[Fic] =# ECLIPSE l4l ‘อ้อมกอด’ #=

Posted: June 13, 2011 in ~* YongHyunSeo *~

Title: ~ECLIPSE~
Paring: YH x JH x SH Ft.MH,JS
AuThor: HaneiBee

Note:มันคือฟิคชั่นนะค่ะ คาแรคเตอร์ของตัวละครจึงถูกเติมแต่งไปตามเนื้อเรื่อง
ไม่ได้ยึดคาแรคเตอร์จริงๆของบุคคลที่ไรท์เตอร์อ้างอิงถึง กรุณาทำความเข้าใจด้วยค่ะ

[Fic] =# ECLIPSE l1l ‘ฝังใจ’ #=
[Fic] =# ECLIPSE l2l ‘ความหลัง’ #=
[Fic] =# ECLIPSE l3l ‘ปาฏิหาริย์’ #=
[Fic] =# ECLIPSE l4l ‘อ้อมกอด’ #=
[Fic] =# ECLIPSE l5l ‘เจ้าของ’ #=
[Fic] =# ECLIPSE l6l ‘น้ำตา’ #=
[Fic] =# ECLIPSE l7l ‘ลาจาก’ #=
[Fic] =# ECLIPSE l8l ‘ผู้กำหนด’ #=
[Fic] =# ECLIPSE l9l ‘ผู้กำหนดชีวิต’ #=
[Fic] =# ECLIPSE l10l ‘สุดท้าย’ #=

[4] …” อ้อมกอด”…


“เอาคืนไป ของของคนที่แย่งพี่ไปจากผม ผมไม่ใช้!!!”

เสื้อ ตัวน้อยที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรล่วงลงไปตกปุอยู่ที่พื้น… อีจงฮยอนระเบิดอารมณ์ที่คับแน่นอยู่ในอกออกมาไม่นึกกระดากอายอะไรอีกแล้ว… นัยน์ตาแดงก่ำจ้องหน้าคนที่ตนเฝ้าภักดีมาไม่รู้กี่ปีต่อกี่ปีเขม็ง พี่ใจร้ายที่มีคนรักใหม่ไม่พอยังพาผมมาให้เจอเขาแถมยังจะมาให้ผมใช้ของของ เขาอีก… จะทำร้ายผมไปถึงไหนกัน พี่ยงฮวา?

“มีเหตุผลหน่อยสิจงฮยอน ถ้าไม่เปลี่ยนเสื้อแล้วจะเอายังไง?”

“ไม่ อะไรทั้งนั้น!! ผมไม่ตกยากถึงกับต้องมาขอของของแฟนพี่ใช้หรอก สกปรกยังไงน่ารังเกียจยังไงมันก็ตัวผม พี่ไม่รักกันแล้วก็ไม่ต้องมายุ่งสิ!!!” จงฮยอนปัดมันทั้งอีกครั้งเมื่อยงฮวายังเก็บมันขึ้นมาแล้วจะยื่นให้… คำว่า ‘ไม่รักกันแล้ว’ พูดไปใช่ว่าตัวเองจะไม่เจ็บ แต่ก็ดีแล้ว… ย้ำมันข้าไป… จำใส่สมองตัวเองเข้าไปซ้ำๆหลายๆครั้ง… เตือนและตอกย้ำจะได้ไม่เผลอลืม….

ว่ารักโง่ๆที่เฝ้าหลงงมงายมาตลอดมันจบลงแล้ว
…จบด้วยน้ำมือคนตรงหน้านี่เอง…

“จง ฮยอน…” ยงฮวาเอื้อมมือมาเกลี่ยเช็ดน้ำตาที่เปียกชุ่มอยู่บนแก้มขาวนั้นเบาๆ รู้ว่ามันทดแทนกันไม่ได้กับการกระทำแค่นี้แต่เขาก็ไม่รู้จะทำอะไรให้มันดี กว่านี้แล้วจริงๆ ตัวเขาเองก็ทำอะไรไม่ถูก… ไม่คิดว่าจะมาเจอกันกะทันหันแบบนี้ จงฮยอนต่อว่าอะไรมาก็พยายามรับฟัง… อาละวาดใส่มา… ทุบตีใส่มาก็พยายามไม่ถือสาไม่เอาความใดใด… เพราะรู้… รู้ว่าตัวเขาเองผิดจริงๆ

หัวใจของจงฮยอนอ่อนยวบลงไปจนหมด ไหล่บางสะท้านขึ้นลงกลั้นเสียงร้องไห้กลั้นการสะอื้นไห้อันน่ารังเกียจแต่ ความพยายามที่จะเข้มแข็งต้องพังลงไม่เป็นท่า… เพียงปลายนิ้วจากอีกคนที่สัมผัสบนผิวแก้มที่อาบชุ่มไปด้วยน้ำตา นัยน์ตาสีแดงก่ำช้อนมองผ่านม่านน้ำตา… คนที่ตัวเองรักและเฝ้ารอมานมนานอยู่แค่เอื้อมมือคว้าเท่านั้นแต่ใยหนอจึงยาก เหลือเกินที่จะเอื้อมคว้าไว้ในอ้อมกอด

จองยงฮวาไม่ใช่ของอีจงฮยอนอีกต่อไป
และคงไม่ใช่ตลอดห้าปีที่ผ่านมาด้วยสินะ…

“พี่ ลืมผมไปตั้งแต่วันไหน?” ลืมอีจงฮยอนคนนี้มาเนิ่นนานเท่าไหร่แล้ว… ชั่วระยะเวลาที่ไม่ได้เจอกัน… ผมมีแต่รักผมมีแต่รอมีแต่วาดหวังว่าเรายังคงเดิมแต่พี่ยงฮวาล่ะ… ทำไมพี่ยงฮวามีแต่ลบมีแต่ลืม… มีแต่เลือนภาพของเราอยู่ตลอดเวลา… ยงฮวาก้มหน้าลงเขาไม่อยากเห็นคนตรงหน้าร้องไห้เพราะตระหนักอยู่เต็มอกว่า น้ำตานั้น… เขาเป็นคนทำ

“ตอบผมสิฮะ ว่าลืมผมไปตั้งแต่วันไหน?” คำถามที่ดูตัดพ้อถูกพร่ำออกมาอีก ทั้งที่ไม่รู้ว่าจะเอาคำตอบไปทำไมแต่จงฮยอนแค่อยากรู้ว่าอีกคนลืมกันได้ลงคอ ไปตั้งแต่วันไหน มือบางเขย่าแขนคนตรงหน้าไม่ต่างจากตอนพร่ำถามว่าจำตัวเองได้มั้ยที่กลางสี่ แยกนั้นเมื่อตอนบ่าย

“ไม่เอาน่ะจงฮยอน อย่าร้อง” เขาไม่ได้เป็นคนแพ้น้ำตาแต่การที่จงฮยอนมองเขาทั้งทำนบน้ำตาแบบนี้เขาก็ไม่ ใจร้ายใจดำพอที่จะไม่แยแสใดใด เขาดึงจงฮยอนที่กำลังเอาฝ่ามือตัวเองปิดปากเพื่อกลั้นเสียงสะอื้นเข้ามากอด กดศรีษะทุยๆให้ซุกหน้าลงที่ไหล่ของเขา… รู้ว่ามันยากที่จะห้ามอีกคนไม่ให้ร้องไห้แต่ในเมื่อห้ามไม่ได้… เขาก็พร้อมจะให้ไหล่ของเขารองรับหยาดน้ำตาเหล่านั้น หยาดน้ำตาที่เกิดขึ้นมาจากเขา …ฝ่ามือกว้างลูบเรือนผมคนสะอื้นไห้กับไหล่เขาเบาๆปลอบโยน

“พี่ไม่เคยลืมเรา”

“แต่พี่ก็ไม่เคยนึกถึง”

“พี่ไม่เคยไม่นึกถึง”

“แต่พี่มีคนใหม่ ทั้งที่ผมรอพี่มาตลอด”

“ไม่ เอาน่าจงฮยอน อย่าพูดถึงมัน” ยงฮวาจนหนทางจะให้อีกคนเลิกตัดพ้อต่อว่า เขาดันคนในอ้อมกอดออกแต่อีกคนกลับปฏิเสธิ …ทั้งที่ปากก็ต่อว่าเขาอยู่ร่ำๆแต่กลับไม่ยอมผละออกจากอ้อมกอดเขาไป

“กอด ผมไว้อย่างนี้ก่อนนะ… ผมขอร้อง… นะ พี่ยงฮวา~~” ท่าทางแข็งขืนค่อยๆหายไปแทนที่ด้วยความโหยหาและเว้าวอน จงฮยอนกอดรัดคนที่ตนคิดถึงมาแสนนานและดีใจอย่างที่สุดที่พี่ยงฮวายอมดึงเข้า ไปกอดอีกรอบ ความรู้สึกเก่าๆโถมลงที่กลางหัวใจ… สัมผัสเก่าๆที่ยังอุ่นซ่านไม่เคยหายเป็นสิ่งที่ต่างก็เก็บซ่อนไว้ลึกๆข้างใน ยงฮวาไม่เคยลืมว่าอ้อมแขนของเขาครั้งหนึ่งเคยมีคนๆนี้และเหมือนกับจงฮยอน… ที่ไม่เคยลืมว่าครั้งหนึ่งตัวเองเคยถูกคนๆนี้… คนที่ชื่อ จองยงฮวาโอบกอดตัวเองไว้ด้วยความรักและอ่อนโยนเพียงใด…

ทั้งคู่นิ่งนานในอ้อมกอด


‘กอดแรก’
ของห้าปีที่เฝ้ารอคอย
และคงจะเป็น ‘กอดสุดท้าย’ ของห้าปีที่จะสิ้นสุดลง

==#==#==# ECLIPSE #==#==#==

“ซอ ฮยอน… พี่ขอชุดปฐมพยาบาลหน่อยสิ เอาไปให้พี่ข้างบนนะ” ยงฮวาชะโงกหน้าเข้ามาสั่งกับคนรักที่ยังสอนการบ้านให้กับเจ้าหลานจอมซนอยู่ ในห้องๆหนึ่งซึ่งอยู่ลึกถัดจากห้องเขาเข้าไป

“เดี๋ยวสิฮะน้ายงฮวา พี่ซอฮยอนยังสอนการบ้านผมไม่เสร็จเลยนะ”

“ทำ เองไปก่อนนะยูกึน… ไว้เดี๋ยวน้าจะให้พี่ซอฮยอนมาตรวจดูทีหลัง” พอคุณน้าเล่นบทเฮี้ยบขึ้นมาเจ้าหนูน้อยก็จำต้องปล่อยให้คุณครูจำเป็นลุก ตามออกไปแต่โดยดี ซอฮยอนยีหัวหลานชายเพียงคนเดียวของยงฮวาอย่างเอ็นดู

“เดี๋ยวพี่กลับมาตรวจให้นะ… สัญญา”

“ก็ได้ฮะเห็นว่าเป็นน้ายงฮวานะเนี่ย ถึงยอมให้พี่ซอฮยอนไปได้แป๊บหนึ่ง”

“โอ้ โห น่ากลัวแฮะ หลานสมัยนี้” ซอฮยอนทำน้ำเสียงล้อเลียนเมื่อเจ้าเด็กยูกึนทำเป็นกอดอกส่ายหัวเอือมกับคน เป็นน้าแต่ก็ต้องรีบลุกออกมา หญิงสาวเดินไปทางหน้าครัวเพื่อหยิบกล่องปฐมพยาบาลตามที่พี่ยงฮวาสั่งแล้วเอา ไปให้ข้างบนซึ่งเป็นโซนห้องรับแขก… หญิงสาวชะงักเท้าไว้ตรงขั้นบันไดที่จะก้าวขึ้นไปบนพื้นยกระดับ สายตาสะดุดที่เสื้อของคนที่พี่ยงฮวาอ้างว่าเป็นเพื่อนซึ่งมันสมควรจะเป็น เสื้อของเธอที่พี่ยงฮวาออกปากยืมไว้ก่อนหน้านี้แต่ทำไมถึงกลายเป็นเสื้อของ พี่ยงฮวาเองเสียแทน?

“เอ๊ะ!!” หญิงสาวต้องโดนความแปลกใจเข้าเล่นงานให้อีกเมื่อสังเกตเห็นตรงไหล่เสื้อของ คนรักมันมีรอยเลือดจางๆปรากฏอยู่… ยิ่งพอเหลือบไปมองเพื่อนของพี่ยงฮวาเห็นบาดแผลที่หน้าผากก็ยิ่งจับต้นชนปลาย ไม่ถูกไปใหญ่ เพื่อนพี่ยงฮวาหัวแตกแต่ทำไมตรงไหล่เสื้อของพี่ยงฮวาถึงเปื้อนเลือดด้วยล่ะ?

“ขึ้น มาสิซอฮยอน เดี๋ยวพี่วานให้ช่วยทำแผลให้เพื่อนพี่หน่อยนะ ความจริงก็ทำที่คลินิกไอ้อีจุนมันมาแล้วล่ะแต่พอดีมันหลุดเลือดเลยซึมออกมา อีกรอบ ได้ไหม?” ยงฮวาขอร้องกับสาวคนรัก… ซอฮยอนรีบเก็บเจ้าความสงสัยต่างๆนานาไว้ก่อนพยักหน้าให้ เธอค่อยๆเดินไปนั่งลงบนโซฟาตัวเดียวกับเพื่อนของคนรักที่ชื่อจงฮยอน เปิดกล่องปฐมพยาบาลออก… หยิบจับโน่นนี้ขึ้นมาอย่างชำนาญการ หญิงสาวจุ่มสำลีกับน้ำยาล้างแผลค่อยๆเอื้อมมือเข้าไปใกล้กับหน้าผากคนเจ็บ แต่แล้วจู่ๆ อีกคนก็เบี่ยงตัวหลบเสียเฉยๆ…

“จงฮยอนทำแผลก่อนนะ อย่าเพิ่งรวนกันสิ” ยงฮวาถอนใจพยายามข่มน้ำเสียงให้เรียบเฉยเพื่อบอกอีกคนที่ต่อต้านไม่ยอมทำแผล

“ก็ ผมไม่อยากทำนี่ ปล่อยมันไว้อย่างนี้แหละ แผลแค่นี้มันไม่ถึงตายหรอก” แต่ถ้าแผลเล็กๆแค่นี้มันสามารถคร่าชีวิตผมได้… พี่ยงฮวาก็ช่วยปล่อยมันไว้อย่างนี้แหละเพราะบางที… การตายให้รู้แล้วรู้รอดไปเสียตอนนี้มันอาจจะช่วยให้ผมไม่ต้องเจ็บกับการไม่ มีตัวตนในหัวใจพี่เหมือนที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็ได้…

“ทำต่อ เถอะ… ซอฮยอน” ยงฮวาพยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบหันไปบอกคนที่ถือสำลีค้างไว้ในมือ… ซอฮยอนสบตากับคนรักอย่างขอความมั่นใจแม้ว่าเธอจะเป็นคนใจเย็นมาแต่ไหนแต่ไร แต่หากฝ่ายตรงข้ามตั้งป้อมปฏิเสธิน้ำใจจากเธอ… เธอก็ไม่อยากยุ่มย่ามเท่าใดนัก พอเห็นว่ายงฮวาพยักหน้าแกมขอร้องมาทางสายตาอีกครั้งเธอจึงค่อยๆเอื้อมมือไป จะเช็ดแผลอีกรอบแต่ก็เหมือนเดิม จงฮยอนเบี่ยงตัวหลบอีก… ไม่สนใจความรู้สึกของคนหวังดีที่จะทำแผลให้แม้แต่นิด

“ฉันว่าพี่ให้คนอื่นมาทำเถอะค่ะหรือไม่พี่ก็มาทำให้เองดีกว่า… ฉันว่าเพื่อนพี่คงจะยอม”

“เดี๋ยวสิ… ซอฮยอน!” ซอฮยอนไม่ฟังเสียงเรียกของยงฮวา เธอลุกพรวดขึ้นจากโซฟาเดินหนีไปแต่ก็สวนกับใครบางคนตรงขั้นบันไดเข้าพอดี…

“รีบร้อนไปไหนลูก… ซอฮยอน เดี๋ยวก็ก้าวพลาดล้มลงหัวล้างค่างแตกกันพอดี”

“เอ่อ คือคือ” หญิงสาวอึกอักขึ้นมาไม่กล้าจะโกหกแต่ครั้นจะบอกว่าหนีพี่ยงฮวากับเพื่อน เรื่องมากคนนั้นก็ยังไงอยู่… ดีที่ว่าพี่ยงฮวาเดินตามลงมาแล้วแทรกพูดขึ้นเสียเอง

“มาแล้วเหรอ ครับแม่ ทำไมไม่โทรบอกผมล่ะ ผมจะได้ไปรับ” ยงฮวารับถุงในมือผู้เป็นแม่มาถือ หญิงวัยกลางคนยิ้มให้กับลูกชายที่ยังมีนิสัยขี้กังวลไม่เลิก… นี่ก็คงจะไม่ค่อยพอใจที่ตนไม่ได้โทรให้ไปรับด้วยตัวเอง…

“ก็เห็นว่าลูกงานยุ่ง… แม่เลยวานให้ตาจองชินเขาไปรับ ไม่เป็นไรหรอกลูก”

“อ้าว แล้วจองชินไปไหนแล้วล่ะ ไม่เห็นเข้าบ้านมาเลย” พอบอกว่าจองชินซึ่งเป็นน้องชายแท้ๆของแฟนสาวตัวเองเป็นคนไปรับมารดากลับมา จากบ้านญาติที่คุณนายจองชอบที่จะแวะไปมาหาสู่กันบ่อยๆ เหมือนกับวันนี้ก็สอดส่ายสายตาหาเลิ่กลั่ก… รวมถึงซอฮยอนเองก็มองหาน้องชายตัวเองเช่นกัน

“พอดีเด็กในไร่ โน้นวิ่งมาบอกว่าแขกที่นัดไว้มาถึงแล้ว ตาจองชินเลยต้องรีบกลับไปต้อนรับแต่บอกว่าเดี๋ยวจะแวะมาคุยด้วย” นางอธิบายให้ลูกชายเข้าใจก่อนจะเหลือบสายตาพ้นขึ้นไปเจอเข้ากับคนที่ไม่เคย พบหน้าค่าตามาก่อน… ยงฮวาเองพอเห็นว่าแม่คงจะสงสัยจึงประคองขึ้นไปนั่งลงกับโซฟาตัวข้างๆกับที่ จงฮยอนนั่งอยู่

“นี่เพื่อนรุ่นน้องผมครับ… มาจากโซล ชื่ออีจงฮยอน”

“สวัสดี ครับ…” จงฮยอนก้มศีรษะทำความเคารพให้กับแม่ของพี่ยงฮวา… หญิงวัยกลางคนยิ้มรับอย่างอ่อนโยนแต่แล้วนางก็ต้องตกใจเมื่อเห็นแผลบนหน้า ผากที่กำลังมีเลือดซึมออกมาและทำท่าว่าเจ้าของเหลวสีแดงๆนั้นใกล้จะไหลลงมา ทางหางคิ้วอยู่ร่อมร่อ…

“หัวแตกเหรอลูกแล้วทำไมไม่รีบทำแผล ปล่อยไว้อย่างนี้ได้ยังไง?”

“คือว่า กำลังจะทำอยู่พอดีน่ะแม่ แต่”

“งั้น เดี๋ยวแม่ทำให้ก็แล้วกัน เราจะไปคุยกับน้องก็ไปเถอะเดี๋ยวแม่ดูแลรุ่นน้องเราให้เอง” นางอาสาจะจัดการทำแผลให้กับจงฮยอนก่อนจะเอ่ยปากให้ลูกชายไปคุยกับซอฮยอนซึ่ง นางเรียกแต่คำว่าน้องๆ จนติดปาก เมื่อนางดูสถานการณ์ระหว่างสามคนนี่แล้วรู้สึกอึดอัดชอบกล… ซอฮยอนยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิมไม่ยอมเดินตามขึ้นมา ไหนจะลูกชายตัวเองที่หาคำตอบให้กับตนได้ไม่จบ… อีกทั้งหนุ่มหน้าใสที่นั่งนิ่งอยู่บนโซฟาสีหน้าดูอมทุกข์เสียเหลือทน… เห็นทีจะไม่ใช่แค่รุ่นน้องธรรมดาๆที่จะแวะมาเยี่ยมตามวิสัยแล้วกระมัง

==#==#==# ECLIPSE# ==#==#==

 

ทางด้านยงฮวาพอสบโอกาสก็ตามคนรักที่กำลังเดินไปทางห้องเจ้าหลานยูกึน ชายหนุ่มคว้าข้อมือให้หญิงสาวไว้เพื่อหยุดพูดกันก่อน

“พี่ขอโทษแทนรุ่นน้องพี่ด้วยนะ เขาก็เป็นแบบนี้แหละ”

“ไม่ เป็นไรค่ะ เพื่อนพี่กำลังเจ็บแผลอยู่ ฉันเข้าใจ” ซอฮยอนพูดเพื่อให้คนรักคลายกังวลพยายามชักมือกลับมองไปทางห้องนอนของยูกึน เธอแสดงอาการรีบร้อนให้อีกคนรู้ว่าต้องการจะเข้าไปสอนการบ้านต่อเสียทีแต่ยง ฮวากลับไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยยังคงจับไว้อย่างนั้น

“พี่ปล่อยมือฉันเถอะค่ะ เดี๋ยวยูกึนออกมาเห็นเข้ามันจะไม่ดี”

“ซอ ฮยอนมีอะไรอยากจะถามพี่ไหม คุยกันตรงนี้เลย” ทั้งที่เกรงว่าหลานจะออกมาเจอเข้าแต่คนเป็นน้าเองอย่างยงฮวากลับไม่ทุกข์ ร้อนสักนิด… แถมยังเปลี่ยนเข้าเรื่องที่เจ้าตัวอยากจะคุยเอาดื้อๆ

“ไม่ มีค่ะแต่ถ้าพี่มีอะไรจะบอกก็บอกมาเถอะ ฉันจะฟัง” ยงฮวาคลายฝ่ามือที่จับคนรักไว้แม้นิสัยแบบนี้จะทำให้ยงฮวาชอบพอมากแค่ไหน ทั้งการที่ไม่ก้าวร้าวให้เกียร์ติเขาเสมอของซอฮยอนแต่การจะเล่ารายละเอียด ระหว่างเขากับจงฮยอนให้คนตรงหน้าฟังนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเสียเลย …มันซับซ้อนวุ่นวายจนไม่รู้ว่าจะเริ่มจากจุดไหนและจบลงตรงจุดไหนเสียด้วย ซ้ำ…

“ถ้าพี่ยังไม่พร้อมที่จะบอกก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันจะเข้าไปหายูกึนแล้ว” ถ้าชายหนุ่มยังไม่พร้อมซอฮยอนเองก็ขี้เกียจจะรบเร้า หญิงสาวอ้างถึงหลานของอีกฝ่ายขึ้นมาอีกทำให้ยงฮวายอมปล่อยในที่สุดแต่ก่อน ที่ซอฮยอนจะหมุนลูกบิดเข้าไปเธอก็หันมามองหน้าคนรักด้วยความรู้สึกที่ยงฮวา เองก็เกินจะคาดเดา… เสียงของหญิงสาวเอ่ยออกมาเบาๆ

“ฉันว่า พี่เปลี่ยนเสื้อแล้วดึงพลาสเตอร์กาวนั่นทิ้งดีกว่านะค่ะ เดินไปเดินมาทั้งที่เปื้อนรอยเลือดแบบนั้น คนอื่นจะตกใจเอาอีกอย่างฉันว่าคงไม่มีใครเดาได้หรอกค่ะว่าพี่มีของแบบนั้น ได้ยังไง ทั้งที่พี่เองก็ไม่มีแผลที่ตัวเลยซักนิด”

“ซอ ฮยอน~~” ยงฮวาฟังคำบอกกล่าวของคนรักก่อนจะหายเข้าห้องหลานตัวเองไปแล้วต้องหลับตาลงอ ย่างจนปัญญาจะรั้งให้ออกมาคุยกันอีกรอบ… ซอฮยอนพูดด้วยน้ำเสียงปกติเรียบเฉยแต่ความหมายของแต่ละคำที่กลั่นออกมา… ยงฮวารู้ดีว่ามันมาจากความ ผิดหวังและความเสียใจ… เสียใจในตัวเขาอย่างที่สุด

“พี่ซอฮยอนเป็นอะไรไปฮะ… ตาแดงๆ น้ายงฮวาแกล้งอะไรมารึเปล่าบอกผมได้นะฮะ เดี๋ยวผมจัดการให้” เด็กน้อยยูกึนเอามือทั้งสองข้างประคองให้ใบหน้าซอฮยอนขึ้น ตากลมดิกของเด็กไร้เดียงสาจ้องเขม็งเอียงคอมองหารอยยิ้มจากพี่สาวใจดีที่ไม่ มีให้เด็กน้อยเห็นเพราะตั้งแต่เธอกลับเข้ามาก็เอาแต่นั่งก้มหน้า มือบีบประสานกันบนตัก

“เปล่าหรอกจ๊ะ อย่างน้ายงฮวาเหรอจะกล้าแกล้งพี่… มาทำการบ้านกันต่อเถอะจ๊ะ” หญิงสาวส่ายหน้าพร้อมฝืนยิ้มให้กับเด็กน้อยแถมพ่วงด้วยการโกหกคำโตออกไป ใครว่าน้ายงฮวาไม่ได้แกล้งพี่… น้ายงฮวาของยูกึนทำมากกว่านั้นเสียอีก…

รอยเลือดบนไหล่เสื้อของพี่ยงฮวา….
กับผ้าปิดแผลของเพื่อนรุ่นน้องที่ชื่ออีจงฮยอนที่หลุดออก…
ซอฮยอนคนนี้คงไม่โง่เกินไปใช่ไหมที่จะเดาไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น

ระหว่างที่พี่กับเขาในห้องนั้น…

==#==#==# ECLIPSE #==#==#==

ยง ฮวายืนนิ่งอยู่หน้าห้องหลานตัวเองครู่หนึ่งก่อนจะเข้าไปเปลี่ยนเสื้อตามที่ ซอฮยอนบอกในห้องตัวเอง… เขารู้ว่าสายตาที่ซอฮยอนทอดมองเขาเมื่อกี้คือสายตาที่เต็มไปด้วยความผิด หวัง… ผิดหวังที่คนรักอย่างเขาไปกอดคนอื่น… ผิดหวังที่คนรักอย่างเขา… หักหลัง

ขณะที่กำลังจะก้าวกลับออกไปดูข้างนอกเสียงโทรศัพท์ ที่ไม่คุ้นหูก็ดังขึ้น ชายหนุ่มหรี่ตามองกระเป๋าที่จงฮยอนวางทิ้งไว้บนเตียง… โทรศัพท์ของจงฮยอน… ยงฮวานำโทรศัพท์ที่ยังร้องอยู่ไม่เลิกออกไปให้กับเจ้าของเห็นผู้เป็นแม่ของ ตัวเองกำลังเก็บกล่องปฐมพยาบาลอยู่พอดี… จงฮยอนทำแผลเสร็จแล้วจึงขอแยกไปคุยโทรศัพท์ทางอื่นก่อนจะเดินกลับเข้ามา

“คน ที่บริษัทโทรมาบอกว่าอยู่ที่ไร่ของคุณจองโม พี่ยงฮวาพอจะรู้จักบ้างไหม?” คนที่มีผ้ากอซแผ่นใหม่ติดไว้บนหน้าผากอย่างเรียบร้อยถามตามที่มินฮยอกบอกทาง โทรศัพท์แม่ของพี่ยงฮวาถึงกับยิ้มน้อยๆออกมาทำเอาจงฮยอนย่นคิ้ว แล้วจึงเข้าใจภายหลังว่าไร่ที่จงฮยอนถามถึงอยู่ติดกับไร่ของยงฮวาเรียกได้ ว่าใช้รั้วเดียวกันเสียด้วยซ้ำ บังเอิญแท้ๆ… นี่คือคำพูดจากแม่ของพี่ยงฮวาแต่จงฮยอนกลับค้านขึ้นในใจอยู่เงียบๆคน เดียว… ว่ามันเรียกว่า… พรหมลิขิต… เสียมากกว่าก่อนจะออกปากให้พี่ยงฮวาเป็นคนพาไปส่ง…

“แม่ ว่าลูกไปเรียกให้น้องไปด้วยดีกว่านะ… ถ้าลูกไปแล้วน้องไม่ไปด้วยตาจองโมจะบ่นเอาได้” ทั้งสองคนชะงักเท้าไว้ตรงแค่เทอเรซหน้าบ้าน… ยงฮวารับคำมารดาหันไปบอก จงฮยอนให้รอก่อนแล้วเดินเข้าไปตามซอฮยอน…

“พอดีไร่ที่จง ฮยอนจะไปก็เป็นไร่ของซอฮยอนด้วยแหละจ๊ะ” สีหน้าที่เต็มไปด้วยคำถามของจงฮยอนทำให้แม่ของยงฮวาบอกเหตุผลของการที่จะให้ ซอฮยอนตามไปด้วย…

เนื้อความที่นางเล่ามาค่อยๆ ผ่านเข้าหูแต่ก็ไม่ได้ผ่านออกไปเลย… จริงๆ แล้วซอฮยอนก็คือ ลูกเลี้ยงที่ติดมากับแม่ใหม่ของจองโม เมื่อหกปีที่แล้ว คุณฮันกุลเจ้าของไร่นั้นแต่งงานใหม่กับแม่ของซอฮยอนซึ่งมีลูกสาวกับลูกชาย ติดมาสองคนก็คือซอฮยอนและจองชินซึ่งเริ่มแรกเดิมทีนั้นร่ำเรียนและเติบโต อยู่ที่แคนาดากับผู้เป็นพ่อซึ่งหย่าร้างกับแม่ของทั้งสองคนตั้งแต่สิบปี ก่อน…. พอครั้นจบไฮสคูลชั้นต้นประจวบเหมาะกับที่พ่อแท้ๆ ของทั้งสองคนได้เสียชีวิตจากไปเนื่องจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ก็ได้บินตามมา อยู่กับผู้เป็นแม่ซึ่งก็คือที่ปูซานแห่งนี้ แล้วเหตุการณ์เศร้าสลดก็เกิดขึ้น… สองปีก่อนเครื่องบินโดยสารไปฝรั่งเศสตกลงกลางทางซึ่งบนเครื่องลำนั้นมีบุคคล สำคัญที่เป็นพ่อและแม่ของจองโม ซอฮยอนและจองชินโดยสารไปด้วย… การเสียชีวิตลงอย่างกะทันหันทำให้สามพี่น้องต่างสายเลือดต้องเผชิญเวลาที่ ทุกข์ทรมานมาด้วยกัน… ปลอบโยนซึ่งกันและกันจนก้าวผ่านช่วงเวลานั้นกันมาได้และเพราะเหลือกันลำพัง แค่สามคน จองโมจึงเห็นซอฮยอนและจองชินเป็นดั่งน้องตัวเองแท้ๆ ไม่ต่างไปจากซอฮยอนและจองชินที่รักและนับถือจองโมเทียบเท่ากับพี่ชายที่คลาน ตามกันมา…

“ซอฮยอนเป็นเด็กดีมากเลยนะ” จงฮยอนสบตากับแม่ของยงฮวาเข้าใจกับประโยคสุดท้ายที่นางต้องการจะสื่อ… แม้ตนเองจะถูกเลี้ยงดูมาอย่างตามอกตามใจด้วยความที่เป็นลูกคนเล็กมีเงินมี ทองมากมายไว้ใช้สอยไม่เคยขาดมือจนเหมือนกับว่าเป็นเด็กที่ถูกเอาใจจนเหลิง แต่นั่นก็แค่เปลือกนอกที่ถูกมองจากคนในสังคม… เขาก็แค่คนๆหนึ่งที่มีความ คิดความอ่าน… รู้จักผิดชอบชั่วดีและรู้ว่าสิ่งไหนควรทำสิ่งไหนไม่ควรทำ อีจงฮยอนก้มหน้าลงเมื่อแม่ของพี่ยงฮวาเดินเข้ามาใกล้….

“เป็นอะไรรึเปล่าลูกจู่ๆ ก็นิ่งไปเลยหรือว่าปวดแผล?”

“ฮะ พอดีผมปวดแผล คุณป้าดูท่าทางจะรักซอฮยอนมากเลยนะฮะ” มากเหมือนกับที่พี่ยงฮวารักสินะ… ที่นี่ไม่เหมาะกับเขาเลยจริงๆ ไร่ที่จะไปก็ของซอฮยอน คนตรงหน้าก็รักและเอ็นดูซอฮยอน แม้แต่พี่ยงฮวา… ซึ่งเป็นคนที่ตนรักก็ยังเป็นของซอฮยอน…

เธอเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของที่นี่…

ซึ่งตรงกันข้ามกับฉัน…

ที่ไม่เคยได้เป็นและไม่มีสิทธิจะเป็นมันเลยสักอย่างเดียว…

==#==#==# ECLIPSE #==#==#==

“น้ายงฮวาแกล้งอะไรพี่ซอฮยอนฮะ?” เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กน้อยยูกึนถามฟ่อๆ ทันทีที่ยงฮวาเปิดประตูเข้าไปตามซอฮยอน

“น้าไปแกล้งอะไรใคร อย่ามั่วนะเจ้าตัวดี คุณยายมาแล้วเห็นเอาขนมมาเต็มเลยรีบไปกินสิ”

“จริง เหรอฮะ คุณยายมาแล้ว” ทั้งที่ตั้งป้อมจะเอาคืนน้าตัวเองเรื่องที่ทำให้พี่สาวใจดีอย่างซอฮยอนซึมๆ ไปแต่พอรู้ว่าคุณยายหอบเอาขนมมาเต็มก็วิ่งปรู๊ดออกไปหน้าตาเฉย ปล่อยให้ยงฮวากับซอฮยอนอยู่กันตามลำพัง พอไม่มีเด็กน้อยยูกึนเสียคนห้องก็เงียบลงไปถนัดตา ซอฮยอนค่อยๆเก็บสมุดการบ้านภาษาอังกฤษที่เจ้าตัวเล็กวางเกลื่อนกับพื้นขึ้น เก็บไว้บนโต๊ะก่อนที่จะตั้งใจเดินเลี่ยงออกมาแต่ข้อมือข้างเดิมที่เคยถูก คว้าไว้ก่อนกลับเข้ามาก็ถูกดึงไว้อีกรอบจากคนๆเดิม

“พี่ขอโทษ…”

“เรื่องะไรค่ะ ฉันก็ไม่เห็นว่าพี่จะทำอะไรผิดเลยนี่ค่ะ”

“ที่ พี่กอดเขา พี่ขอโทษนะที่พี่กอดจงฮยอน” คำสารภาพอย่างลูกผู้ชายจากพี่ยงฮวาทำให้ซอฮยอนไม่อาจปฏิเสธได้ว่าทำให้ รู้สึกว่า… ความสำคัญของตัวเองยังคงเดิมแต่คนตรงหน้าคือคนรักของตนทั้งคนจะให้ไม่โกรธ ได้เชียวหรือกับการไปกอดคนอื่นแบบนั้น… ซึ่งหากเป็นคนอื่นจริงๆเธอคงไม่เป็นเช่นนี้ หากสายตาที่คนรักตัวเองมองอีกฝ่ายไม่มีความหมายลึกซึ้งซุกซ่อนอยู่ ความหมายที่ถักทอเป็นคำว่า ‘สำคัญ’ ไม่ต่างจากสายตาที่พี่ยงฮวาใช้มองเธอ

ถ้าไม่รักมากก็คงจะไม่เจ็บขนาดนี้สินะ

“จะ ให้ฉันพูดอะไรได้ล่ะค่ะ… ก็พี่กอดเขาไปแล้ว กอดคนอื่นที่ไม่ใช่ฉันไปแล้วนี่ค่ะ” ซอฮยอนพยายามชักข้อมือตัวเองกลับ เธอไม่ถึงขั้นโกรธหรือเกลียดพี่ยงฮวาแต่ร่างกายที่เพิ่งโอบกอดคนอื่นมาแบบ นั้น สมควรแล้วหรือที่จะมาเข้าใกล้กัน ซอฮยอนมองเข้าไปดวงตาที่เวลานี้สะท้อนเพียงเงาของเธอเอง… ดวงตาของพี่ยงฮวาเคยมีแค่เธอแต่วันข้างหน้าอะไรจะช่วยทำให้มั่นใจได้กัน เมื่อมีอีกคนที่ก้าวเข้ามาแค่วันเดียวก็ได้ ‘อ้อมกอด’ จากคนรักตัวเองไปแล้ว…

“พี่กอดฉันตอนนี้ได้มั้ยค่ะ?” เสียงที่ดูสั่นๆ เต็มทีหลุดลอยออกมาจากริมฝีปากบาง ยงฮวามองหน้าคนรักที่จู่ๆ ก็พูดขอให้ตนกอด แววตาที่ทอดส่งมาเป็นแววตาที่ยงฮวาไม่เคยเห็นจากซอฮยอนเลยแม้แต่ครั้งเดียว ตั้งแต่คบกันมาและดูเหมือนว่าซอฮยอนเองก็ไม่คิดรั้งรอให้เขาได้ตัดสินใจอะไร เท่าไหร่ เธอสืบเท้าก้าวเข้ามาและเป็นฝ่ายโผเข้ากอดเสียเอง

อ้อมกอดที่น้อยครั้งนัก… ยงฮวาจะเป็นฝ่ายถูกกอด
อ้อมกอดที่น้อยครั้งจริงๆ… จะถูกเรียกร้องจาก… ซอฮยอน

ยง ฮวาไม่ได้ผลักไสใดใดเขาค่อยๆ ตะคองกอดตอบ ร่างบอบบางของคนรักที่อยู่ในอ้อมกอดสั่นเทาและดูหวาดหวั่นจนน่าใจหาย… เขาไม่เคยเห็นซอฮยอนเป็นแบบนี้… เกิดอะไรขึ้นกับหญิงสาวกันแน่นะ…

==#==#==# ECLIPSE #==#==#==

คู่รักกับการกอดกัน… ปกติทั่วไปแล้วก็เป็นเพียงเรื่องธรรมดาแต่การกอดกันโดยอยู่ในสายตาของใครบาง คนที่บังเอิญเดินผ่านมา… เพียงแค่ต้องการจะเดินเข้ามาตามเพราะเห็นว่าเวลามันล่วงเลยมานานจนเกินไป แล้วแต่ถ้าหากเลือกจะกลับไปแก้ไขเรื่องในอดีตได้… อีจงฮยอนคงจะสั่งให้ตัวเองยืนรออยู่ตรงหน้าบ้านกับแม่ของพี่ยงฮวาตามเดิมคง จะดีกว่า….

เธอต้องการบอกอะไรฉันกันแน่… ซอฮยอน
สายตาที่เธอมองมาที่ฉันขณะที่อยู่ในอ้อมกอดพี่ยงฮวา…
ทั้งที่รู้ว่าฉันเดินมา… รู้ว่าฉันเห็น… แต่เธอต้องการบอกอะไร

โดยการกอดพี่ยงฮวาให้ฉันเห็นแบบนั้น?

“ผลั่ก!! ขอโทษครับ”

“โทษครับ”

ความ ที่ไม่ทันดูว่ามีใครเดินตามมาด้านหลังทำให้จังหวะที่หมุนตัวจะกลับไปทอเรซ หน้าบ้านจึงชนเข้ากับใครบางคนเข้า จงฮยอนขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่ซึ่งคนที่ทะเล่อทะล่าเข้ามาก็ขอโทษขอโพยเช่นกัน ร่างบางช้อนตาขึ้นพบว่าคนที่บังเอิญชนเข้าเป็นอีกหนึ่งคนที่ยังไม่เคยพบหน้า ค่าตามาก่อน

ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง สวมหมวกสีน้ำตาลเข้มตามแบบฉบับที่คนในหนังคาวบอยชอบใส่ สวมเสื้อผ้าทะมัดทะแม่งไม่ต่างจากที่พี่ยงฮวาแต่งมากนัก คนที่โดนชนเลิกคิ้ว… คงกำลังแปลกใจที่เห็นคนแปลกหน้าอย่างตนเผ่นพล่านอยู่ในบ้านหลังนี้

“พี่ จองชินๆๆ อุ้มๆๆ” เป็นเด็กน้อยยูกึนที่วิ่งยิ้มร่ามาจากในครัว ปากยังคาบคุ๊กกี้ของโปรดที่คุณยายซื้อมาฝากพลางร้องโยเยยื่นแขนสองข้างจน สุด… กระเง้ากระงอดให้พี่ชายตัวสูงอุ้มตัวเองขึ้น… เหมือนกับทุกครั้ง

“อ้อนอีกแล้วยูกึน ไม่เอาอ่ะพี่เพิ่งขับรถไปรับคุณยายมา ปวดแขนจะแย่อยู่แล้ว”

“พี่ จองชินใจร้ายๆ ผมจะสาปให้พี่ตัวสูงจนทะลุเพดานเลย แบร่ๆๆๆ” พอไม่ได้ดั่งใจเด็กน้อยยูกึนก็แลบลิ้นปลิ้นตาใส่ก่อนจะวิ่งปรู๊ดหายไปทาง หน้าบ้านแต่ทว่าสองเท้าของเด็กน้อยชะงักลงกึกหันกลับมาเอียงคอมองจงฮยอน พร้อมกระพริบตาปริบๆ

“พี่คนนั้น!” ยูกึนร้องจนเสียงหลงพลางชี้นิ้วมายังจงฮยอนที่พยายามจับต้นชนปลายว่าชาย หนุ่มตัวสูงกับเด็กน้อยหน้าตาน่ารักน่าชังที่ยืนชี้นิ้วทำตาโตมายังเขาราว กับรู้จักหรือเคยเห็นหน้าเขามาก่อนเป็นใคร จนคนสองคนที่จงฮยอนไม่พร้อมจะเจอหน้าที่สุดก้าวมาปรากฏตัวทางด้านหลัง…

“เสียงดังอะไรยูกึน หือม์?”

“พี่คนนั้น นี่ไงน้ายงฮวาพี่คนนั้น!”

“หยุด โวยวายได้แล้วยูกึนมานี่มา” ยงฮวาปรามหลานชายตัวน้อยให้เลิกเจื้อยแจ้วแล้วเดินไปคว้าตัวเด็กน้อยขึ้นมา อุ้ม สิ่งที่ยงฮวาทำไม่เพียงแต่เด็กน้อยที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรอย่างยูกึนจะ ขัดใจ ทั้งสามคนที่ได้เผชิญหน้ากันอีกครั้งต่างก็คลางแคลงใจไม่น้อยไปกว่ากัน

อากัปกิริยาของเด็กไร้เดียงสาตรึงสายตาทุกคู่ไว้
อาการตื่นตระหนกตกใจและสีหน้าท่าทางของยูกึนก็แจ่มชัดในโสตประสาท

แต่คำถามที่ค้างคาใจกลับไปตกอยู่ที่การกระทำของยงฮวา

ผิดหรือเปล่า ถ้าจะมองว่า….
การที่ท้วงห้ามไม่ให้คำซื่อๆหลุดออกมาจากปากเด็กน้อย

เป็นการปกปิดบางสิ่งบางอย่าง
และซุกซ่อนสิ่งที่ยงฮวาไม่ต้องการให้ใครรู้เล็ดลอดออกมา…

==#==#==# ECLIPSE #==#==#==

หลัง จากเดินเท้าลัดเลาะกันมาประมาณห้าร้อยเมตร ผ่านไร่ที่เป็นเนื้อที่อณาเขตไร่ของยงฮวาก็ถึงไร่ของซอฮยอน รถตู้จากบริษัทโฆษณาของจงฮยอนถูกจอดไว้อยู่ตรงหน้าเรือนไม้หลังโอ่อ่าแต่ ทว่ายังคงสไตล์แบบชนบท จงฮยอนที่เดินเคียงมาพร้อมๆ กับยงฮวา ซอฮยอนและจองชินรีบแยกตัวออกไปทันที

มินฮยอกเป็นคนแรกที่สังเกต เห็นความผิดปกติของเจ้านายตนเองเพราะหน้าตาที่หม่นเศร้า… รอบดวงตาบวมช้ำ… อีกทั้งบาดแผลบนหน้าผากที่เพิ่มมานั่นอีก ช่วงเวลาสั้นๆเพียงแค่ครึ่งวันจงฮยอนไปพบเจออะไร ทำไมถึงกลับมาในสภาพเช่นนี้…

“จงฮยอนเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงเป็นแบบนี้?”

“ไม่ มีอะไรหรอกว่าแต่มินฮยอกจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วใช่ไหม ถ้าไม่มีปัญหาอะไรฉันจะกลับโซล” คำว่ากลับโซลทำให้ยงฮวาหันมามองอย่างลืมตัว ภาพของจงฮยอนกับคนแปลกหน้าที่ตนไม่รู้จัก ท่าทีห่วงใยที่ท่วมท้นจนเกินกักเก็บไว้ของมินฮยอกแสดงออกมาจนปิดบังยังไงก็ ไม่มีทางซุกซ่อนมันไว้ได้… มินฮยอกรักจงฮยอน

“ทำไมถึงอยาก กลับโซลขึ้นมาล่ะเพิ่งจะมาถึงเองนะ แล้วอีกอย่างเรายังไม่ได้เริ่มถ่ายอะไรกันเลย ผมว่าค้างก่อนไม่ดีกว่าเหรอ?” จงฮยอนเม้มริมฝีปากแน่นหาคำอธิบายใดๆให้กับมินฮยอกไม่ได้ ไหนจะบรรดาทีมงานที่มาด้วยกันอีกต่างก็ลอบมองพฤติกรรมของนายจ้างอย่างกับหู ตาสับปะรด เป็นอย่างไรเล่าอีจงฮยอน… สมน้ำหน้าตัวเองนัก กระเสือกกระสนแทบเป็นแทบตายจะมาที่นี่ เอ่ยอ้างเอาการงานของบริษัทมาบังหน้าสุดท้ายแล้วเป็นยังไง เจ็บปวดปางตาย… ไหนจะงานที่ออกปากกับพ่อและพี่ชายว่าจะดูแลเองก็คิดจะปล่อยลอยแพแล้วหรือ?

จงฮยอนหวนนึกถึงเมื่อคืนวานที่คุมความตื่นเต้นไว้ไม่อยู่กับการที่จะได้มาปูซาน…

บางทีการหลอกตัวเองก็อาจจะเป็นทุกข์น้อยกว่า
การรู้ความจริงที่มันโหดร้ายกับความรู้สึกจนแทบรับไม่ได้แบบนี้…

“ถ้าอย่างงั้น ฉันขอพักก่อนแล้วกัน มินฮยอกช่วยพาไปห้องพักทีได้ไหม?”

“ได้ สิ คุณจองโมให้เด็กพาไปดูห้องพักแล้ว เขาก็อยากพบตัวจงฮยอนอยู่แต่ผมบอกไปว่าจงฮยอนไปธุระ เขาเพิ่งจะขอตัวไปดูงานในไร่เมื่อกี้เอง”

“ขอบคุณมากนะที่ จัดการทุกอย่างให้” คนที่มินฮยอกพูดถึงคงเป็นพี่ชายซอฮยอนสินะ ยังไงเสียมารยาททางสังคมก็ยังคงต้องรักษาไว้เห็นทีพรุ่งนี้เช้าจะต้องรีบพบ หน้าเพื่อการขอบคุณที่ช่วยเหลือในเรื่องสถานที่พวกนี้แต่ตอนนี้เวลานี้… ขอพักเสียหน่อยพักเพื่อตั้งหลัก พักเพื่อจะหาหนทางให้กับชีวิตตัวเอง

ชีวิตของอีจงฮยอน… ที่ต้องดำเนินต่อไป
โดยเป็นเพียงแค่คนรู้จักของจองยงฮวาเท่านั้น

จง ฮยอนเดินตามมินฮยอกจะเข้าเรือนใหญ่แต่สายตากลับสะดุดเข้ากับแผ่นป้ายสี ขาวสะอาดซึ่งมันถูกแต่งเต้มด้วยหมึกสีชมพูสวยด้านบนตั้งพิงไว้ตรงทางเข้า เรือน…

“เห็นคุณจองโมบอกว่าทางไร่กำลังเตรียมงานแต่งของน้องสาวเค้าอยู่นะครับ อาจวุ่นวายนิดหน่อยแต่จะพยายามไม่ให้รบกวนการทำงานของพวกเรา”

นั่น คือคำบอกกล่าวจากมินฮยอก… ซึ่งจงฮยอนทั้งอยากรู้และไม่อยากรู้ในเวลาเดียวกัน ร่างบางเพิ่งสังเกตเห็นว่ารอบข้างเต็มไปด้วยอุปกรณ์ไว้สำหรับจัดงานแต่งทั้ง โคมไฟ เต้นท์สีขาวหลายหลัง กองโต๊ะและเก้าอี้ไว้สำหรับแขกเรื่อและไหนจะอะไรต่ออะไรอีกนับไม่ถ้วน

ป้ายชื่อเจ้าบ่าวเจ้าสาว… ชัดเต็มในดวงตาสองข้าง
ชื่อของคนที่ตนรักถูกเขียนให้เคียงคู่อยู่กับผู้หญิงอื่น

มันรับไม่ทันจริงๆ… ลำพังแค่รู้ว่าพี่ยงฮวามีคนรักใหม่ยังเจ็บหัวใจสิ้นดี
แต่นี่ต้องมารับรู้ว่าพี่ยงฮวากำลังจะแต่งงานในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้า
มันช่างโหดร้ายเหลือเกิน… โหดร้ายจนไม่รู้จะต้องทำยังไงต่อไปแล้วจริงๆ

นัยน์ตา สีดำหลุบมองปลายเท้าตัวเอง ต้องสั่งให้หัวใจมีแรงก้าวต่อ… แต่จนแล้วจนรอดก็ก้าวขาไม่ออก จงฮยอนนิ่งงันอยู่ครู่ใหญ่จนมารู้สึกตัวว่าถูกพาให้เดินเข้าเรือนใหญ่ด้วย แรงดึงจากมินฮยอก ร่างสูงข้างๆไม่ได้พูดไม่ได้ยิ้มเหมือนกับทุกครั้งที่เจ้าตัวชอบทำ มินฮยอกได้แต่ดึงแขนเขาให้เดินไปเงียบๆด้วยกัน…

((Tlu…..tlu…..))

“จง ฮยอนมือถือดังน่ะครับ” ร่างบางตวัดหน้ามองตามสายตาของคนที่เดินขึ้นมาส่งบนห้องพักเพิ่งรู้สึกตัว ว่ามือถือตัวเองกำลังแผดร้องอยู่ในกระเป๋า จงฮยอนล้วงหยิบมันขึ้นมาและพอเห็นว่าสายเรียกเข้าเป็นเพื่อนรัก น้ำตาเจ้ากรรมก็พาลจะไหลลงมาอีกรอบ

“เป็นยังไงบ้างจงฮยอน ไม่โทรหาฉันเลยนะ”

“อู ยองไว้ฉันจะโทรกลับ ขอโทษด้วยนะ” จงฮยอนตัดบทคำเหย่าแหย่ของเพื่อนรักก่อนจะตัดสายทิ้ง รู้ว่าอูยองเป็นห่วงมากแค่ไหนแต่ยังไม่อยากให้อูยองต้องมาฟังเสียงตัวเอง ร้องไห้ผ่านกระบอกโทรศัพท์ ร่างบางโยนวัตถุสื่อสารนั่นลงไปบนเตียงก่อนจะเดินหนีไปยังหน้าต่างแต่เหมือน ฟ้าดินช่างกลั่นแกล้งนัก ห้องพักของตนหันออกไปทางหน้าเรือนใหญ่จึงทำให้เห็นว่าคนที่เดินมาส่งยังอยู่ และกำลังพูดคุยอยู่กับหญิงสาวที่ได้ชื่อว่าเป็นว่าที่เจ้าสาว มันอาจเป็นภาพสวยงามของคนที่ยินดีในความรักของคนทั้งคู่แต่ในทางตรงกันข้าม มันกลับเป็นภาพที่ไม่ต่างจากเข็มหมุดเล็กๆเป็นร้อยเป็นพันเล่มทิ่มแทงหัวใจ ของจงฮยอนให้พรุนจนเลือดที่ไว้หล่อเลี้ยงหัวใจทะลักออกมาจนแทบหมดตัว ฝ่ามือบางกำผ้าม่านสีสวยที่โรยตัวลงมาตรงกรอบหน้าต่างแน่น เผลอกัดปากตัวเองจนเจ็บ… ห้าปีแห่งการงมงายในเงาของการรอคอย มันจบลงแล้วอูยอง… จบลงแล้วจริงๆ

“หลับตาแล้ว เลือกให้ตัวเองฝันดีบ้างสิครับ” ฝ่ามือของใครบางคนสอดมาจากทางด้านหลัง มันทาบลงบนดวงตาที่เพิ่งถูกม่านน้ำตาบดบังจนแทบมองไม่เห็นและน้ำเสียงที่ กระซิบข้างๆหู จงฮยอนจำได้ว่าคือคังมินฮยอก

“ฝันดีเป็นยังไงเหรอมินฮยอก ฉันไม่รู้จักมันหรอก”

“ถ้า จงฮยอนไม่รู้จัก… ให้ผมเป็นคนทำให้จงฮยอนรู้จักมันได้มั้ย?” ลำแขนอีกข้างของคนที่ปิดตาจงฮยอนไว้วาดมากอดเอว ลมหายใจอุ่นรดอยู่ตรงหลังใบหู… มินฮยอกเกยคางไว้บนไหล่บอบบางที่ยังแอบสะท้านขึ้นลงจากการเก็บซ่อนน้ำตา มันดูงี่เง่าที่เขาขอโอกาสกับจงฮยอนอีกซ้ำแล้วซ้ำเล่า… แต่เขาทนยืนเฉยๆหรือนิ่งดูดายปล่อยให้คนที่เขารักทุกข์ทรมานต่อไปไม่ได้

“เรา สองคนมันดื้อพอกัน ฮึกๆ” ร่างบางต่อว่าพลางหมุนตัวเข้าหาอ้อมอกคนที่ยืนซ้อนอยู่ ใบหน้าเปื้อนน้ำตาซุกลงกับอกกว้าง… ไม่เคยแสดงความอ่อนแอแบบนี้ให้มินฮยอกเห็นแต่เวลานี้ก็ไร้ที่พึ่งไร้หลักที่ จะยึดเหนี่ยวตัวเองไม่ให้ล้มลงไป

มันแทนกันไม่ได้ จงฮยอนรู้
แต่อย่างน้อยอ้อมกอดของมินฮยอกตอนนี้
ก็ช่วยไม่ให้ตัวเองต้องทรุดไปกองอยู่ที่พื้น

…เพียงลำพัง

.
.
.
.
.

“พี่ยงฮวา”

“ว่าไงจองชิน?” ชายหนุ่มขานรับเด็กหนุ่มตัวสูงที่ยืนอยู่ข้างๆ

“มอง คนอื่นกอดกันแบบนั้น มันเสียมารยาทนะ” อีจองชินพูดแบบทีเล่นทีจริงพลางมองตามสายตาหนุ่มรุ่นพี่ที่แน่นิ่งอยู่ตรง บานหน้าต่างทางชั้นสองของเรือนใหญ่ เขาแสร้งพูดทว่าข้างในลึกๆความรู้สึกบางอย่างกำลังเข้าครอบงำเขา เด็กหนุ่มเหลือบมองพี่สาวตัวเองที่สาละวนอยู่กับกระถางต้นไม้ที่คนงานในไร่ คัดสรรมาเพื่อใช้ประดับในงานแต่งที่กำลังจะมีขึ้นในอีกหนี่งอาทิตย์ข้างหน้า แต่มันแปลกที่ว่าที่เจ้าบ่าวกลับมายืนทอดอาลัยให้กับคนอื่นอยู่แบบนี้

“มันบังเอิญน่ะ โทษที”

“พี่จะมาขอโทษผมทำไม ไปขอโทษพี่สาวผมไม่ดีกว่าเหรอ?”

“นายกำลังจะพูดเรื่องอะไรจองชิน พี่เป็นคนตรงๆนะ”

“ผมก็เป็นคนตรงๆ”

“……….”

“ถ้า พี่สาวผมต้องเสียน้ำตา ไม่ว่าเพราะใครหน้าไหน ผมไม่ปล่อยไปง่ายๆหรอก” เด็กหนุ่มกล่าวชัดถ้อยชัดคำ แม้จะไม่รู้ตื้นลึกหนาบางอะไรแต่สายตาอาลัยอาวรณ์ของว่าที่พี่เขยตัวเองกับ การกระทำครี่งๆกลางๆที่อีกคนทำก่อนออกจากไร่โน้นมา… ก็ทำให้เขาติดใจสงสัยอยู่มากโข

สิ่งที่ยูกึนร้องโวยวายออกมา
การฉวยเข้าไปอุ้มและปิดปากหลานตัวเอง
และสายตาที่เจ้าตัวอ้างว่าแค่บังเอิญ… เมื่อครู่

อีจองชินคนนี้จะไม่เก็บมาใส่ใจเลยสักนิด
ถ้ามันจะไม่วกกลับมาทำร้ายพี่สาวเพียงคนเดียวของเขา

โปรดติดตามตอนต่อไป ตอนที่ห้า …” เจ้าของ “…

ตัวอย่างตอนต่อไป

“แอบมาคุยกับผมตามลำพังแบบนี้ ไม่กลัวว่าที่เจ้าสาวจะมาเห็นเข้าแล้วจะไม่พอใจหรือไงฮะ?”

“อย่ารวนไปเรื่องอื่นได้ไหม พี่ถามเรื่องที่เราสูบบุหรี่อยู่”

“อย่า ใช้น้ำเสียงเหมือนตอนที่เราเคยคบกันสิฮะ ถ้าเป็นตอนนั้นผมอาจจะเกรงใจ” จงฮยอนมองตาไม่ยอมหลบมิหนำซ้ำยังอัดเจ้าควันสีขาวขุ่นนั้นเข้าปากไปต่อหน้า ต่อตาคนถามทั้งอย่างนั้น…

“เราเปลี่ยนไปมาก มากจนพี่ไม่อยากเชื่อสายตา” ยงฮวาพูดพร้อมกับเหยียดยิ้ม ชายหนุ่มที่นั่งพ่นควันบุหรี่อยู่พุยๆ ตรงหน้าราวกับคนที่ตนไม่เคยรู้จัก สิ่งใดกันทำให้จงฮยอนที่แสนน่ารักเปลี่ยนไปได้มากขนาดนี้

“สูบ ไหมละ ผมมีอีกหลายมวน อ๊ะ!” มือบางที่ยื่นมวนบุหรี่ให้ถูกปัดอย่างแรง ใบหน้าของยงฮวาเต็มไปด้วยความโกรธ กริยาท่าทางแบบนี้เขาก็ไม่เคยพบเห็นมาก่อนจากจงฮยอน

“ทำตัวน่ารังเกียจ”

“ใคร ทำให้ผมเป็นแบบนี้เล่า?! พี่เองทั้งนั้น จำไม่ได้หรือไงกัน?!” จงฮยอนลุกขึ้นผลักอกอีกฝ่ายพร้อมกับตวาดออกมาเสียงดังทำให้ยงฮวาถึงกับอึ้ง ไปครู่ใหญ่ คำตัดพ้อของคนที่กำลังเอาหลังมือป้ายหยาดน้ำตาบนสองข้างแก้มทิ้งมันกระตุก หัวใจของเขาให้อ่อนยวบลง

==#==#==# ECLIPSE #==#==#==

AuThor Talk:อ้อม กอดหวานซึ้งตรึงใจจบแล้ว ตอนหน้าต่อด้วยเจ้าของนะค่ะ ใครคาดหวังความโรแมนติกจากฟิคเรื่องนี้ ก็ต้องหวังกันต่อไป คิคิ ไม่เวิ่นเว้ออะไรมาก ดึกมากแล้วพรุ่งนี้ต้องไปธุระอีก เพลิดเพลินกับฟิคหวานๆของฮันนี่บีอย่างมีความสุขจ้า จ๊วฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ

ปล.ใครไปดูคอนเสิร์ต SHU-I บ้าง เจอกันค่ะ^^

อ่านจบกรุณาอีดิทคอมเม้นท์ด้วยค่ะ!
*อย่าเม้นท์แค่ว่าสนุก รอตอนต่อไปหรือขอบคุณๆๆแค่นี้นะค่ะ ไม่ปลื้มค่ะ!!
และหากรู้ว่าไม่มีเวลาอ่านรบกวนอย่าแปะทิ้งไว้จะดีกว่าเนอะ^^

และเม้นท์แค่บรรทัดสองบรรทัดมันบั่นทอนกำลังใจคนแต่ง รู้มั้ยค่ะ????

Comments
  1. […] #=Click [Fic] =# ECLIPSE l4l ‘อ้อมกอด’ #= Click [Fic] =# ECLIPSE l5l ‘เจ้าของ’ #= Click [Fic] =# ECLIPSE l6l […]

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s