[Fic] =# ECLIPSE l6l ‘น้ำตา’ #=

Posted: June 13, 2011 in ~* YongHyunSeo *~

Title: ~ECLIPSE~
Paring: YH x JH x SH Ft.MH,JS
AuThor: HaneiBee

Note:มันคือฟิคชั่นนะค่ะ คาแรคเตอร์ของตัวละครจึงถูกเติมแต่งไปตามเนื้อเรื่อง
ไม่ได้ยึดคาแรคเตอร์จริงๆของบุคคลที่ไรท์เตอร์อ้างอิงถึง กรุณาทำความเข้าใจด้วยค่ะ

[Fic] =# ECLIPSE l1l ‘ฝังใจ’ #=
[Fic] =# ECLIPSE l2l ‘ความหลัง’ #=
[Fic] =# ECLIPSE l3l ‘ปาฏิหาริย์’ #=
[Fic] =# ECLIPSE l4l ‘อ้อมกอด’ #=
[Fic] =# ECLIPSE l5l ‘เจ้าของ’ #=
[Fic] =# ECLIPSE l6l ‘น้ำตา’ #=
[Fic] =# ECLIPSE l7l ‘ลาจาก’ #=
[Fic] =# ECLIPSE l8l ‘ผู้กำหนด’ #=
[Fic] =# ECLIPSE l9l ‘ผู้กำหนดชีวิต’ #=
[Fic] =# ECLIPSE l10l ‘สุดท้าย’ #=

[6] …” น้ำตา “…..

จองโมที่เพิ่งกลับมาจากดูงานในไร่ พอเดินเข้าเรือนใหญ่มาก็สวนกับน้องสาวตัวเองเข้าพอดี สีหน้าของซอฮยอนซีดเผือดจนผิดปกติสร้างความกังวลให้กับผู้เป็นพี่ชายใน ทันที…

“เป็นอะไรหรือเปล่าซอฮยอน หน้าซีดชอบกล?” ฝ่ามือใหญ่แตะแก้มน้องสาวสุดรัก เหลือกันเพียงสามคนพี่น้องแบบนี้ยิ่งทั้งรักทั้งห่วงกันเป็นพิเศษ

“ปวดหัวหรือเปล่า บอกพี่มาสิซอฮยอน?”

“ค่ะ ฉันปวดหัว ปวดเหมือนมันจะกำเริบ” โรคประจำตัวเพียงโรคเดียวที่ซอฮยอนเป็นคือ ไมเกรน มันเป็นโรคที่รักษาไม่มีวันหาย ได้แต่คอยดูแลสุขภาพตัวเองให้ดี ถ้าสภาพอากาศไม่เปลี่ยนมาก ไม่มีเรื่องคิดให้รกสมองอาการมันก็จะไม่กำเริบ แต่นี่น้องสาวเขากำลังเก็บเรื่องใดมาคิดกัน โรคประจำตัวโรคนี้ถึงกำเริบขึ้นมาแบบนี้…

“เดี๋ยวพี่พาขึ้นไปนอนดีกว่า ยาอยู่ข้างบนใช่ไหม?”

“ค่ะ…” ซอฮยอนยอมเดินตามพี่ชายที่จูงขึ้นบันไดไปอย่างว่าง่าย ไร้กำลังและเรี่ยวแรงจะเดินเองเสียด้วยซ้ำ… ฉันไม่รู้จะทำยังไงดีแล้วค่ะ พี่จองโม… ฉันจะเริ่มมันยังไง ฉันจะจบมันยังไง…. ฉันรู้สึกตื้อไปหมดจริงๆ

“ปวดหัวมากเหรอ ไปรพ.ดีไหม?” จองโมเองก็กังวลมากกว่าทุกครั้ง คราวนี้เห็นทีซอฮยอนจะไม่ปวดธรรมดาๆ ดูจากการที่เห็นน้องสาวขยุ้มมือกับผ้าห่มผืนหนาจนแน่น แน่นจนเส้นเลือดปูดโปนขึ้นมา เวลาที่เห็นซอฮยอนไมเกรนกำเริบทีไร เขาเองก็ทำอะไรไม่ถูกทุกที จองโมลูบหัวคนที่นอนบิดตัวด้วยความทรมานบนเตียงปลอบประโลม ตอนนี้ตัวเขาเองก็ทรมานไม่แพ้กัน ถ้าเป็นไปได้อยากเจ็บแทนน้องสาวให้รู้แล้วรู้รอดเสียด้วยซ้ำ

“พี่ จองโม~~ อึก ฉันปวดหัว” เสียงราวกับจะขาดใจของคนที่ตะกายคว้าแขนเขาไปบีบไว้เพื่อช่วยบรรเทาความปวด ที่ศรีษะ แรงบีบจากมือที่สั่นเทามากขึ้นของซอฮยอนทำให้จองโมรู้ว่า ครั้งนี้ไม่ใช่ปวดเล่นๆ เสียแล้ว

“เดี๋ยวยาก็ออกฤทธิ์ นะเดี๋ยวจะได้หลับ เป็นเด็กดีนะ” มันไม่ร้ายแรงถึงขึ้นกับคร่าชีวิตได้จองโมรู้ดีแต่กว่าจะข้ามผ่านความทรมาน ไปได้ในแต่ละครั้ง มันแสนสาหัสยิ่งนัก… ปลายนิ้วของผู้เป็นพี่ชายเกลี่ยหยาดน้ำใสๆที่ไหลซึมหางตาของผู้เป็นน้องสาว เบาๆ จองโมคิดว่า น้ำตานั้นมันมาจากความทรมานเนื่องจากโรคประจำตัวของซอฮยอนแต่เปล่าเลย… น้ำตาพวกนั้นมันมาจากความทรมานในหัวใจของซอฮยอนต่างหาก


‘ เห็นสายสร้อยที่พี่เค้าใส่ติดตัวอยู่ไหมล่ะ?’

‘ ผมซื้อให้เขาเอง เป็นของขวัญวันเกิดของพี่ยงฮวาในปีแรกที่เราคบกัน’

‘คนเราถ้าไม่รักกันแล้วจะยังสวมของแทนใจไว้ทำไม?’

ซอ ฮยอนไม่รู้ตัวว่าทรุดฮวบลงไปนั่งอยู่กับพื้นตรงนั้นนานเท่าไหร่ หญิงสาวได้ยินแต่เสียงฝีเท้าของจงฮยอนค่อยๆหายไปเท่านั้นที่พอจำได้ ถ้าสิ่งที่อีกคนพูดไม่มีอยู่จริงบนคอของพี่ยงฮวา เวลานี้เธออาจจะไม่เป็นเช่นนี้ก็ได้…

ไม่อาจแน่ใจได้อีกต่อไปแล้ว…
ว่าข้างในหัวใจของพี่ยงฮวา แค่เคยมีคุณจงฮยอนอยู่…
หรือว่า ณ เวลานี้ก็ยังคงมีอยู่กันแน่?

วันที่พี่ยงฮวากอดฉันครั้งแรกในฐานะ… “คนรัก”
พี่ยงฮวายังมีคนๆ นั้นอยู่ในหัวใจของพี่ยงฮวาหรือเปล่าค่ะ?

“ซอ ฮยอนเป็นอะไรไปพี่? เห็นเด็กในบ้านบอกว่าพี่ให้เอาน้ำขึ้นมาให้” จองโมตวัดหน้ามองผู้ที่ทะเล่อทะล่าเปิดประตูเข้ามา ไม่แปลกที่ยงฮวาจะขึ้นมาบนนี้ได้โดยไม่ต้องขออนุญาตใครเพราะบ่อยครั้งที่ยง ฮวามาค้างที่นี่กับซอฮยอนและในอีกไม่กี่วันข้างหน้าชายหนุ่มตรงหน้าก็จะเข้า มาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวตนแต่ที่เขาแปลกใจก็คือ ทำไมสีหน้าของยงฮวาถึงเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดแบบนั้น

“ไมเกรนขึ้น อยู่ดีๆ ก็เป็นไม่รู้ว่าเครียดเรื่องอะไร?”

“กินยาแล้วใช่ไหมครับ?”

“ฉัน ให้กินแล้วแต่คราวนี้เป็นหนักวะ จะครึ่งชม.แล้วยังไม่ทุเลาเลย” จองโมเองก็พลอยเครียดไปด้วยอย่างยากจะห้ามได้ ยิ่งเมื่อแรงบีบที่แขนตัวเองไม่ผ่อนแรงลงเลยก็ยิ่งสงสารน้องสาวตัวเองจนจับ ใจ

“แขนพี่แดงหมดแล้ว ลุกขึ้นเหอะเดี๋ยวผมดูซอฮยอนให้”

“แขน ฉันเจ็บแค่นี้ไม่เท่ากับที่น้องฉันเจ็บหรอก ขอนะ… ยงฮวา อย่าทำให้ซอฮยอนเสียใจได้ไหม?” ยงฮวาชะงักกับคำพูดของจองโม แววตาของเพื่อนรุ่นพี่ที่เคยเป็นมิตรและมองเขาด้วยความรู้สึกดีๆ มาตลอด ตอนนี้ไม่เหลืออีกแล้ว แววตาของจองโมว่างเปล่าและไม่มีความไว้เนื้อเชื่อใจเหมือนเมื่อก่อน…

“ผม จะทำให้ดีที่สุดครับ…” น้ำเสียงหนักแน่นและนัยน์ตาเด็ดเดี่ยวของยงฮวาแม้มันไม่ใช่คำรับปากแต่อย่าง น้อยสำหรับจองยงฮวาคำพูดแบบนั้นก็สมเป็นลูกผู้ชายมากที่สุด จองโมยอมลุกออกมาปล่อยให้อีกคนได้นั่งลงบนเตียงแทนแม้เขาจะไม่รู้ว่าน้องสาว ตัวเองกับว่าที่เจ้าบ่าวที่เป็นรุ่นน้องคนสนิทกระทบกระทั่งเรื่องอะไรกันมา แต่เขารู้ดีว่ามีเพียงไม่กี่คนบนโลกใบนี้ที่จะทำให้ซอฮยอนทุกข์ร้อนใจได้และ หนึ่งในนั้นก็มีว่าที่เจ้าบ่าวจองยงฮวาคนนี้ด้วย ยงฮวาสอดแขนเข้าไปใต้ผ้าห่มเพื่อให้ซอฮยอนได้จับไว้แทนแขนของจองโม แรงบีบจากคนป่วยสร้างความเจ็บให้ยงฮวาไม่น้อยแต่ชายหนุ่มก็ไม่ยอมแสดงสีหน้า ใดใดออกมา

ภาพของคนรักที่กำลังต่อสู้กับโรคประจำตัวมัน ทั้งฉุด ทั้งรั้งและทั้งเตือนสติของยงฮวาได้มากทีเดียว ซอฮยอนไม่ได้ปวดหัวเพราะไมเกรนมานานมากแล้ว… เพราะเขาใช่ไหม เพราะการกระทำครึ่งๆ กลางๆ ของเขาใช่ไหม ที่ทำให้ซอฮยอนเป็นแบบนี้…

“พี่ขอโทษ…” กี่ครั้งแล้วที่ยงฮวาต้องเอ่ยคำนี้ออกมาต่อคนรัก คนรักที่ดีกับเขามาตลอด

พระเจ้ากำลังเอาคืนเขาอยู่สินะ?…
ที่ให้เขาต้องเห็นคนที่สำคัญทั้งสองคนในชีวิต
เจ็บปวด เพราะเขาเพียงคนเดียวแบบนี้…

“ดี ขึ้นหรือยัง ซอฮยอน” ร่วมสองชม.ที่ซอฮยอนผล๊อยหลับไปด้วยฤทธิ์ยา ยงฮวาไม่ได้ลุกไปไหนเลย เขานั่งอยู่เป็นเพื่อนคนรักตลอดช่วงเวลาที่อีกคนหลับ คอยลูบผมกล่อมให้เบาๆ ไม่หวังจะให้ทดแทนกับความทุกข์ทรมานที่อีกฝ่ายได้รับ แค่อยากทำในสิ่งที่หัวใจเขาร่ำร้องลึกๆ ก็เท่านั้น… ยิ่งเห็นคราบน้ำตาที่เปื้อนเปอะบนสองข้างแก้มก็ยิ่งเกลียดตัวเอง เขาไม่ได้เลือกซอฮยอนเพราะเขาไม่จำเป็นต้องเลือกใครทั้งนั้น… ซอฮยอนคือคนรักเป็นว่าที่เจ้าสาวของเขาและจงฮยอนคือคนที่เขาเคยรักและยังคง ไม่หมดรัก

แต่รักกับเคยรัก
มันต้องต่างกันมากกว่านี้ไม่ใช่เหรอ?

“พี่ไม่ได้ลุกไปไหนเลยเหรอค่ะ?”

“อืม อยากดื่มน้ำไหมเรา?” ฝ่ามือกว้างปัดปอยผมที่ปรกหน้าหญิงสาวแผ่วเบา นึกโล่งอกไปไม่ได้ที่สีหน้าของซอฮยอนดูมีเลือดฝาดขึ้นมามากกว่าตอนที่เขา เข้ามาเจอ

“ไม่ค่ะ ฉันไม่อยากดื่ม ฉันอยากอยู่กับพี่มากกว่า”

“อยู่กับพี่?”

“ค่ะ พี่รักฉันได้ไหม ตอนนี้?” แม้จะขลาดเขินไม่เป็นธรรมชาติเอาเสียเลยแต่ร่างใต้ผ้าห่มผืนหนาก็เว้าวอนคน รักออกมา… รักในแบบของคนรัก …รักในแบบที่คนรักเขาทำกัน…

“ไมเกรนขึ้นจนกล้าพูดแบบนี้เลยเหรอเรา หือม์?”

“พี่ อย่าแซวสิค่ะ” ซอฮยอนไม่เถียงว่าตัวเองกล้าเกินไปแต่มันก็เป็นเรื่องธรรมดาของคนที่เป็นแฟน กันและคนที่กำลังจะเข้าพิธีแต่งงานกันอยู่ในอีกไม่กี่วันไม่ใช่หรือ มือสั่นๆ ของคนเพิ่งหายป่วยเอื้อมขึ้นมาแกะกระดุมที่กลัดอยู่บนเสื้อลายทางของยงฮวา ช้าๆ ทีละเม็ด ไล่มาจนถึงที่หัวเข็มขัด ซอฮยอนปลดมันออกอย่างไม่เคยชิน ยงฮวาไม่ได้ห้ามมือสองข้างนั้นของคนรัก เขาขยับตัวเพื่อช่วยให้เธอถอดเสื้อเขาออกได้ถนัดๆ จนตะขอที่กางเกงเขาหลุดออก นัยน์ตาคู่หวานหลุบหนี… แม้ปากจะเอื้อนเอ่ยออกมาได้แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็กระดากอายเหลือเกินที่จะ กล้าสบตากับคนรักตรงๆ…

ยงฮวาก้มลงงับเบาๆ ที่ติ่งหูนิ่ม ละเอียดจูบจากข้างแก้มไปถึงริมฝีปากนุ่มช้าๆ ปลายลิ้นอุ่นสอดเข้าไปในช่องปากนั้น จูบเนิบนาบไม่รีบร้อนแต่ช่างเร่งเร้าอารมณ์คนข้างใต้ได้ดีนัก เสียงครางเครือดังอยู่ในห้องนั้นหลังจากเสื้อผ้าบนตัวของหญิงสาวหล่นไป กองอยู่ที่พื้นข้างเตียง…

ซอฮยอนแกล้งทำเป็นมองไม่เห็น สายสร้อยที่คล้องอยู่บนคอของคนรัก… ของนอกกายต่อให้เป็นสิ่งแทนค่าของความรักแต่หนหลังมากเพียงใด… มันจะเพียงพอสักเท่าไหร่กันกับความเป็นจริงที่เธอกับพี่ยงฮวากำลังอยู่ด้วย กันและกำลังเป็นของกันและกัน

พี่ยงฮวากำลังกอดเธอ… กำลังจูบเธอ… กำลังแสดงความรักต่อเธอ
คุณจะเรียกสิ่งที่พี่ยงฮวากำลังทำกับฉันอยู่ว่าอะไร… คุณจงฮยอน?

ร่าง กายร้อนผ่าวประสานเป็นหนึ่งเดียว… แต่งแต้มและเติมเต็มความสุขให้กันเหมือนกับทุกๆ ครั้ง เนิ่นนานจนไม่รับรู้ว่าเวลาได้ผ่านพ้นไปเท่าไหร่…

ไม่รู้แม้กระทั่งว่าอีกฝากหนึ่งของบานประตูห้อง มีร่างของใครบางคนนั่งซบดวงหน้าลงกับท่อนแขน… ร่ำไห้อยู่เงียบๆ คนเดียว

ไหวแน่เหรอ… อีจงฮยอน?
จะทนเห็นเขาสองคนรักกัน
ต่อไปได้จริงๆนะเหรอ?

มือ ข้างหนึ่งเอื้อมไปตรงบริเวณหัวไหล่ข้างขวา จิกปลายเล็บลงไปแรงๆ ภายใต้เสื้อตัวสวยแบรน์ดัง มันสลักตัวอักษรบางคำไว้บนเนื้อผิวสีขาวสะอาด จงฮยอนสักมันเมื่อครั้งก่อนเดินทางไปเรียนต่อเมืองนอก ความคิดถึง… ความโหยหา… และความทุกข์ทรมานทำให้อีจงฮยอนใจกล้าพอที่จะเดินไปร้านสักพวกนั้น…

‘นาย บ้าไปใหญ่แล้ว จงฮยอน! นี่ถึงขั้นลงทุนไปสักชื่อรุ่นพี่จองหองนั่นไว้เลยเหรอ?’ ตาขีดๆ ของอูยองเบิกโตอย่างตกใจ เมื่อเพื่อนรักเปิดให้ดูรอยสักสดๆ ใหม่ๆ นั้นที่หัวไหล่ทางข้างขวา… มันสลักคำว่า ‘ยงฮวา’ ไว้

ไว้เพื่อย้ำเตือนว่าชีวิตทั้งชีวิตนี้ของอีจงฮยอน…
จะไม่มีวันลบลืมจองยงฮวาได้
แม้จะต้องตายไปชื่อของจองยงฮวา…
ความรักที่มีต่อจองยงฮวามันก็ยังจะต้องตายไปพร้อมกับตัวเขา
ตายไปพร้อมกับอีจงฮยอนคนโง่เง่าที่สุดคนนี้…

ผมรักพี่ยงฮวามากเกินไปหรือว่า พี่ยงฮวารักฉันผมน้อยกันแน่นะ
เวลานี้ถึงเป็นผมคนเดียวที่ทรมานเหมือนกับตายทั้งเป็นอยู่แบบนี้

==#==#==# ECLIPSE#==#==#==

“พี่นางฟ้าไม่ร้อง พี่นางฟ้ายิ้มสวยๆสิฮะ”

จงฮยอนเงยหน้าขึ้น เสียงเจื้อยแจ้วจากใครบางคนเรียกความสนใจให้เขาแทบหยุดร้องไห้ เด็กน้อยที่ได้พบเจอเมื่อวานกำลังยืนจ้องหน้าทำปากบู้ งอแงที่เห็นเขานั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่ หลานของพี่ยงฮวา… จงฮยอนมองขั้นบันไดที่สูงเอาการที่อาจเป็นลู่ทางพาเด็กน้อยหน้าตาน่ารักน่า ชังคนนี่ปีนป่ายมันขึ้นมา นี่เจ้าเด็กตาแป๋วตรงหน้าปีนบันไดขึ้นมาคนเดียวได้ยังไงกัน

“ถ้า ไม่ยิ้ม น้ายงฮวาจะไม่รักนะฮะ” มือเล็กๆสองข้างของเด็กน้อยประคองใบหน้าของคนร้องไห้ขึ้นพร้อมกระพริบตา ปริบๆอย่างน่าเอ็นดูแต่จงฮยอนกลับมองข้ามความน่าเอ็นดูนั้นไปเสีย เพราะประโยคซื่อๆจากปากเด็กน้อยที่เพิ่งลืมตาดูโลกมาได้ไม่กี่ปีกำลังทำให้ หัวใจของจงฮยอนเต้นรัวขึ้นมา

“หนูพูดว่ายังไงนะ ถ้าพี่ไม่ยิ้มน้ายงฮวาจะไม่รักพี่เหรอ?”

“ฮะ”

“ไปเอาคำพูดนี้มาจากไหน?”

“น้า ยงฮวาของยูกึนบอกแบบนี้” ยูกึนพยักหน้าหงึกๆถ้อยคำของเด็กน้อยไม่ได้ผ่านเข้าหูเพียงอย่างเดียวแต่มัน โถมเข้าที่กลางหัวใจ จงฮยอนใช้หลังมือป้ายน้ำตาออกจากใบหน้าให้หมดก่อนจะคว้าตัวของยูกึนเข้ามา

“ไหนบอกพี่สิว่าน้ายงฮวาพูดถึงพี่ว่ายังไงบ้าง?”

“พี่ นางฟ้า ยูกึนเจ็บ” เด็กน้อยโอดครวญเมื่อฝ่ามือของพี่ชายตัวบางกดหมับเข้าที่ไหล่เล็กๆนั้นอย่าง หลงลืมการทนุถนอม… จงฮยอนผ่อนน้ำหนักที่ฝ่ามือตัวเองทันทีพลางลูบแก้มเด็กน้อยตาแป๋วปลอบ ประโลม… เวลานี้ยูกึนราวกับเทวดาตัวน้อยๆที่มาทำให้ร่างกายและหัวใจที่กำลังจะดับ สลายเต็มที่ของจงฮยอนให้ฟื้นคืนและเรียกคืนลมหายใจไร้ค่าให้กลับมาอีกครั้ง

“พี่ขอโทษ ว่าแต่ทำไมถึงเรียกพี่ว่าพี่นางฟ้าละครับ?”

“ก็พี่นางฟ้ายิ้มสวย ทำให้น้ายงฮวาของยูกึนยิ้มตามด้วย”

“ยิ้มตาม?”

“พี่ นางฟ้าอย่าร้องไห้นะฮะ ถ้าน้ายงฮวาเห็นจะโดนตีนะ” ร่างบางอดอมยิ้มไม่ได้กับคำเจื้อยแจ้วจำนรรจาของยูกึน ถามอย่างก็ตอบอย่างไม่ค่อยได้ความตามที่อยากรู้เท่าไรนักแต่อย่างน้อย… คำพูดที่เหมือนจะรู้ความเหล่านี้ของยูกึนก็ทำให้จงฮยอนรู้ว่า…. จองยงฮวาไม่ได้ลืมอีจงฮยอนหมดหัวใจ

“หนูรู้จักพี่ได้ยังไง ครับ?” หนึ่งคำถามที่คาใจจงฮยอนที่สุด ตั้งแต่เมื่อวานที่บังเอิญเจอหน้ากับยูกึนแล้วเด็กน้อยชี้มาอย่างตื่นตระหนก และไหนจะการที่พี่ยงฮวาฉวยอุ้มยูกึนขึ้นราวกับปกปิดบางสิ่งบางอย่างไว้อีก

“น้ายงฮวารักพี่นางฟ้า น้ายงฮวาร้องไห้เพราะคิดถึงพี่นางฟ้าด้วยฮะ”

“ทำไมหนูถึงพูดว่าน้ายงฮวารักพี่ล่ะครับ ก็ในเมื่อน้ายงฮวาของหนูมี…”

“ยู กึน! ขึ้นมาบนนี้นี่เอง ให้พี่ตามหาซะเหนื่อยเลย เจ้าแสบเอ้ย!” คำถามที่จงฮยอนปรารถนาจะฟังคำตอบมากที่สุดถูกขัดขึ้นกลางป้อง น้องชายคนเล็กของเรือนใหญ่ของไร่ที่จงฮยอนใช้เป็นโลเกชั่นถ่ายทำก้าวขึ้นมา สีหน้าของผู้มาใหม่ดูประหลาดใจไม่น้อยที่แขกแปลกหน้าอย่างเขากำลังคุยอยู่ กับหลานชายของว่าที่พี่เขยตัวเอง จองชินคว้าตัวหลานตัวน้อยขึ้นอุ้มไปต่อหน้าต่อตา

“คุณจะคั้นอะไรจากเด็ก?”

“ผมไม่ได้คั้น ผมแค่คุยกับหลานคุณเฉยๆ”

“อย่าง นั้นเหรอ?” จองชินทำเสียงขึ้นจมูก เลิกคิ้วใส่คนที่ตนคิดว่าเอ่ยคำแก้ตัวอย่างไม่คิดรักษาน้ำใจ ขายาวๆหมุนกลับจะก้าวลงบันไดลงไปชั้นล่างแต่ทว่าจู่ๆก็หมุนตัวกลับมา… มองคนที่นั่งจุมปุ๊กอยู่หน้าห้องพี่สาวตัวเอง สายตาคมมองใบหน้าที่ยังมีคราบน้ำตาติดที่ข้างแก้มสลับกับบานประตูคุ้นตาที่ ตั้งเด่นตระหง่านอยู่ด้านหลังของจงฮยอน… ก่อนเข้าเรือนมาสวนกับพี่จองโมและได้รับฟังถึงอาการเจ็บป่วยของพี่สาวที่ จู่ๆก็กำเริบกะทันหันแต่ไม่มีอะไรน่าห่วงเพราะพี่ยงฮวาขึ้นมาดูแลแล้ว

พี่ยงฮวากับพี่ซอฮยอนคงอยู่หลังบานประตูนั้น

“ลง ไปข้างล่างได้แล้ว” จงฮยอนที่ยังจับต้นชนปลายอะไรไม่ถูกที่อยู่ดีๆจองชินก็หมุนตัวกลับมาแต่กลับ งุนงงหนักเข้าไปใหญ่เมื่อคนตัวสูงฉวยมาดึงให้ลุกขึ้นและลากให้ลงไปชั้นล่าง ด้วยกัน หนูน้อยยูกึนส่งสายตาให้คนที่ถูกพี่ชายตัวสูงลากให้ลงไปตามขั้นบันไดพร้อม รอยยิ้ม… จงฮยอนไม่อาจรู้ได้และไม่อาจจับอารมณ์ของทั้งจองชินและยูกึนได้จริงๆว่าเป็น เช่นไร รู้แค่ว่า… เวลานี้ในหัวของตัวเองทั้งสับสนและมีร้อยแปดความคิดวุ่นวายและมันกำลังตีกัน จนยุ่งเหยิงไปหมด

จนกระทั่งมาถึงชั้นล่าง คนนำทางพาเลี้ยวไปทางห้องฝั่งขวาของเรือนใหญ่และพาไปหยุดอยู่ตรงหน้าตู้ยา สามัญประจำบ้าน จองชินไม่พูดอะไรสักคำได้แต่หันรีหันขวางมองไปรอบๆก่อนจะวางเด็กน้อยยูกึนลง บนโซฟาตัวยาวข้างๆและตัวจงฮยอนเองก็ถูกดึงให้นั่งลงข้างๆกับยูกึน

ร่าง บางเห็นเจ้าของบ้านเปิดตู้ยาออกและหยิบขวดยาต่างๆขึ้นมาดู คิ้วของคนเจ้ากี้เจ้าการพาลงมาเริ่มขมวดกันเมื่อฉลากยาข้างขวดสร้างความ สับสนให้รอยหยักในสมองของเจ้าตัวไม่น้อย สุดท้ายจองชินก็หยิบสำลี ขวดยาเล็กๆหนึ่งขวดและผ้าก๊อซออกมา … ร่างสูงเก้ๆกังๆอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะย่อตัวนั่งลงตรงหน้าจงฮยอน

“ผ้า ก๊อซหลุด เดี๋ยวติดให้ใหม่” คนพูดลิ่วตาไปยังเหนือคิ้วของจงฮยอน มือบางยกขึ้นแตะๆดูจึงพบว่าผ้าก๊อซที่แม่ของพี่ยงฮวาทำแผลให้เมื่อวานหลุด ออกมาจริงๆคงเป็นตอนที่ซุกหน้ากับเข่าแล้วร้องไห้เมื่อกี้

“……….”

“ทำ ไม่เป็นหรอก อย่าคาดหวังอะไรมากล่ะ” คนที่ถือขวดยาในมือออกตัวทันที เพราะตากลมๆที่ยังฉายรอยแดงจากการร้องไห้กรอกไปมาด้วยความไม่มั่นใจในฝีมือ การปฐมพยาบาลเบื้องต้นของเขา จงฮยอนถึงกับถลึงตาโต แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่กล้าลุกหนีไปไหน สายตาเรียบเฉยของจองชินราวกับตะปูตัวโตๆที่ตรึงขาและแขนไว้ให้ไม่ให้สามารถ ก้าวหรือกระดิกตัวไปไหนได้เลย…

จงฮยอนกรอกตาไปมองยูกึนที่ เอียงคอมองวิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นของพี่ชายตัวสูงอย่างใคร่สนใจ ตาแป๋วๆสองข้างกรอกตามองศาของมือที่เก้ๆกังๆของคุณหมอจำเป็น… แทนที่จงฮยอนจะรู้สึกอึดอัดแต่เหตุใดกันที่ความรู้สึกเหล่านั้นกลับไม่มี ปรากฏสู่ตัวจงฮยอนสักนิด

การทำแผลเสร็จสิ้นลงท่ามกลางความ เงียบของผู้ใหญ่สองคนและเด็กน้อยตาดำๆที่จงฮยอนยกให้เป็นเทวดาน้อยคู่ใจไป ไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ จนจองชินเก็บหยูกยาและอุปกรณ์ต่างๆไว้ในตู้ยาเรียบร้อยจึงอุ้มยูกึนและตั้ง ท่าจะเดินออกไป ทว่าบุคคลที่จงฮยอนยังไม่เคยเจอเพียงคนเดียวในเรือนใหญ่แห่งนี้ก็ค่อยๆก้าว เข้ามา ผู้ชายวัยสามสิบต้นๆแต่ใบหน้าและบุคลิกยังดูหนุ่มแน่นไม่ต่างจากวัยรุ่นตอน ปลายๆทั่วไป ผู้มาใหม่มองจงฮยอนอย่างจับสังเกตุก่อนจะกล่าวออกมาด้วยสุ่มเสียงเป็นกันเอง

“คุณจงฮยอนหรือเปล่าครับ?”

“ครับ คุณคือ…”

“ผมจองโม เป็นเจ้าของไร่นี้และเป็นพี่ชายของซอฮยอนและจองชิน”

“สวัสดี ครับ ผมจงฮยอน ยินดีที่ได้พบและขอบคุณมากครับสำหรับโลเกชั่นสวยๆให้ทางเราถ่ายโฆษณา” จงฮยอนลุกขึ้นยืนพร้อมค่อมศีรษะแสดงการให้เกรียติ์ฝ่ายตรงข้าม ร่างบางคิดในใจว่าบุคคลที่ตนเพิ่งทำความรู้จักอาจเป็นคนเพียงคนเดียวในที่ นี่ที่จะให้การต้อนรับขับสู่ตัวเองเป็นอย่างดีแต่นั้นก็เป็นเพียงสิ่งที่คิด ในใจเท่านั้นกระทั่งประโยคสนทนาระหว่างพี่น้องของจองโมและจองชินกังวานขึ้น ภายในห้องนั้นๆ

“ซอฮยอนคงอาการดีขึ้นแล้ว คงไม่ต้องพาไปหาหมอ”

“งั้นก็ดีแล้วครับ ผมจะพายูกึนไปส่งที่ไร่โน้นนะครับ”

“แล้วยงฮวาล่ะ ยังไม่ลงมาอีกเหรอ?”

“……….” คำถามของจองโมไม่เพียงแต่จองชินที่หาคำตอบไม่ได้ แม้แต่จงฮยอนเองก็ถึงกับสะอึกจนหน้าชาวาบไปหมด ไม่รู้ว่าจองโมจงใจถามเพื่อจี้ใจดำเขาหรือถามเพราะไม่รู้จริงๆ จองชินอึกอักอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบปัดๆไปพลางอุ้มยูกึนและลากตัวจงฮยอนไป ด้วย

“คงคุยกันข้างบนแหละครับ”

คนติดสอยห้อยตามอย่างไม่ รู้อิโหน่อิเหน่อะไรอย่างจงฮยอนได้แต่ก้มหน้า หลุบตามองเท้าตัวเองที่ย่ำเดินตามอย่างไม่รู้จุดหมาย ฝ่ามือตัวเองบีบฝ่ามือคนนำทางข้างหน้าอย่างไม่ตั้งใจ… หัวใจกำลังถูกบีบรัดให้แน่นไปหมด

“จะพาคุณจงฮยอนไป ไหน?” เสียงหนึ่งดังขึ้นอยู่เบื้องหน้า ดวงตาที่แดงก่ำจนช้ำช้อนขึ้นมอง อีกทั้งยังตกใจกับคำพูดที่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวโกรธนั้นไม่น้อยนัก… มินฮยอกจดจ้องคนที่จับจูงจงฮยอน นัยน์ตาคู่นั้นแสดงความไม่พอใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด

“ถามกันเอง แล้ว” บรรยากาศตึงเครียดเข้าครอบงำทันทีที่จองชินปล่อยมือคนตัวบางออกและอุ้มเด็ก น้อยยูกึนผ่านหน้ามินฮยอกไป แผ่นหลังกว้างที่เป็นดังเกาะกำบัง พรางตัวให้จงฮยอนไม่ปล่อยความอ่อนแอออกมาต่อหน้าจองโมเดินห่างออกไปจนพ้น ประตูเรือนใหญ่ในที่สุด

“เขามายุ่งอะไรกับจงฮยอน?”

“ไม่มีอะไรหรอกมินฮยอก ว่าแต่งานไปถึงไหนแล้ว?”

“จงฮยอนร้องไห้อีกแล้ว เขาทำให้จงฮยอนร้องไห้หรือครับ?”

“ปล่าว ไม่มีอะไรจริงๆ เราออกไปข้างนอกกันเถอะ”

“ผมจะพาคุณกลับโซล!”

“ฉันไม่กลับ! ปล่อย!!” จงฮยอนดึงแขนตัวเองกลับสุดแรงเมื่อจู่ๆ มินฮยอกก็มากระชากแขนเขาไปจะพาออกไปจากเรือนใหญ่

“รักตัวเองหน่อยได้ไหม? คุณทำแบบนี้ต่อไปมันก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมาหรอก”

“ก็เพราะฉันรักตัวเองยังไงล่ะ ฉันถึงต้องอยู่ต่อ”

“จง ฮยอน” ร่างของจงฮยอนถูกรั้งเข้าไปกอด เจตจำนงของร่างบางที่กล่าวออกมาช่างกรีดหัวใจของมินฮยอกเข้าอย่างจัง เขาดื้อจงฮยอนก็ดื้อ เขารั้นจงฮยอนก็รั้น… ความรักที่ตกมาอยู่ในมือของคนดื้อและคนรั้นอย่างเขาสองคนมันช่างน่ากลัวเสีย จริง

เข้าใจแล้ว เข้าใจทุกอย่าง
ในเมื่อเขาเองยังบังคับให้เลิกรักจงฮยอนไม่ได้ แล้วนับประสาอะไร
ที่จะให้จงฮยอนเลิกรักใครบางคน… ใครบางคน คนนั้น

“ถ้า ลืมนึกไปว่าที่นี่ไม่ใช่บ้านตัวเองผมก็จะช่วยเตือนให้ ทำอะไรกันคิดถึงเจ้าของบ้านเขาบ้าง” จงฮยอนสะอึกจนหน้าชาวาบอีกครั้ง เมื่อเสียงคุ้นหูของคนที่เพิ่งก้าวลงมาจากชั้นบน พูดออกมาอย่างไม่รักษาน้ำใจร่างบางผละตัวออกจากมินฮยอก หันมาจ้องหน้าของยงฮวาที่ยืนอยู่ตรงเชิงบันไดกับซอฮยอน

เพียงแค่นึกถึงภาพที่ยงฮวาผลุนผลันหายไปเข้าในห้องหญิงสาวทันทีที่รู้ว่าอีกคนป่วย…
หัวใจก็เจ็บปวดขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าภายในห้องนั้น พี่ยงฮวากับซอฮยอน
แสดงความรักให้กันมากมายแค่ไหนแต่จงฮยอนรู้ดี… ว่าคงมากกว่าที่จงฮยอนได้รับ

เพราะ คนที่พี่ทำเรื่องพวกนั้นเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ใช่ไหม? พี่ถึงไม่ต้องนึกถึงหน้าใครแต่ถ้ามันไม่มากจนเกินไปหรือไม่เหลือบ่ากว่าแรง พี่มากจนเกินไปนักล่ะก็ ช่วยนึกถึงหัวใจผมบ้างได้ไหม? หัวใจของคนที่พี่ทำร้ายมันแล้วทำร้ายอีกไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งดวงนี้ ว่ามันใกล้จะไม่เหลือชิ้นดีเข้าไปทุกทีแล้ว ที่ผมกอดกับมินฮยอกยังไม่ได้เสี้ยวหนึ่งที่พี่กับผู้หญิงที่ยืนข้างๆพี่ทำ ให้ผมเสียใจเลยด้วยซ้ำ

“ขอโทษที พอดีมันเคยชินนะครับ” จงฮยอนตวัดหน้าควับไปตามเสียงๆ นั้น เป็นมินฮยอกที่กล่าวมันออกมา ไม่อยากจะเชื่อหูกับคำพูดแบบนั้น ชายหนุ่มผู้สุภาพและแสนอ่อนโยนในความคิดของจงฮยอน เสมอมาไม่คาดคิดจริงๆ ว่าจะพูดจาด้วยน้ำคำแบบนี้ได้…

“ถ้าเคยชินซะขนาดนั้นคงจะไม่ใช่แค่ที่ทำให้เห็นหรอกสินะ”

“พูด อย่างนั้น จงฮยอนก็เขินแย่สิครับ ไม่เอาแล้วดีกว่าผมขอพาจงฮยอนออกไปเดินเล่นข้างนอกก่อนละกัน ขอโทษนะครับที่ทำเรื่องไม่ค่อยดีให้พวกคุณเห็น ไปกันเถอะจงฮยอน” คำพูดที่ให้เกียรติเจ้าของบ้านอย่างที่คนฟังแทรกขัดไม่ได้ไม่เพียงแต่ยงฮวา ที่อึ้งไป ทั้งซอฮยอนและจงฮยอนเองก็อึ้งจนคิดหาคำพูดใดใดออกมาไม่ได้เลย

มิ นฮยอกทิ้งถ้อยคำที่จุดอารมณ์ของยงฮวาไว้ก่อนจะคว้ามือจงฮยอนก้าวออกจากเรือน ใหญ่ไป ไปท่ามกลางความเงียบงันนั้นๆ มันไม่ใช่ความสะใจ ไม่ใช่การเย้ยเยาะ ที่มินฮยอกทำแบบนั้นเพียงต้องการช่วยคนที่ตนรัก ความอ่อนแอของจงฮยอนผมจะเป็นเกราะกำบังให้มันเอง ผมให้เวลาคุณอ่อนแอได้แต่อย่าให้นานเกินไปแล้วกันนะครับ

แล้วเมื่อถึงวันนั้นผมจะปล่อยมือจากคุณ…

==#==#==# ECLIPSE#==#==#==

“พี่กลับก่อนนะ ไว้พรุ่งนี้พี่จะมารับไปรับชุดแต่งงาน” ยงฮวาหันไปบอกว่าที่เจ้าสาวที่ยืนนิ่งอยู่ข้างๆ เป็นครั้งแรกที่ยงฮวาไม่กล้าสบตากับซอฮยอนได้ แล้วชายหนุ่มก็ก้าวได้เพียงสามก้าวเท่านั้น คนที่ตนทิ้งไว้เบื้องหลังก็เอ่ยบางคำออกมา…

“ฉันอิจฉาสายตา แบบนั้นของพี่จังค่ะ” สายตาที่ดุดันแต่แฝงด้วยความเจ็บปวด… สายตาที่เกรี้ยวโกรธแต่แฝงด้วยความสับสน… สายตาที่มันแสดงออกมาจนปิดไม่มิดว่า …หวงแหนแบบนั้นฉันอิจฉามันที่สุด

“พี่ไม่ได้คิดอะไรกับเขาแล้ว ฟังกันบ้างสิ ซอฮยอน”

“ฉัน ฟังและพยายามเชื่อค่ะแต่คนที่บอกให้ฉันฟังไม่เห็นทำให้ฉันเชื่อแบบนั้นเลย นี่ค่ะ ที่พี่แสดงความรักกับฉันบนห้องนั้น พี่ฝืนทำมันหรือเปล่า?”

“จะ บ้าไปใหญ่แล้วซอฮยอน เรื่องพวกนั้นมันฝืนกันได้ที่ไหนเล่า?!” น้ำเสียงนั้นตวาดออกมาจนซอฮยอนเองตกใจ พี่ยงฮวาตวาดฉันเพราะคุณจงฮยอน แลกกับการถูกตบแรงๆ ที่หน้าสักร้อยครั้ง จะเจ็บน้อยกว่าน้ำคำและการกระทำของพี่ยงฮวาตอนนี้ได้ไหมนะ?

“ฉัน ไม่รู้ว่าฉันเป็นคนรักที่ดีพอของพี่หรือเปล่าที่ผ่านมาแต่ฉันกล้าพูดได้เต็ม ปากว่าฉันรักพี่คนเดียว คำรับปากส่งๆ ของพี่ที่พูดกับพี่จองโมฉันก็ดีใจนะค่ะ ดีใจทั้งๆ ที่ฉันรู้ว่า อาจจะกำลังถูกหลอกอยู่ก็ได้” นัยน์ตาของยงฮวาอ่อนแสงลง… น้ำใสๆที่คลออยู่ในดวงตาวาวของคนรักมันฉุดสติเขาให้คืนมาเป็นตัวของตัวเอง อีกครั้งแต่มันก็ไม่ทัน…

“ซอฮยอน!” มือที่ยื่นไปหมายจะคว้าคนที่สะบัดหน้าหนีแต่สุดท้ายกลับคว้าได้เพียงแค่ อากาศที่ว่างเปล่า ซอฮยอนวิ่งขึ้นชั้นบนไปไม่ฟังคำทัดทานใดใดของคนรักอีก… ต่อให้เรียบร้อยจนเหมือนคนหัวอ่อนไม่ค่อยรู้เท่าทันใครหรือเป็นคนที่ชอบจะ รับฟังมากต่อล้อต่อเถียงแต่ก็ไม่เคยแสดงอารมณ์ตัวเองออกมาตรงๆหรือร้องไห้ ออกไปให้เห็นแบบนี้เลยสักครั้งเพราะซอฮยอนค่อนข้างจะแคร์ความรู้สึกของคนรอบ ข้างโดยเฉพาะคนที่ตัวเองรักมากกว่าแคร์ตัวเองเสียด้วยซ้ำ

แต่ทว่าครั้งนี้… หญิงสาวสูญเสียความเป็นตัวเองเสียสิ้น

น้ำตา ไหลพรากลงมาตามสองแก้มเมื่อมาล้มตัวบนเตียงตัวเอง… ไออุ่นของคนรักยังกรุ่นกรายอยู่บนปลอกหมอน…. กลิ่นของคนรักยังซึมซับอยู่บนเนื้อผิวของผ้าห่มผืนสวย… ร่องรอยทุกร่องรอยของคนรักก็ยังตราตรึงอยู่บนผ้าคลุมเตียงผืนนี้…

ช่วง เวลาสั้นๆ เพียงนิดเดียวที่ให้ริมฝีปากร้อนผ่าวนั้นประทับลงบนทุกตารางนิ้วของร่างกาย วงแขนแข็งแรง แผ่นหลังชุ่มเหงื่อ การล่วงล้ำที่แสนหวานก่อนหน้านี้ไม่กี่ชั่วโมง ณ เวลาสั้นๆ ของความสุขนั้น บัดนี้กลับเจ็บแสนเจ็บ… เจ็บเสียจนแทบพรากลมหายใจไปเสียให้ได้ทีเดียว

ฉันเป็นของพี่ยงฮวา… หมดทั้งตัว… หมดทั้งหัวใจ
แต่พี่ยงฮวาละค่ะ… แค่ตัวเท่านั้นหรือเปล่าที่เป็นของฉัน

หรือว่า… มันไม่ใช่ของฉันเลยสักอย่างเดียว…
ไม่ว่าจะเป็นตัวหรือหัวใจของพี่ยงฮวา

==#==#==# ECLIPSE#==#==#==

ยง ฮวาเดินไปยังรถตัวเองที่จอดไว้หน้าเรือนใหญ่ เขาหันเข้าไปมองในตัวบ้านของคนรัก… คนรักเขากำลังร้องไห้ เสียงสะอื้นไห้ที่ลอดผ่านบานประตูกรีดเนื้อหัวใจเขาเป็นแผลยาวและลึกเหลือ เกินตอนนี้ ใช่ว่าเขาไม่เจ็บปวด ใช่ว่าเขาไม่ทุกข์ทรมาน… อยากผลักบานประตูนั้นเข้าไปคว้าร่างของคนรักที่กำลังอ่อนแอนั้นมาซุกไว้ในอก เขา อยากรองรับหยาดหยดน้ำตาที่กลั่นมาจากหัวใจที่รวดร้าวพวกนั้นเอาไว้แต่ก็จำ ต้องตัดใจเดินลงจากบันไดนั้นมา

“ฉันเข้าไปดูซอฮยอนเอง นายกลับไปก่อนเถอะยงฮวา ฉันขอร้อง” เขาปล่อยให้จองโมเป็นคนเข้าไปดูคนรักแทน นั้นไม่ใช่คำร้องขอจากเพื่อนต่อเพื่อนแต่มันคือคำร้องขอของพี่ชายคนหนึ่งที่ กำลังเจ็บปวดไปกับน้องตัวเอง… ฝ่ามือหนายกขึ้นกำสายสร้อยคอ ใบหน้าของคนที่ให้มาเมื่อหลายปีก่อนยังไม่เคยเลือนหาย… กับใบหน้าของคนรักที่แว่บหนึ่งมองสร้อยเส้นนี้แล้วหม่นเศร้าบนเตียงๆ นั้น…

ยงฮวารู้ว่าซอฮยอนพยายามไม่มองมันและพยายามเก็บซ่อนน้ำตาไว้ให้ลึกสุดหัวใจ
ทุกอย่างกำลังรอให้เขาปิดฉากมันอยู่…

==#==#==# ECLIPSE#==#==#==

บริเวณชานไม้ที่ยื่นต่อออกมาจากเรือนใหญ่แห่งไร่จองโมก็กำลังเผชิญกับความทุกข์ทรมานของคนสองคน

“ผม ขอโทษที่พูดแบบนั้นออกไป” สีหน้าของมินฮยอกสำนึกผิดขึ้นมาจากใจ จนจงฮยอนเองก็ยากจะต่อว่าต่อขาน ป่านนี้พี่ยงฮวาคงคิดไปแล้วว่าตนกับมินฮยอกมีอะไรกัน วินาทีแรกอยากรีบแก้ต่างออกไปแต่สุดท้ายก็เลือกที่จะเงียบปากไว้เพราะสายตา ของพี่ยงฮวาแบบนั้น

ถูกทำร้ายมาแสนสาหัสจนปางตาย
แต่กับแค่สายตาของความไม่พอใจที่แสดงออกมาว่าหวงแหนนั้น
อีจงฮยอนคนนี้ก็ลืมมันไปได้หมดในชั่วพริบตา…

“ช่างมันเถอะ ฉันไม่ถือสาอะไรหรอก”

“ตกลงจงฮยอนจะกลับโซลไหม ผมจะไปส่งเอง”

“ยัง หรอกมินฮยอก ฉันยังกลับไม่ได้ ฉันรับปากคุณพ่อกับพี่ชายไว้แล้วว่าจะดูแลงานนี้เอง ฉันต้องทำให้เสร็จก่อน ฉันถึงค่อยกลับ” พูดความจริงไปทุกประการ ยังไงเสียหน้าที่ที่ได้คำฝากฝั่งจากพ่อกับพี่ชายก็ต้องทำให้สำเร็จแต่มันก็ ใช่ว่าจะเป็นเหตุผลนั้นเหตุผลเดียวเสียเมื่อไหร่…

หรือที่ยังไม่กลับ… เพราะจะทำบางสิ่งบางอย่างกันแน่ อีจงฮยอน?

“จงฮยอน ถึงคุณจะไม่ให้โอกาสผมแต่ห้ามความรู้สึกของผมไม่ได้หรอกนะ ผมสัญญาว่าจะไม่พูดอะไรแบบนั้นอีก ขอแค่อย่าเกลียดผมก็พอ”

“ฉัน ไม่เกลียดมินฮยอกหรอก ก็มินฮยอกเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉันนี่หน่า” ฉันให้มินฮยอกได้แค่นี้จริงๆ อย่าให้ฉันต้องลากมินฮยอกมาจมอยู่กับคนไม่รักดีอย่างฉันเลย คนไม่รักดีที่ถ้าไม่เห็นความตายมาเยือนอยู่ตรงหน้า… ก็ไม่มีวันหยุดหาเรื่องทำร้ายตัวเองให้เจ็บไม่หยุดหย่อนอยู่แบบนี้

ปล่อยคนไม่รักดีคนนี้ให้จากโลกนี้ไปโดยที่ไม่ให้มินฮยอกต้องเสียใจเถอะนะ

“มินฮยอก ถ้าฉันแค่จะเอาของของฉันคืน จะเป็นบาปมากไหมนะ?”

“จงฮยอน~~”

==#==#==# ECLIPSE#==#==#==

ยง ฮวากลับมาถึงบ้านก็พบผู้เป็นมารดาที่กำลังเดินสวนออกมาจากห้องครัวพอดี สัญชาตญาณของคนเป็นแม่มีหรือจะดูไม่ออกว่าลูกชายเพียงคนเดียวของตนกำลังแบก ความทุกข์ไว้…

“ทะเลาะกับน้องมาหรือเปล่า ยงฮวา?”

“เปล่าครับ ไม่ได้ทะเลาะ”

“มีอะไรหรือเปล่าลูก?”

“ผม ทำให้ซอฮยอนเสียใจ” คำตอบอย่างลูกผู้ชายไม่ได้ทำให้ผู้เป็นมารดาแปลกใจเลยสักนิด เร็วกว่าที่นางคิดไว้มากทีเดียว แว่บแรกที่นางเห็นเพื่อนลูกชายคนนั้น เจ้าของดวงตาสีดำแวววาวที่เจือไปด้วยความเศร้าหมอง… นางก็รู้ได้ทันทีว่าสิ่งที่ลูกชายเขาหลีกหนีมาตลอดมันสุดทางที่จะหนีอีกต่อ ไปแล้ว… ความรู้สึกของลูกชายตนที่พยายามถมไว้ในก้นบึ้งหัวใจกำลังจะถูกรื้อฟื้นขึ้น มาอีกครั้ง จากคนที่ลูกชายตนพยายามถมไว้ในหัวใจด้วยเช่นกัน…

“เค้าเป็นเจ้าของสายสร้อยที่ลูกใส่ติดตัวไว้ใช่ไหม ยงฮวา?”

“……….”

“รูปถ่ายของเค้าใช่ไหมที่ลูกเก็บไว้ในลิ้นชัก ไม่ยอมให้ใครยุ่ง แม้แต่ซอฮยอนเอง”

“……….”

“แล้ว คนที่ลูกไปส่งเค้าที่สนามบินหลังจากงานศพพ่อก็ใช่จงฮยอนคนนี้ใช่ไหม?” ฝ่ามือของบุพการีลูบเบาๆ ที่แก้มลูกชายสุดรัก พอได้แล้วยงฮวา… ลูกไม่ต้องทำเป็นเข้มแข็งต่อไปอีกแล้ว …ถ้าลูกไม่กล้าที่จะอ่อนแอต่อหน้าใคร …ก็ขอให้อ่อนแอต่อหน้าแม่คนนี้เถอะ แล้วน้ำตาก็ค่อยๆ ไหลออกมาจากดวงตาของลูกชายเมื่อนางประคองหน้าให้เงยขึ้น…

“แม่ ครับ ผมจากเค้ามาเพราะเหตุผลที่จะไม่เป็นการทำร้ายตัวเค้า เพื่ออนาคตของเค้า” ยงฮวาสบตาผู้เป็นแม่ที่เงียบมาตลอดเพราะมันถูกทั้งหมดที่แม่เขาถาม ห้าปีก่อนกับการที่ลูกชายเพียงคนเดียวหอบหิ้วร่างกายที่ราวกับไร้วิญญาณกลับ มา ทำไมกันคนที่เลี้ยงมากับมือจะไม่รู้ว่า เบื้องหลังที่ลูกชายทิ้งไว้ที่โซลนั้น ไม่ได้คืนหัวใจของลูกชายนางกลับมาด้วย…

ยงฮวายังพูดไม่หมด… ที่เขาจากจงฮยอนมา
ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก็คือ การที่จากมาเพราะความรัก

รักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ผู้ชายคนหนึ่งจะมีให้กับคนที่รักได้
แต่รักที่ยิ่งใหญ่ของเขากลับถูกประเมินค่าต่ำเทียมผุยผงของเศษดินเท่านั้น
ในสายตาของพี่ชายคนรัก

“ผม เป็นพี่ชายของจงฮยอน ขอคุยธุระกับนายหน่อยได้ไหม?” คืนนั้นเมื่อห้าปีก่อนหลังจากจงฮยอนกลับไปแล้ว ขณะที่ยงฮวากำลังเดินจะขึ้นบันไดอพาร์ทเมนต์ตามปกติ ผู้ชายภูมิฐานคนหนึ่งอยู่ๆ ก็เดินเข้ามาตัดหน้าเขาไว้

“ผมชื่อยุนโฮ”

โปรดติดตามตอนต่อไป ตอนเจ็ด… ผู้กำหนด

ตัวอย่างตอนต่อไป

“ให้ พี่ดู…” ยงฮวาพูดเบาๆ แต่ย้ำหนักแน่น จนจงฮยอนยอมแพ้ยอมให้ดู มือขาวค่อยๆ เลิกสาบเสื้อคลุมด้านขวาออก… จนร่นมาตกอยู่ที่ข้อศอก หันหลังให้ช้าๆ

“จง ฮยอน~~ ทำแบบนี้ทำไม?” คนฮึดฮัดขอดูถึงกับใจอ่อนยวบมันเจ็บร้าวไปหมดทันทีที่เห็นชัดสองตากับตัว อักษรสีเข้มที่เป็นชื่อของตัวเองบนแผ่นหลังของคนที่ตนทิ้งมาเมื่อห้าปี ก่อน… แผ่นหลังขาวเนียนนั้นสะเทือนน้อยๆ ด้วยแรงสะอื้น ยิ่งความร้อนจากปลายนิ้วแกร่งแตะต้องมัน เห็นมันแล้วสินะ… เห็นความซื่อสัตย์ที่แสนงี่เง่า… เห็นความภักดีที่แสนงมงายของผมเข้าจนได้ ผมก็ไม่ต่างอะไรกับสุนัขที่โง่เง่าตัวหนึ่งหรอกที่คอยแต่จะกระดิกหางตามหา เจ้าของของมันอยู่ตลอดเวลา…

“พี่ยงฮวา?” เจ้าของแผ่นหลังที่สลักตราบาปเป็นชื่อผู้ชายของคนอื่นสะดุ้งโหยงเมื่อริมฝีปากร้อนๆ ของอีกคนประทับลงบนรอยสักนั้น

“ผม ดูโง่มากใช่มั้ยที่ทำแบบนี้ ?” ชุดคลุมหลุดลงไปกองที่พื้นด้วยการปลดของเจ้าตัวเอง ดวงตาแดงวาวจดจ้องคนที่ยืนนิ่ง… ผิวขาวเนียนเด่นกระจ่างอยู่กลางห้อง ยงฮวาบังคับให้ถอนสายตาหนีไปอีกทางไม่ได้ตามที่หัวใจสั่งการ

ไม่ได้แตะต้องร่างกายสวยงามนี้มานานแสนนานนัก…
หลอกตัวเองไม่ได้ว่าไม่อยากแตะต้องมันอีก แต่ถ้าวันนี้เขาแตะต้อง…
น้ำตาของใครอีกคนจะต้องหลั่งรินออกมา…

น้ำตาของเจ้าของกล่องเพลงที่ไร้เสียงกล่องนั้น…

==#==#==# ECLIPSE#==#==#==

AuThor Talk : ต่อเร็วไปสินะ หึหึ หากขัดใจใครที่ต่อเร็วก็กราบขอโทษงามๆจ๊ะ แต่ที่รีบอัพตอนนี้และจะอัพอีกตอนในเร็ววันนี้เพราะน้องสาวคนหนึ่งในบอร์ดจะ เล่นคอมไม่ได้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า พี่จัดให้ถึงขนาดนี้แล้วช่วยจัดฟิคแบบถึงเนื้อถึงตัวและเข้าพระเข้านางมา เป็นรางวัลพี่ด้วยล่ะ จ๊วฟฟฟฟ

สำหรับใครที่งงว่าทำไมจู่ๆจองชินถึงกลายมาเป็นโหมดนี้ได้ติดตามต่อไปแล้วกันเด้อออ

ปล.มีการเปลีี่ยนแปลงชื่อตอนนะค่ะอาจเก้าตอนจบแล้วล่ะ แต่ก็ไม่แน่ หึหึ

อ่านจบกรุณาอีดิทคอมเม้นท์ด้วยค่ะ!
*อย่าเม้นท์แค่ว่าสนุก รอตอนต่อไปหรือขอบคุณๆๆแค่นี้นะค่ะ ไม่ปลื้มค่ะ!!
และหากรู้ว่าไม่มีเวลาอ่านรบกวนอย่าแปะทิ้งไว้จะดีกว่าเนอะ^^

และเม้นท์แค่บรรทัดสองบรรทัดมันบั่นทอนกำลังใจคนแต่ง รู้มั้ยค่ะ????

Comments
  1. […] ‘เจ้าของ’ #= Click [Fic] =# ECLIPSE l6l ‘น้ำตา’ #= Click [Fic] =# ECLIPSE l7l ‘ลาจาก’ #= Click [Fic] =# ECLIPSE l8l […]

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s