งขึ้น แล้วจงฮยอนก็ต้องแอ่นโค้งจนกายแทบปลิดปลิวอีกครั้ง เมื่อยงฮวาถอนส่วนแข็งขืนออกก่อนจะกระแทกเข้ามาอย่างเร็วและลึกจนสุดเป็น ครั้งสุดท้าย….

“อึ้ก..!.. อ๊าาาา…”

=#=#=#= Moonlight Sonata =#=#=#=

=#=#=#= Moonlight Sonata =#=#=#=

แสงเงินของจันทร์นวลตาสุกสว่างไปทั่วทั้งฟากฟ้าในยามค่อนราตรี

เส้น ผมนุ่มสลวยของคนที่ซุกหน้าอยู่ตรงอกแกร่งถูกปลายนิ้วแข็งเกี่ยวม้วนเล่นด้วย หลงใหลนัก… ร่างเปลือยเปล่าของสองคนที่เพิ่งผ่านการประสานเป็นหนึ่งเดียว… เอนกายซบอิงซึ่งกันและกัน

“สุดท้ายข้าก็กลายเป็นหัวขโมยตามที่เจ้ากล่าวหาไว้ตั้งแต่แรกพบ…”

“เหตุ ใดท่านจึงคิดเช่นนั้น…. ท่านยงฮวา ?” จงฮยอนเคอะเขินไม่น้อยกับการขานเรียกท่านผู้ตรวจการด้วยความสนิดชิดเชื้อแบบ นี้ ….เพราะอีกคนนั่นทั้งขู่ทั้งบังคับ

…หากไม่ยอมเรียกข้าว่า ท่านยงฮวาแทนท่านผู้ตรวจการณ์… ฟูกนอนนี้คงได้กระจัดกระจายอีกรอบเป็นแน่…

ทั้ง ที่ร้างความเหน็ดเหนื่อยจากกิจนั้นได้ไม่ทันเม็ดเหงื่อจะแห้งหาย ยงฮวาก็เสนอข้อตกลงที่จงฮยอนมองไม่เห็นสักนิดว่าจะมีอันใดดีสำหรับตน พร้อมกับสายตาฉายแววเจ้าเล่ห์อย่างเหลือร้ายมาให้

“หนึ่ง… ข้ากลายเป็นหัวขโมยที่ปีนขึ้นบ้านผู้อื่นในยามวิกาล โทษฐานถึงจำคุก”

“ท่านยงฮวา…”

“สอง… ข้ากลายเป็นหัวขโมยที่ลักลอบเข้าห้องลูกชายท่านข้าหลวงใหญ่… หากเรื่องถึงหู ข้าคงโดนเฆี่ยนจนหลังลายพร่อย”

“ท่านยงฮวาดูพูดเข้า !”

“สาม… ข้ากลายเป็นหัวขโมยที่บังคับขืนใจน้องชายสุดที่รักของสหายที่ข้าเคารพและ นับถือ คราวนี้หากถูกเลิกคบหา… ก็สุดปัญญาจะยกเหตุผลใดมาอ้างอิง”

“ท่านพี่คงไม่ใจร้ายถึงขั้นนั้นหรอก…. อีกอย่างท่านก็มิได้ขืนใจข้าสักหน่อย”

“เมื่อกี้ เจ้าว่าอย่างไรนะ… นายน้อย ?” เสียงทุ้มสวนขึ้น …จ้องหน้าจงฮยอนที่ผุดนั่งตั้งแต่คำสันนิษฐานการเป็นหัวขโมยข้อที่สอง เล่นเอาคนที่เพิ่งสำนึกว่าลืมตัวกล่าวประโยคน่าอับอายนั้นออกไปอึกอักราวกับ น้ำท่วมคอ

“เอาเถอะ… ข้าแนบคำนั้นของท่านไว้ในหัวใจ ทวงยังไง ข้าก็ไม่คืน”

“คนเจ้าเล่ห์…! ” ค้อนให้คนที่ยิ้มยิงฟันผ่านความมืด… ก่อนจะล้มตัวลงนอนเช่นเดิม ทว่าคราวนี้กลับหันแผ่นหลังให้…

“แต่ หัวขโมยเช่นข้า… ก็ยังพ่ายแพ้จนสิ้นท่า มิอยากรู้หรือ… ว่าเพราะสิ่งใด ?” ยงฮวากระซิบถามอยู่ชิดใบหู… รั้งตัวเจ้าของห้องอ่อนประสบการณ์เข้าสวมกอด เกยคางลงกับไหล่ลาดหอมกรุ่น

“จะสิ่งใด หรืออิสตรีหน้าไหน ข้าก็ไม่เห็นอยากจะสน !”

หากจะเอ่ยให้เจ็บช้ำ… ให้ยิ่งย้ำตัวข้าจนตกต่ำไปมากกว่านี้… สู้อย่าให้ข้ารับรู้อันใดเลย
สาวนางไหน… จะสวยงามเลิศค่าปานใด… จงฮยอนคนนี้ก็ไม่จะอยากได้ยิน

จง ฮยอนรีบเช็ดหยาดน้ำร้อนๆ ที่แอบซึมลงข้างแก้ม… เกรงว่าอีกคนจะทันเห็น แค่ของขวัญของกำนัลเพียงชิ้นเดียว และถ้อยคำวิงวอนสั้น ๆ แค่หนึ่งประโยค ก็ทอดกายให้เขาเชยชมตามแต่ใจเขาต้องการ

จะเรียกคำใดได้กัน… นอกจากคำว่า ง่ายสิ้นดี !

“สิ่ง นั้นคือ เจ้า… จงฮยอน…” นัยน์ตาฉ่ำน้ำ เงยขึ้นมองคนที่พลิกร่างตนให้หันมาแล้วทาบทับไว้ สบกับสีหน้ามุ่งมั่น… จริงจัง… ก่อนที่คำพูดบางคำจะเอื้อนเอ่ยออกมาอีก

“ให้ โอกาสข้าได้พิสูจน์ตัว… ให้หัวใจท่านได้พิจารณาข้า… และให้เวลาช่วยตัดสินเราทั้งสอง หนึ่งวันคงสั้นนัก… หากแต่หนึ่งคำสัญญายิ่งสั้นกว่า… และหนึ่งการกระทำที่ล่วงเกิน… จะขอหักล้างด้วยสองมือนี้ ที่จะดูแลและปกป้องเจ้าจนกายข้า… จะหมดลม”

ยง ฮวากล่าววาจาทั้งหมดนั้นออกมาอย่างเด็ดเดี่ยว เพราะรู้หัวใจตัวเองดีว่ากับจงฮยอนคนนี้… มิใช่แค่การ “ลุ่มหลง” แต่เขา “ต้องใจ” เพื่อหมายจะ “ผูกใจ” และหวังจะ “มีกันและกัน” ไปถึงวันข้างหน้าที่ยังมาไม่ถึง

ใบหน้าคมเคลื่อนต่ำลงเมื่อ จงฮยอนพยักหน้ารับกับคำพูดขอมากมายเหล่านั้น… แม้จะเห็นเพียงเสี้ยวดวงหน้าของคนขอโอกาส เนื่องจากราตรีที่ครอบคลุมแต่แสงจันทร์ที่ส่องเข้ามาทางบานหน้าต่างเป็นลู่ ทางชักนำผู้บุกรุกคนนี้มาแนบชิด ก็พอทำให้จงฮยอนคลายความพะวงที่อัดแน่นจนล้นอกทิ้งไปเกือบครึ่ง…

กลีบ ปากบางถูกฉกหาความหวานอีกครั้ง… จุมพิตที่โหยหา ความปรารถนาที่ท่วมท้น จนเหตุการณ์ก่อนหน้าปะทุเกิดขึ้นซ้ำรอย เห็นทีวันรุ่งจงฮยอนต้องลงมือซักฟูกนอนด้วยตัวเองเสียแล้ว กันคำครหาจากสาวใช้ว่านอนด้วยท่วงท่าใดถึงยับเยินและเปรอะเปื้อนได้มากมาย ขนาดนี้

=#=#=#= Moonlight Sonata =#=#=#=

เวลาอรุณมาเยือน…

“ตะวันสายโด่งจนแยงตา แต่นายน้อยยังทนนอนอยู่ได้หน้าตาเฉย… ข้าหละ นับถือจริง” เสียงคุ้นหูแว่วเข้ามาทำให้เปลือกตาจงฮยอนค่อยๆ เปิดขึ้น แม้จะยากลำบากเต็มทน

“ก็ข้าเพิ่งจะได้นอนตอนค่อนสว่างนี้เอง … มินฮยอค”

“นอนไม่หลับหรือขอรับ … หรือว่ายังน้อยใจท่านกึนซอกไม่เลิก ?”

“เป… เปล่า ๆ ไม่มีอะไรหรอก” จงฮยอนตัวลีบ ก้มหน้าหนีคนที่รอฟังคำตอบ … ทำเอามินฮยอคบ่นว่า ….”แปลกคน” ออกมา แล้วจัดการยกอ่างน้ำให้นายน้อยชำระใบหน้า

“ภาพวาด !?… โอ้ ! ภาพนายน้อยนี่ ผู้ใดวาดให้กันเส้นสายอ่อนช้อยเหมือนมากเสียจน ราวกับถอดแบบออกมาเชียว” นายน้อยของมินฮยอคถลันตัวแย่งกระดาษแผ่นนั้นมาจากมือคนถาม… ม้วนมันแล้วซุกไว้กับอก

“ก็…ก็พวกช่างฝีมือตามท้องตลาดทั่วไปนี่แหละ ไม่น่าสนใจนักหรอก เตรียมน้ำไว้ให้ข้าอาบแล้วใช่มั้ย ?”

“ขอ รับ… เตรียมแล้ว” มินฮยอคงุนงงกับอาการแปลก ๆ ของนายน้อยสุดรัก… แต่ก็ยื่นผ้าชุดใหม่ไว้ให้ผลัดเปลี่ยน ก่อนจะเดินฉับๆออกจากห้องไป… แต่ก็มิวายชำเลืองมองยังขอบหน้าต่าง… ผิดกับเมื่อคืนที่มีเพียงความมืด ไม่สว่างแจ้งตาแบบนี้

“ปลุกข้าสักนิดก็ไม่ได้ !” ทั้งที่ย้ำนักย้ำหนาว่าให้ปลุกก่อนที่จะกลับ… แต่พอตื่นมาอีกทีจงฮยอนก็พบว่าบุรษที่ร่วมกิจอันเร่าร้อนด้วยกันจนฟ้าสางก็ หายตัวไปเสียแล้ว ทิ้งไว้เพียงประโยคที่กระเซ้าให้จงฮยอนเอาแต่ก้มหน้าหนี

“หาก วันรุ่งหน้าต่างมิลงกลอน… หัวขโมยคนนี้คงมีบุญได้พบเจ้าของหัวใจมัน อีกครั้ง”จงฮยอนคลี่ยิ้มกว้าง ทวนถ้อยคำกระเซ้าเหล่านั้นจนใบหน้าร้อนผ่าว

“แล้วข้าจะรอ… หัวขโมยคนเจ้าเล่ห์”

The EnD

=#=#=#= Moonlight Sonata =#=#=#=

Authur Talk: หัว ขโมยกับนายน้อย … อย่างที่บอกค่ะว่าเป็นฟิคแปลงเพราะเพิ่งดูวีกอทพาร์ทห้าไป ไม่ไหวกับสายตาจอง ยงฮวาจริงๆมันดูแพรวพราว กรุ่มกริ่มเวอร์ทำให้นึกถึงฟิคเก่าของตัวเองเรื่องนี้ขึ้นมา หึหึ…

และ ชื่อเรื่องคิดหลายตลบสุดท้ายมาหยุดที่อันนี้เพราะเป็นคลั่งคำว่า sonata แบบไม่มีสาเหตุ …จริงๆเซิร์จกลูเกิลหาไปเรื่อยไปเจอนิยายชื่อนี้ส่วนชื่อไทยคือ เพลงรักใต้แสงจันทร์ ไอ้เราก็หัวสร้างสรรค์เกินตัดคำว่าเปลี่ยนจากคำว่าเพลงเป็นบทเสีย

สรุป

บทรักใต้แสงจันทร์ อ๊ากกกกกกกกกกกก

ติ ชม ได้
ขอเยอะด้วย ปลื้มมากกกกก

ขอประทานโทษด้วยหากจงฮยอนจริตจะกร้านเกินไป

ปล.เนมจ้า ฟิคคู่นั้นของพี่กำลังได้ปล่อยแล้ว หึหึ(คู่ไหนหว่า>///<)
ลป.เรื่องต่อไปฟิคสั้น BeautiFul Lier จวนเจียนแล้วสิ ฝากด้วยค่ะ

อ่านจบกรุณาอีดิทคอมเม้นท์ด้วยค่ะ!
*อย่าเม้นท์แค่ว่าสนุก รอตอนต่อไปหรือขอบคุณๆๆแค่นี้นะค่ะ ไม่ปลื้มค่ะ!!
และหากรู้ว่าไม่มีเวลาอ่านรบกวนอย่าแปะทิ้งไว้จะดีกว่าเนอะ^^

Comments
  1. […] Teardrop Memory #= JungShin x JongHyun 7.[SF]=# Moonlight Sonata : NC #= YongHwa x JongHyun 6.[SF]=# A Dark Promise #= YongHwa x JongHyun 5.[SF]=# Your’s Eyes Only #= YongHwa x JongHyun […]

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s