[Fic] =# ECLIPSE l7l ‘ลาจาก’ #=

Posted: June 13, 2011 in ~* YongHyunSeo *~

Title: ~ECLIPSE~
Paring: YH x JH x SH Ft.MH,JS
AuThor: HaneiBee

Note:มันคือฟิคชั่นนะค่ะ คาแรคเตอร์ของตัวละครจึงถูกเติมแต่งไปตามเนื้อเรื่อง
ไม่ได้ยึดคาแรคเตอร์จริงๆของบุคคลที่ไรท์เตอร์อ้างอิงถึง กรุณาทำความเข้าใจด้วยค่ะ

*ตอนนี้เป็นของจองยงฮวาค่ะ

[Fic] =# ECLIPSE l1l ‘ฝังใจ’ #=
[Fic] =# ECLIPSE l2l ‘ความหลัง’ #=
[Fic] =# ECLIPSE l3l ‘ปาฏิหาริย์’ #=
[Fic] =# ECLIPSE l4l ‘อ้อมกอด’ #=
[Fic] =# ECLIPSE l5l ‘เจ้าของ’ #=
[Fic] =# ECLIPSE l6l ‘น้ำตา’ #=
[Fic] =# ECLIPSE l7l ‘ลาจาก’ #=
[Fic] =# ECLIPSE l8l ‘ผู้กำหนด’ #=
[Fic] =# ECLIPSE l9l ‘ผู้กำหนดชีวิต’ #=
[Fic] =# ECLIPSE l10l ‘สุดท้าย’ #=

[7] ….”ลาจาก” ….

“ผมชื่อยุนโฮ…”

“คุณ มีธุระอะไรกับผม?” ไม่ทันตั้งตัวมาก่อนว่าจะได้พบพี่ชายของจงฮยอนในวันนั้น…ความตกใจไม่อาจ เล่นงานเขาได้มันมีแต่ความแปลกใจมากกว่า ภายใต้ใบหน้านิ่งเฉยราวกับรูปปั้นของพี่ชายคนรักตอนนั้นคล้ายเป็นลางสังหรณ์ ให้กับยงฮวา

“ผมพอจะรู้ว่าคุณกับจงฮยอนคบหากันมันไม่ใช่ เรื่องเสียหายอะไร ผมอยากขอบคุณคุณด้วยซ้ำที่ช่วยเหลือน้องชายผมในหลายๆเรื่อง” หลายเรื่องที่ทุกคนต่างรู้กันดี จงฮยอนใช้ชีวิตสนุกไปวันๆ เที่ยวเล่นไปวันๆ ก่อนหน้าที่จะมาเจอเขา เรียนก็ปล่อยทิ้งไว้ไม่ได้สนใจเท่าไหร่ เขาเข้ามาดึงชีวิตของอีจงฮยอนให้เป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น ทั้งเรื่องการใช้ชีวิต การเรียนและนิสัยใจคอแต่ยงฮวาคาดเดาไม่ได้จริงๆว่าพี่ชายของคนรักต้องการพูด เรื่องอะไร

“ทางเราต้องการให้จงฮยอนไปเรียนต่อที่อเมริกาแต่เขาไม่ยอมไป สาเหตุหนึ่งก็เพราะคุณ”

“ผม?” เส้นคิ้วคู่หนาของยงฮวาขมวดขึ้น รู้สึกต่อต้านผู้ชายตรงหน้าขึ้นมาอย่างยากจะห้ามความคิด

“เขาอยากอยู่กับคุณ…”

“ไร้ สาระ!” ยงฮวาสะกดอารมณ์ไว้ไม่อยู่อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเพราะเหตุผลที่อีกคน กล่าวออกมา เป็นเพราะโกรธคำพูดแบบนั้นหรือเพราะรู้สึกเหมือนว่ากำลังจะโดนพรากสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตไปกันแน่… ไม่อาจแน่ใจ

“เขา ไม่ได้บอกด้วยคุณสินะว่าเขาเพิ่งตรวจพบว่าตัวเขาเองกำลังป่วย” การเอาน้ำเย็นเข้าลูบของยุนโฮดึงเอาความเกรี้ยวโกรธของยงฮวาลงมาได้มากที เดียว ใบหน้าของชายหนุ่มถอดสีลงกระทันหัน

“เขาป่วยเป็นอะไร?”

“เดือน ก่อนอยู่ดีๆเขาก็หมดสติที่บ้าน ทางเราพาส่งโรงพยาบาลแล้วหมอก็บอกข่าวร้ายกับเรา” รอบข้างราวกับไร้สิ่งมีชีวิตใดๆ หรือเพราะเป็นใจเพื่อให้ยงฮวารับฟังเรื่องของคนรักได้ชัดเจนหรือเปล่านะ

“หมอ ตรวจพบก้อนเนื้อร้ายที่สมองของจงฮยอน มะเร็งสมองระยะเริ่มแรกทางเราอยากให้เขาไปรับการรักษาให้เร็วที่สุด เขาต้องได้รับการผ่าตัดทางเราติดต่อโรงพยาบาลที่โน่นไว้เรียบร้อยแล้ว รอให้เขาสอบเทอมสุดท้ายนี้เสร็จแล้วจะให้เขาเดินทางทันที”

“เขา ไม่เคยบอกผมเรื่องนั้น” คำว่าแทบล้มทั้งยืน ยงฮวาเพิ่งจะรับรู้ถึงรสชาติของมันก็ในวันนี้ นี่มันอะไรกันสิ่งที่ผู้ชายที่อ้างว่าเป็นพี่ชายของคนรักตรงหน้าเอ่ยอ้างออก มา หลอกกันเล่นใช่ไหม… ใครก็ได้ช่วยบอกเขาทีว่ามันก็แค่เรื่องหลอกกันเล่น

“เขา คิดว่ามันยังไม่ร้ายแรง จงฮยอนทั้งดื้อแล้วก็หัวรั้นคุณเองก็น่าจะรู้จักนิสัยของเขาดี กรุณาอย่าบอกเขาเรื่องที่ผมมาพบคุณในวันนี้ ผมรู้ว่าคุณรู้ว่าควรจะทำอย่างไรเพื่อตัวจงฮยอน เพื่อตัวคุณรวมถึงครอบครัวของคุณด้วย” ถ้อยคำสุภาพในคราบของนักธุรกิจและคำทิ้งท้ายที่มีครอบครัวของเขาไปเป็น เดิมพัน ยงฮวาไม่คาดคิดจริงๆว่า ผลของมันจะเลวร้ายได้แค่ไหน…

โทรศัพท์ ทางไกลจากบ้านที่ปูซานมีถึงตัวเขาหลังจากนั้นไม่กี่วันพร้อมกับข่าวร้ายที่ น่าอัปยสที่สุด แม่ของเขาบอกผ่านโทรศัพท์มาว่าไร่ของครอบครัวเขาถูกฟ้องเรื่องโฉนดที่ดินว่า เป็นเอกสารปลอมแปลงซึ่งมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว พื้นแผ่นดินที่ทำกินกันมาหลายนับชั่วอายุคนจู่ๆจะมาถูกกล่าวหาว่าฉ้อโกงมา เห็นจะเป็นเรื่องตลกสิ้นดี

ยงฮวาฉุกคิดไปถึงคำพูดของยุ นโฮในคืนนั้น ชายหนุ่มกำหมัดแน่นด้วยความเกรี้ยวโกรธ เล่นไม่ซื่อกันเห็นๆ แล้วน้ำตาลูกผู้ชายก็ปรากฏให้เห็นเพียงหนึ่งวันก่อนการสอบวันสุดท้ายของ ชีวิตนักศึกษา บิดาเขาเสียชีวิตลงเนื่องจากเส้นโลหิตในสมองแตก ปัญหารุมเร้ามากมายจนเกินหาทางออกที่เพียงแค่สองมือของชาวไร่ธรรมดาๆจะรับ มือไหว ตอนนั้นเขาตื่อไปหมดแทบจะลากสังขารไปสอบวันสุดท้ายไม่ไหวและทันทีที่เขาก้าว เดินออกจากห้องสอบก็ตั้งใจจะกลับบ้าน

“พี่จะรีบกลับไปไหน สอบเสร็จแล้วอยู่เที่ยวด้วยกันก่อนสิฮะ” เสียงของคนรักที่วิ่งตามหลังมาติดๆราวกับคีมเหล็กขนาดใหญ่ที่บีบแกนสมองของ เขาให้แทบแหลกเป็นจุล ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือของยุนโฮแต่มันไม่ใช่ความผิดของจงฮยอนสักนิด เขาเฝ้าท่องอยู่ในหัวอยู่แบบนั้น ยงฮวาหันไปมองหน้าคนรัก…มองนิ่งๆ เพื่อจะจดจำใบหน้าของอีกคนเอาไว้ ปัญหาทางบ้านรอให้เขาสะสาง แค่นี้เขาก็เป็นลูกเนรคุณพอแล้ว อีกอย่างถ้าไม่อยู่ที่โซลเสียแล้ว จงฮยอนจะได้เดินทางไปรักษาตัวตามที่ควรจะเป็นด้วย ใช่แล้ว ทุกอย่างควรจะเป็นแบบนี้

“พ่อของพี่เสียเมื่อคืนต้องกลับบ้านวันนี้”

“แล้วพี่จะกลับมาวันไหนเอางี้ให้ผมไปบ้านพี่ด้วยได้ไหม ผมจะได้ไปร่วมงานศพพ่อพี่ด้วย”

“ไม่ ได้!” เขาทำให้จงฮยอนตกใจแต่ก็ไม่เหลือเวลาพอที่จะได้อธิบายอะไรมาก ถ้านายรู้ว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่กำลังจะลากตัวพี่ออกไปจากชีวิตนายคือ พี่ชายคนเดียวของนาย นายจะทำยังไงจงฮยอน

“ผมไม่ไปก็ได้แต่พี่จะกลับมาวันไหนเหรอฮะ?” ดวงตาใสแป๋วที่ยงฮวาชอบมองนั้นดูขลาดๆกับการเอ่ยถามถึงวันที่จะได้พบกันอีก

“ไม่ กลับ พี่จะไม่กลับมาที่นี่อีกแล้ว” เวลานั้นยงฮวาไม่อยากจะมองหน้าคนรักเอาเสียเลย เขาต้องหักห้ามใจอย่างหนักต้องท่องมันซ้ำๆอยู่แบบนั้นราวกับคนเสียสติ ไม่ใช่ความผิดของจงฮยอนเขาเฝ้าท่องอยู่ในใจแบบนั้น น้ำตาร้อนๆบนสองแก้มของคนรักคือภาพสุดท้ายที่เขาจดจำได้ไม่มีวันลืม… ยงฮวาตัดใจเดินจากมาทั้งที่อยากจะเอื้อมมือไปเกลี่ยหยาดน้ำตานั้นให้หายไป จากใบหน้าคนที่เขารักแต่ถ้าเอื้อมมือไปสัมผัสเพียงปลายนิ้ว เขาคงหักห้ามใจไม่ให้โอบกอดคนที่ร้องไห้จนตัวโยนตรงหน้าไม่ไหว ไม่เคยยอมรับกับตัวเองได้หนักแน่นเท่าในวันนั้น… ว่าเขารักอีจงฮยอนจนหมดหัวใจ

เขา กลับมาเหยียบแผ่นดินบ้านเกิด ทุกคนที่บ้านตกอยู่ในความโศกเศร้า… ยงฮวายังไม่กล้าแม้จะสบสายตาของผู้เป็นแม่ ลูกเลวๆ คนนี้เกือบจะทำใจจากสายเลือดหนึ่งของคนที่เป็นสาเหตุการตายของบิดาไม่ได้ ถ้ายุนโฮไม่เล่นสกปรกแบบนี้… เสียงร่ำไห้ที่ดังอยู่รอบตัวเขาก็คงจะไม่เกิดขึ้น แล้วอยู่ดีๆ เรื่องที่บ้านเขาที่ถูกฟ้องเรื่องโฉนดที่ดินก็หายเงียบไปมันเป็นเรื่องที่ น่าแปลกในความคิดของคนในครอบครัวของเขาแต่สำหรับตัวเขาแล้วเขาถือว่ายุนโฮ รักษาคำพูดได้ดีทีเดียว แค่ต้องการเขี่ยหินไร้ค่าที่กองเกลื่อนอยู่ตามพื้นดินอย่างเขาออกจากชีวิต ของอีจงฮยอนเท่านั้น… เท้าสะอาดๆของอี จงฮยอนต้องทนย่ำอยู่บนก้อนหินก้อนกรวดจนเกิดแผลเล็กๆ มาเยอะเกินพอแล้ว…

โชค ดีที่การสอบครั้งนั้นเป็นเทอมสุดท้ายของชีวิตนักศึกษา ยงฮวาจึงทำเรื่องย้ายออกจากหอพักและทำเรื่องติดต่อขอรับใบจบกับ ทางมหาวิทยาลัย แล้วมาทุ่มแรงและทุ่มมันสมองทั้งหมดที่มีในการดูแลไร่ได้อย่างไม่ต้องห่วง หน้าพะวงหลังแต่คำถามที่คนงานไร่คงคันปากอยากถามอยากรู้กันจนอึดอัดไปตามๆ กัน ก็คงจะเป็นการที่เห็นผู้เป็นนายของตัวเองมักจะไปนั่งจมจ่อมอยู่คนเดียวลำพัง ตรงต้นไม้ในไร่เวลาที่ท้องฟ้าถูกระบายเป็นสีส้มเข้มตอนเย็นทุกวัน… หัวใจของยงฮวาต่อให้เข้มแข็งแค่ไหน… แต่พอเห็นดวงอาทิตย์ถูกกลืนเป็นสีส้มๆ บ่งบอกเวลาแห่งยามเย็นเมื่อใดก็ราวกับถูกดึงหัวใจทั้งดวงออกจากร่างกายไป เมื่อนั้น…

สี่ปีที่ผ่านมา… ทุกเย็นชีวิตเขาไม่เคยขาดอีจงฮยอนเลยสักวัน

พอ เลิกเรียนเสร็จ เดินมาถึงหน้ามหาวิทยาลัยก็จะพบเจอกับเจ้าของใบหน้าที่น่ารัก รอยยิ้มที่สดใสมายืนรออยู่เป็นประจำ… เสียงหัวเราะ เสียงพูดคุยเจื้อยแจ้วอยู่ตลอดทางไปร้านต้นไม้ที่เขาทำงานพิเศษ.. และคำว่า ‘พรุ่งนี้เจอกันที่มหา’ลัย’ ยามที่เขาเดินไปส่งจงฮยอนหน้าอพาร์ทเมนต์หลังจากขึ้นไปนั่งเล่น ดูทีวีด้วยกันบนห้องเขาทุกๆวัน

ตอนที่ยืนอยู่ในช่วงเวลา นั้น… ไม่เคยคิดว่าวัฏจักรชีวิตแบบนั้น สำคัญและมีค่าเลยสักนิดแต่พอมานั่งอยู่คนเดียว… หันไปไม่เจอก็เกลียดความจริงขึ้นมาทุกที

เขาเคยพร่ำเกลียดชีวิตที่ไม่มี… อีจงฮยอน
พร่ำคำว่าเกลียดอยู่แบบนั้น… จนนึกถึงวันสุดท้ายที่เลิกพูดถึงมันไปไม่ได้

สิ่งใดกันนะที่ช่วยสลัดคำๆ นั้นออกไปจากชีวิตเขาในที่สุด

“พี่ จองชิน อุ้มๆๆ” ยงฮวาเงยหน้าขึ้นเสียงเจื้อยแจ้วที่ดังขึ้นทางหลังครัวเรียกสติของเขาให้ กลับคืนมา ชายหนุ่มมองไปอย่างใคร่สนใจ เวลานี้ผู้เป็นมารดาแยกตัวไปแล้วมีเพียงเขาคนเดียวที่ยังนั่งจมอยู่ในความ คิดของตัวเอง

“นายเองเหรอ?” ชายหนุ่มยิ้มขืนให้กับคนที่โผล่ตัวออกมาจากหลังครัว ตอนที่เขาเข้าบ้านมาไม่ทันดูว่าจองชินอยู่ด้วยและไม่ทันดูว่าตอนที่เขาปล่อย น้ำตาต่อหน้าแม่ตัวเองเมื่อครู่ จองชินจะทันเห็นด้วยหรือเปล่า เด็กหนุ่มร่างสูงอุ้มยูกึนที่กระโดดเหย่งๆอ้อนให้อุ้ม ทั้งที่พาเข้าไปส่งในห้องเรียบร้อยแล้วแต่เด็กน้อยก็ยังวิ่งตึงๆตามออกมาี อีก

“ผมมาส่งยูกึนฮะ”

“……….”

“จอง ชิน” ยงฮวาเรียกคนที่จะเดินเข้าห้องยูกึนไปอีกรอบ สายตาที่จองชินมองมาที่เขามันบ่งบอกอะไรหลายๆอย่าง… รวมถึงบ่งบอกว่าสายตาของอีกคนเปลี่ยนไป

“นายได้ยินที่พี่พูดกับแม่พี่เมื่อกี่ใช่มั้ย?”

“ฮะ แต่พี่สบายใจเถอะผมไม่ยุ่งหรอก ยังไงมันก็เรื่องส่วนตัวของพี่”

“พี่ดูเลวมากสินะ”

“การ เสียสละไม่ใช่สิ่งเลวร้ายหรอกฮะแต่ถ้าคนที่เค้าได้รับสิ่งๆนั้นไปโดยที่เค้า ไม่ต้องการ บางทีการเสียสละนั้นก็อาจเป็นสิ่งตามทำร้ายเค้าอยู่ก็ได้”

“นายพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง?”

“……….” จองชินหลุบตามองพื้น แปลกที่เขากลับโต้ตอบคำพูดคนตรงหน้าด้วยประโยคแบบนี้ ทั้งที่จริงเขาสมควรตอกกลับและเตือนสติของคนตรงหน้าให้ให้ความสำคัญกับพี่ สาวเขาเพียงคนเดียว… จนตอนนี้ก็ยังตอบตัวเองไม่ได้ว่าการที่ถือวิสาสะเข้าไปดึงจงฮยอนออกมาจาก หน้าห้องพี่ซอฮยอนแล้วลากลงไปทำแผลให้แบบนั้น… ทำไปเพราะอะไรทั้งที่ตั้งใจไว้แล้วว่าจะไม่สุงสิงกับคนกลุ่มนี้เด็ดขาด ชายหนุ่มส่ายหน้าให้ยงฮวาเลี่ยงทั้งการตอบคำถามและเลี่ยงทั้งการเผชิญหน้า กับอีกฝ่ายแต่เจตนาที่จะเข้าไปส่งยูกึนอีกรอบกลับตัวต้องยุติลงเมื่อแขกที่ คุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดีเดินยิ้มร่าเข้ามา

“คุณหมอรูปหล่อมาแล้ว วันนี้ฉันมีของดีมาด้วยนะเว้ย อ้าว จองชินก็อยู่เหรอ?”

“มา ได้ไงวะไอ้อีจุน?” ความเงียบที่เกาะกินยงฮวากับจองชินไว้ถูกทำลายลงด้วยผู้มาใหม่ อีจุนที่ยิ้มร่าลงมาจากรถพร้อมชูถุงที่พ่วงขวดเหล้าชั้นดีมาสองขวดให้เพื่อน และเด็กหนุ่มตัวสูงดูแต่แล้วอีจุนก็ต้องหุบยิ้มลงในฉับพลันเมื่อเพิ่งสัง เกตุเห็นสีหน้าที่ไม่สู้ดีหรือไม่ค่อยต้อนรับแขกเท่าที่ควรของทั้งสองคนที่ ยืนอยู่

“ฉันกลับก็ได้เว้ย ท่าทางไม่ปลื้มที่เห็นฉันเลยนะเนี่ย”

“เห้ย! ไม่ต้องๆเข้าถึงนี่แล้ว มากินข้าวด้วยกัน”

“กิน ข้าวไรแก ฉันเอาเหล้ามาก็ต้องกินเหล้ากันดิ จองชินอยู่ดื่มด้วยกันสิ” อีจุนเอ่ยชวนอีกคนที่ค่อมหัวให้เขาเพื่อทักทาย เด็กหนุ่มหันมามองคนชวนและเจ้าของบ้านเพื่อตัดสินใจ จนยงฮวาชวนให้อยู่ดื่มด้วยกันอีกคนแต่สุดท้ายจองชินก็ขอปลีกตัวกลับไร่ตัว เองไปหลังจากพายูกึนเข้าไปส่งในห้องตามเดิม

ยงฮวากับอีจุน จับจองโต๊ะไม้ขัดเงาตรงทอเรซหน้าบ้านเป็นที่ชุมนุมการดื่ม คุณหมอที่ประกาศว่าตัวเองรูปหล่อหนักหนาบอกว่าคนไข้ประจำไปเที่ยวพักผ่อนที่ ประเทศไทยจึงซื้อเหล้าชั้นเยี่ยมและดีกรีแรงเหลือร้ายมาฝากจากที่นั่น ยงฮวาเพียงพยักหน้าเอ่ออ่อกับคำโอ้อวดของเพื่อนพลางยกแก้วเหล้าเข้าปาก…

“แกเป็นไงบ้างว่ะไอ้ยงฮวา?”

“ก็ดี” ยงฮวายักคิ้วให้เพื่อนทีหนึ่ง รู้ว่าสิ่งที่เพื่อนรักถามมาอ้อมๆคืออะไร

“ทำไมทำหน้าเหมือนแบกโลกไว้อย่างนั้นว่ะ แล้วคุณหนูดอกฟ้าของแกเป็นไงบ้าง ตกลงเมื่อวานแกพาไปส่งที่ไหน?”

“ที่ไร่ซอฮยอน”

“เห้ย! แกเพี้ยนหรือเปล่าว่ะพาแฟนเก่าไปหาแฟนใหม่”

“จง ฮยอนเค้ามาทำงานที่ไร่ของซอฮยอน” ยงฮวาเล่ารายละเอียดของเรื่องทั้งหมดให้คุณหมอรูปหล่อฟังคร่าวๆจนอีกคนถึง กับร้องเสียงหลง อีจุนนึกอยากหัวเราะให้ตัวเองขำตายเพราะสิ่งที่เพื่อนเขาเล่ามาหากเอาไป เขียนไปนิยายคงถูกคนอ่านด่ากลับมาหาว่าเน่าสนิทน่าดู

“โลกกลมหรือพรหมลิขิตวะเนี่ย?”

“อาจไม่ใช่ทั้งสองอย่างก็ได้แก”

“แล้วคุณหนูดอกฟ้าของนายรู้เรื่องที่นายจะแต่งงานยังวะ?”

“เค้าชื่อจงฮยอน แกจะเรียกคุณหนูดอกฟ้าอีกนานมั้ย”

“เอ่อ จงฮยอนก็จงฮยอน ว่าแต่เค้าแกบอกเค้าเรื่องแต่งงานยัง”

“……….” ยงฮวาส่ายหน้า ไม่แน่ใจว่าอีกคนรู้เรื่องนี้หรือยังแต่การที่เรือนใหญ่ที่ไร่ของซอฮยอนตระ เตรียมงานแต่งอย่างเอิกเกริกขนาดนั้นมีหรือที่จงฮยอนจะไม่เห็นไม่รับรู้… ยงฮวายกแก้วเหล้าขึ้นดื่มอีกหลายอึก เวลานี้เขานึกขอบคุณอีจุนที่โผล่มาพร้อมเหล้ารสเยี่ยมในมือ แม้มันไม่สามารถช่วยให้อะไรต่ออะไรคลี่คลายหรือดีขึ้นก็ตามแต่อย่างน้อยมัน ก็ช่วยชะโลมความร้อนรุ่มในใจเขาได้มากทีเดียว

“ไอ้ยงฮวาฉันถามแกจริงๆเหอะ”

“……….”

“แกยังรักคุณหนูดอกฟ้าของแกอยู่ใช่มั้ย?”

“……….” สิ่งที่อีจุนถามเป็นสิ่งสุดท้ายมันถูกความเงียบริดรอนเวลาไปหลายอึดใจ ยงฮวามองหน้าเพื่อนสลับกับแก้วเหล้าในมือ ชายหนุ่มดุนลิ้นกับข้างแก้มตัวเอง เขาต้องใช้ความรอบคอบในการตอบคำถามนี้มั้ยไม่รู้… เขารู้แค่ว่าเข้าต้องใช้หัวใจของเขาตอบมันเท่านั้น

อีจุนถอน หายใจพรืดโตเมื่อเพื่อนเขานิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าให้เขาช้าๆเป็น อย่างที่เขาคิดทุกอย่างจริงๆภาพที่เพื่อนเขาใช้ชีวิตไปอย่างคนบ้างานตอนที่ กลับมาจากโซลยังตรึงอยู่ในความทรงจำของเขาไม่ลืมและกว่าเพื่อนเขาจะหลุดพ้น จากความทุกข์ทรมานเหล่านั้นมาได้… คนเป็นเพื่อนอย่างเขามีหรือจะลืมได้ลงคอ

แต่การที่เพื่อนเขาพยักหน้ารับเมื่อครู่
กำลังทำให้อีจุนนึกสงสารเพื่อนขึ้นมาอีกไม่ได้

สายตาที่หลอกคนอื่นๆ
การกระทำที่ตบตาคนอื่นๆ
คำพูดที่โป้ปดคนอื่นๆ
รวมทั้งตัวคุณหนูจงฮยอนคนนั่น

เมื่อวาน…

ไม่ใช่เลย มันไม่ใช่สิ่งที่จองยงฮวารู้สึกจริงๆ

ฉันเครียดแทนแกจริงๆวะไอ้ยงฮวา…

==#==#==# ECLIPSE #==#==#==

หลังจากอีจุนร่ำลากลับไปแล้วชาย หนุ่มก็ปลีกตัวเข้าไปในห้องตัวเอง… น้ำเมาที่เขาดื่มมันเข้าไปไม่ได้ทำให้เขารู้สึกว่ามึนเมาเท่าที่ควร นัยน์ตาคมมองไปยังลิ้นชักใต้โต๊ะทำงานของตัวเองเขาเล่นเกมส์จ้องตากับวัตุถุ ที่ทำจากไม้นั่นอย่างไม่รู้แพ้รู้ชนะจนในที่สุดเขาก็แพ้ความต้องการของตัว เอง… ยงฮวาหยิบกุญแจที่เขาเก็บไว้ในกระเป๋าสตางค์ของตัวเองออกมาก่อนจะไขลิ้นชัก นั้นๆ

“น้ายงฮวาซ่อมกล่องเพลงให้พี่ซอฮยอนหรือยังฮะ?” เด็กน้อยที่พรวดพราดเข้ามาทำให้ยงฮวาดันลิ้นชักนั้นเข้าไปตามเดิม ยังไม่ทันได้หยิบรูปใบนั้นขึ้นมาดูเจ้าหลานตัวแสบก็วิ่งตึงๆเข้ามายืนเท้า สะเอวอยู่ตรงหน้าเตียง ยงฮวาเลิกคิ้วขึ้นทวนคำที่หลานถามฟ่อๆอยู่… กล่องเพลงของซอฮยอน ดวงตาคมเสไปมองกล่องไม้สี่เหลี่ยมขนาดสองฝ่ามือก่อนจะเดินตรงเข้าไปประคอง กล่องไม้ที่วางอยู่บนหัวเตียงเขา กล่องเพลงที่เขาทำให้ซอฮยอนในวันเกิดเมื่อสองปีก่อนขึ้นมา…


“ชอบไหม?”

“ชอบค่ะ ขอบคุณมากนะค่ะพี่ยงฮวา” ประกายสดใสในดวงตาของซอฮยอนครั้งที่ได้รับของขวัญทำมือที่เขาทำให้เป็นภาพ ที่ยงฮวาถือว่ามันงดงามมากทีเดียว ความที่ชอบคิดประดิษฐ์อะไรต่ออะไรอยู่เป็นทุนจึงเลือกที่จะทำกล่องเพลงให้ กับคนรักคนนี้แต่เมื่ออาทิตย์ก่อนอยู่ดีๆ ลานของกล่องเพลงมันก็หยุดทำงานคงจะเสีย ซอฮยอนนำมันมาให้เขาดูเพื่อซ่อมมันแต่เพราะงานค่อนข้างจะยุ่งจึงไม่ได้ลงมือ ซ่อมมันเสียที

“น้าไม่มีเวลาเลยเดี๋ยวคืนนี้น้าจะดูให้แล้ว กัน” ยงฮวาลองเปิดกล่องเพลงนั้นดูแล้วมันก็ไม่ดังจริงๆ สงสัยตัวเครื่องข้างในคงจะเสียเท่านั้น

“ผมเคยขอกล่องเพลงกล่องนี้แต่พี่ซอฮยอนบอกว่าให้ไม่ได้ ผมไม่เห็นจะเข้าใจเลย ว่าทำไมถึงให้ผมไม่ได้”

“แล้ว พี่ซอฮยอนบอกว่ายังไงล่ะ?” เด็กน้อยกระโดดขึ้นมานั่งข้างๆ ยงฮวาบนเตียงทำหน้าฮึดฮัดแบบฉบับเด็กอยากโตเอานิ้วจิ้มที่คางราวกับขบคิดถึง คำพูดของพี่สาวใจดีคนนั้น

“พี่ซอฮยอนบอกว่ากล่องเพลงนี้คือความสุขของพี่ซอฮยอน ถ้าผมเอามาความสุขของพี่ซอฮยอนก็จะหายไป”

“เขาบอกเราอย่างนั้นเหรอ?”

“ฮะ พี่ซอฮยอนบอกผมแบบนี้ ผมล่ะงง” เด็กน้อยนามว่ายูกึนยังทำท่าครุ่นคิดต่อไปก่อนจะไถลตัวนอนกลิ้งๆ บนเตียงของผู้เป็นน้า เด็กน้อยเห็นเพียงแผ่นหลังของน้าชายเท่านั้นแต่ใบหน้าที่กำลังเจ็บปวดเรียก ว่าเป็นโชคดีของเด็กน้อยนักที่ไม่ทันได้เห็น… เพราะต่อให้เห็นเด็กวัยห้าขวบก็คงไม่เข้าใจมันอยู่ดี

กล่องเพลงนี้คือความสุขของพี่ซอฮยอน ถ้าผมเอามาความสุขของพี่ซอฮยอนก็จะหายไป
แล้วตอนนี้ที่ซอฮยอนกำลังร้องไห้เป็นเพราะกล่องเพลงใบนี้ใช้การไม่ได้รึเปล่านะ?

.
.
.
.
.

“หา อะไรเหรอลูก?” เสียงผู้เป็นแม่ถามเมื่อเห็นว่าลูกชายที่หายเข้าไปในห้องตั้งแต่คุยกับตน เสร็จเดินออกมาหาอะไรสักอย่างตรงใต้ขั้นบันไดเล็กๆ กลางบ้าน

“กล่อง อุปกรณ์นะครับจะเอาเครื่องมือไปซ่อมกล่องเพลง” ชายหนุ่มก้มๆเงยๆ หามันจนสุดท้ายก็เจอแล้วผลุบหายเข้าไปในห้องอีกเห็นหลานตัวเองยังนอนขดอยู่ กลางเตียงก็ไม่กล้าปลุกจึงปล่อยให้หลับต่อไปแบบนั้น เสียงกุกกัก ถอดโน่นใส่นี่ดังอยู่หลายชั่วโมง ตลอดเวลาที่เขาแกะเจ้ากล่องเพลงใบนั้นซ่อม ยงฮวาจมอยู่กับการซ่อมกล่องเพลงนั้นจนเหลือบมาดูนาฬิกาอีกทีก็เกือบจะเที่ยง คืนอยู่แล้ว

เขาซ่อมมันไม่ได้ แปลกที่เป็นคนทำมันมากับมือแต่กลับซ่อมมันไม่ได้
หรือว่า… ความสุขของซอฮยอนจะไม่มีวันกลับมาอีกครั้งแล้วจริงๆ

“น้า ยงฮวาทำอะไรอยู่ฮะ?” สุดท้ายเสียงงัวเงียๆ ของหลานชายที่รู้สึกตัวตื่นก็ทำให้เขาวางมือจากกล่องเพลงที่ไร้เสียงนั้นไว้ ไปหาซื้ออะไหล่ตัวใหม่มาเปลี่ยนดีกว่า ชายหนุ่มส่ายหน้ายิ้มๆให้ก่อนจะจัดการให้เจ้าหลานตัวยุ่งนอนดีๆก่อนที่จะไป อาบน้ำแล้วกลับมานอนกับหลานขี้เซา ยงฮวาลอบมองกล่องเพลงใบย่อมที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานเขา มองจนนับจำนวนรอบไม่ไหว ยิ่งมองมันก็ยิ่งนึกถึงเจ้าของกล่องเพลงกล่องนี้

น้ำตาเหือดแห้งไปบ้างหรือยังนะ?
เขาหวังให้ซอฮยอนหยุดร้องไห้…

เหมือนกับที่หวังให้อีกคนหนึ่งหยุดร้องไห้ด้วยเช่นกัน

“วันนี้พี่นางฟ้าร้องไห้ ผมบอกว่าถ้าน้ายงฮวาเห็นจะโดนตีพี่นางฟ้าเลยหยุดร้อง”

“พี่นางฟ้า?”

“พี่ นางฟ้าในรูปของน้ายงฮวาไงฮะ ผมเช็ดน้ำตาให้ด้วย ผมเก่งมั้ยฮะ?” ยงฮวายันตัวลุกขึ้นจับหลานตัวน้อยมานั่งตัก รอยยิ้มแห่งความภูมิใจที่ยูกึนรอการมอบรางวัลจากเขาริดรอนหัวใจของเขาให้ เจ็บปวดไปหมด นึกอิจฉาและรู้สึกดูแคลนตัวเองนักที่เห็นจงฮยอนร้องไห้ต่อหน้าต่อตาแต่ทำได้ แค่ยืนดูเฉยๆแต่ยูกึนกลับได้เช็ดน้ำตาเหล่านั้นด้วยซ้ำ

“พี่นางฟ้าร้องไห้ที่ไหน บอกน้ามาสิครับ?”

“หน้าห้องพี่ซอฮยอน”

เพียง เท่านั้นที่ยงฮวารู้สึกว่าโลกทั้งโลกกำลังถล่มลง เขาไม่รู้ว่าหลังจากแยกกันตรงข้างเรือนใหญ่แล้วจงฮยอนไปไหน เขาคิดแค่ว่าร่างบางอาจกลับไปทำงานต่อแต่พอได้ฟังจากปากยูกึนก็ทำให้เขาได้ รู้และยิ่งเกลียดตัวเองสิ้นดี… วินาทีที่รู้ว่าซอฮยอนป่วยเขายอมรับว่าวิ่งขึ้นไปดูสาวคนรักโดยไม่ทันฉุกคิด เรื่องอื่นเลยแต่… วินาทีที่เขาดูแลซอฮยอนและอยู่กับซอฮยอน อีกคนกำลังร้องไห้อยู่ตรงหน้าบานประตูนั้นๆ

เขาทำบาปมาเยอะหรือยังไง
ชาตินี้ถึงถูกเอาคืนมากขนาดนี้
มากจนเขาคิดว่าคงต้องชดใช้กันด้วยชีวิต

บาปที่เขาก่อขึ้นทั้งหมดถึงจะยุติลง

==#==#==# ECLIPSE #==#==#==

“อรุณ สวัสดิ์ครับคุณจงฮยอน” แสงแดดยามเช้าที่เกาะอยู่ตรงของหน้าต่างหลังจากตื่นขึ้นมาเรียกรอยยิ้มให้ กับจงฮยอนได้ไม่น้อยเพราะบรรยากาศแบบนี้แทบจะสัมผัสในเมืองหลวงอย่างโซลไม่ ได้เลย ผิดกับที่นี่ที่ปูซานแห่งนี้แต่พอเดินลงมาชั้นล่างของเรือนใหญ่มาก็พบกับ เจ้าของไร่เข้าอย่างดีที่ว่าเมื่อวานพอได้ทำความรู้จักกันไปบ้างแล้ว

“อรุณสวัสดิ์ครับ คุณจองโม”

“จะออกไปเดินเล่นเหรอครับ?”

“ครับ” บทสนทนารับอรุณอันแสนสั้น ใครจะคาดคิดว่าจะจบลงที่ความปวดหนึบที่หัวใจ

“ผมพอจะรู้เรื่องคุณกับยงฮวาสมัยมันเรียนที่โซลแต่คุณคงไม่ค่อยรู้เรื่องของเขาตอนที่อยู่ที่นี่สักเท่าไหร่?”

“คุณ จองโมต้องการจะพูดเรื่องอะไรเหรอครับ?” จงฮยอนจดจ้องใบหน้านิ่งๆ นั้นไม่หลบ… มันเป็นความจริงที่ไม่อาจวิ่งหนีไปไหนได้เลย ว่าที่นี่ไม่ใช่ที่ของเขาจริงๆ ไม่ว่าใครต่อใครก็เป็นของซอฮยอนไปเสียหมด

“ผม รู้ว่าคุณไม่ใช่คนไม่ดี” จองโมเดินใกล้เข้ามาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ นี่คงกำลังจะคลั่งตายเพราะห่วงน้องสาวตัวเองสินะ จงฮยอนชั่งน้ำหนักสองความคิดในหัวตัวเองว่าจะก้าวถอยออกมาไม่ต่อคารมกับร่าง สูงตรงหน้าหรือว่าจะวิ่งเข้าชนไปเลยดี

แต่ตัวคนเดียวอย่างเขาจะเอาตัวรอดได้อย่างนั้นหรือ…

“แต่บางครั้งคนเราถ้าเข้าตาจนนักก็ต้องทำให้ตัวเองอยู่รอดไม่ใช่เหรอครับ?”

“หลาย ปีที่ผ่านมาทำไมคุณอยู่มาได้แค่กลับมาเจอยงฮวามันอีกครั้ง ถึงกับจะตายเลยหรือถ้าไม่ได้มันกลับไป” ฝ่ามือบางกำเข้าหากันจนสั่นไปหมด อยากตะโกนใส่หน้าจองโมไปให้หายคับแค้นนัก

ผมไม่เถียงว่าผมอยู่ได้โดยไม่มีพี่ยงฮวา…
แต่คุณไม่รู้หรอก… ว่าผมต้องอยู่มาแบบไหน?

อยู่ไปวันๆ… หายใจรดทิ้งให้หมดไปวันแล้ววันเล่า
ร้องไห้อยู่คนเดียว กอดตัวเองเวลาเหงา… ผมอยู่มาแบบนั้น
คุณไม่รู้หรอกว่ามันทรมานมากกว่าการตายไปเลยกี่ร้อยกี่พันเท่า

“ถ้าซอฮยอนต้องเสียใจไปมากกว่านี้ ผมจะไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น!”

โปรดติดตามตอนต่อไป ตอนแปด …”ผู้กำหนด”…

==#==#==# ECLIPSE #==#==#==

AuThor Talk: โทษ ทีค่ะและขอโทษน้องซีด้วย เมื่อวานพี่ไปลันล้ากับคิมบอมมาไม่ได้ลงฟิคและไม่ได้แต่งเพิ่มในส่วนที่คิด แทรกไว้ใหม่ทำให้ล่าช้า และตอนแรกว่าจะรวบรัดเนื้อเรื่องกลายเป็นว่าไม่แล้ว เอาตอนเดิมชื่อเดิมไปเลย ที่สปอยไว้คราวก่อนปัดเป็นตอนแปดไปนะค่ะ และจะลงภายในวันนี้แหละค่ะ สัญญา…………. ไว้ก่อน จ๊วฟฟฟฟฟฟฟฟฟ

ปล.วันนี้พี่งาานเยอะ รอหน่อยน่า TT

อ่านจบกรุณาอีดิทคอมเม้นท์ด้วยค่ะ!
*อย่าเม้นท์แค่ว่าสนุก รอตอนต่อไปหรือขอบคุณๆๆแค่นี้นะค่ะ ไม่ปลื้มค่ะ!!
และหากรู้ว่าไม่มีเวลาอ่านรบกวนอย่าแปะทิ้งไว้จะดีกว่าเนอะ^^

และเม้นท์แค่บรรทัดสองบรรทัดมันบั่นทอนกำลังใจคนแต่ง รู้มั้ยค่ะ????

Comments
  1. […] l6l ‘น้ำตา’ #= Click [Fic] =# ECLIPSE l7l ‘ลาจาก’ #= Click [Fic] =# ECLIPSE l8l ‘ผู้กำหนด’ #= Click [Fic] =# ECLIPSE l9l […]

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s