[Fic] =# L o s t of L o v e 1/4 #=

Posted: June 13, 2011 in ~* MinHyun *~

Title : L o s t of L o v e
Author : HaneiBee

[1/4]

“พอ แล้วน่ามินฮยอก เดี๋ยวคนอื่นก็จะมาแล้ว” เสียงนุ่มท้วงขึ้นพร้อมกับดันอกเจ้าของชื่อเมื่อครู่ให้ห่างออกเพราะหากไม่ ท้วงติงไว้สิ่งที่อีกคนกำลังกระทำอยู่อาจเลยเถิดจนเกินงามและอาจดูไม่ดีใน สายตาของผู้ที่กำลังจะตามมาสมทบ

“ก็ได้ครับแต่ว่าพี่ต้องรับปากก่อนว่าจะไปค้างที่บ้านผมคืนนี้”

“สรุป ว่าฉันก็เสียเปรียบอยู่ดีแหล่ะ ไม่ว่านายจะหยุดหรือไม่หยุดก็ตาม” รุ่นพี่ตัวบางยันตัวลุกขึ้นนั่งดีๆ พลางจัดเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยไปถึงไหนต่อไหนให้เรียบร้อยแต่ก็ไม่วายค่อนขอด เอากับคนที่ยื่นข้อเสนอมาอย่างอดไม่ได้ มินฮยอกเองพอลุกขึ้นก็สำรวจดูตัวเองพอเห็นว่าเรียบร้อยแล้วก็เอื้อมมือมา ปัดๆผมให้รุ่นพี่ตัวบางที่คงจะลืมไปว่านอนลงกับโซฟาแล้วดิ้นไปดิ้นมาขนาดนี้ ผมเผ้าจะต้องยุ่งเหยิงพอตัว

“ยังรับปากไม่ได้นะ ขอดูก่อนก็แล้วกัน”

“ครับ” ไม่ถึงนาทีดีสมาชิกที่เหลือก็เปิดประตูห้องซ้อมเข้ามา มินฮยอกและจงฮยอนต่างหันไปให้ความสนใจกับสิ่งอื่นราวกับมีอะไรเกิดขึ้น…

เป็นอย่างนี้มานานเท่าไหร่แล้วนะ หนึ่งเดือน…สองเดือนหรืออาจจะนานกว่านั้น
กับความสัมพันธ์ลึกซึ้งแต่ยังคงบรรทัดฐานของการเป็น “พี่น้อง” ไว้อย่างเดิม
พี่น้อง… เขาคนนั้น…อี จงฮยอน… เขาบอกว่าให้ผมเป็นได้แค่น้องชายของเขา

“เฮ้!! มินฮยอก ช่วยเล่นให้มันไปกันได้กับเพลงหน่อยสิ เหม่ออยู่นั่นแหล่ะ” ยงฮวาหัวเสียจนได้ เมื่อตั้งแต่เริ่มซ้อมกันมาคังมินฮยอกมือกลองประจำวงยังไม่มีสมาธิในการซ้อม เท่าที่ควร… จังหวะของเพลงที่ต้องใช้โชว์ในคอนเสิร์ตที่กำลังจะมาถึงก็เหมือนจะจำไม่ได้

“โทษทีครับ… พอดีผมคิดเรื่องอื่นอยู่น่ะ”

เหตุการณ์เดิมๆ
บรรยากาศเดิมๆ
และจากคนๆเดิม

ไม่ใช่แค่ยงฮวาหรอกที่ต้องมาหัวเสียกับเรื่องพวกนี้เพราะอีกคนในวงก็เคยเจอกับอาการแบบนี้ของมินฮยอกมาตลอดโดยเฉพาะสองเดือนหลัง…

“ถ้า ได้มาแค่ตัวแต่หัวใจเขาเป็นของใครก็ไม่รู้ มันก็เจ็บแบบนี้แหละ” ยงฮวาตบบ่ารุ่นน้องตัวสูงพร้อมกับพูดด้วยสุ่มเสียงจริงจังหลังจากที่ซ้อม เสร็จ คำพูดเดิมๆ ประโยคเดิมๆ และกับคนเดิมๆ ถามว่ายงฮวาเบื่อไหมกับการทำอะไรซ้ำๆซากๆพวกนี้…เบื่อสิ…เบื่อมากที เดียวแต่ทำยังไงได้ในเมื่อคนที่ทำให้เขาเบื่อคนนี้เปรียบเสมือนน้องชายแท้ๆ ของเขาเอง

“ทำไมจนป่านนี้แล้วพี่จงฮยอนยังไม่ยอมพูดอีกว่าเขาไปเจอเรื่องร้ายอะไรมา”

“ทุก วันนี้เวลาเขายิ้มมันทำให้ผมพลอยรู้สึกดีไปด้วยแต่พอเผลอ… เขาก็เอาแต่เหม่อเหมือนเดิมแล้วก็แอบหมกตัวอยู่ในห้องชอบทำเหมือนว่าตัวเอง ตัวคนเดียว แล้วผมล่ะ ผมอยู่ตรงนี้ทั้งคนยืนอยู่ตรงหน้าเขา อยู่ข้างๆเขามาตลอดแต่เขากลับมองผ่านผมไปเหมือนผมเป็นอากาศ… ผมไม่ชอบจริงๆนะพี่ยงฮวา”

“ไม่ชอบก็เลิกยุ่งสิ ไม่มีใครบังคับนายนี่หว่า” พี่ใหญ่ไม่ได้ตั้งใจจะยั่วโทสะเพียงแต่จนปัญญาที่จะพูดอะไรที่ดีกว่านี้แล้ว เหมือนกัน เขาไม่ใช่ศิราณีด้านความรักและลำพังเรื่องเขาเองยังเอาตัวไม่รอดนับประสา อะไรจะไปช่วยเรื่องของคนอื่นได้

“ถ้าทำได้ง่ายๆก็ดีสิครับ” พอสงบสติอารมณ์ได้มินฮยอกก็ลดน้ำเสียงลงพลางเก็บกระเป๋าเตรียมจะกลับ

“แล้วนี่จงฮยอนหายไปไหน ไม่กลับกับนายเหรอ?”

“ไม่ รู้สิครับเห็นรับโทรศัพท์แล้วก็เดินออกไปเลย คงไม่กลับกับผมหรอก” ตอบยงฮวาพร้อมกับรีบยัดของใส่กระเป่า… จะมีสักกี่คนกันที่มองออกว่าคังมินฮยอกคนนี้คนที่ร่าเริงสดใสและหัวเราะสนุก เฮฮาไปวันๆอย่างเขา ลึกๆข้างในมันมีแต่บาดแผลที่ต่อให้ยาวิเศษขนาดไหนก็ไม่มีวันรักษาให้หายขาด …บาดแผลจากการรักใครข้างเดียวนี้มันเจ็บปวดเอาการเหมือนกันนะ…

“พี่จงฮยอน…” มินฮยอกชะงักเท้าลง เมื่อเห็นร่างของคนที่เขาคิดว่าน่าจะกลับไปแล้วยืนพิงรถของเขาอยู่ที่ลานจอด…

“งั้น แยกตรงนี้แหละ ไว้เจอกันตอนอัดโปรโมทพรุ่งนี้” ยงฮวาขอตัวแยกไปทันทีพร้อมกับน้องเล็กจองชินปล่อยให้น้องสองกับน้องสามทั้ง สองคนได้กลับด้วยกัน

ถ้าเป็นแค่พี่น้องร่วมวงธรรมดาๆ…
อะไรต่อมิอะไรมันคงจะง่ายกว่านี้

พอ พ้นจากลานจอดออกมาได้สักพัก ยงฮวาก็หักพวงมาลัยจอดรถเข้าข้างทางก่อนจะล้วงบุหรี่ในกระเป๋าขึ้นมาจุดสูบ ในฐานะที่เขาเป็นพี่จะดูยุ่มย่ามเกินไปไหมที่จะเสนอหน้าไปเป็นห่วงเป็นใย เรื่องของสองคนนั้น…

“พี่กำลังคิดเรื่องพี่จงฮยอนกับมินฮยอกใช่มั้ย?”

“หรือ ว่านายไม่คิดจองชิน?” ยงฮวาเลิกคิ้ว มองหน้าเจ้าน้องเล็กตัวสูงที่นั่งอยู่เบาะข้างๆจองชินถอนหายใจเสียงดังราว กับคนแก่ที่แบกรับปัญไว้ร้อยแปดแต่ทั้งหมดทั้งมวลของเรื่องที่ขบคิดกลับมี เพียงเรื่องของเพื่อนร่วมวงสองคนที่แยกกลับคนละทางเท่านั้น

ดู ผิวเผินมินฮยอกกับจงฮยอนก็เป็นแค่พี่น้องร่วมวงกันธรรมดาติดจะออกไปในทางที่ ไม่ค่อยได้สนิทสนมกันเท่าไหร่เสียด้วยซ้ำแต่ตื้นลึกหนาบางจริงๆแล้วกลับตรง ข้ามกันสิ้นดีและเหตุการณ์เมื่อปลายปีก่อนมันยังคงเด่นชัดอยู่ในความทรงจำ ของเขาสองคนไม่เคยลืม

เช้าวันที่ต้องถ่ายเอ็มวีตัวแรกของวง ทุกคนมาพร้อมกันตามเวลาที่นัดเว้นแต่จงฮยอนที่มาสายไปเกือบสองชั่วโมงซึ่ง นั่นไม่ใช่นิสัยของจงฮยอนเลย ทุกคนไม่มีความโกรธ ไม่มีใครโมโหกลับห่วงกันจนนั่งกันแทบไม่ติด สุดท้ายพอเจ้าตัวโผล่มาก็เล่นเอาทุกคนตกใจหนักกว่าเดิม ใบหน้าซีดเซียวตาสองข้างที่บวมช้ำอีกทั้งตามร่างกายที่มีแต่รอยฟกช้ำเหมือน กับถูกทำร้ายมาอยู่เต็มไปหมด ตอนนั้นพวกเขาทั้งถามทั้งคาดคั้นกับจงฮยอนว่าเกิดอะไรขึ้นแต่คนตัวบางเอาแต่ ปิดปากเงียบไม่ยอมตอบอะไรทั้งนั้น จนเหตุการณ์นั้นผ่านพ้นไปการถ่ายทำก็เสร็จสิ้นลง… จนล่วงเข้าเดือนที่วงทำการเดบิวต์อย่างเป็นทางการและซีเอ็นบลูได้กลายเป็นวง ดนตรีหน้าใหม่ที่ถูกจับตามองจากสื่อมวลชนและวงการเพลงเกาหลีในลำดับต้นๆ

ทุก วันเต็มไปด้วยตารางงานที่แน่นขนัดเหมือนทุกอย่างจะดีไปหมดแต่ยกเว้นอีจงฮยอน ที่บ่อยครั้งมักจะนั่งเหม่อ…ไม่พูดไม่จากับใครและก็บ่อยครั้งเหมือนกันที่ ทุกคนต้องเห็นจงฮยอนชอบหมกตัวอยู่คนเดียวในห้องแต่จงฮยอนก็ยังดื้อและรั้น เช่นเดิม ไม่ยอมเล่าไม่แม้แต่จะปริปากระบายอะไรออกมาแม้กับเขาสองคนที่เป็นพี่ชายและ น้องชายที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาก็ตามที…

และไม่กี่เดือนต่อมาก็เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความตื่นตระหนกให้กับเขาสองคนอีก

“ทำ อะไรอยู่มินฮยอก เปิดช้าชะมัดเดี๋ยว…” น้ำเสียงหงุดหงิดของยงฮวาหายไปดื้อๆไม่ต่างจากจองชินที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง ทันทีที่มินฮยอกมาเปิดประตูห้องในบ้านตระกูลคังที่เขากระหน่ำทั้งเคาะ ทั้งทุบอยู่ร่วมสิบนาทีเพราะเห็นว่าทั้งคู่หายไปจากหอพักตั้งแต่เมื่อคืนโทร หาเท่าไรก็ขาดการติดต่อจึงตัดสินใจมาพบที่บ้านของมินฮยอกซึ่งเดินทางได้ สะดวกกว่าบ้านของจงฮยอนที่ปูซานและสิ่งที่เขากับจองชินสันนิษฐานไว้ก็เป็น จริงที่บุคคลทั้งสองที่พวกเขาตามหาและห่วงสารพัดอยู่ที่นี่แต่สถานการณ์มัน กลับเลวร้ายกว่านั้น

ภาพของจงฮยอนที่นอนหลับซุกตัวอยู่ในผ้าห่มผืน หนา… บนเตียงของมินฮยอกในบ้านของมินฮยอกที่อิลซานเล่นเอาเขาตั้งสติแทบไม่อยู่ ถ้าเป็นแค่พี่น้องกันมาค้างด้วยกันมันก็คงไม่ผิดวิสัยอะไรแต่การนอนเปลือย เปล่าแล้วเสื้อผ้ากระจัดกระจายอยู่รอบๆเตียงแบบนี้มันคิดได้อยู่อย่างเดียว จริงๆว่ามินฮยอกกับจงฮยอนได้ก้าวกระโดดจากคำว่าพี่น้องไปจนน่าตกใจแต่ความ น่าตกใจของยงฮวาและจองชินมันยังไม่หยุดแค่นั้น เมื่อวันต่อมาได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดจากปากของมินฮยอกเอง

“พี่จงฮยอนเขาบอกว่า…ไม่คิดอะไร ให้ผมกับเขาทำตัวเหมือนเดิม”

“บ้า กันไปใหญ่แล้วทั้งนายทั้งจงฮยอนนั่นน่ะแหล่ะ ทำไมทำอะไรกันไม่คิดอย่างนี้” ยงฮวาระเบิดอารมณ์ทันทีหลังจากมินฮยอกเล่าจบ… ว่ามีอะไรกันเพราะความเมา จองชินจับแขนพี่ใหญ่ที่กำลังเดือดจัดเกรงว่าอาจเผลอทำร้ายมินฮยอกเข้า

“ผม ขอโทษจริงๆ พี่… ผมรู้ว่าพี่รักพี่จงฮยอนมากแต่เมื่อคืนนี้ผมก็ควบคุมสติไม่ได้จริงๆ พี่จงฮยอนเขาขอร้องให้ผมดื่มเป็นเพื่อนเขา ดื่มไปดื่มมาพอมารู้ตัวอีกทีก็เป็นอย่างที่พี่กับจองชินเห็นนั่นแหล่ะ”

“พูด ง่ายชิบ นายก็รู้ว่าจงฮยอนไปเจอเรื่องร้ายๆมา เขาลืมไม่ได้ ต้องการเพื่อนต้องการคนพึ่งพา ไม่ใช่ไปทำร้ายเขาซ้ำให้หนักกว่าเดิมอย่างนั้น!”

“หยุดเถอะฮะ พี่ยงฮวา เรื่องที่เกิดขึ้นมินฮยอกเขาไม่ผิด ถ้าพี่จะต่อว่าก็มาว่าผมคนเดียว” บทสนทนาของสามหนุ่มถูกแทรกขึ้นมาจากคนที่ตกเป็นหัวข้อนั่นเอง จงฮยอนวางกระเป๋าลงกับโต๊ะในห้องซ้อมประจำของวงมองหน้ายงฮวาคนที่เป็นเหมือน พี่ชายแท้ๆของตัวเองกึ่งขอร้องพลางส่งสายตาให้จองชินที่ดูท่าจะใจเย็นที่สุด ตอนนี้เข้าใจตามที่ตนกล่าวด้วย

บรรยากาศตึงเครียดครอบคลุมพวกเขาทั้งสี่คนไว้จนคนเป็นพี่ใหญ่ทนไม่ไหวในที่สุด

“ตาม ใจพวกนายแล้วกัน ฉันมันคนนอกอยู่แล้วนี่!!” เป็นอันว่าวันนั้นยงฮวาก็ขอลาหยุดไป ยกเลิกการซ้อมทุกอย่าง ใช่… มินฮยอกพูดถูกว่า เขารักจงฮยอน…รักมาก จงฮยอนเป็นน้องชายที่เขารักและดูแลมาตลอดตั้งแต่พวกเราผ่านออดิชั่นเข้า บริษัทใหม่ๆ แค่เรื่องที่จงฮยอนโดนทำร้ายแล้วร้องไห้เมื่อตอนเข้าห้องอัดวันนั้นโดยที่ เขาไม่สามารถช่วยอะไรได้เลยมันก็เจ็บปวดพอแล้วแต่นี่ต้องมาเจอและรับรู้ว่า น้องชายที่เขารักมากคนนี้ทำตัวราวกับตัวเองไม่มีค่า ปล่อยชีวิตไปวันๆ มีอะไรกับใครก็เห็นเป็นเรื่องขี้ผง จะรู้บ้างไหมว่าพี่ชายคนนี้เจ็บเสียยิ่งกว่าเจ็บแค่ไหน…

สติ ของยงฮวากลับคืน เมื่อรถของมินฮยอกที่ขับไล่หลังมาบีบแตรให้เขาเลื่อนกระจกข้างลงแล้วยิ้มให้ พร้อมกับชูมวนบุหรี่ในมือให้ดู มินฮยอกจึงยอมเคลื่อนรถจากไปเมื่อเข้าใจว่ายงฮวาคงจอดรถเพียงเพื่อสูบบุหรี่ เฉยๆ

“ตกลงมันจะเอายังไงกันแน่ว่ะ ไอ้คู่นี้”

“ช่าง พวกเขาเถอะฮะ โตๆกันแล้ว” จองชินส่ายหัวอย่างคนปลงตก นึกหาคำมาโต้ตอบคำสบถของพี่ใหญ่ไม่ได้ ยงฮวาพ่นหายใจอย่างคนปลงตกเช่นกันเขาทิ้งมวนบุหรี่ลงข้างทางก่อนจะสตาร์ท เครื่องออกรถ เมื่อกี้คนที่นั่งข้างมินฮยอกก็คือจงฮยอน น้องชายของเขาหากแต่ว่าไม่ใช่น้องชายคนเดิมที่ขี้อ้อน…ขี้เล่น ช่างพูดและจอมป่วนคนเดิมอีกต่อไป…

เมื่อไหร่นายจะยอมเล่าสักทีนะจงฮยอนว่าเมื่อปลายปีก่อน นายไปเจอกับเรื่องอะไรมา?

==#==#==# L o s t of L o v e #==#==#==

 

“อาบเสร็จแล้วเหรอครับ ถ้าพี่จะนอนก็นอนเลยก็ได้นะแต่ถ้ายังไม่ง่วง ดูดีวีดีนั่นก็ได้ผมเพิ่งซื้อมาเมื่อวันก่อน” มินฮยอกพยักเพยิดหน้าไปยังตะกร้าเหล็กใบย่อมตรงหน้าทีวีที่เต็มไปด้วยดีวีดี สิบกว่าแผ่นที่เป็นสิ่งโปรดปรานของพี่รองจงฮยอนก่อนจะดินสวนเข้าห้องน้ำไป จงฮยอนมองเตียงนอนสลับกับสิ่งที่มินฮยอกบอกตรงหน้าทีวีเพิ่งจะสามทุ่มกว่า เอง อีกทั้งพรุ่งนี้ก็มีอัดรายการตั้งบ่ายโมงดูดีวีดีก่อนสักแผ่นสองแผ่นก็ยังมี เวลานอนถมเถไป

“นายช่างรู้ใจฉันจริงๆ มินฮยอก” จงฮยอนอมยิ้มเมื่อเห็นว่าดีวีดีที่มินฮยอกซื้อมาล้วนแต่เป็นเรื่องที่เขาชอบ ทั้งนั้นราวกับว่าตอนที่มินฮยอกไปซื้อได้แอบมานั่งอยู่ในใจเขายังไงยังงั้น

“เช็ดผมด้วย ห้ามนอนทั้งอย่างนั้นนะครับ”

“รู้ แล้วน่าเดี๋ยวดูจบค่อยเช็ด” รุ่นพี่ตัวบางที่นอนเกยคางอยู่กับหมอนใบนุ่มตรงปลายเตียงตอบมาแบบขอไปที ตาใสแป๋วก็จดจ่ออยู่แต่ภาพเคลื่อนไหวในจอไม่ได้หันมามองคู่สนทนาสักนิด

“เช็ดไปด้วยดูไปด้วยสิครับ ดูจบผมจะได้แห้งพอดี”

“อย่าบ่นเป็นตาแก่ได้ไหมมินฮยอก บอกว่าจะเช็ดเดี๋ยวก็เช็ดเองแหละน่า”

“ตามใจครับ ผมขี้เกียจจะยุ่งแล้ว” เจ้าของห้องยอมยกธงขาวแต่โดยดีเหนื่อยใจที่จะบังคับต่อ พลางทิ้งตัวลองนอนข้างๆแทน

“อย่า เตะขามาโดนผมล่ะกัน” มินฮยอกเตือนเมื่อตอนนี้ขาของรุ่นพี่ตัวบางมันดันอยู่ตำแหน่งเดียวกับหน้า เขาพอดี จงฮยอนได้แต่จิ๊ปากเป็นนัยให้รู้ว่า… รู้แล้วแต่พอเห็นว่ามินฮยอกเงียบเสียงไปก็ตะแคงหน้ามาดูบ้าง…

“อ้าว นึกว่าหลับแล้วซะอีก เห็นเงียบๆไป” หันมาพูดแค่นั้นแล้วก็กลับไปดูดีวีดีต่อ เมื่อคนที่คิดว่าหลับไปแล้วตั้งศอกไว้บนหมอนแล้วมองทางทีวีอยู่ จงฮยอนคิดว่ามินฮยอกดูทีวีแต่เปล่าเลยมินฮยอกดูรุ่นพี่ตัวบางอยู่ต่างหาก

ตอน นี้พี่อยู่ใกล้ผม… ใกล้จนผมสามารถแตะต้องพี่ได้จะคว้าพี่มากอดก็ยังได้แต่กำแพงที่มองด้วยตา เปล่าไม่เห็นระหว่างพี่กับผมมันก็ยังไม่หายไปสักที…

ผมแตะเนื้อต้องตัวพี่ได้… แต่เข้าถึงหัวใจพี่ไม่ได้… สักนิดเดียวก็ทำไมเคยได้เลย

เวลาที่ผมกอดพี่… พี่ก็กอดตอบ
เวลาผมจูบพี่… พี่ก็จูบตอบ
เวลาผมสัมผัสพี่… พี่ก็สัมผัสตอบ

แต่ทำไมเวลาที่ผมรักพี่… พี่ถึงไม่รักผมตอบบ้างนะ… พี่จงฮยอน

หลัง จากวันที่ก้าวข้ามกระโดดความสัมพันธ์ออกจากคำว่า “พี่น้อง” มาด้วยความเมา เขากับจงฮยอนก็ยังคงทำสิ่งๆนั้นต่อมาเรื่อยๆแต่ไม่เคยพูดเรื่องคบกันให้เป็น จริงเป็นจังหรือตกลงผูกมัดอะไรกันเลยแต่ ณ วันนี้เขาอยากพูดกับอีกคนเรื่องคบกันให้จริงจังซักที

“พี่จงฮยอน… คบกันไหม?”

“ว่าไงนะมินฮยอก บ่นอะไรอีก?”

“ผมถามว่าคบกันไหม คบแบบคนรักน่ะครับ” ปฏิกิริยาที่จงฮยอนตอบสนองกลับมาไม่ต้องบอกออกมาเป็นคำพูดมินฮยอกก็เข้าใจดีว่า… ไม่

“เรา เคยคุยเรื่องนี้กันแล้วไม่ใช่เหรอมินฮยอก ถ้านายไม่พอใจกับที่ทุกวันนี้เป็นอยู่ เราก็ห่างกันไปเถอะกลับไปเป็นแค่พี่น้องร่วมวงธรรมดาๆก็เท่านั้น” จงฮยอนลุกขึ้นทันทีกอดหมอนใบนุ่มไว้แล้วเดินไปนอนลงบนโซฟาแทน…

“ทำไมล่ะครับ ทำไมพี่ถึงไม่อยากคบกับผม ทั้งๆที่เราสองคนก็เกินพี่น้องกันมาตั้งนานแล้ว”

“ฉัน ไม่เคยคิดกับนายเกินพี่น้องมินฮยอก แค่มีอะไรกันเฉยๆไม่ได้รึไง ทำไมนายต้องคิด นายก็ให้ความสุขฉัน ฉันก็ให้ความสุขนายไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบอะไร นายไม่ชอบรึไง?” เหตุผลของรุ่นพี่ตัวบางทำเอามินฮยอกหน้าชาทีเดียวแต่ไม่ใช่ครั้งแรกที่จง ฮยอนพูดแบบนี้หรอก เขาฟังมันมาตลอดแต่เมื่อก่อนกับตอนนี้มันไม่เหมือนกัน…

“ผมรักพี่ ตุ๊บ!!”

“อย่าพูดแบบนี้อีกไม่งั้นฉันจะ เกลียดนาย จำไว้!” ประโยคสุดท้ายที่จงฮยอนตะโกนใส่เขาดังก้องอยู่ในหูพร้อมกับหมอนใบที่จงฮยอน เขวี้ยงใส่หน้าเขาเต็มแรง มินฮยอกรีบกระโจนคว้าตัวร่างบางไว้เมื่ออีกฝ่ายตั้งท่าจะวิ่งออกจากห้อง

“ปล่อย! ฉันจะกลับ!”

“กลับยังไง วิ่งไปเหรอ อย่าบ้าไปมากกว่านี้ได้ไหม ผมขอล่ะพี่จงฮยอน”

“ไม่! ฉันจะกลับ ฉันไม่อยากอยู่กับนายแล้ว ปล่อยสิ!!” จงฮยอนพยายามแกะมือคนที่กอดตัวเองเอาไว้แต่ก็ไม่เป็นผล เมื่อแรงตัวเองกับแรงมินฮยอกต่างกันลิบลับแม้สมัยเรียนจะเคยเป็นนักกีฬา เก่งกาจมากแค่ไหนแต่ถ้านับหรือวัดกันตอนนี้แล้วคนที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่างมินฮยอกกับคนที่พักผ่อนด้วยการนอนกับนอนอย่างเดียวอย่างตัวเองมีหรือจะ สู้ไหว

“พี่ทำแบบนี้กับผมแค่คนเดียวหรือมีเก็บไว้อีกหลายคนกัน แน่พี่จงฮยอน ตอบสิตอบให้ผมหายโง่ที!!” สิ่งที่มินฮยอกอยากรู้มาตลอดในที่สุดก็หลุดออกจากปากไปจนได้ที่ผ่านมาเขาไม่ เคยยุ่มย่ามเรื่องส่วนตัวของจงฮยอน ไม่ถามไถ่ให้มากเรื่องมากความ… หากอีกคนบอกว่าไม่อยากเจอก็จบแค่นั้นแต่หากวันไหนจงฮยอนอารมณ์ดีๆก็จะเข้ามา หามาคลอเคลียเอง… มินฮยอกจะเป็นฝ่ายอยู่เฉยๆมาตลอด ได้แต่รอคำบัญชาและคำอนุญาติให้เข้าใกล้หรือออกห่าง… เท่านั้น

“ฉัน นับไม่ถูกหรอก พอใจกับคำตอบรึยัง ปล่อย!!” วินาทีนั้นหากมินฮยอกยับยั้งชั่งใจสักนิด…มองแววตาของคนพูดสักหน่อยคงจะ ไม่โยนคนตัวบางขึ้นไปบนเตียงแล้วกดทับไว้ จนร่างทั้งร่างนั้นแทบจะจมหายลงไปกับกองที่นอน

“ใครๆก็บอกว่า พี่น่าเอ็นดู น่าสงสารเหมือนลูกแมวน้อยๆสีขาวบริสุทธิ์แต่ผมว่ามันแค่ภาพลวงตาซะล่ะมั้ง จริงๆแล้วพี่มันแมวร้ายหรือไม่ก็แมวป่าที่เต็มไปด้วยพิษสงชัดๆ” คางบางถูกบีบจนแทบแหลกคามือคนโมโห มินฮยอกพูดเสียงเฉียบเย็นแล้วทึ้งเสื้อผ้าของจงฮยอนออกจนหมด สงครามย่อยๆของคนสองคนบนเตียงดูจะจบเร็วเกินคาดเรี่ยวแรงที่จงฮยอนงัดขึ้นมา ขัดขืนการกระทำหยามน้ำใจของมินฮยอกหมดลงทั้งที่ยังไม่พ้นห้านาทีดีแปร เปลี่ยนเป็นการนอนเฉยๆยอมให้มินฮยอกทำตามแต่ใจทุกอย่าง…

การกระทำหยามศักดิ์ศรี คำพูดที่เหยียบย่ำคุณค่าความเป็นคนพาให้คนตัวบางต้องน้ำตาร่วงลงมาอย่างยากจะฝืนหรือสั่งให้หยุดอีกต่อไป…

ผมทำอะไรผิดนักหนา…
พระผู้เป็นเจ้าถึงต้องให้ผมพบเจอกับเรื่องราวเลวร้ายแบบเดิมถึงสองครั้งสองหน…
ร่างกายผมสกปรกมาครั้งหนึ่งแล้ว พระผู้เป็นเจ้ายังไม่พอใจใช่ไหม?

แล้วครั้งนี้ล่ะ ร่างกายผม… หัวใจของผม… โดนเหยียบย่ำพร้อมๆกัน
จากคนที่ผมกำลังพยายามจะเปิดใจให้เขา…

มันจะพอทำให้พระผู้เป็นเจ้าสาแก่ใจรึยัง?

หรือต้องให้อีจงฮยอนคนนี้ตายจากโลกใบร้ายๆ ใบนี้ไปให้รู้แล้วรู้รอดเสียก่อน
ทุกอย่างถึงจบ

TBC 2/4

==#==#==# L o s t of L o v e #==#==#==

AuThor Talk: ใน ที่สุดก็คลอดออกมาอีกเรื่องแม้จะเป็นเรื่องใหม่แต่ไม่ต้องกลัวดองจ้าเพราะ แต่งเสร็จเรียบร้อย และที่มาของพล๊อตมาจากแฟนแคมรายการช๊อกโกแลตที่คังกุนตวาดและกระชากเจ้ พิธีกรเข้ามา ให้ตายเหอะ!เจิ่ดในหัวสุดๆ เข้าใจที่ไรทเตอร์ทอล์คป่ะค่ะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

เอาเป็นว่า…

ที่มาที่ไปจะค่อยๆเฉลยจ้า สี่ตอนจบครบถ้วนไม่มีตกหล่น
ต่อไปนี้ฮันนี่บีจะพยายามแต่งใสๆกุ๊กกิ๊กๆบ้างแล้วนะ
เพราะเริ่มรู้สึกสงสารอีจงฮยอนสุดหัวใจ TT

ปล.ฮันนี่บีรักอีจงฮยอนเท่าโลกจริงๆนะแต่ทำไมถึงแต่งให้คนรองเจอแต่เรื่องแบบนี้ตลอด ไม่รู้เช่นกัน

อ่านจบกรุณาอีดิทคอมเม้นท์ด้วยค่ะ!
*อย่าเม้นท์แค่ว่าสนุก รอตอนต่อไปหรือขอบคุณๆๆแค่นี้นะค่ะ ไม่ปลื้มค่ะ!!
และหากรู้ว่าไม่มีเวลาอ่านรบกวนอย่าแปะทิ้งไว้จะดีกว่าเนอะ^^

และเม้นท์แค่บรรทัดสองบรรทัดมันบั่นทอนกำลังใจคนแต่ง รู้มั้ยค่ะ????

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s