[Fic] =# L o s t of L o v e 2/4 #=

Posted: June 13, 2011 in ~* MinHyun *~

Title : L o s t of L o v e
Author : HaneiBee

Note : ไม่ระบุคู่นะค่ะเพราะระบุไม่ถูกจริงๆ ==”
*อีจองชินในรูปดูเด่นๆแต่ในเรื่องอย่าคาดหวังค่ะ ฮ่าๆ

[2/4]

“ทำไมถึงมาช้าขนาดนี้นะพวกนาย ก็รู้นี่ว่าเวลานัดมันกี่โมง?”

“ใจ เย็นๆน่าพี่คุยกันดีๆ มินฮยอกกับพี่จงฮยอนอาจจะมีเรื่องสำคัญก็ได้นะ…” จองชินดึงตัวพี่ใหญ่ยงฮวาที่กำลังโมโหจนถึงขีดสุดเมื่อมินฮยอกกับจงฮยอนมา ถึงสตูดิโอตอนบ่ายสามทั้งทีเวลานัดจริงๆคือเที่ยงตรง…

“ขอโทษครับทุกคน พอดีเกิดเรื่องนิดหน่อยแล้วก็ ผมมีเรื่องจะขอร้องด้วย”

“ไม่ ต้องมินฮยอก ฉันทำไหว ฉันอัดรายการได้” คนตัวบางที่อยู่ข้างๆมินฮยอกรีบแทรกพูดขึ้นมาก่อนที่มินฮยอกจะพูดจบ จงฮยอนเดินจะเข้าห้องแต่งตัวแต่ก็โดนยงฮวาคว้าแขนไว้ก่อน

“มีอะไรรึเปล่า? สีหน้าแปลกๆชอบกล”

“ไม่ มีอะไรหรอกฮะให้ผมไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะน่า ทุกคนรอนานแล้ว” จงฮยอนพยายามขืนตัวออกเมื่อยงฮวาไม่ยอมปล่อยพร้อมกับหลบสายตาคาดคั้นของทั้ง ยงฮวาและคนอื่นๆที่มองเขาด้วยความสงสัย

“รอยอะไร? นายไปโดนอะไรมา จงฮยอน!” ไม่ทันตั้งตัวแขนเสื้อของจงฮยอนที่ยาวจนกร่อมถึงข้อมือก็ถูกยงฮวาถลกขึ้นจน เกือบถึงข้อศอก คราวนี้ไม่ใช่แค่ยงฮวาเท่านั้นที่ตกใจ คนอื่นๆที่อารมณ์เสียกันก่อนหน้านี้ก็รีบกรูกันเข้ามาดูความผิดปกติบนร่าง กายของคนตัวบาง รอยบีบช้ำๆตามแขนลงไปตรงข้อมือทำเอาคนที่เห็นแทบทรุดลงไปตามๆกัน จงฮยอนรีบชักข้อมือกลับทันทีดึงแขนเสื้อลงมาปิดตามเดิม

“ใคร ทำ บอกพี่มาว่าใครทำกับนายแบบนี้?!” ยงฮวาตะคอกเสียงดัง นึกเกลียดตัวเองอีกแล้ว…เกลียดที่ดูแลจงฮยอนไม่ได้… เกลียดที่ปล่อยให้จงฮยอนต้องเจอเรื่องร้ายๆโดยที่เขาช่วยอะไรไม่ได้อีก แล้ว…

“ผมเองครับ” ทุกสายตาหันขวับไปยังต้นเสียงที่ยืนอยู่ด้านหลังและยังไม่ทันที่ใครจะคิด อะไรหมัดหนักๆของยงฮวาก็ตรงซัดเปรี้ยงเข้ากับซีกแก้มของคนที่เอ่ยรับการ กระทำเมื่อครู่เต็มแรง…

“มินฮยอก! ไหนบอกว่ารักเค้าไง รับปากว่าจะดูแลจงฮยอนแล้วทำไมถึงทำกับเค้าแบบนี้ นายยังเป็นลูกผู้ชายอยู่หรือเปล่า?!”

“หยุด ก่อนพี่ยงฮวา! พอแล้วๆๆ” จองชินเป็นคนล็อคตัวยงฮวาให้ออกมาจากมินฮยอก ถ้าจะมีเรื่องหรือจะสู้กันจริงๆ ทำไมมินฮยอกจะสู้ยงฮวาไม่ได้แต่นี่มินฮยอกกลับนิ่งไม่ยอมตอบโต้อะไรมาเลย

“ปล่อยพี่! จองชิน พี่จะเอาเลือดไอ้ลูกแหง่นี่ออก!”

“อย่า ดีแต่ว่าคนอื่นสิทีตัวเองทำ ทำไมไม่คิดด่า ไม่คิดว่าตัวเองบ้างล่ะ พี่ก็เหมือนกับมินฮยอกนั่นแหละ ไม่เห็นว่าจะดีกว่ากันตรงไหนเลย!!!” จู่ๆจงฮยอนก็ระเบิดคำพูดตัดพ้อพวกนั้นออกมา นัยน์ตาคู่หม่นเครือแดงแต่น้ำตากลับไม่มีไหลสักหยด… สายตาที่จ้องมองยงฮวาและมินฮยอกดูว่างเปล่า… ไร้ความรู้สึกดูไม่ออกว่าเกลียด… ชิงชัง … โกรธ… หรือไม่คิดอะไร… ก่อนจะวิ่งออกจากสตูไปดื้อๆ ไม่ฟังเสียงร้องเสียงห้ามของใครหน้าไหนทั้งนั้น…

สถานการณ์ ที่ร้อนราวกับเปลวไฟลุกโชนพลันหายไปเดี๋ยวนั้น คราวนี้จองชินเข้าไปช่วยประคองมินฮยอกให้ลุกขึ้นจากพื้น เวลานี้ทั้งสตูดิโอเงียบกริบเหมือนกับไม่มีใครอยู่ ต่างคนต่างมองหน้ากันแต่ก็ไม่มีใครพูดอะไรออกมา จนสุดท้ายจองชินผู้อยู่นอกปัญหาทั้งหมดก็เริ่มพูดขึ้นก่อน

“จำวันที่ถ่ายเอ็มวีวันแรกเมื่อปลายปีก่อนได้มั้ยฮะที่พี่จงฮยอนมาสายไปเกือบสองชั่วโมงน่ะ มันเหมือนเลยนะ…เหมือนกับวันนี้”

“นั่น สิ ถ้างั้นก็หมายความว่าที่จงฮยอนโดนทำร้ายมาก็เพราะโดนเหมือนที่มินฮยอกทำ อย่างนั้นสิ” สต๊าฟสาวคนหนึ่งรีบเอามือปิดปากทันทีเมื่อเพิ่งรู้ตัวว่าพูดจากระทบกับใคร บางคนเข้า

“พูดมาเถอะครับ ก็เรื่องจริงผมผิดก็ยอมรับว่าผิด” มินฮยอกเอ่ยอย่างยืดอกรับ ภาพของจงฮยอนที่นอนแน่นิ่ง… ยอมให้เขาข่มเหงรังแกกับร่างกายตัวเอง ไม่ขัดขืน ไม่ตอบโต้ แม้แต่เสียงครวญครางของความเจ็บปวดคนตัวบางยังฝืนกัดปากไว้ไม่ยอมให้มันหลุด ลอดออกมาให้เขาได้ยินสักนิด นี่เขาทำอะไรลงไปทำกับคนที่รักได้อย่างเลือดเย็นใจยิ่งกว่าสัตว์เสียอีก หากว่าพี่จงฮยอนจะโกรธจะเกลียดเขาก็ต้องก้มหน้ายอมรับมันอย่างยอมจำนน

“เดี๋ยว จำที่พี่จงฮยอนพูดเมื่อกี้ได้ไหม ที่ว่าพี่ยงฮวาก็เหมือนกับมินฮยอก ตัวเองทำทำไมไม่ว่าบ้างน่ะ มันเหมือนกับว่าพี่ยงฮวาต้องเคยทำร้ายพี่จงฮยอนเหมือนกัน พี่ไปทำอะไรพี่จงฮยอนไว้รึเปล่าพี่ยงฮวา?” คนควบคุมอารมณ์ได้มากที่สุดอย่างจองชินตั้งข้อสันนิษฐานขึ้นมาพร้อมกับหันมา ถามพี่ใหญ่ที่ยืนนิ่งราวกับถูกตรึงไว้กับที่…

“จะบ้าเหรอ พี่รักจงฮยอนยิ่งกว่าน้องตัวเองซะอีก จะไปทำร้ายเขาลงได้ยังไง”

“แต่ ผมเห็นนะว่าตอนพี่จงฮยอนพูดประโยคเมื่อกี้ สายตาของพี่จงฮยอนที่มองพี่มันเหมือนกับผิดหวังและเสียใจมากๆ นึกดีๆ สิพี่ยงฮวาว่าเคยทำอะไรให้พี่จงฮยอนเสียใจรึเปล่า?” จองชินไม่ได้ตั้งใจจะต้อนให้ยงฮวารับผิดหรือจนมุมอะไรทั้งนั้นเพียงแต่สิ่ง ที่เขาเห็นมันน่าคิดจริงๆ

“นายคิดว่าพี่จะทำร้ายจงฮยอนเหมือนกับที่มินฮยอกมันทำอย่างนั้นเหรอ?”

“ผมก็ไม่ได้หมายความขนาดนั้นเพียงแค่สันนิษฐานน่ะฮะ”

“เอา งี้ในเมื่อยงฮวานึกไม่ออก เราลองลำดับเหตุการณ์ทีละอย่างดีกว่า… เผื่ออะไรต่ออะไรมันจะง่ายกว่านี้” สุดท้ายสต๊าฟสาวคนสนิทก็ยุติการเดาแบบส่งเดชนั่นลง ทุกคนพยักหน้าเห็นพ้องต้องกันจึงพยายามเรียบเรียงเรื่องราวที่เกิดขึ้นใหม่

“ก่อนมาถ่ายเอ็มวีวันนั้นนายได้เจอกับจงฮยอนก่อนไหม ไปไหนด้วยกันรึเปล่า?”

“ไม่ เลย ถ้าจำไม่ผิดคืนก่อนมาถ่ายเอ็มวีวันนั้น ผมไปกินเหล้ากับเพื่อนเก่าๆสมัยเรียนพอเช้าก็ทำงานตามปกติแต่หลังจากวันนั้น นั่นแหละที่จงฮยอนมีท่าทีเปลี่ยนไป ไม่พูดไม่คุยเหมือนจะกลัวๆผมด้วยซ้ำ จนวันนี้ผมก็ยังไม่รู้เลยว่าที่จงฮยอนเปลี่ยนไปแบบนั้นเพราะอะไร” แล้วคำตอบที่เกินขอบเขตจากที่สต๊าฟสาวถามก็พรั่งพรูออกมาราวกับต้องการระบาย ใช่ ณ วันนี้ยงฮวาก็ยังหาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้กับความสัมพันธ์ฉันท์พี่น้องของ เขากับจงฮยอนว่าจุดหักเหของมันเกิดจากอะไร… แววตาหวาดระแวงที่จงฮยอนมีต่อเขามาจากไหน ปฏิกิริยาต่อต้านแบบเงียบๆที่เขาพยายามจะทำลายมาตลอดหลายเดือนนี้… มันมีสาเหตุมาจากอะไร

“วันนั้นนายกินเหล้าเสร็จแล้วกลับหอเลยรึเปล่า?” เมื่อสต๊าฟสาวยิงคำถามต่อ ยงฮวาก็ส่ายหน้าให้

“เปล่า จำได้ว่าไปต่อที่ไหนก็ไม่รู้ พอรู้สึกตัวตอนเช้าอีกทีก็อยู่ที่โรงแรมน่ะ”

“คนเดียวหรอ?”

“ตอน ตื่นน่ะ ผมอยู่คนเดียวแต่คงจะไม่ได้ไปนอนคนเดียวหรอกเพราะสภาพห้องสภาพเตียงมัน เละเทะมาก ผมยังตกใจเลยตอนที่เห็นแต่สงสัยว่าผมคงจะหิ้วสาวๆแถวคลับกลับมาด้วยล่ะมั๊ง”

“นายพอจะติดต่อใครสักคนที่อยู่ดื่มกับนายคืนนั้นได้ไหม… ยงฮวา ?” คราวนี้เป็นเมเนเจอร์คนเก่งของวงที่กอดอกถามมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเพราะ ฟังมาตั้งแต่ต้นและพยายามจับต้นชนปลายมาตลอด ยงฮวารีบล้วงมือถือออกมากดยังหมายเลขที่คิดว่าน่าจะเป็นคนที่ตรงกับความต้อง การของเมเนเจอร์ตัวเองทันที ไม่นานก็ต่อติดได้ ยงฮวาถามสารทุกข์สุขดิบของเพื่อนเก่าพอเป็นพิธีก่อนจะเปิดโรงถามคำถามที่ ต้องการรู้

“แล้ววันนั้นฉันแยกกับพวกนายยังไงว่ะ?”

“จริงหรอ ไม่มีอะไรๆ ขอบใจมากนะ แค่นี้ล่ะไว้เจอกัน” ยงฮวาปิดมือถือลง สีหน้าเปลี่ยนเป็นซีดเผือดจนน่าตกใจ

“เพื่อน ผมบอกว่า ผมเมามากจนพูดอะไรไม่รู้เรื่อง เลยสุ่มเบอร์ในมือถือผมโทรตามให้คนรู้จักมารับแต่มันจำไม่ได้เหมือนกันว่า เป็นใคร บอกแค่ว่าน่าจะเป็นคนในวงนั่นแหละ” ถ้อยคำที่หลุดออกจากปากของยงฮวาฉุดให้คนอื่นๆถึงกับขมวดคิ้วกันทีเดียว ถ้าเป็นคนในวงพวกเขาที่นั่งอยู่ก็ต้องรู้ตัวแต่นี่ไม่มีใครเอ่ยรับสักคน ก็แสดงว่าคนที่ถูกโทรตามให้ไปรับยงฮวาในคืนนั้นไม่ใช่คนที่นั่งอยู่ ณ สถานที่นี้นี่แน่นอน

ถ้าอย่างนั้นก็ต้องเป็น…

==#==#==# L o s t of L o v e #==#==#==

 

ร่างบางนอนคู้ตัวอยู่บนเตียงหลัง กว้างไร้เสียงใดใดเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากที่เคยขับกล่อมใครหลายคนด้วยบท เพลงอันไพเราะแม้แต่เสียงลมหายใจทั่วทั้งห้องก็แทบจะไม่ได้ยิน… ห้องที่ไม่มีใครมีแต่อีจงฮยอนที่กำลังรอเวลา เวลาที่จะพาตัวเองให้ก้าวออกจากโลกใบบิดเบี้ยวนี้ไป จงฮยอนกอดกรอบรูปไม้ไว้แนบอก ยิ่งกอดก็ยิ่งเหงายิ่งเหงาก็ยิ่งหนาว ทำไมถึงรู้สึกโดดเดี่ยวได้มากขนาดนี้นะ… บนหมอนมีคราบน้ำตาเปื้อนเปรอะจนเห็นเป็นรอยวงกว้างหมอนใบเดิมที่รองรับน้ำตา ของเขามาตลอดหลายเดือน…

มือบางสั่นเทาค่อยๆยกกรอบรูป ขึ้นดูก่อนที่จะยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิม… ภาพของผู้ชายสองคนที่ยิ้มด้วยความสุข… จงฮยอนพยายามปาดน้ำตาร้อนๆนั้นทิ้งเพื่อเพ่งมองภาพของตัวเองกับคนรักให้ ชัด…

“ชางฮยอน… ฉันขอโทษ” เสียงพร่ำเพ้อของคนตัวบางพยายามจะถ่ายทอดไปให้คนในรูปนั้นรับรู้แต่ไม่มีทาง หรอก ชางฮยอนของเขาคงไม่มีทางได้ยินและไม่มีวันได้ยินอีกต่อไป จงฮยอนตัดพ้ออย่างเหนื่อยล้า… ร่างกายและหัวใจตอนนี้อ่อนแรงที่เขาอยู่มาได้จนทุกวันนี้ก็ใช้ความพยายาม อย่างที่สุดแล้ว คิดว่าจะมีชีวิตใหม่… จะเริ่มต้นใหม่แต่เหตุการณ์ร้ายๆแบบเดิมก็เกิดขึ้นอีกจนได้

ฤดูหนาวปีที่แล้วกับความผิดหวังครั้งยิ่งใหญ่
หิมะสีขาวโพลนกับการที่เขาต้องสูญเสียคนรักไป

ไม่มีใครรู้หรอกว่ามันทรมานและเจ็บปวดมากแค่ไหน?

“ได้ ครับ เดี๋ยวผมไปรับพี่ยงฮวาเอง ผมเป็นรุ่นน้องเขาครับ” กลางดึกคืนหนึ่งเสียงโทรศัพท์ของจงฮยอนดังขึ้นก่อนจะโดนขอร้องจากเพื่อนของ พี่ยงฮวาให้ช่วยไปรับเจ้าตัวที่กำลังเมาแอ๋ที่คลับชื่อดัง คนตัวบางรีบลุกขึ้นจากที่นอน… ที่นอนที่มีชางฮยอนคนรักของตนกำลังหลับใหลอยู่ข้างๆ

“จะไปไหนจงฮยอน ดึกขนาดนี้แล้ว?”

“พอดีรุ่นพี่ที่บริษัทเมาไม่รู้เรื่องอยู่ที่คลับน่ะ ฉันจะไปรับแล้วไปส่งเขาที่หอพัก นายนอนต่อเถอะ เดี๋ยวฉันกลับมา”

“เฮ้ ลืมอะไรก่อนไปหรือเปล่า?” ชางฮยอนท้วงไว้ด้วยน้ำเสียงอ้อนติดจะงัวเงียพร้อมกับเอียงแก้มมาให้ จงฮยอนยิ้มให้กับท่าทีออดอ้อนของคนรักก่อนจะกดริมฝีปากลงไปเบาๆ

“ฉัน จะกลับก่อนเช้านะ… สัญญา” หลังจากแต่งตัวเสร็จชางฮยอนก็ลุกขึ้นมาส่งจนถึงหน้าประตูห้อง ทั้งที่ตั้งใจจะไปเป็นเพื่อนคนตัวบางด้วยแต่ก็ถูกปฏิเสธิ จงฮยอนต้องการไปที่นั่นคนเดียวซึ่งก็อยู่ไม่ไกล… ไม่คาดคิดจริงๆว่านั่นคือการส่งคนรักตัวเองไปเจอกับเรื่องเลวร้ายที่เป็นต้น เหตุที่ทำให้เขาทั้งสองคนต้องจากกันไปชั่วชีวิต

คลับชื่อดัง

“ขอบ คุณมากครับ” จงฮยอนกล่าวขอบคุณบรรดาเพื่อนของพี่ยงฮวาที่ช่วยประคองร่างที่เมาไม่รู้ เรื่องมาส่งให้ที่รถแท็กซี่ที่โทรเรียกมาก่อนหน้าจะมาถึงคลับ พอพ้นออกมาได้ไม่นานคนที่เมาก็เริ่มโวยวายจะดื่มต่ออีกจนลั่นรถ จนจงฮยอนเองก็เริ่มจะหมดความอดทนแต่จู่ๆยงฮวาก็ทำท่าพะอืดพะอมคล้ายกับจะ อาเจียนออกมา…

“อย่าอ้วกนะพี่ยงฮวา นี่มันรถแท็กซี่นะ” อย่างที่เขาว่าอย่าถือสาคนบ้าอย่าว่าคนเมาสั่งอะไรไปบอกอะไรพี่ยงฮวาไปก็ใช่ ว่าจะเข้าใจ จงฮยอนเห็นท่าไม่ดีรวมทั้งสายตาของคนขับแท็กซี่ที่มองมาอย่างเป็นกังวลจึง สั่งให้หักเลี้ยวรถเข้าโรงแรมที่อยู่ใกล้ที่สุดเพราะขืนว่าถ้าให้พี่ยงฮวา อยู่บนรถต่อมีหวังคงได้จ่ายค่าล้างรถจนแพงหูฉี่แน่ๆ

บริกร ของโรงแรมต่างกุลีกุจอเข้ามาช่วยประคองร่างของพี่ยงฮวาที่ยังโวยวายหาเหล้า ดื่มอยู่ไม่เลิกเข้าไปยังห้องที่จงฮยอนจัดการไปเปิดทันทีที่ก้าวลงจากรถ พอจับคนเมานอนลงบนเตียงนอนจงฮยอนถึงกับถอนใจพรืดโต มองรุ่นพี่ตัวเองจะขำก็ขำไม่ออก ไม่นึกว่าจะต้องมารับพี่ยงฮวาในสภาพแบบนี้เลยจริงๆให้ตายสิ

“ผม กลับก่อนนะ ตาลุงขี้เมา” จงฮยอนยื่นหน้าเข้าไปพูดใกล้ๆ แตะแก้มคนที่เหมือนจะหมดสติพร้อมส่ายหัวอย่างคนปลงตก พอแน่ใจแล้วว่าพี่ชายของตัวเองต้องงีบหลับที่นี่จริงๆก็ตั้งใจจะกลับไปหาชา งฮยอนแต่แล้วจังหวะที่กำลังจะหันตัวก็ถูกคนเมาดึงให้ล้มลงไปทับอยู่บน ตัวอย่างรวดเร็ว… เร็วเสียจนไม่ทันได้ตั้งสติใดใด ร่างบางพยายามจะยันตัวเองลุกขึ้นแต่กลับผิดคาดไปกันใหญ่เมื่อคนที่เมากลับ ผลิกร่างของเขาให้ไปอยู่ข้างใต้แทน

“พี่ยงฮวา! นี่ผมจงฮยอนนะ อย่าทำอะไรบ้าๆนะพี่” วินาทีนั้นจงฮยอนรู้ตัวเองเลยว่าสู้ไม่ไหวลำพังขนาดตัวที่ไม่ต่างกันมากไม่ เท่าไรแต่บวกกับความเมาความไม่ได้สติของพี่ยงฮวาเข้าไปก็แพ้ตั้งแต่ยังไม่ เริ่มสู้เสียด้วยซ้ำ แรงคนเมาเท่ากับแรงช้างสารแล้วมีหรือที่จงฮยอนจะทัดทานได้ไหวและยงฮวาที่เมา มายจนไมได้สติจึงไม่รู้ตัวว่าคนที่ตนกำลังจะข่มเหงเป็นรุ่นน้องตัวเอง

“อั๊ก อั๊ก!” ผลของการขัดขืนก็คือฝ่ามือและกำปั้นหนักๆที่ยงฮวาซัดเข้าที่หน้าท้องของจง ฮยอนเสียงร้องขอให้หยุดริ่มหายไปพร้อมกับอาการจุกและชาตรงบริเวณที่โดนทำ ร้าย…

ความเป็นยงฮวาที่ถูกยัดเยียดเข้ามาในร่างกาย…
การทรยศหักหลังที่ต้องหยิบยื่นให้ชางฮยอนโดยความไม่ตั้งใจ

ริม ฝีปากที่ซุกไซร้ไปทั่วมือหยาบกร้านที่บีบเค้นฟอนเฟ้นตามร่างกายพาลให้จงฮยอน ตัวสั่นราวกับลูกนกที่พลัดหลงกับพ่อและแม่ น้ำตาของจงฮยอนไหลออกมา หมดหนทางจะสู้หมดเรี่ยวแรงจะขัดขืนได้แต่หลับตานึกถึงภาพที่เคยได้อยู่ใน อ้อมกอดของคนรัก… จิกมือลงบนที่นอนหนานุ่มเมื่อความรุนแรงที่ได้รับจากยงฮวามันเพิ่มขึ้น… เพิ่มขึ้นจนร่างกายแทบแตกเป็นเสี่ยงๆ

ภาพของคนรักที่มายืนส่งตรงหน้าประตูก่อนที่จะมารับพี่ยงฮวา
ภาพที่คนรักจัดแจงสวมหมวกฮูดให้บนศรีษะเพราะกลัวตนจะหนาวเหน็บจากหิมะที่กำลังตก
ภาพของคนรักที่ชะโงกหน้ามาส่งจนมั่น่ใจว่าตนเดินเข้าลิฟท์มาอย่างปลอดภัย

ภาพทุกภาพเหล่านั้น…
หมือนกับเข็มเป็นร้อยเป็นพันเล่มทิ่มแทงลงบนหัวใจของจงฮยอนไม่ยั้ง….

“ชางฮยอน~~”

จง ฮยอนได้แต่เรียกขานชื่อคนรัก เรียกผ่านเสียงหอบหนักๆจากคนเมาไร้สติที่ครอบครองตนอยู่ด้านบน ดวงตาคู่สวยปิดสนิทเขานึกชังใบหน้าของผู้เป็นพี่ชายร่วมวงยิ่งนัก… ผมจะเกลียดพี่ไปจนวันตายพี่ยงฮวา

TBC 3/4

+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+

==#==#==# L o s t of L o v e #==#==#==

AuThor Talk: ราตรีสวัสดิ์ zzz Z

อ่านจบกรุณาอีดิทคอมเม้นท์ด้วยค่ะ!
*อย่าเม้นท์แค่ว่าสนุก รอตอนต่อไปหรือขอบคุณๆๆแค่นี้นะค่ะ ไม่ปลื้มค่ะ!!
และหากรู้ว่าไม่มีเวลาอ่านรบกวนอย่าแปะทิ้งไว้จะดีกว่าเนอะ^^

และเม้นท์แค่บรรทัดสองบรรทัดมันบั่นทอนกำลังใจคนแต่ง รู้มั้ยค่ะ????

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s