[Fic] =# ECLIPSE l9l ‘ผู้กำหนดชีวิต’ #=

Posted: June 13, 2011 in ~* YongHyunSeo *~

Title: ~ECLIPSE~
Paring: YH x JH x SH Ft.MH,JS
AuThor: HaneiBee

Note:มันคือฟิคชั่นนะค่ะ คาแรคเตอร์ของตัวละครจึงถูกเติมแต่งไปตามเนื้อเรื่อง
ไม่ได้ยึดคาแรคเตอร์จริงๆของบุคคลที่ไรท์เตอร์อ้างอิงถึง กรุณาทำความเข้าใจด้วยค่ะ

*ตอนนี้ยาวมากค่ะเพราะคนแต่งดราม่ากับชีวิตเลยเพิ่มเนื้อเรื่องเข้าไปเยอะเลย TT


[9] …“ผู้กำหนดชีวิต”…

ความร้อน… ดับสลาย
ความกระหาย… ดับสูญสิ้น
แต่ความเป็นจริง… กำลังก่อเกิด

ยง ฮวาพิศมองใบหน้ายามหลับใหลของคนซุกตัวอยู่ที่อกเขา แพขนตาสีดำขลับ… เปลือกตาบางสีช้ำ ผิวแก้มที่ขาวซีดแม้กระทั่งริมฝีปากที่เขาเพิ่งเชยชมยังแทบไร้ซึ่งสีสัน จงฮยอนดูซูบเซียวและผ่ายผอมลงไปต่างจากตอนสมัยเรียนจนผิดหูผิดตา… ฝ่ามือกว้างลูบคลึงหัวไหล่มนที่ผอมเกร็งก่อนกดจูบที่ข้างขมับและรั้งร่างกาย ผอมบางนั้นกระชับเข้ามาในอ้อมกอด

“ทำไมเราถึงไม่รักตัว เองแบบนี้ หือม์?” เขาถามแผ่วเบาซึ่งคนที่หลับคงไม่ได้ยิน ดวงตาคมปิดลงหลีกหนีความมืดที่ร่ายล้อมรอบๆกายเขากับจงฮยอน เขาอยากหลีกหนีทุกอย่าง… หนีไปจากความเป็นจริงที่ไล่ต้อนให้เขาจนมุมอยู่ ยงฮวาสัมผัสได้ถึงริมฝีปากตัวเองที่สั่นเขาเม้มมันแน่นก่อนหยดน้ำเล็กๆจะซึม จนผ่านหางตาเขาลงไป…

หากเขาหายไปจากโลกนี้ได้อะไรต่ออะไรมันจะดีขึ้นหรือเปล่า

“ไม่ ผมไม่อยากไป” เสียงละเมอแว่วขึ้นทำให้ยงฮวาสะดุ้งตัว เขารวบฝ่ามือที่ป่ายไปมาไว้จงฮยอนยังคงหลับอยู่ในห้วงนิทราแต่เขาเห็นไม่ ถนัดนักแต่พอรู้ว่าเปลือกตานั้นสั่นไหวอย่างคนครึ่งหลับครึ่งตื่น ฝ่ามือกว้างอีกข้างลูบเรือนผมนิ่มพร้อมกระซิบแผ่วเบาข้างใบหู… ร่างบางคงกำลังฝันร้ายและคงกำลังตื่นตระหนกไม่น้อยจึงแสดงอาการออกมาเช่นนี้ ครู่ต่อมาเขาก็กล่อมให้คนในอ้อมกอดสงบลงได้… เขากดหัวทุยๆของคนที่หลับต่อโดยไม่รู้เรื่องรู้ราวใดใดไว้กับอก จูบลงหน้าผากมนเพื่อส่งให้อีกคนพบพานแต่เรื่องดีๆในความฝัน

ไม่รู้ว่าจงฮยอนจะได้ยิน จะรับรู้มันมั้ยกับคำกระซิบแผ่วเบา
แต่ถึงไม่ได้ยิน ไม่อาจรับรู้… อย่างน้อยเขาก็ได้บอกไป

“พี่ก็ไม่อยากไปไหน ไม่อยากไปจากนายเหมือนกัน จงฮยอน”

==#==#==# ECLIPSE #==#==#==

ลำแขนบ อบบางกอดรัดตัวเองเพื่อต่อสู้กับอากาศที่เย็นจัด นัยน์ตาคู่หวานแฝงไว้ด้วยความหม่นเศร้าเพ่งมองไปยังนอกหน้าต่างหน้าเรือน ใหญ่… และส่งสายตาไปไกลโพ้นยังดวงไฟที่ส่องสว่างลิบๆยังไร่ของคนรัก ซอฮยอนกระชับอ้อมกอดตัวเองแน่นขึ้น เวลาที่เคลื่อนผ่านไปยิ่งบีบรัดหัวใจหญิงสาวให้เต้นช้าลง

“พี่ซอฮยอนขึ้นไปนอนเหอะ พี่ยงฮวาอาจค้างที่บ้านเพื่อนในตัวเมืองก็ได้”

“พี่นอนไม่หลับหรอกจองชิน ฝนตกหนักขนาดนี้ มือถือพี่เค้าก็ติดต่อไม่ได้ พี่เป็นห่วงพี่เค้าจริงๆ”

“แล้ว พี่จะนั่งยันฟ้าสางเลยหรือไง ขึ้นไปนอนเหอะน่า” จองชินคะยั้นคะยอพี่สาวอีกครั้ง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่บังคับขู่เข็ญให้ซอฮยอนขึ้นไปนอนแต่ตั้งแต่หัวค่ำ กระทั่งตอนนี้จนเข็มบนหน้าปัดนาฬิกาตีเวลาบอกว่าจะเที่ยงคืนอยู่ร่อมร่อ พี่สาวก็ยังดื้อแพ่งที่จะรอให้คนรักติดต่อกลับมาก่อนให้ได้

จอง ชินส่ายหัวอย่างจนปัญหาพลางเหลือบมองแขกตัวสูงอีกคนที่เดินไปเดินมาเป็นหนู ติดจั่นข้างๆคังมินฮยอกที่สีหน้าเคร่งเครียดพร้อมมือถือเครื่องที่ใช้การ อย่างหนักมาทั้งวัน เพิ่งจะมารู้ว่าจงฮยอนหายตัวไปจากไร่ตั้งแต่เช้าก็พอดีกับที่ไปรับพี่สาวตัว เองมาจากไร่โน้น… เพราะพี่สาวนั่งรอให้ว่าที่เจ้าบ่าวมารับจนเก้อจนแล้วจนรอดอีกคนก็ไม่โผล่ กลับมา… หายไปตั้งแต่บอกว่าจะเข้าตัวเมืองช่วงบ่าย

“ว่า ไงครับ อูยอง?” มือถือของมินฮยอกดังขึ้นท่ามกลางความเงียบภายในห้องรับแขก ทั้งจองชินและซอฮยอนต่างหันควับไปมองพร้อมกันเพราะมินฮยอกโทรหาทุกคนที่คิด ว่าจงฮยอนน่าจะติดต่อไป เจ้าของบ้านทั้งสองคนรอให้แขกคุยธุระจนเสร็จและใจจดใจจ่อรอฟังคำตอบที่หวัง เหลือเกิน …หวังให้เป็นข่าวดีทั้งของมินฮยอกและของซอฮยอนแต่ทันทีที่มินฮยอกวางสาย ชายหนุ่มเพียงหันมาพร้อมการส่ายหน้าช้าๆ แม้แต่อูยองก็ไม่ได้รับการติดต่อจากจงฮยอน… หากคนที่สนิทกับจงฮยอนที่สุดยังถูกเพิกเฉยแล้วมีหรือที่คนอื่นจะถูกจงฮยอน นึกถึง

พอนึกมาถึงจุดนี้หัวใจมินฮยอกก็เจ็บร่ำๆขึ้นมาอีกคราไม่ได้
ทั้งที่เขาทำและแสดงความบริสุทธิ์ใจต่ออีกฝ่ายทุกอย่าง
แต่จนแล้วจนรอดคังมินฮยอกก็ยังเป็นศูนย์สำหรับอีจงฮยอนอยู่ดี

ทั้ง สามคนเผชิญหน้ากันอีกครั้ง ความในใจที่หนักอึ้งรวมทั้งความกังวลถึงคนของตัวเองที่หายไปยิ่งบั่นทอนให้ ทุกข์ทรมานมากขึ้น ซอฮยอนหลบสายตาของมินฮยอก… หญิงสาวตอบตัวเองไม่ถูกเมื่อได้สบตากับผู้ชายคนนี้ตรงๆ มันแปลกสิ้นดีที่ยิ่งมองลึกเข้าไปในดวงตาของมินฮยอก… เธอคล้ายกับส่องกระจกบานใหญ่ที่มันสะท้อนกลับมาสู่ตัวเธอทั้งหมดไม่ว่าจะ เป็น ความห่วง ความหวงหรือแม้แต่ความเจ็บปวด

มินฮยอกคงกำลังรู้สึกเช่นเธอ
มินฮยอกคงกำลังร้อนรนและกระวนกระวายใจเช่นเธอ
และมินฮยอกคงกำลังไม่มั่นใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับสองคนที่หายตัวไป… เหมือนเธอ

“พี่ จองโม!” ความเงียบกริบที่ปกคลุมบุคคลทั้งสามถูกทำลายลงเมื่อประตูหน้าเรือนใหญ่ถูก เปิด ออกและเป็นนายใหญ่ของไร่ที่เดินอาดๆเข้ามาพร้อมคนงานในไร่หนึ่งคน

“เมื่อ เช้ามยองซูเข้าไปซื้อปุ๋ยในตัวเมือง บอกว่ามีแขกของไร่ขอติดรถเข้าไปด้วย” นี่คือสิ่งที่จองโมเกริ่นนำเรื่องขึ้นมาแต่ฟังเพียงเท่านั้นหัวใจของคนที่ มืดแปดด้านของทั้งมินฮยอกและซอฮยอนก็กระตุกวูบขึ้นในอกทันที

“ใช่จงฮยอนหรือเปล่าครับ?”

“ผมไม่รู้ครับว่าชื่ออะไรแต่เป็นพวกคุณแหละครับ”

“ใช่ คนนี้หรือเปล่าครับ?” มินฮยอกเปิดรูปจงฮยอนในมือถือให้คนงานคนนั้นดูและการพยักหน้ารับด้วยความ มั่นใจเต็มเปี่ยมของคนถูกถามก็ทำให้ทั้งคนที่รอฟังคำตอบทุกคนถึงกับตัวชา จงฮยอนเข้าตัวเมืองไปตั้งแต่ตอนเช้า… ยงฮวาก็หายเข้าตัวเมืองไปตอนบ่ายจนกระทั่งตอนนี้ อีกไม่กี่นาทีจะข้ามพ้นไปวันใหม่ สองคนนั้นก็ยังไร้วี่แววจะกลับมา

“โครม!!!” เสียงวัตถุบางอย่างหน้าเรือนใหญ่ล้มครืน มันดังฝ่าเสียงสายฝนที่เทกระหน่ำลงมาไม่หยุดและทันทีที่เห็นว่าเป็นแผ่นป้าย สีขาวที่ตั้งไว้บนนั่งล้านตกลงมา คนที่วิ่งไปถึงมันคนแรกก็คือซอฮยอน หญิงสาววิ่งฝ่าสายฝนตรงหน้าประตูออกไป จับแผ่นป้ายที่ถูกลมฝนพัดให้ตกลงมาอยู่ที่พื้นด้วยมือไม้สั่นเทา…

ป้ายชื่อของเธอและพี่ยงฮวา
ป้ายชื่อของเจ้าบ่าวและเจ้าสาว
ป้ายชื่อที่จะประกาศให้ใครต่อใครรู้ว่า…
ซอฮยอนและยงฮวา… จะเป็นคนหนึ่งคนเดียวกัน

“ไม่ จริง” ฝ่ามือบางปัดเศษดินโคลนที่เปรอะเปื้อนบนชื่อของเธอและยงฮวาออก แต่สิ่งที่ทำให้น้ำตาของเธอต้องร่วงรินก็คือ …ตรงชื่อของว่าที่เจ้าบ่าวยงฮวาถูกครูดกับก้อนหินจนตัวอักษรเป็นรอยและ อ่านเป็นคำว่ายงฮวาไม่ได้ด้วยซ้ำ ฟ้าฝนเป็นใจให้สองคนนั้นได้อยู่ด้วยกันแต่ฟ้าฝนกลับไม่เป็นใจให้เธอทนเข้ม แข็งได้อีกต่อไป…

“พี่ยงฮวา~~”

“เข้าบ้านก่อนพี่ ซอฮยอน” จองชินวิ่งตึงๆตามมาดึงตัวพี่สาวที่นั่งกอดแผ่นป้ายไว้แน่น ซอฮยอนช้อนหน้ามองน้องชาย นัยน์ตาสั่นไหว ทั้งดวงหน้าถูกอาบไปด้วยน้ำฝนรวมถึงน้ำตาที่เอ่อล้นออกมาจากขั้วหัวใจ เธอไม่ใช่คนเชื่อเรื่องลางร้ายต่างๆแต่ใยหนอ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นวันนี้ถึงทำให้เธอกลัวเหลือเกิน… กลัวว่าลางร้ายเหล่านี้จะเป็นเรื่องจริง

“จองชิน ชื่อพี่ยงฮวาหายไป ดูสิมันหายไปหมดเลย”

“ไว้ ค่อยเขียนใหม่ก็ได้ เข้าบ้านก่อนเหอะพี่” จองชินดึงแผ่นป้ายนั้นออกจากมือพี่สาวเสียเพื่อตัดปัญหา เขาพยายามลากตัวซอฮยอนเข้าเรือนใหญ่ เม็ดฝนที่หนักและเทลงมาไม่ขาดสายอาบร่างทั้งร่างของพี่สาวให้เปียกโชก… แต่เจ้าตัวกลับไม่รู้สึกรู้สาใดใดสักนิด

“พี่ใจไม่ดีเลยจองชิน ตอนนี้พี่ยงฮวาอยู่ที่ไหนกันแน่?”

“……….”

“เข้า บ้านมาเดี๋ยวนี้ซอฮยอน!” สุดท้ายเสียงแข็งกร้าวของผู้เป็นพี่ใหญ่ก็ทำให้การฉุดกระชากลากถูของน้องสาว และน้องชายตรงหน้าเรือนยุติลง ซอฮยอนมองหน้าพี่ชายด้วยความหวาดหวั่น… พี่จองโมไม่เคยขึ้นเสียงใส่เธอหรือแสดงอารมณ์ร้ายๆใส่เธอสักครั้งแต่ครั้ง นี่พี่จองโมกลับสั่งเธอมาด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด หญิงสาวค่อยๆก้าวเข้าเรือนโดยส่งให้จองชินวางป้ายชื่อนั่นไว้ตรงหน้า ประตู… นัยน์ตาคู่โศกทอดมองมันอีกครั้ง ไม่ใช่แค่อาลัยอาวรณ์ชื่อของคนรักที่เลือนหายไปแต่เธอกำลังอาลัยอาวรณ์ให้ กับสิ่งที่ไม่สามารถพาเธอกับพี่ยงฮวาไปสู่อนาคตร่วมกันได้…

ซอ ฮยอนถูกจองโมพาขึ้นไปยังชั้นบน เธอเดินผ่านหน้ามินฮยอกไปอย่างจนหนทางและคำพูด …น้ำตาที่เปอะเปื้อนบนผิวแก้มสวยกระตุกหัวใจของมินฮยอกไม่น้อยทีเดียว…

“ทำไม คนของคุณถึงทำได้ลงคอ?” จองชินกำหมัดแน่นแต่เขาไม่ได้เงื้อขึ้นเหมือนเมื่อวันก่อน ชายหนุ่มเพียงระบายความคับแค้นแน่นใจกับตัวเองที่เห็นพี่สาวเจ็บปวดแต่กลับ ทำอะไรไม่ได้เลย มินฮยอกเองก็ได้แต่เงียบงัน เขาหาคำตอบให้จองชินไม่ได้ครั้นจะแก้ต่างให้ก็ไม่กล้าพอเพราะผูกโยงเรื่อง ทั้งหมดเข้าด้วยกันแล้ว… สิ่งที่ทุกคนสันนิษฐานอยู่ลึกๆก็มีโอกาสจะเกิดขึ้นจริง มินฮยอกส่ายหน้าให้ช้า

“ผมไม่รู้”

“ไม่รู้ว่าตัวเองจะทำยังไงต่อหรือไม่รู้ว่าสองคนนั้นจะทำยังไงต่อกันแน่?”

“ทั้งสองอย่าง”

“เขา สองคนไม่น่าทำแบบนี้เลย” มินฮยอกคิดว่าอีกคนจะเกรี้ยวโกรธหรือเอาเรื่องมากกว่านี้แต่เปล่าเลย จองชินกล่าวออกมาไม่ต่างอะไรจากคนที่รู้สึกผิดหวังเท่านั้น

“เขาสองคนอาจจะไม่ได้ไปด้วยกันก็ได้ครับ”

“แต่ถ้าเขาไปด้วยกันล่ะ?”

“……….” นั่นสิหากยงฮวาและจงฮยอนไปด้วยกันและเวลานี้ ตอนนี้กำลังอยู่ด้วยกันเขาจะทำยังไง มินฮยอกนั่งลงที่โซฟาพร้อมกับหลับตาลงช้าๆ ตอนแรกที่คล้ายกับมืดแปดด้านไปหมดที่ไม่รู้ว่าจงฮยอนหายตัวไปไหนแต่พอได้รู้ และได้รู้ด้วยว่าที่ที่ยงฮวาหายไป… เป็นที่เดียวกัน มันยิ่งกว่านั้นร้อยเท่าพันเท่านัก สู้ให้เขาหูหนวกตาบอดไปเสียดีกว่าต้องมารับรู้เรื่องที่ไม่สมควรรับรู้เช่น นี้

ภาพของเม็ดฝนที่ยังเทกระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย ภายนอกหน้าต่างบานใหญ่ตรึงสายตาของมินฮยอกและจองชินให้จับจ้องอยู่แต่มัน… พร้อมความหวาดกลัวที่ถาโถมและกัดกินไปทั่วหัวใจ หรือสายฝนนี้จะตกลงมาเพื่อชะล้างทุกสิ่งทุกอย่างทั้งอดีต ปัจจุบันและอนาคตให้หายไป…

เพื่อรอสร้างขึ้นมาใหม่ เมื่อยามฟ้าหลังฝนปรากฏ

“ตื่นนานหรือยัง?” เปลือกตาค่อยๆปรือขึ้น ยงฮวาปรับประสาทม่านตาเมื่อรู้สึกตัวตื่น แสงแดดยามเช้าส่องผ่านบานหน้าต่างเข้ามาอาบร่างของเขากับจงฮยอนที่นอนตระคอ งกอดกันมาตลอดคืน นัยน์ตาดำที่จดจ้องเขาอยู่หลุบหนีเล็กน้อยพร้อมพยักหน้า

“แล้วทำไมไม่ปลุกพี่ล่ะ หือม์?”

“ผม ไม่อยากให้พี่ตื่น” เสียงนุ่มกล่าวจากหัวใจ ไม่อยากให้พี่ยงฮวาตื่นมาจริงๆเพราะหากพี่ยงฮวายังหลับตนก็สามารถนอนอยู่ใน อ้อมกอดของพี่ยงฮวาไปได้อย่างไม่มีวันสิ้นสุด … เวลาของจองยงฮวาและอีจงฮยอนจะไม่มีทางสิ้นสุดลง ยงฮวาไม่ได้ตอบอะไร เขาเพียงยิ้มให้คนที่เอ่ยตรงๆแขนยาวกระชับร่างบางเข้ามากอด กดจูบที่หน้าผากสวยอีกครั้ง… เมื่อคืนเขาจุมพิตเพื่อส่งให้จงฮยอนพานพบกับฝันดีเช้านี้เขาก็อยากจุมพิตให้ จงฮยอนไม่ต้องพานพบกับเรื่องร้ายๆอีก… สักเรื่องเดียว

“คืน สร้อยให้ผมได้มั้ย?” อยู่ๆคนในอ้อมกอดก็โผล่งขึ้นมา ยงฮวาหลุบตามองทันควันก่อนจะผุดลุกขึ้นนั่ง เขาส่ายหน้าโดยที่ไม่คิดตรึกตรองใดใดด้วยซ้ำ จงฮยอนผุดลุกตามบีบฝ่ามือกว้างที่อบอุ่นกว่าฝ่ามือใครๆบนโลกใบนี้ที่ตนเคย สัมผัส

“ยังไงเราก็ต้องจบกัน ให้มันจบลงทุกอย่างเถอะฮะ”

“ไม่”

“พี่จะเก็บมันไว้ทำไม ในเมื่อพี่กำลังจะมีครอบครัว?”

“อย่ามาบังคับพี่เรื่องนี้ พี่ขอล่ะ”

“ให้เรื่องของผมหมดไปจากหัวใจพี่เถอะฮะ”

“ถ้าพี่ทำได้พี่ทำไปนานแล้วจงฮยอน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าพี่จะยังใส่สร้อยนี้ไว้หรือไม่ใส่”

“แต่ถ้าพี่ยังใส่มันไว้มันทำให้ผมตัดใจจากพี่ไม่ได้”

“ถึงพี่ไม่ใส่มันไว้ก็ใช่ว่าพี่จะตัดใจจากเราได้จะลืมเราได้นะจงฮยอน”

“รู้ตัวมั้ยฮะ ว่าพูดอะไรออกมา?”

“รู้ สิ รู้อยู่เต็มอก” ยงฮวาพยักหน้า คำพูดที่เขาฝังไว้ในก้นบึ้งหัวใจ ความต้องการที่ซุกซ่อนไว้ลึกๆในอกเขาพูดมันออกมาจนหมด… หมดจนไม่เหลือสักนิด จงฮยอนส่ายหน้าแม้คำพูดจากคนตรงหน้ากำลังทำให้ความสุขแล่นริ้วไปทั่วหัวใจ แต่ก็ไม่อยากวิ่งหนีความจริงอีกต่อไป ยงฮวาปัดมือบางที่ฉวยมาดึงสายสร้อยที่คอเขาออกและรวบมันไว้ แววตาแข็งกร้าวฉายชัดออกมาในฉับพลัน

“คืนมาให้ผมเถอะฮะ” คืนมาให้หมดทั้งของแทนใจทั้งหัวใจของผมที่เคยให้พี่ไป

“พี่บอกว่าอย่าบังคับพี่”

“……….”

“นาย บังคับหัวใจพี่ไม่ได้หรอก” เสียงทุ้มกล่าวหนักแน่น ฝ่ามืออีกข้างเชยคางคนที่หลุบหนี… จงฮยอนเบี่ยงหลบเพื่อเก็บซ่อนน้ำตา ยิ่งพี่ยงฮวาพูดแบบนี้ยิ่งทำให้หัวใจนึกลำพองและไม่อยากเป็นฝ่ายจากไปเอา เสียเลย ดวงตากลมเบิกโผลงเมื่อริมฝีปากร้อนๆจูบซับน้ำตาให้บนสองข้างแก้ม ยงฮวาจุมพิตบนหยาดน้ำนั้นๆตั้งแต่ใต้คางแหลมไล่ขึ้นมาบนผิวแก้ม จูบซับมาถึงเปลือกตาสีช้ำ

“พี่อย่าทำแบบ อือ” จงฮยอนท้วงได้แค่นั้นริมฝีปากร้อนๆทาบลงบนกลีบปากตัวโดยไม่ทันตั้งตัว จูบคราวนี้ละเลียดช้าราวกับปลุกปลอบให้หัวใจร้อนรุ่มของจงฮยอนค่อยๆเย็นลง และค่อยๆทลายความดื้อแพ่งของจงฮยอนให้พังลงไม่เป็นท่าไปพร้อมๆกัน เรียวลิ้นร้อนๆส่งผ่านเข้ามาเกี่ยวกระหวัดและไล่ต้อนให้จงฮยอนควบคุมสติไว้ ไม่อยู่

มันจำได้อยู่รสสัมผัสเดียว
รสสัมผัสของจองยงฮวา
และไม่มีสักครั้งที่รสสัมผัสของจองยงฮวา
จะทำให้อีจงฮยอนต่อต้านหรือทัดทานได้ไหว

ยง ฮวาผละออกมาในที่สุดเมื่อร่างบางจิกเล็บลงบนฝ่ามือเขา ไม่ใช่การสู้ยงฮวารู้ดีแต่เป็นการสะกดอารมณ์และข่มความปรารถนาที่กำลัง คุกรุ่นในตัวจงฮยอนต่างหาก เขาจูบย้ำๆบนกลีบปากบางอีกหลายครั้งก่อนจะดึงร่างบางเข้ามากอด เขาฝังใบหน้าลงบนไหล่ลาดผอมเกร็งไหล่ข้างที่สลักชื่อของเขาไว้เด่นชัด ลำแขนเรียวบางวาดมากอดตอบแนบใบหน้าเปื้อนน้ำตาลงบนไหล่คนที่ตนรักสุดหัวใจ

ไม่มีคำพูดใดใด
ไม่มีการกระทำใดใด
มีแต่วงแขนที่รัดรึงซึ่งกันและกัน
…และมีแต่เสียงพร่ำร้องในหัวใจ

ว่าไม่อยาก… ต้องจากกัน

==#==#==# ECLIPSE #==#==#==

ท้อง ฟ้าเบื้องบนสว่างจ้าผิดกับเมื่อคืนที่มืดดำสนิทเพราะพายุฝน รถกระบะสีขาวคันคุ้นตาแล่นพ้นปากทางเข้าไร่จองโมในเวลาสาย มันวิ่งบนทางดินลูกรังสีแดงขนาบสองข้างด้วยพืชพันธุ์ไม้เขียวชอุ่มจนมาหยุด อยู่หน้าเรือนใหญ่ คนในเรือนใหญ่วิ่งออกมาพร้อมกับสีหน้าที่อิดโรย จองโม ซอฮยอน จองชินและมินฮยอกยืนรอให้ทั้งสองคนที่หายตัวไปเมื่อคืนก้าวลงจากรถและหนึ่ง ในคนรอก็สะกดความโมโหไว้ไม่ไหว

“ไอ้ระยำ! ไหนมึงรับปากกูว่าจะไม่ทำให้ซอฮยอนเสียใจไง!” เป็นจองโมที่เสยหมัดหนักๆ เข้าที่ปลายคางของยงฮวา แรงและเร็วจนไม่มีใครเข้ามาห้ามทัน คนถูกต่อยร่วงลงไปกองที่พื้น เลือดสีแดงสดซึมอยู่ที่มุมปาก

“พี่จองโม หยุดค่ะ หยุด!”

“ปล่อย พี่ซอฮยอน พี่จะเอาเลือดไอ้ลูกแหง่นี่ออก ปล่อยพี่!” ซอฮยอนกระเด็นหลุดออกด้วยสู้แรงสะบัดของพี่ชายตนเองไม่ไหว จองโมตามเข้าไปต่อยซ้ำ เท้าข้างหนึ่งเหยียบอยู่บนอกของยงฮวา คนหนึ่งระเบิดใส่ไม่ยั้งกับอีกคนหนึ่งที่ไม่คิดสู้ใดใดเลยแม้แต่นิด…

“พอ ซะทีเถอะ! หยุดได้แล้ว!” สุดท้ายกลับเป็นจงฮยอนที่ตวาดออกมาเสียงดัง คนตัวบางไม่ได้เข้าไปยื้อยุดด้วยหรือไม่ได้เข้าไปช่วยขวางเหมือนซอฮยอน เจ้าตัวเพียงแค่สั่งให้จองโมยุติความบ้าคลั่งอยู่ข้างๆ มินฮยอกก่อนจะเดินเข้าเรือนใหญ่ไปหลังจากเอ่ยอีกประโยคหนึ่งออกมา

“วันนี้ ผมจะกลับโซล” ไม่ใช่ความแหนงหน่ายต่อความรักที่ตามหามาห้าปีเต็ม ไม่ใช่ว่ายกธงยอมแพ้เพราะหมดหนทางสู้แต่มันสุดทางแล้ว… มันถึงทางตันที่จะดันทุรังเดินต่อไปอีกแล้วจริงๆ มินฮยอกตามเจ้านายตัวเองเข้าไปที่ห่วงจนนอนไม่หลับเมื่อคืนที่หายไปไม่ ติดต่อกลับมาซักนิดยิ่งทวีความห่วงมากขึ้น เคยขอร้องให้กลับแต่ไม่ยอมแล้วพอวันนี้จู่ๆ ยืนยันออกมาเองว่าจะกลับแบบนี้ เกิดอะไรขึ้นกันแน่… สำหรับค่ำคืนที่เต็มไปด้วยสายฝนอันหนาวเหน็บนั้น

“พี่ ยงฮวากลับไปก่อนนะค่ะ” ซอฮยอนที่ยังจับแขนพี่ชายตัวเองไว้เอ่ยขอกับคนรัก อยากเข้าไปประคองคนที่ค่อยๆ พยุงตัวพิงรถกระบะ อยากเข้าไปกอด… อยากเข้าไปเช็ดหยดเลือดมุมปากและหางคิ้วที่เกิดจากหมัดรุนๆของพี่ชายตัวเอง ให้ใจแทบขาดแต่ถ้าขืนปล่อยแขนพี่จองโมไป พี่ยงฮวาจะต้องแย่กว่านี้ ซอฮยอนลากตัวพี่ชายโมโหร้ายเข้าเรือนใหญ่หันมามองคนรักที่ยังยืนอยู่ที่เดิม ทอดมองอย่างวิงวอนอีกครั้งจนเหยียบเข้าไปถึงห้องโถงกลางเรือนจึงได้ยินเสียง เครื่องยนต์ดังขึ้น

ไม่มีใครรู้ว่าสองคนนั้นหายไปไหนด้วยกันมา
ไม่มีใครอยากคิด… ว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น

และไม่มีใครอยากให้มันเป็นต้นเหตุให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป

==#==#==# ECLIPSE #==#==#==

 

มินฮยอกมองคนที่กวาดเสื้อผ้าในตู้ยัดลงกระเป๋าลวกๆร่างบางดูร้อนรนและเต็มไป ด้วยความว้าวุ่นใจ เขาไม่ท้วงห้ามไม่เอ่ยถามได้แต่ยืนครุ่นคิดว่า… สาเหตุใดกันที่ทำให้จงฮยอนผู้ดื้อรั้นและค้านการกลับโซลแบบหัวชนฝาเมื่อวัน ก่อนรีบเก็บข้าวของถึงเพียงนี้

“ใจเย็นสิครับ” ขายาวๆสาวเท้าเข้าไปช่วยกดกระเป๋าที่อีกคนพยายามรูดซิบปิดแต่ไม่เป็นผลเพราะ เสื้อผ้าพวกนั้นถูกขยุ้มๆยัดใส่ลงไปจึงทำให้ยากต่อการรูดปิด มินฮยอกดึงฝ่ามือรีบร้อนของอีกฝ่ายออกและจัดการค่อยๆปิดกระเป๋าให้

“ส่วนที่เหลือฝากนายดูแลด้วยนะมินฮยอก”

“แน่ ใจแล้วหรือครับว่าจะกลับจริงๆ?” ร่างสูงตอบไม่ตรงคำถามแต่ประการใด เขาวางกระเป๋าของจงฮยอนไว้บนพื้นข้างเตียงก่อนจะจับไหล่บอบบางนั้นให้หมุนมา เผชิญหน้ากัน… นัยน์ตาคู่หม่นยังฉายแววโศกเศร้าไม่ต่างจากทุกวันและวันนี้มินฮยอกเองก็จับ สังเกตุได้ว่ามันเศร้ากว่าทุกวันที่ผ่านมา จงฮยอนพยักหน้ายืนยัน

“คุยกับคุณยงฮวาเข้าใจแล้วใช่มั้ย?”

“เรื่องนั้นมันไม่จำเป็นหรอก”

“จงฮยอน…”

“……….”

“ผมว่าคุณอยู่เงียบๆคนเดียวสักพักดีกว่าหรือไม่ก็พักผ่อนก่อน แล้วค่อยว่ากันใหม่”

“ฉันบอกว่าฉันจะกลับโซล เดี๋ยวนี้พูดไม่รู้เรื่องหรือไงมินฮยอก?”

“คุณ ต่างหากครับที่พูดไม่รู้เรื่อง” มินฮยอกกล่าวด้วยสุ้มเสียงจริงจัง เขากดตัวร่างบางให้นั่งลงเพื่อสงบสติอารมณ์บนเตียงและรับปากว่าจะพากลับแน่ นอนหากให้เวลาคิดทบทวนอีกครั้งแล้วจงฮยอนยังยืนยันคำเดิม เสียงประตูปิดลงปังเรียกสติที่ขาวโพลนของจงฮยอนให้รู้สึกตัว ยอมรับว่าคิดอะไรไม่ออกสักอย่างและไม่รู้ว่าจะหาทางออกให้กับปัญหาทั้งหมด ยังไง

จงฮยอนจมอยู่กับความคิดว่างเปล่าของตัวเองก่อนจะ เคลื่อนตัวลงมานั่งจุมปุ๊กอยู่หน้ากระเป๋าตรงพื้น ดวงตาจดจ้องสิ่งที่ห้อหุ้มสัมภาระที่หอบหิ้วมาทั้งหมด กระดาษคำตอบในหัวใจยังคงว่างเปล่าเช่นเดิมจนมาสะดุ้งตัวโหยงเมื่อใครบางคนมา เคาะประตู

“ถึงฉันไม่กลับวันนี้ วันหน้าฉันก็ต้องกลับ” จงฮยอนคิดว่าไม่น่าจะเป็นใครอื่นนอกจากมินฮยอกที่สั่งให้เขาอยู่คนเดียวก่อน จะมาว่ากันใหม่ เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาแต่จงฮยอนไม่ได้หันหลังไปดูว่าใคร แผ่นหลังบอบบางหันให้บานประตูที่ถูกเปิดเข้ามา

“สู้ให้ฉันกลับซะตอนนี้ดีกว่ามินฮยอก ฉันกลัวว่าวันหน้าฉันจะตัดใจกลับไปไม่ได้”

“……….”

“มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆนะมินฮยอกที่จะแกล้งไม่รักทั้งที่ยังรัก”

“……….”

“แล้วฉันคงแกล้งหูหนวกตาบอดไม่ได้ถ้าต้องเห็นพี่ยงฮวาเข้าพิธีแต่งงานต่อหน้าต่อตา”

“……….” คนที่ก้าวเข้ามาค่อยๆนั่งลงกับพื้น วางฝ่ามือลงบนไหล่ผอมเกร็งที่กำลังสะท้านขึ้นลง เจตนาแรกที่เข้ามาไม่ใช่แบบนี้ไม่ได้ต้องการมาปลอบโยนอีกฝ่ายแม้แต่น้อยแต่ พอมาเห็นว่าจงฮยอนนั่งก้มหน้างุด ปล่อยน้ำตาลงบนฝ่ามือตัวเองก็ลืมเจตนาตั้งแต่เริ่มเดิมทีไปเสียสิ้น

“ฉัน จะทำยังไงดีมินฮยอก ฉันตื้อไปหมดแล้วจริงๆ” จงฮยอนหมุนตัวมาซุกใบหน้าลงกับอกกว้างของคนที่ตนคิดว่าเป็นเพื่อนร่วมงาน ฝ่ามือบางขยุ้มอยู่ที่อกเสื้อของอีกฝ่าย คนที่ถูกยื่นชื่อเสียงเรียงนามให้เป็นมินฮยอกนิ่งงัน ไม่ได้เตรียมใจว่าจะต้องมาเป็นผ้าเช็ดหน้าจำเป็นให้กับจงฮยอนสักนิด

จน แล้วจนรอดฝ่ามือกว้างก็ลูบเรือนผมสีดำนั้นเบาๆไม่ขืนตัวหรือผลักไสคนที่ซุก หน้าร้องไห้กับอกตัวเองออก… นานจนน้ำตาเหล่านั้นที่ซึมผ่านอกเสื้อเชิ้ตของเขาจนรู้สึกเย็นวาบไปถึงผิว หนังด้านในหยุดร้องไห้เอง… เจ้าของบ่อน้ำตาผละตัวออกช้อนตามองคนที่เป็นที่พึ่งให้ตัวเองปล่อยความ อ่อนแอออกมาแต่ทันทีที่เห็นชัดว่าเป็นใครก็ผงะถอยหลังอย่างตกใจ

“นาย!”

“ขอบคุณนะคุณจงฮยอน หากพี่สาวผมเข้ามาได้ยินก็คงโกรธคุณไม่ลง”

“ผมขอโทษ ผมไม่ตั้งใจจะให้พี่สาวคุณรวมทั้งครอบครัวคุณต้องเสียใจแต่…”

“ไม่ต้องพูดหรอก ทั้งคุณเองทั้งพี่สาวผมก็ทำถึงที่สุดแล้ว รวมถึงพี่ยงฮวาด้วย”

“คุณจองชิน”

“แปลก ใจสินะที่ผมพูดแบบนี้” จงฮยอนพยักหน้าหงึก ยกหลังมือป้ายน้ำตาบนหน้า มันไม่ใช่แค่ความแปลกใจเท่านั้นกับสิ่งที่จองชินกล่าวออกมา… แม้แต่การกระทำแสนอ่อนโยนเมื่อวานด้วยล้วนแต่ทำให้จงฮยอนตั้งตัวไม่ทัน คนที่ตั้งป้อมเกลียดชังตนตั้งแต่ยังไม่ได้คุยกันด้วยซ้ำจู่ๆจะผลิกมาญาติดี ด้วย… มันไม่น่าเชื่อเท่าไร

“จิตใจผมคงหยาบกระด้างเกินไปเพราะผมไม่รู้ว่าแค่คำว่ารักคำเดียวทำไมถึงทำให้คุณกับพี่สาวผมถึงต้องเป็นบ้าเป็นหลังถึงขนาดนี้”

“……….”

“แต่ผมเพิ่งรู้จริงๆว่าไอ้คำว่ารักคำเดียว… มันทำให้เราไม่เป็นตัวของตัวเองแล้วก็ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าทำอะไรลงไปบ้าง”

“คุณหมายถึงอะไร?”

“ไม่ มีใครเหมาะกับน้ำตาหรอก เชื่อผมนะ” เจ้าของบ้านใช้นิ้วโป้งเกลี่ยเช็ดคราบน้ำตาที่ยังเปื้อนบนผิวแก้มคนตรงหน้า เขาระบายยิ้มอ่อนๆให้กับจงฮยอนเป็นครั้งแรกก่อนจะผุดลุกขึ้นแล้วก้าวออกจาก ห้องไป ทิ้งไว้เพียงถ้อยคำที่ต่อให้ฉลาดแค่ไหนก็ไม่สามารถตีโจทย์ให้แตกได้ภายใน เวลาชั่วครู่เดียว แผ่นหลังกว้างของคนที่ใช้สิทธิ์การเป็นเจ้าของบ้านเข้ามาหายลับไป… แต่นัยน์ตาสีช้ำของจงฮยอนยังจดจ้องอยู่ตรงบานประตูที่เปิดอ้าไว้อย่างนั้น

จองชินก้าวเข้ามาพร้อมกับคำถาม
และก้าวกลับออกไปพร้อมกับคำถาม
ที่คงมีแต่จงฮยอนเท่านั้นที่จะหาคำตอบให้กับมันได้คนเดียว

==#==#==# ECLIPSE #==#==#==

รถ ตู้ของบริษัทจงฮยอนจอดรอท่าอยู่หน้าเรือนใหญ่หลังโอ่อ่าในตอนบ่ายจัด ทีมงานครบทีมต่างไม่ได้ย่างกรายเข้ามาบริเวณนั้นเพราะการถ่ายทำยังคงดำเนิน ต่อไปแม้เจ้านายจะกลับก่อน จงฮยอนเดินลงมาจากบันไดเห็นจองโมกับซอฮยอนรอส่งอยู่ด้วยก็ค่อมหัวขอบคุณ เรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานต้องแยกกันให้ออก

“ผมขอบคุณมากนะครับ สำหรับการเอื้อเฟื้อสถานที่ให้ทางเราถ่ายทำโฆษณา”

“ถ้า อย่างนั้นผมขอลาเลยนะครับ ส่วนทีมงานจะตามกลับไปทีหลังยังไงก็ขอรบกวนในส่วนที่เหลือด้วยนะครับ” จงฮยอนเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเจ้าของไร่และค่อมหัวขอบคุณอีกครั้งก่อนเดินนำ มินฮยอกไปที่รถตู้ที่จอดรออยู่ แล้วสายตาของอีจงฮยอนก็ต้องเบือนหนีเมื่อเห็นว่าเป็นใครที่ยืนอยู่ใกล้ๆ กับรถตู้นั้น… ยงฮวาจดจ้องยังคนที่ทำให้เขาใจกล้าให้กลับมายังที่นี่อีกครั้งทั้งที่ว่าที่ เจ้าสาวอย่างซอฮยอนขอร้องว่าอย่าเพิ่งมา…

จบลงแล้วสินะ… ปาฏิหาร์ยที่สั้นนิดเดียว

“คุณจงฮยอน” ยังไม่ทันที่จงฮยอนจะก้าวขึ้นรถตู้ ซอฮยอนก็ตามออกมา

“ฉันขอเวลาสักครู่นะมินฮยอก”

“ครับ” มินฮยอกรับคำเจ้านายหนุ่มพร้อมฉวยปิดประตูรถตู้ลงมาก่อนปล่อยให้อีกคนเดิน กลับไปหาซอฮยอนที่วิ่งตามออกมาถึงหน้าเรือน เป็นการเผชิญหน้ากันครั้งสุดท้ายกับสองหัวใจที่บอบช้ำพอๆกัน

“ผม รักพี่ยงฮวามาทั้งหมดเก้าปี แต่ห้าปีหลังผมรักเขาพร้อมกับที่คุณก็รักพี่เค้าเหมือนกัน” จงฮยอนระบายยิ้มน้อยๆ สบตาคนตรงหน้า วันนี้เลือกที่จะหยิบเสื้อคอลึกมาใส่เพราะต้องการให้ซอฮยอนเห็นบางอย่างบนคอ ตัวเอง เห็นมันไหม… ซอฮยอน?

“คุณได้อยู่กับพี่เค้า มากกว่าที่ผมได้อยู่ รู้อะไรไหมซอฮยอน ผมอิจฉาคุณนะอิจฉามากด้วย แต่ผมจะไม่เอาความอิจฉาของผมมาทำร้ายใครอีกแล้ว”

“คุณหมายความ ว่ายังไง?” หญิงสาวตีคำพูดนั้นไม่ออกหรือเพราะมัวแต่จับจ้องอยู่แต่สร้อยเส้นสวยที่คอ ของจงฮยอนกันแน่… พี่ยงฮวาคืนสายสร้อยให้คุณจงฮยอน เมื่อคืนอย่างนั้นเหรอ?

“ก็ผมจะกลับโซลแล้วยังไงล่ะและตั้งใจว่าจะไม่มาที่นี่อีก เรื่องผมกับพี่ยงฮวามันจบลงแล้วจริงๆ”

“แต่ที่ผ่านมาพี่ยงฮวาไม่เคยลืมคุณสักวัน”

“ผม เชื่อว่าคุณจะทำให้พี่เค้าลืมผมได้ ผมไปก่อนนะ ” มือบางแตะที่แก้มขาวใสของซอฮยอนเบาๆ จงฮยอนพูดมันออกมาจากใจและทำมันด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่มีใครคาดเดาได้ว่าจงฮยอนคิดและตั้งใจจะทำอะไรแต่การที่เจ้าตัวยืนยันที่ จะกลับโซลก็ไม่มีใครคิดรั้งแต่ยังไม่ทันที่จงฮยอนจะออกเดินทางรถตู้คันใหญ่ แปลกตาก็ได้เคลื่อนเด่นมาตลอดแนวปากทางเข้าไร่ จนมันมาจอดสนิทอยู่ตรงหน้าเรือนใหญ่และบุคคลที่ก้าวลงมาต้องทำให้ทีมงานทุก คนของบริษัทโฆษณามองหน้ากันเลิ่กลั่ก… รองประธานกรรมการฝ่ายบริหาร

“พี่ ยุนโฮ พี่มาได้ยังไงฮะ?” จงฮยอนเป็นคนแรกที่ปรี่เข้าไปหาพี่ชายตัวเอง อะไรกันดลใจให้พี่ชายต้องตามมาถึงที่นี่ ยุนโฮเพียงยิ้มให้น้องชายแต่สายตากลับเพ่งตรงไปยังชายหนุ่มอีกคน ผู้มาใหม่เดินเข้าไปหายงฮวาด้วยกิริยาสำรวม…

“ไม่ได้พบกันนานเลยนะ…”

จง ฮยอนมองตามขายาวๆของผู้เป็นพี่ชายที่ก้าวไปหยุดยืนตรงหน้างพี่ยงฮวา ต่างคนต่างแสดงออกมาทางสีหน้าว่าไม่ประหลาดใจกับการพบเจอกันเท่าไรแต่กลับ เป็นจงฮยอนเพียงคนเดียวที่ไม่คิดเช่นนั้น ในเมื่อพี่ยุนโฮกับพี่ยงฮวาไม่เคยพบหน้าค่าตากันมาก่อนแต่เหตุใดจึงทักทาย กันราวกับไม่ใช่คนแปลกหน้าต่อกัน

“จงฮยอน” ใครบางคนพรวดพราดมาเกาะแขนเรียวบางนั่นไว้มันดึงความคิดเรื่องของพี่ชายตัว เองกับคนที่ตนรักออกมาในฉับพลัน และทันทีที่ตวัดหน้าไปมองจงฮยอนก็ถึงกับโผเข้าไปกอดพร้อมสุ้มเสียงแห่งความ ดีใจ

“อูยอง! นายก็มาด้วยเหรอ?”

“ก็ฉันบอกแล้วว่าจะมาช่วยนางเอกตามรักคืนใจ”

“มันเป็นไปไม่ได้แล้วล่ะ”

“เอาเหอะ เรื่องนั้นไว้ค่อยคุยกันทีหลังว่าแต่เมื่อคืนหายไปไหนมาห๊ะ?”

“……….” พอผละออกจากกันอูยองก็ยิงคำถามที่ทำให้ตนถึงกับนอนไม่หลับทั้งคืน พอวางโทรศัพท์ทางไกลจากมินฮยอกลงก็โทรหาพี่ยุนโฮและเล่าเรื่องทั้งหมดให้พี่ ชายของคนตรงหน้าฟัง มันอดทนรอโดยอยู่เฉยๆต่อไปไม่ได้จริงๆแต่สิ่งที่อูยองไม่คาดคิดว่าจะได้รับ ฟังกลับปรากฏชัดในโสตหูผ่านกระบอกโทรศัพท์ตลอดการสนทนากับยุนโฮ… ทำให้ทั้งตนและยุนโฮตัดสินใจจะมาตามที่ปูซานเพื่อช่วยยุติเรื่องราวผิดๆถูกๆ ตลอดห้าปีที่ผ่านมาเสียที…

“ไปกับพี่ยงฮวามาใช่มั้ย?” คำถามนี้อูยองลดความดังลงเกรงว่าใครอีกหลายคนที่ตนยังไม่ได้ทำความรู้จักอาจ ไม่พอใจเข้าและอูยองต้องถอนหายใจพรืดโตทีเดียวเมื่อเพื่อนรักตัวบางพยักหน้า ช้าๆ


ปาฏิหาร์ยที่เพื่อนเขาคิดว่าจะจบลง
หรือแท้จริงแล้ว… แค่กำลังจะเริ่มขึ้นกันแน่นะ

==#==#==# ECLIPSE #==#==#==

 

การเดินทางกลับโซลมีอันต้องหยุด ชะงักลง เมื่อยงฮวาพายุนโฮไปยังไร่ของตนรวมทั้งจงฮยอนและอูยองด้วย คนไม่รู้อิโหน่อิเหน่อย่างจงฮยอนได้แต่มองทุกการทำของพี่ชายร่วมสายเลือด ด้วยความฉงนโดยมีเพื่อนรักตัวน้อยจับมือเป็นกำลังใจอยู่ข้างๆ ยุนโฮนั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้ารูปถ่ายและอัฐฐิบิดาของยงฮวา… คนตัวบางเห็นพี่ชายสงบนิ่งอยู่เป็นนานสองนาน คำถามร้อยแปดประเดประดังเข้ามาในหัวจงฮยอนแต่ก็ได้แค่รอคำอธิบายจากคนทั้ง สอง แต่ใครกันเล่าที่จะเป็นคนเล่าเรื่องราวทั้งหมด… อีจงฮยอนมั่นใจว่าต้องไม่ใช่จองยงฮวาเป็นแน่…

“พี่รู้ เรื่องที่บ้านของพี่ยงฮวาได้ยังไงกัน?” ทันทีที่ยุนโฮลุกออกมาจงฮยอนก็ปรี่เข้าไปถามตรงๆ ตั้งแต่ที่ไร่คุณจองโมแล้วที่พี่ชายโผล่มาดื้อๆ แถมยังเข้าไปคุยกับพี่ยงฮวาและเอ่ยปากขอมาเคารพเถ้ากระดูกบิดาของอีกคน ยุนโฮมองเจ้าของไร่ที่ยังวางท่าทีนิ่งสงบเฉกเช่นเดิมและอดนับถือในน้ำใจของ อีกฝ่ายไม่ได้ทันทีที่คำตอบจากปากน้องชายตัวเองถูกเ่อ่ยออกมา…

“เค้าไม่ได้เล่าให้จงฮยอนฟังเหรอ?”

“พี่ หมายถึงพี่ยงฮวาเหรอฮะ ก็ไม่เห็นเล่าอะไรนี่” จงฮยอนส่ายหน้าดวงตากลมโตมองพี่ชายทีมองพี่ยงฮวาทีพร้อมขมวดคิ้วมุ่น… สองคนตรงหน้ามีความลับอะไรกับอีจงฮยอนกันแน่นะ

“พี่เป็นคนขอให้ยงฮวาออกไปจากชีวิตจงฮยอนเอง”

“พี่ ยุนโฮ~~” เรื่องราวทั้งหมดถ่ายทอดผ่านน้ำเสียงราบเรียบ ตามความเป็นจริงทุกประการรวมถึงเรื่องที่บิดาของยงฮวาเสียชีวิตด้วยการเล่น สกปรกจากฝีมือเขาเอง แม้แต่เรื่องที่ขอร้องยงฮวาไม่ให้แสดงตัวให้จงฮยอนเห็นในวันที่จะออกเดินทาง ไปรักษาตัวและเรียนต่อ ทั้งที่วันนั้นเขาก็ได้เห็นถึงความจริงใจที่ยงฮวามีต่อตัวน้องชายตนแล้วแท้ๆ

“พี่ผิดเองพี่ขอโทษแต่ในเวลานั้นพี่กับป๋าต้องเลือกที่จะตัดสินใจแบบนั้น”

“………….”

“ชีวิต ของจงฮยอนสำคัญต่อป๋ากับพี่มาก เรื่องที่พี่สารภาพวันนี้พี่จะไม่ว่าอะไรเลยถ้าจงฮยอนจะโกรธจะเกลียดพี่ แค่ช่วงเวลาที่ผ่านพ้นมาจงฮยอนยังอยู่กับพวกเราพี่ก็พอใจแล้ว พี่จะไปรอที่รถนะ” ยุนโฮลูบหัวน้องชายสุดรักที่มีสีหน้าและแววตาที่มองตนเปลี่ยนไปก่อนจะเดิน ออกไปรอที่รถตามที่บอก เขาอยากให้จงฮยอนได้ทบทวนและตัดสินใจด้วยตัวจงฮยอนเองว่าจะทำยังไงต่อไปหลัง จากรับรู้ความจริงและอยากให้ทั้งยงฮวาและจงฮยอนได้เปิดใจพูดคุยกัน… แม้มันจะสายเกินไปและจะสุดทางเยียวยาความรู้สึกของคนทั้งคู่แล้วก็ตาม อูยองบีบมือเพื่อนรักก่อนจะเดินตามยุนโฮออกไป…

อดเห็นใจและอดสงสารจงฮยอนขึ้นมาอีกไม่ได้
ทั้งที่ยังดื้อดึงรักต่อมาโดยไม่รู้ความจริงกับการมารู้ความจริง
ทั้งที่ยังเลิกรักไม่ได้แต่ไม่สามารถรักต่อไปได้แบบนี้…
หากเพื่อนเขาอ่อนแอกว่านี้สักนิดเดียวไม่อยากจะคิดเลยว่า… จะเกิดอะไรขึ้น

“ทำไม ถึงไม่บอกผมตามจริง พี่ยงฮวา?” จงฮยอนกลั้นน้ำตาถามคนที่ตนแสนรัก รู้แล้วว่ายงฮวาทิ้งตนไปเพราะอะไร… มันไม่ใช่เพราะหมดรักอย่างที่เคยคิดมาสักนิด แต่อะไรต่ออะไรมันก็กลายเป็นอดีตไปหมดแล้ว มันเป็นแค่ความทรงจำที่จบฉากลงไปแล้ว… เท่านั้น

“เมื่อคืนที่ เราถามพี่… ว่าเราโง่ใช่มั้ยที่สักชื่อพี่ไว้ ไม่เลยสักนิดถ้าเทียบกับพี่ พี่ต่างหาก… พี่ที่โง่กว่าจงฮยอนหลายเท่า” ฝ่ามือกว้างแตะที่แก้มขาวเบาๆ จงฮยอนทาบฝ่ามือตัวเองกับหลังมือยงฮวา… รู้สึกกันทั้งคู่ว่ามันสั่นเทามากแค่ไหน… มันนับถอยหลังลงไปทุกทีๆ แล้วเวลาสำหรับเขาสองคน

“ตั้งแต่แรกที่เราคบกัน… พี่มีแต่ทำให้เราลำบากแต่พี่ก็เห็นแก่ตัวที่ไม่ยอมปล่อยมือจนวันที่พี่รู้ว่าเราป่วย”

“คบกับพี่ ผมไม่เคยลำบากสักนิด” จงฮยอนเถียงด้วยเสียงเครือ น้ำร้อนๆ กลิ้งลงบนสองแก้มจนได้ อ่อนแออีกแล้ว อ่อนแออีกจนได้…

“พี่ขอโทษที่มีคนอื่น”

“ช่าง มันเถอะฮะ มันผ่านไปแล้ว” ถามว่าจงฮยอนผิดหวังมั้ยที่ยงฮวามีรักใหม่ ไม่เถียงหรอกว่าไม่ผิดหวังแต่ยงฮวาก็ไม่ได้มีคนอื่นในช่วงเวลาที่มีจง ฮยอน… ตนจึงต่อว่าอะไรไม่ได้

“แต่เราไม่มีใคร…”

“ช่าง มันเถอะพี่ยงฮวา เรากลับไปแก้ไขอดีตไม่ได้อีกแล้ว มันจบไปแล้ว… ใช่มั้ย?” จงฮยอนโผกอดคนตรงหน้าแน่น ทั้งทีพร่ำบอกยงฮวาว่าจบไปแล้วแต่สุดท้ายก็ไม่อยากรับความจริง… ว่าระหว่างตนกับยงฮวามันจบลงไปแล้วจริงๆ ทั้งที่ข้างในหัวใจที่พิการจนบิดเบี้ยวดวงนี้ของอีจงฮยอนมันยังมีแต่คนที่ ชื่อจองยงฮวาอยู่เต็มหัวใจ… ยงฮวาซบหน้าลงที่ไหล่คนในอ้อมกอด น้ำตาลูกผู้ชายไหลรินออกมาอย่างคนพ่ายแพ้… ถ้าอีจงฮยอนไม่อยากรับความจริง …จองยงฮวาคนนี้ก็ไม่อยากมันรับเช่นกัน

ถ้าอีจงฮยอนโง่ที่สลักชื่อของคนที่รักไว้กับร่างกาย…
จองยงฮวาคนนี้ก็คงโง่เช่นกัน…
ที่สลักชื่อของคนที่รักที่สุดไว้… กับก้อนเนื้อหัวใจตัวเอง

“ทุก คนรอผมอยู่ ผมต้องไปแล้ว” จงฮยอนขืนตัวออกจากอ้อมกอดที่อบอุ่นที่สุดในชีวิตแต่จำต้องตัดใจจากมันเสีย เพราะตระหนักดีเสมอว่าเวลาแห่งห้วงอดีตกับเวลาแห่งห้วงปัจจุบัน มันต่างกันโดยสิ้นเชิง… จองยงฮวาเป็นของอีจงฮยอนก็แค่ในอดีตเท่านั้น…

“จะกลับโซลจริงๆ ใช่มั้ย?”

“ฮะ พี่ไม่ต้องออกไปส่งผมหรอก” คนตัวบางขอ ยกมือขึ้นเช็ดแก้มอีกคนที่เปื้อนคราบน้ำตา จงฮยอนไม่อยากเห็นพี่ยงฮวาร้องไห้อีกเหมือนกับที่ตนก็ไม่อยากร้องไห้ให้พี่ ยงฮวาเห็นอีกเช่นกัน

“ผมขออะไรพี่อย่างหนึ่งได้มั้ย?”

“……..”

“จดจำผมไว้นะ… จดจำอีจงฮยอนคนนี้ไว้ตรงนี้ของจองยงฮวาได้มั้ย?”

“จง ฮยอน~~” ชายหนุ่มหลุบตามองปลายนิ้วที่จงฮยอนชี้ลงที่อกข้างซ้ายของเขา จงฮยอนขอแค่นี้ ขอแค่ให้จดจำอีจงฮยอนไว้ในหัวใจของจองยงฮวาเท่านั้น… จะจดจำในฐานะไหนก็ได้ทั้งนั้น… ขอแค่อย่าลบลืมกันไปก็พอ ยงฮวามองร่างของคนตัวบางจากไปจนลับแผ่นหลัง แสงแดดจ้านอกบานประตูบ้านราวกับเวทมนต์แห่งความชั่วร้ายที่ดูดกลืนจงฮยอนไป จากเขา… จากไปแล้ว ในที่สุดจงฮยอนก็จากไป…

“จงฮยอน!” ยงฮวาวิ่งไปยังหน้าประตูด้วยความตกใจที่จู่ๆ เสียงโหวกเหวกเรียกชื่อของจงฮยอนก็ดังลั่นเข้ามา ยิ่งตกใจหนักขึ้นเมื่อเห็นชัดว่าคนที่เพิ่งเดินจากตนมานอนฟุบหน้าอยู่ตรงทอ เรซหน้าบ้าน

ยุนโฮ อูยอง มินฮยอก รวมถึงจองโม ซอฮยอนและจองชินที่เพิ่งตามมาถึงต่างก็ปรี่เข้ามาดูจงฮยอนที่เดินมาอยู่ดีๆ ก็หมดสติทรุดฮวบลงไปกองที่พื้น เกิดอะไรขึ้นกับจงฮยอนกัน? ไม่มีใครรู้และไม่มีใครสามารถหาคำตอบได้สักคน…

อีจงฮยอนถูกส่ง ตัวไปยังรพ.ประจำเมืองปูซาน ร่วมชม.ที่หัวใจของทุกคนเต้นระส่ำ สายตาที่จดจ้องยังบานประตูห้องฉุกเฉินพาลต้องเบือนหน้าหนีอยู่หลายต่อหลาย ครั้ง… ยงฮวานึกอยากจะพังบานประตูนั้นทิ้งเสียให้รู้แล้วรู้รอด เขาแทบคลั่งใจตายอยู่ทุกๆ วินาทีที่เข็มนาฬิกาเดินด้วยซ้ำ ห่วงคนหลังบานประตูที่ราวกับปิดตายบานนั้นจนนั่งแทบไม่ติด จนท้ายที่สุดบานประตูที่ยงฮวานึกเกลียดชังก็ถูกเปิดออก โชคดีนักที่อีจุนซึ่งประจำอยู่ที่รพ.นี้เป็นคนรับตัวจงฮยอนไว้ตรวจพอดี

“จงฮยอนเป็นยังไงบ้าง อีจุน?”

“ใจ เย็นๆ ยงฮวาฟังฉันพูดก่อนสิ” อีจุนพยายามให้เพื่อนคุมสติมากกว่าที่เป็นอยู่ เห็นตั้งแต่ตอนที่พามาถึงรพ.แล้วว่า ยงฮวาคุ้มคลั่งแค่ไหนที่จงฮยอนหมดสติไปแบบนั้นคุณหมออีจุนค่อมหัวคำนับให้ กับคนอื่นๆ และยุนโฮกับอูยองที่คาดเดาว่าน่าจะเป็นญาติทางฝั่งจงฮยอน

“ทาง เรายังแจ้งรายละเอียดทั้งหมดไม่ได้ตอนนี้แต่เท่าที่ตรวจดูคนไข้ไม่ได้รับบาด แผลใดใดจากการล้มกระแทกกับพื้นแต่สำหรับภายในคนไข้มีอาการผิดปกติที่สมอง… เราจะต้องเอ็กซเรย์สมองคนไข้อีกทีครับ”

“จงฮยอน~~” ยุนโฮถึงกับทรุดลงไปนั่งกับเก้าอี้ตามเดิม ไม่อยากคาดเดาไปเองเลยว่าจงฮยอนป่วยเป็นอะไร หวังว่าเรื่องร้ายๆ เมื่อห้าปีก่อนคงจะไม่กลับมาซ้ำรอยเดิมอีกรอบหรอกนะ ยุนโฮเฝ้าภาวนาอยู่แบบนั้นเงียบๆ คนเดียวและภาวนาให้ผู้กำหนดชีวิตของจงฮยอนไม่ใจร้ายพอที่จะพรากน้องชายเพียง คนเดียว… ไปจากอ้อมอก คนอื่นๆ ที่เหลือทั้งมินฮยอก อูยอง จองโม ซอฮยอนรวมถึงจองชินต่างก็เงียบงัน สถานการณ์ที่เกินกว่าจะเอ่ยปากถามใดใดเพราะเกรงว่าจะกระทบจิตใจของยุนโฮและ ยงฮวาเข้า…

ยงฮวาก้าวช้าๆ มาหยุดอยู่ตรงบานกระจกหน้าห้องฉุกเฉินนั้น เขาเห็นจงฮยอนนอนหลับตาสงบนิ่งอยู่ข้างใน ดวงหน้าซีดเซียวไปถนัดตาเพียงในช่วงเวลาไม่ถึงครึ่งวัน… ใครกันนะที่กำหนดให้ชีวิตของจงฮยอนต้องเป็นแบบนี้ …ชีวิตที่หาจุดสิ้นสุดของความทุกข์ทรมานจากเงื้อมือของความโหดร้ายไม่ได้ เสียที

หากไม่ได้กำหนดให้ผมกับจงฮยอนรักและอยู่ด้วยกันได้
แต่ได้โปรด… อย่ากำหนดให้ผมกับจงฮยอนต้องจากกันไปตลอดชีวิต

ได้โปรด…

โปรดติดตามตอนต่อไป ตอนสิบ

ตัวอย่างตอนต่อไป

“พี่ ยงฮวา ฉันกลับไปที่ไร่ก่อนนะค่ะ” เป็นซอฮยอนที่เข้ามาแตะแขนบอกคนรัก เวลานี้ยงฮวาราวกับคนเพ้อที่บ้าใบ้ไปเสีย ชายหนุ่มได้แต่พยักหน้าให้ไม่ท้วงติงใดใด ซอฮยอนเองก็ไม่อยากจะถือโทษโกรธกับอากัปกิริยาแบบนี้ของคนรัก ทุกอย่างมันพิสูจน์หมดแล้วว่าคนที่ยงฮวารักคือใคร… ยิ่งคำตอบที่ซอฮยอนได้รับฟังจากปากยงฮวาเองเมื่อบ่ายก็ยิ่งทำให้หญิงสาวยอม จำนน…


‘พี่เป็นคนคืนสร้อยให้คุณจงฮยอนเองหรือคุณจงฮยอนเป็นคนถอดไปเองค่ะ?’
ซอ ฮยอนถามตอนที่ยงฮวากลับไปที่ไร่ตนอีกรอบทั้งที่เพิ่งจะมีเรื่องกับจองโม เป็นเพราะจงฮยอนกำลังจะเดินทางกลับโซล ยงฮวาถึงไม่เกรงกลัวใดใดสักนิดที่จะกลับไปที่นั่นอีก

‘เค้าถอดไปจากคอพี่เอง….’ ยง ฮวาตอบ ทั้งที่หากโกหกไปอาจจะทำให้ซอฮยอนรู้สึกดีขึ้นแต่เขากลับไม่ทำ… จนจงฮยอนเดินลงมาจากชั้นบนของเรือนใหญ่และจะขึ้นรถตู้กลับ เขาก็เห็นซอฮยอนเข้าไปคุยกับจงฮยอนอยู่ชั่วครู่หนึ่ง ยงฮวาไม่อาจรู้ได้ว่าคนทั้งสองคุยกันเรื่องใดแต่ทุกอย่างก็เป็นอันต้องพับลง เมื่อยุนโฮและอูยองมาปรากฏกายอยู่ท่ามกลางสายตาทุกคน

จองโมโอบ ไหล่น้องสาวตัวเองตั้งใจจะกลับไปยังไร่เพราะยังไงเสียพวกเขาเป็นคนนอกดูจะ เป็นการเสียมารยาทมากไปหากว่าอยู่นานมากกว่านี้ แต่ยังไม่ทันที่ใครจะได้ก้าวออกจากห้องพักผู้ป่วยไป คุณหมออีจุนก็เดินเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเล่มหนาในมือ

“ไม่ทราบว่าจะอนุญาตหรือเปล่า ถ้าผมจะแจ้งผลการตรวจนี้ต่อหน้าทุกคน?”

“เชิญ ครับ” ยุนโฮพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาต ยังไงเสียก็เป็นคนที่ช่วยเหลือพาจงฮยอนมารพ.ทั้งนั้น ความเงียบภายในห้องสีขาวกดดันหัวใจให้ต่างคนต่างเต้นไม่เป็นจังหวะ ไม่เพียงแค่ยุนโฮและยงฮวาที่รอฟังจนใจไม่เป็นสุข คนอื่นๆ ก็ด้วยเช่นกัน…

==#==#==# ECLIPSE #==#==#==

AuThor Talk: ยิ้มงามๆกับคอมเม้นท์ทุกตอนที่ผ่านมา ไม่ว่าจะชม ตัดพ้อต่อว่าหรือด่าทั้งตัวละครแต่ละตัวรวมทั้งจิกกัดไรท์เตอร์ในความใจไม้ ไส้ระกำ ฮ่าๆ ก็แต่งไปตามชื่อเรื่อง เค้าผิดตรงไหนอ่า TT

ตอนสิบยังคิดชื่อใหม่ไม่ออกเพราะไรท์เตอร์ยืดเนื้อหาออกไปค่ะ
ฝากตอนต่อๆไปที่ยังกำหนดตอนจบไม่ได้แต่คงไม่ถึงสิบห้าตอนหรอกค่ะ

จ๊วฟฟฟ ยูกึนหายไป แงๆๆ จะเอาเด็กคนนี้มาใส่ตอนไหนดี ช่วยกันคิดหน่อยเหอะ

ปล.ตอนที่แล้วมีคนเม้นท์ว่า “ชีวิตจะหลุดพ้นจากคู่นี้ได้ถ้าไรเตอร์หยุดขีด ๆ เขียน ๆ และก็หยุดเล่นกับหัวใจคนอ่านแบบนี้สักที” โอ้ว สำนวนช่างบาดใจไรท์เตอร์จริงจัง สรุปนี่เป็นประโยคจิกกัด ต้อพ้อหรือต่อว่ากันเนี่ย กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

ลป.ตอนแรกว่าจะยังไม่ลงเพราะบางคนยังไม่อิดิทเม้นท์ที่แปะไว้ด้วยซ้ำ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

อ่านจบกรุณาอีดิทคอมเม้นท์ด้วยค่ะ!
*อย่าเม้นท์แค่ว่าสนุก รอตอนต่อไปหรือขอบคุณๆๆแค่นี้นะค่ะ ไม่ปลื้มค่ะ!!
และหากรู้ว่าไม่มีเวลาอ่านรบกวนอย่าแปะทิ้งไว้จะดีกว่าเนอะ^^

และเม้นท์แค่บรรทัดสองบรรทัดมันบั่นทอนกำลังใจคนแต่ง รู้มั้ยค่ะ????

 

 

 

Comments
  1. […] #= Click [Fic] =# ECLIPSE l9l ‘ผู้กำหนดชีวิต’ #= Click [Fic] =# ECLIPSE l10l ‘สุดท้าย’ #= Click […]

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s