[Fic] =# L o s t of L o v e 3/4 #=

Posted: June 13, 2011 in ~* MinHyun *~
Title : L o s t of L o v e
Author : HaneiBee

Note : ไม่ระบุคู่นะค่ะเพราะระบุไม่ถูกจริงๆ ==”
*และนี่ค่ะโฉมหน้าแฟนเก่าของจงฮยอนในเรื่องนี้ >>>> จอนชางฮยอน

[3/4]

“ใช่ ที่นี่แน่เหรอที่น้าจงฮยอนบอกพี่น่ะ” จองชินเลิกคิ้วไม่แน่ใจเมื่อแหงนหน้าขึ้นอ่านชื่อคอนโดแล้วนึกถึงคำที่น้า สาวของจงฮยอนบอกมา สามวันเต็มๆแล้วที่พี่รองจงฮยอนหายตัวไปไม่ติดต่อหาใครซักคนแม้แต่จะโทรไปลา งานกับผู้จัดการก็ไม่มี พอพวกยงฮวาติดต่อไปที่บ้านญาติของจงฮยอนที่ปูซานก็ไม่มีใครรู้เหมือนกันว่า จงฮยอนหายไปไหน…

พวกเขาลองหยั่งถามไปว่าธรรมดา แล้วจงฮยอนชอบไปที่ไหนเป็นพิเศษรึเปล่า… น้าสาวของจงฮยอนเลยบอกมาว่า บางทีจงฮยอนอาจจะมาอยู่ที่คอนโดนี้ซึ่งเป็นคอนโดที่จงฮยอนซื้อไว้จงฮยอนซื้อ คอนโดที่โซลไว้ด้วยดูจะเป็นข่าวใหม่สำหรับพวกเขาเลยทีเดียวแต่กลับล้าหลังไป มากอยู่เมื่อน้าสาวของจงฮยอนบอกว่า จงฮยอนซื้อคอนโดนี้ไว้ตั้งแต่ยังเป็นเด็กฝึกหัดเสียด้วยซ้ำ

“คงไม่อยู่หรอกกดออดตั้งนานแล้ว ไม่เห็นมีใครมาเปิดเลย”

“แต่ พี่ว่าถ้าเป็นคอนโดของจงฮยอนจริงๆต้องอยู่ข้างในนี่หล่ะ ไปขอกุญแจสำรองจากทางคอนโดดีไหม?” ยงฮวาเห็นตรงกันข้ามกับจองชินที่คิดว่าไม่มีใครอยู่ข้างในหลังจากที่กดออดมา ร่วมสิบนาทีแล้ว

“พี่จะลงไปคุยกับโอเปอเรเตอร์ข้าง ล่างเอง” ยงฮวาเสนอตัวเพราะเขามีลางสังหรณ์ว่าหลังบานประตูทีเหมือนกับถูกปิดตายบาน นี้ มีคนที่พวกกำลังตามหาอยู่

“ผมไปด้วย” ยงฮวาพยักหน้าให้กับมินฮยอกที่ขอลงไปด้วยตลอดทางที่ลงลิฟต์ไป มินฮยอกและยงฮวาต่างก็มองหน้ากัน อึดอัดกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่… ใจอยู่ไม่เป็นสุขกับคนที่หายสาบสูญและรู้สึกผิดกับสิ่งที่ได้กระทำลงไป

“ผม ไม่เคยคิดว่าจะดูแลใครได้แต่ผมจะพยายาม ถ้าได้เจอพี่จงฮยอนแล้ว” ก่อนที่ลิฟต์จะเปิดอยู่ดีๆมินฮยอกก็เอ่ยขึ้นกับยงฮวาด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ทุกอย่าง มันขึ้นอยู่ที่ตัวนายมากกว่าว่าจะทำให้จงฮยอนยอมให้นายดูแลหรือเปล่าแต่ สำหรับพี่… พี่จะขอโทษเขาแม้ว่ามันจะลบล้างกันไม่ได้เลยแต่ว่าพี่จะดูแลเขาในฐานะพี่ชาย คนหนึ่งอย่างดีที่สุด” แล้วสองหนุ่มก็ตรงไปยังโอเปอเรเตอร์เพื่อติดต่อขอกุญแจสำรองทันที แม้จะไม่ใช่เรื่องง่ายที่อ้างว่าเป็นแค่เพื่อนร่วมวงแล้วทางคอนโดจะมอบกุญแจ ให้ ยงฮวาจำต้องพูดบางอย่างที่ทางโอเปอเรเตอร์ไม่อาจปฏิเสธที่จะไม่ให้ไม่ได้ จริงๆ

“เขากำลังอยู่ในภาวะที่เสียใจอาจถึงขั้นคิด สั้นก็ได้ ถ้าคุณไม่ให้กุญแจสำรองกับเราคอนโดคุณอาจจะลำบากทีหลัง” พูดไปก็นึกกลัวเองอยู่ลึกๆยงฮวากลั้นใจพูดจนจบทั้งที่ในใจก็ภาวนาว่าอย่าให้ จงฮยอนทำอย่างที่เขาพูดเลยเพราะถ้าจงฮยอนทำจริงๆ เขาคงต้องรู้สึกผิดไปชั่วชีวิต

“เหมือนกับไม่มีใครอยู่เลย แล้วก็เหม็นอับชิบ คนที่ไหนจะอยู่ได้เนี่ย” จองชินทำหน้าเหยเกทันทีที่ได้กุญแจจากยงฮวาแล้วไขเข้ามา สภาพห้องโถงตรงกลางเงียบสนิท ข้าวของต่างๆถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบยิ่งดูแล้วก็ยิ่งเหมือนวังเวงมากกว่า จะน่าอยู่อาศัย คนอื่นๆแยกย้ายกันสำรวจทั้งห้องครัว ระเบียง ห้องน้ำแต่ก็ไม่พบคนที่พวกเขาตามหาเหลือเพียงบานประตูอีกห้องที่ถูกปิดไว้ ถ้าเดาไม่ผิด… น่าจะเป็นห้องนอน

“พี่เปิดเอง…” ยงฮวาบอกก่อนจะค่อยๆเอื้อมมือไปจับลูกบิดแล้วหมุนมันเพื่อบิดเข้าไป

“จงฮยอน!!!” แล้วในที่สุดการตามหาของพวกเขาก็สิ้นสุดลงแต่ดูจะเรื่องมากเกินไปไหมถ้าหาก พวกเขาจะวิงวอนต่อพระผู้เป็นเจ้าให้ได้พบกับจงฮยอนในสภาพที่ดีกว่านี้…

ร่าง กายผอมซีดกับลมหายใจเข้าออกที่รวยรินเต็มทีและดูเหมือนสิ่งที่ยงฮวาหวาดกลัว และภาวนาอยู่ลึกๆเมื่อครู่สุดท้ายจะไม่เป็นผล จงฮยอนนอนอยู่กลางเตียงมือข้างหนึ่งจับกรอบรูปไว้แน่น ส่วนมืออีกข้างวางอยู่แนบลำตัวโดยที่มีเลือดสีแดงฉานไหลซึมเลอะไปทั่วทั้ง ที่นอน จงฮยอนกรีดข้อมือเพื่อหวังจะจบชีวิตตัวเองลง

“ยัง หายใจอยู่ พี่จงฮยอนยังหายใจอยู่ รีบพาไปโรงพยาบาลเร็วเข้าเถอะ!” มินฮยอกตั้งสติได้ก่อนชายหนุ่มถลาตัวเข้าไปประคองจงฮยอนขึ้นตรวจดูการหายใจ ของคนที่ตัวเองสุดรัก… โล่งอกไปเกือบครึ่งที่สวรรค์ยังยื้อลมหายใจของจงฮยอนไว้… แม้มันจะเหลือน้อยมากก็ตามที

==#==#==# L o s t of L o v e #==#==#==

ภาพของจงฮยอนที่นอนจมกองเลือดยังติดตาราวกับฝังไว้เป็นเนื้อเดียวกับเสี้ยว สมอง เวลานี้ทุกคนทั้งยงฮวา มินฮยอกและจองชินต่างก็นิ่งเงียบได้แต่นั่งรอให้คุณหมอออกมาบอกอาการของจง ฮยอนที่ถูกส่งเข้าห้องไอซียูไปตั้งแต่ชั่วโมงที่แล้ว…

บานประตูห้องไอซียูเปิดออกทุกคนต่างปรี่เข้ามาฟังในสิ่งที่คุณหมอจะบอก

“คน ไข้ไม่ได้รับทั้งอาหารแล้วน้ำเข้าสู่ร่างกายมาหลายวันอีกทั้งยังเสียเลือดไป ในปริมาณที่เรียกว่ามากทีเดียวตอนนี้ร่างกายคนไข้อ่อนแอมากแต่ก็ถือว่าพ้น ขีดอันตรายแล้ว พวกคุณสบายใจได้ครับ”

ถ้าความผูกพันที่มีให้กับจงฮยอนไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมโลก… พวกเขาจะเจ็บขนาดนี้ไหม
ถ้าความผูกพันที่มีให้กับจงฮยอนไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมวง… พวกเขาจะเจ็บน้อยกว่านี้หรือเปล่า

เพราะจงฮยอนเป็นมากกว่านั้น…เป็นพี่เป็นน้องและเป็นคนสำคัญของพวกเขา

ขอบคุณพระผู้เป็นเจ้าที่คืนคนสำคัญคนนี้ให้กับพวกเรา…

วัน ต่อมาทางโรงพยาบาลได้ย้ายตัวจงฮยอนไปพักฟื้นยังห้องพิเศษซึ่งถือเป็นเรื่อง ดีที่แสดงให้รู้ว่าจงฮยอนจะยังอยู่กับพวกเขาต่อไปอย่างแน่นอน

ตาราง งานของวงซีเอ็นบลูถูกเลื่อนไปในบางส่วนสำหรับกรณีที่พอจะเจรจาได้แต่บางกรณี ก็ต้องทำไปทั้งๆที่มีแค่สามคน ทางต้นสังกัดแถลงข่าวแค่ว่ามือกีตาร์และนักร้องนำอี จงฮยอนหนึ่งในสมาชิกของวงป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่จึงต้องทำการรักษาตัวโดยไม่มี กำหนด…

จงฮยอนสลบไปสองวันเต็มๆ จนมาฟื้นเอาในตอนบ่ายของวันที่สาม

“พี่จงฮยอนเป็นยังไงบ้าง?” จองชินที่คอยเฝ้าอยู่ข้างเตียงถามด้วยความห่วงใยเมื่อเห็นว่ารุ่นพี่ตัวบางฟื้นขึ้นมา

“จองชินเหรอ?” เสียงที่แหบแห้งของคนป่วยดูงุนงงไม่น้อยเมื่อพบว่าจองชินยืนอยู่ตรงหน้า

“ฮะ ผมเอง”

“ดึง พี่กลับมาทำไม?!” ดวงตาของคนบนเตียงเบิกกว้าง สีหน้าเต็มไปด้วยความผิดหวัง… ผิดหวังที่ไม่ตายตามที่ได้ตั้งใจไว้ เสียงโวยวายของคนป่วยทำให้คนที่เพิ่งเปิดประตูเข้ามากุลีกุจอวิ่งเข้ามาจับ ตัวคนที่ยังมีสายน้ำเกลือระโยงระยางเต็มแขนไว้

“เกิดอะไรขึ้น จงฮยอนเป็นอะไรจองชิน?”

“ไม่ รู้ฮะ แต่โวยวายที่พวกเราดึงเขากลับมา” ตอบพี่ยงฮวาโดยที่สองแขนพยายามกดลำตัวของจงฮยอนที่ตั้งท่าจะลุกจากเตียงให้ ได้ มินฮยอกเห็นท่าไม่ดีจึงรีบเข้ามาช่วยอีกแรง ปล่อยให้จองชินกดอินเตอร์คอมเรียกคุณหมอและพยาบาลเข้ามา

ความ ชุลมุนในห้องพิเศษค่อยเข้าสู่สภาวะปกติ เมื่อคุณหมอฉีดยานอนหลับให้กับจงฮยอน น้ำเสียงโวยวายต่อว่าที่พวเขาไม่ปล่อยให้ตัวเองตายจึงเงียบหายไปด้วยเมื่อยา นอนหลับนั้นออกฤทธิ์

“เพราะผมพี่จงฮยอนถึงเป็นแบบนี้” มินฮยอกเดินเข้าไปใกล้กับคนที่นอนหลับด้วยฤทธิ์ยาบนเตียงไปได้เกือบชม. ฝ่ามือกว้างลูบที่แก้มขาวซีดราวกับกะดาษพร้อมกับหลั่งน้ำตาออกมาด้วยสงสาร สภาพของคนที่ตัวเองรักจับใจ

แม้ที่ผ่านมาจงฮยอนจะไม่เคยออด อ้อนเขาไม่เคยหัวเราะเล่นหัวกับเขามีแต่ทำตึงๆใส่มีแต่ท่าทีเฉยเมยให้ขนาด เวลาที่ยอมให้เขากอดให้เขาสัมผัสหรือเวลาที่มีอะไรกันเหมือนแค่คู่นอนกัน ธรรมดาแต่จงฮยอนคนนั้นก็ยังดีกว่าจงฮยอนคนที่นอนหมดสติคนนี้… ดีกว่าจงฮยอนคนที่ไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ต่ออีกแล้วตรงหน้าเขาตอนนี้…

ขอจงฮยอนคนเดิม… คืนมาให้กับผมให้กับพวกเราด้วยเถอะ ได้โปรด

“พี่ ทำให้จงฮยอนเป็นแบบนี้ก่อนนาย… พี่ทำร้ายเขา ทั้งที่ปากบอกว่ารักแท้ๆแต่กลับฆ่าเขาได้อย่างเลือดเย็น พี่มันเลวจริงๆ” ยงฮวาชกเข้ากับฝาผนังจนเลือดซึมเต็มหลังมือต่อว่าตัวเองตำหนิตัวเองขณะที่ น้ำตาลูกผู้ชายก็ไหลออกมาเช่นกัน

เคยคิดแต่ว่าที่จงฮยอนทำ มึนตึงใส่เขาทำตัวออกห่างจากเขาไปคงเป็นเพราะจงฮยอนอาจจะมีเหตุผลส่วนตัวแต่ ไม่ใช่เลยจงฮยอนเป็นเช่นนั้นก็เพราะเขา เขาทำลายความสัมพันธ์ของพี่กับน้องลงไปอย่างไม่สมควรได้รับการให้อภัยใดใด สักนิด…

“จะมาโทษตัวเองจะมามัวแย่งกันรับผิดกันเพื่อ อะไร? ถามหน่อยสิว่ามันจะได้อะไรขึ้นมาบ้าง ทำอะไรลงไปแล้วไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม ก็ต้องหาทางออกสิหาวิธีทีจะทำให้พี่จงฮยอนกลับมาเป็นเหมือนเดิมสิฮะ!”

“จอง ชินหยุดเถอะ หยุดทุกคนนั่นแหละ” เสียงที่เบาแสนเบาราวกับกระซิบดังขึ้นมาเมื่อจองชินคนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ อะไรเลยระเบิดอารมณ์ออกมาจนหมดและเจ้าของคำพูดเมื่อกี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอก จากคนที่นอนอยู่บนเตียงนั่นเองจงฮยอนพยายามจะยันตัวลุกขึ้น จองชินรีบเข้ามาช่วยประคองและปรับระดับเตียงทางส่วนบนขึ้นเพื่อให้พี่รองได้ อยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนสบายตัว

“พี่ยงฮวา” จงฮยอนเรียกรุ่นพี่ตัวเองพร้อมกับยิ้มให้ ทุกคนจึงหลีกทางแต่โดยดีหลีกทางให้ยงฮวาไปใกล้ๆกับคนป่วย

“พี่ขอโทษจงฮยอน เรื่องเมื่อปีก่อน”

“ไม่ ต้องพูดแล้วล่ะฮะ ผมลืมมันไปหมดแล้ว ลืมไปตั้งแต่วันที่ผมเลิกเกลียดพี่นั่นแหละ” รอยยิ้มเซียวประดับบนดวงหน้าเศร้า จงฮยอนมองรุ่นพี่ตัวเองก่อนจะพูดสิ่งที่เก็บซ่อนไว้คนเดียวมาตลอด…

“ผม ยอมรับว่าผมเคยเกลียดพี่มากๆเกลียดที่พี่ทำแบบนั้นกับผม ทั้งที่ผมนับถือพี่เป็นพี่ชายคนหนึ่งพี่ดูแลผมคอยสอนผมในทุกๆเรื่อง ผมรักและศรัทธาในตัวพี่มากแต่ความรู้สึกดีๆทั้งหมดที่ผมให้กับพี่ก็ถูกทำลาย หมดไปภายในชั่วข้ามคืน ตอนนี้พี่คงจะนึกออกแล้วสินะว่าคืนนั้น คนที่พี่ทำร้ายคือผม” น้ำเสียงแหบแห้งขาดห้วงไปจงฮยอนยังคงมองและยังยิ้มให้กับยงฮวาเหมือนกับตอน แรกเพียงแต่ว่าเวลานี้ดวงตาสองข้างเริ่มรื้นขึ้นด้วยน้ำอุ่นใส ยงฮวาเองก็ยังหลั่งน้ำตาออกมามากกว่าเก่า แววตาของจงฮยอนไม่ได้ฉายรอยต่อว่าน้ำเสียงก็ไม่ได้แฝงไว้ด้วยความโกรธหรือ อะไรอีกแล้วยงฮวาก้มหัวให้คนตัวบางด้วยใจที่สำนึกผิดจริงๆ

“พี่ขอโทษ ขอโทษจริงๆ”

“ผม ให้อภัยพี่ไปนานแล้วเพราะถึงจะเคียดแค้นไป โกรธหรือเกลียดพี่ไปยังไง เขาก็ไม่มีวันกลับมาอยู่ดี” เพียงแค่นึกหรือเอ่ยถึงคนที่รักสุดหัวใจ เจ้าน้ำตาร้อนๆที่พยายามฝืนไม่ให้ร่วงลงมาก็ไหลอาบแก้ม จริงอย่างที่เขาว่ากันว่าคนเราต่อให้เข้มแข็งแค่ไหนพยายามสร้างเกราะกำบัง ให้คนรอบข้างมองว่าเก่งมองว่าแกร่งอย่างไรแต่ก็ต้องมีสิ่งๆหนึ่งที่เป็นจุด อ่อนอยู่ดี จุดอ่อนที่มีอานุภาพอย่างน่าอัศจรรย์ที่จะทำให้คนเข้มแข็งคนนั้นกลายเป็นคน อ่อนแอได้อย่างไม่น่าเชื่อทีเดียว…

สิ่งนั้นก็คือ….ความรัก

ถ้าชางฮยอนคือความรัก

ชางฮยอนก็เป็นสิ่งที่ทำให้จงฮยอนอ่อนแอได้สินะในเวลานี้

…………………………….
…………………
………….
…….

..

“คนในรูปนั่นน่ะเหรอ… คนรักของพี่?”

TBC 4/4

==#==#==# L o s t of L o v e #==#==#==

AuThor Talk: เดี๋ยวจะลงตอนจบเลยค่ะ (บอกเพื่อ???)

อ่านจบกรุณาอีดิทคอมเม้นท์ด้วยค่ะ!
*อย่าเม้นท์แค่ว่าสนุก รอตอนต่อไปหรือขอบคุณๆๆแค่นี้นะค่ะ ไม่ปลื้มค่ะ!!
และหากรู้ว่าไม่มีเวลาอ่านรบกวนอย่าแปะทิ้งไว้จะดีกว่าเนอะ^^

และเม้นท์แค่บรรทัดสองบรรทัดมันบั่นทอนกำลังใจคนแต่ง รู้มั้ยค่ะ????

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s