[Fic] =# TimeLess #= PG-13/ NC

Posted: June 13, 2011 in ~* MinHyun *~

Title: TimeLess
Paring: MinHyuk x JongHyun
Rate: PG-13/ NC
AuThor: HaneiBee

Note:ความเครียดรุมเร้ามาสัปดาห์กว่าตอนนี้เริ่มคลี่คลาย จัดฟิคมาเพื่อระบายส่วนตัวล้วนๆ
และซ่อนโพสจบเดียวนะค่ะเพราะมันยาวเกินซ่อนเท่าไรก็ไม่ได้แต่สปอยไว้แค่ว่า ส่วนที่ซ่อนไว้คือ NC ค่ะ

ความรักที่จืดจางไม่ต่างอะไรจากน้ำเปล่าที่จืดชืด
แต่ทำไมนะ คนเราถึงขาดความจืดชืดในความจืดจางนี้ไม่ได้สักที…

“เล่นให้มันสนุกหน่อยสิพี่จงฮยอน ทำนองมันเศร้าเกินไปน่ะนั้น” อีจองชินที่นอนเหยียดกายดูทีวีบ่นขอกับพี่รองตัวบางของวง รู้ว่าอีกคนโปรดปรานและติดการเล่นกีตาร์แค่ไหนแต่มันก็พาให้เขาเศร้าใจชอบกล กับท่วงทำนองในแต่ละเพลงที่อีกคนหยิบขึ้นมาเล่น… จงฮยอนตัดสินใจวางกีตาร์ลงเสียไม่เพียงแต่เล่นให้สนุกตามที่จองชินขอไม่ได้ แต่ไม่มีแก่ใจจะเล่นต่อแล้วเช่นกัน สายตาเหลือบมองนาฬิกาแขวนตรงฝาผนังห้องมันเลยเวลากลับของมินฮยอกมาร่วมสอง ชม.แล้ว แต่ข้อความสักฉบับเดียวก็ไม่มีส่งมาให้รู้ว่าเจ้าตัวหายไปไหน

“ทำไมไม่โทรไปหามันล่ะ มานั่งเป็นห่วงแบบนี้อยู่ได้”
“พี่ไม่อยากก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของเค้า”
“แต่มินฮยอกมันเป็นแฟนพี่ เค้าไม่เรียกว่าก้าวก่ายหรอกน่า มาๆผมโทรให้เอง” คนที่นอนอยู่บนโซฟาหยิบมือถือตัวเองขึ้นมากดโทรออกทำให้จงฮยอนที่นั่งอยู่บน พื้นถลามาแย่งไปแทบไม่ทัน…

“ไม่ต้องหรอก”
“พี่กับมันมีปัญหาอะไรหรือเปล่า?” พอมือถือถูกแย่งไป เขาก็ผุดนั่งพร้อมกับกอดอกหันไปคาดคั้นเอาความจากอีกคนให้ได้ มันเกือบเดือนแล้วที่ภาพรักหวานชื่นของคนตรงหน้าและคนที่ยังไม่โผล่หัวกลับ มาเลือนหายไปหรือเรียกอีกอย่างว่า… จนแทบจะไม่มีให้เห็นแล้วด้วยซ้ำ

“ยัง ไม่นอนกันอีกเหรอ?” เป็นโชคดีที่จงฮยอนไม่ต้องหาคำตอบให้น้องเล็กตัวโข่งเมื่อประตูหน้าหอถูก เปิดเข้ามา… แต่ทว่าในความโชคดีนั้นๆกลับไม่ใช่ทั้งหมด มินฮยอกเก็บรองเท้าผ้าใบคู่เก่งยัดใส่ตู้ก่อนจะเดินอาดๆเข้ามาหยุดอยู่ตรงคน รักตัวเองกับเพื่อนตัวสูง จงฮยอนส่ายหน้าให้ก่อนจะลุกพรวดขึ้น

“กินข้าวมาหรือยังมินฮยอก?”
“เรียบร้อยแล้วครับ เดี๋ยวผมไปอาบน้ำก่อนนะ เหนียวตัวจะแย่” เขากล่าวแค่นั้นก่อนจะก้าวเข้าไปในห้องตัวเองแต่เหมือนกับเพิ่งจะนึกอะไรออก มินฮยอกชะโงกหน้าออกมาเลิกคิ้วถามกับคนที่ยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม…

“พี่ไม่ได้ทำข้าวไว้ให้ผมใช่มั้ย?”
“เปล่า นายไปอาบน้ำเถอะ” จงฮยอนส่ายหน้าอีกครั้งพลางออกปากไล่ให้คนที่เพิ่งกลับมาถึงไปอาบน้ำเสียที พอบานประตูบานนั้นปิดลงเสียงถอนหายใจจากคนที่นอนเหยียดยาวบนโซฟาจึงพ่นดัง ออกมา จองชินมองพี่รองตัวเองที่เดินไปยังครัวแล้วจัดการเทสปาเกตตี้ที่เจ้าตัวเสีย เวลาทำอยู่เป็นนานสองนานลงในถังขยะ… ทั้งที่เป็นอาหารที่ตัวเองไม่ชอบแต่กลับตั้งใจทำมันเพื่อคนรัก… การที่ต้องทิ้งมันเองกับมือคงทำให้เสียใจไม่น้อยทีเดียว

“ทำไมพี่ไม่บอกมันล่ะว่าทำกับข้าวไว้ให้” จองชินอดรนทนไม่ไหวจริงๆเห็นเป็นแบบนี้มาพักใหญ่ มินฮยอกที่โหมงานหนักขึ้นไม่ค่อยใส่ใจหรือเอาใจใส่จงฮยอนเฉกเช่นกับตอนแรกๆ ที่คบกัน ส่วนอีกคนก็ได้แต่ปิดปากเงียบ… ไม่แสดงความน้อยอกน้อยใจหรือความไม่พอใจออกไปบ้างเสียเลย

“เค้าไม่ได้ขอให้พี่ทำไว้ให้อยู่แล้ว จะไปบังคับเค้าได้ยังไงล่ะ?”
“พี่กับไอ้มินฮยอกทะเลาะอะไรกันหรือเปล่าเนี่ย ผมถามจริงๆเหอะ?”
“ถ้าทะเลาะก็ดีสิ จะได้มีวิธีปรับให้เข้าใจกันง่ายกว่านี้” นั่นสิ หากความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไปซึ่งถูกแทนที่ด้วยความห่างเหิน หรือความรักที่จืดจางลงตอนนี้เริ่มจากการทะเลาะหรือมีจุดที่ทำให้ไม่เข้าใจ กันก็อาจจะแก้ไขมันได้ง่ายกว่านี้ แต่นี่มันเกิดจากอะไรแม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่เข้าใจ

“ไปนอนกันเหอะ ผมง่วงแล้ว” ให้หลังไม่เกินครี่งชม.มินฮยอกที่อาบน้ำเสร็จเรียบร้อยก็เดินออกมายังห้อง นั่งเล่นพลางคว้ามือคนตัวบางให้ลุกขึ้น จงฮยอนเองที่ยังนั่งจับต้นชนปลายเรื่องรักที่เปลี่ยนไปของตัวเองไม่ถูกได้แต่ลุกตามไปอย่างว่าง่าย… แม้ว่ามินฮยอกจะเป็นรูมเมทกับจองชินก็จริงแต่ก็มักจะไปนอนกับจงฮยอนซึ่งได้ห้องเดี่ยวเสมอๆ

“วันนี้ทำอะไรบ้างครับ?” มันก็ยังมีบางอย่างที่ยังเหมือนเดิม หากไม่ได้อยู่ด้วยกันทั้งวันมินฮยอกก็มักจะถามไถ่ว่าวันหนี่งๆเขาทำอะไรบ้าง เอวบางถูกดึงเข้าไปกอดพร้อมริมฝีปากร้อนๆกดจูบลงกับซอกคอขาว

“ก็แต่งเพลงนั่นแหละ นายล่ะวันนี้เหนื่อยมั้ย?”
“อืม ต้องถ่ายซ่อมหลายเทปเลย มาได้กินข้าวก็ตอนก่อนกลับเมื่อกี้เอง”
“ไหนว่าจะนอนไงมินฮยอก?” มือบางจับไหล่คนที่ตะกายขึ้นมาอยู่บนลำตัว รู้ว่าไม่แปลกที่คนรักกันจะแสดงความรักออกมาในรูปแบบนี้แต่ให้ตอบรับทั้งที่ ในหัวใจเต็มไปด้วยความสับสน… จงฮยอนก็คงทำไม่ได้

“ไม่คิดถึงผมหรือไง หือม?” จงฮยอนเบือนหน้าหนี นึกชังหน้าอีกคนยิ่งนักถามมาได้ว่าไม่คิดถึงหรือไง… หากไม่คิดถึง ไม่เป็นห่วงเป็นใยจะทำของโปรดไว้ให้กินจะนั่งรอจนดึกดื่นเพื่ออะไรกัน จงฮยอนกัดริมฝีปากอย่างลืมตัว… ปรารถนาให้ตัวเองเจ็บเข้าไปที่ขั้วหัวใจเพื่อบรรเทาสิ่งที่ตัวเองต้องแบกรับ ไว้คนเดียว

“อย่ากัดปากสิครับ เดี๋ยวมันช้ำ” มินฮยอกขมวดคิ้วเมื่อเห็นจงฮยอนทำร้ายตัวเองด้วยวิธีขลาดเขลาแต่จงฮยอนยังทำ อยู่แบบนั้นจนมินฮยอกกดริมฝีปากลงไป พยายามให้อีกคนเลิกทำและรับจูบจากตนแทน จูบของมินฮยอกละเลียดช้าไม่เร่งรีบ… ปลายลิ้นร้อนๆเกี่ยวกระหวัดอย่างค่อยเป็นค่อยเป็นแต่เป็นการเล้าอารมณ์จง ฮยอนให้ยิ่งลุกพือมากขึ้น มือบางยกขึ้นไปกดท้ายทอยของมินฮยอกให้ยิ่งต่ำลงมา กดรสจูบของมินฮยอกให้ยิ่งลึกล้ำมากขึ้น

เมื่อผละจูบออกจากกัน ปลายนิ้วยาวของมินฮยอกไล้ระกับข้างแก้มขาวแผ่วเบา ดวงตาจดจ้องกันสื่อความหมายอย่างล้นเหลือ… แต่จงฮยอนคงไม่เถียงหรือไม่หลอกตัวเองอีกต่อไปว่ามันคนละความหมายกัน… มันต่างความหมายกันอย่างสิ้นเชิง

ดวงตาของมินฮยอกสะท้อนเพียงความปรารถนาและความต้องการ… เท่านั้น
มันปราศจากความรัก… มานานแล้ว นานจนจงฮยอนเองแทบจดจำวันสุดท้ายที่ได้เห็นมันไม่ได้…

เสื้อผ้าของจงฮยอนถูกถอดออกทีละชิ้นอย่างเบามือและตามด้วยเสื้อผ้าของมินฮยอก ร่างกายเปลือยเปล่าของคนสองคนแนบสัมผัสกันช้าๆ

เขาสองคนแทบสำลักความทรมานและแทบสำลักความสุขจากการเสพเรือนร่างของกันและกัน

ทั้งที่ยังมีกันและกัน
ยังคงเป็นของกันและกัน
แต่ทำไมนะ… ถึงรู้สึกว่า

กลายเป็นคนแปลกหน้ากันไปทุกวัน

จงฮยอนแทบพล็อยหลับไปแต่ต้องรู้สึกตัวขึ้นเมื่อมินฮยอกดึงตัวเข้าไปกอดไว้ทาง ด้านหลัง ร่างกายโอนอ่อนให้มินฮยอกสวมกอดแต่โดยดี… เหมือนกับทุกครั้งจนได้ยินเสียงลมหายเข้าออกสม่ำเสมอจากอีกคนจึงรู้ว่ามิ นฮยอกได้หลับไปแล้วจริงๆ ฝ่ามือบางปิดปากตัวเองเมื่อน้ำตารื้นเต็มหน่วยตา… นานเท่าไรแล้วที่เขากับมินฮยอกไม่ได้แสดงความรักด้วยวิธีอื่นเลยนอกจากบทรัก ที่อีกคนเอาแต่เรียกร้องอยู่ฝ่ายเดียวแบบนี้…

==#==#==# TimeLess #==#==#==

วันนี้ตารางงานของซีเอ็นบลูก็ยังแน่นขนัด พวกเขาทั้งสี่คนมาถีงสถานีโทรทัศน์ชื่อดังเพื่อถ่ายทำรายการเพลงประจำ สัปดาห์ เวลานี้มินฮยอกซึ่งเป็นหนึ่งในเอ็มซีกายของรายการปลีกตัวไปฝึกซ้อมสริปต์กับ บรรดาเอ็มซีกายคนอื่นๆมียงฮวา จงฮยอนและจองชินนั่งเตรียมตัวเงียบๆในห้องแต่งตัว

“ขอโทษค่ะ มินฮยอกล่ะค่ะ?” ประตูห้องแต่งตัวถูกเปิดเข้ามาพร้อมหญิงสาวที่อยู่ในชุดลำลองสบายๆ นัยน์ตาหวานของเธอกวาดมองรอบๆเพื่อหาคนที่เธอตั้งใจเข้ามาพบและเป็นลีดเดอร์ ยงฮวาที่ไขข้อข้องใจให้กับเธอเสียเอง

“ไปซ้อมสคริปต์กับพวกอีจุนน่ะ มีธุระอะไรหรือเปล่า?”
“ไม่หรอกค่ะ พอดีฉันไปเที่ยวพักผ่อนมาเลยซื้อขนมมาฝากเค้า ยังไงก็ฝากให้เค้าด้วยนะค่ะ ฝากพวกพี่ๆด้วยค่ะ” ถุงขนมสองสามถุงถูกนำมาวางบนโต๊ะรับรองเล็กๆหน้าโซฟาที่ทั้งสามหนุ่มนั่ง หญิงสาวยิ้มเป็นมิตรให้อีกครั้งก่อนจะขอตัวเพื่อไปแต่งตัวและเตรียมการแสดงแต่ทว่าจังหวะที่หมุนตัวจะกลับออกไปก็ชนเข้ากับบุคคลที่เธอตั้งใจเข้ามาหาตั้งแต่แรก มินฮยอกคว้าเอวของเธอไว้เพื่อช่วยพยุงไม่ให้เธอล้มไปนั่งจุมปุ๊กอยู่ที่พื้น

“ขอบใจน่ะ ขนมเราฝากไว้ให้แล้ววันหลังไม่ต้องโทรไปทวงหรอก งกจริงๆนายนี่”
“ฉันไม่ได้โทรไปทวงสักหน่อย บ๊องจริงๆขอบใจนะ” ทั้งสองหยอกเย้ากันครู่หนึ่งก่อนจะแยกตัวออกไป บรรยากาศเงียบเชียบในห้องทำให้มินฮยอกเพิ่งรู้สึกตัวว่าแสดงกิริยาที่ไม่ สมควรออกไป เขาหันมามองเพื่อนร่วมวงยิ้มๆ

“มันไม่ใช่อย่างที่ทุกคนนะ”
“แล้วนายคิดว่าพวกฉันคิดอะไรล่ะ คังมินฮยอก?” มือเบสหน้าสวยผิดกับสมัยเดบิวต์ใหม่ๆกอดอกถามราวกับครูประจำชั้นกำลังสอบสวน เด็กนักเรียนตัวเอง อาการอ้ำอึ้งเล็กน้อยของคนที่ทะเล่อทะล่าเข้ามาแล้วชนเข้ากับหญิงสาวหน้าตาน่ารักคนเมื่อกี้ทำให้หนึ่งในสามคนที่นั่งดูเหตุการณ์อยู่ผุดลุกขึ้น

“ผมไปเข้าห้องน้ำนะพี่ยงฮวา เดี๋ยวกลับมา” พี่ใหญ่ได้แต่พยักหน้าเข้าใจ ครั้นจะรั้งไว้ให้เคลียร์กับมือกลองตัวสูงก็เกรงว่าจะเป็นการปะทุอารมณ์กัน เสียเปล่าๆเพราะเขาก็พอจะรู้มาบ้างว่าพักหลังๆมา… ความรักของมินฮยอกและจงฮยอนกระท่อนกระแท่นน่าดู… แต่สิ่งที่เขาไม่คิดว่าจะเป็นสาเหตุของเรื่องทั้งหมดได้เวลานี้มันกลับมีโอกาสเป็นไปได้สูงทีเดียว

“เดี๋ยวผมไปเป็นเพื่อน”
“นายอยู่เตรียมอัดเถอะ ห้องน้ำแค่นี้ฉันไปเองได้”
“ไม่เอาน่าพี่จงฮยอน อย่าใช้น้ำเสียงแบบนั้นกับผมสิ พี่กำลังเข้าใจผิดนะ”

“เข้า ใจผิดก็ยังดีกว่าไม่เข้าใจเลยไม่ใช่เหรอ นายอยู่ที่นี่แหละ ขอฉันอยู่คนเดียว” จงฮยอนปลดมือของคนรักที่ดึงไว้ลงข้างตัว แม้ไม่ใช่เรื่องดีเอาเสียเลยที่จะมาระเบิดอารมณ์สำหรับเรื่องส่วนตัวต่อหน้า คนอื่นๆแต่มันก็เกินจะทนจริงๆ

นี่สินะ สาเหตุที่นายเมินเฉยต่อฉัน
ผู้หญิงคนนี้สินะที่ทำให้ความรักของคังมินฮยอกในส่วนที่อีจงฮยอนต้องได้… ลดน้อยลง

“ปล่อยจงฮยอนไม่ก่อนเถอะ เดี๋ยวใจเย็นค่อยคุยกันใหม่” ยงฮวาเดินมาตบบ่ารุ่นน้องตัวสูงเบาๆยังไงเสียสองคนนี้ก็ไม่เคยทำให้งานเสีย แต่เขาก็ไม่กล้าคิดว่าหากให้คุยกันทั้งที่ยังต่างความคิดต่างอารมณ์แบบ นี้… ครั้งนี้อาจเป็นครั้งแรกก็ได้ที่คังมินฮยอกและอีจงฮยอนจะเสียการเสียงาน

จงฮยอนกลับเข้ามาในห้องแต่งตัวก่อนเวลาอัดไม่ถึงสิบนาทีดีทำให้คนที่รอปรับ ความเข้าใจอย่างมินฮยอกจำต้องเก็บงำคำพูดเหล่านั้นต่อไป เพิ่งเคยเห็นว่าเวลาอีกคนงอนหรือไม่พอใจเรื่องเขา… เป็นแบบนี้นี่เอง

“สายไวเล็ตหลุด” ขาที่กำลังจะก้าวขึ้นเวทีชะงักกึกเมื่อถูกรั้งเอวไว้จากคนที่เดินตามมาด้านหลัง มินฮยอกฉวยเก็บสายไวเล็ตของร่างบางที่ห้อยระโยงระยางพ้นออกมานอกชายเสื้อ เขาล้วงมันเข้าไปในอกเสื้อที่อีกคนใส่อยู่และกลัดมันไว้ตรงตำแหน่งประจำ ผิวแก้มของจงฮยอนร้อนขึ้นมาอย่างยากจะห้ามได้… เหตุใดกันนะต่อให้โกรธมินฮยอกแค่ไหนแต่ต้องใจอ่อนเสียทุกทีแค่ถูกการกระทำห่วงใยครึ่งๆกลางๆแบบนี้ปฏิบัติใส่มา

การกระทำครึ่งๆกลางๆ
ที่บั่นทอนหัวใจให้เจ็บร่ำๆขึ้นทุกวันๆ

“ขอบใจ”
“ผมกับนานะไม่มีอะไรกัน”
“ร้อนตัวเกินไปหรือเปล่า?”
“ผมก็แค่บอก… ทุกอย่าง”
“มั่นใจว่าทุกอย่าง?”
“ผมยังเหมือนเดิม”
“ใช่ เราสองคนยังคบกันเหมือนเดิมแต่เราสองคนไม่ได้รักกันเหมือนเดิมหรอก จะเริ่มถ่ายแล้ว ปล่อย” พูดออกไปจนได้ถ้อยคำที่แค่เฝ้าคิดยังแทบทัดทานกับความเจ็บปวดไม่ไหวแล้วนี่ ต้องมาเอื้อนเอ่ยมันออกจากปาก… ช่างเจ็บหัวใจสิ้นดีสิ จงฮยอนเดินไปประจำที่ตรงเมนสเตจของตัวเอง หูอืออึ้งจนไม่ได้ยินอะไร… เสียงดนตรีทั้งจากกีตาร์ของตัวเองของพี่ยงฮวา เสียงเบสจากจองชินเสียงกลองจากมินฮยอกก็แทบไม่ได้ยิน… หูสองข้างมันเต็มไปด้วยเสียงร้องไห้ที่ในก้นบึ้งหัวใจกำลังหลั่งริน…

นัยน์ตาของมินฮยอกสะท้อนด้วยสำนึกผิด…
เพิ่งรู้ตัวสินะว่าคำว่า… เราสองคนไม่ได้รักกันเหมือนเดิม

มันคือ… ความจริง

==#==#==# TimeLess #==#==#==

อากาศยามเช้าทำให้ใครหลายคนเบิกบานใจทว่าผิดกับคังมินฮยอกคนนี้ ชายหนุ่มหัวเสียตั้งแต่ลุกขึ้นจากเตียงนอนและเที่ยวเดินเตร่ไปมาเพื่อตามหา คนรักที่ขังตัวอยู่ในห้องเมื่อคืน เขาเคาะให้ออกมาคุยกันดีๆก็ไม่โต้ตอบใดใดกลับมา… จนแล้วจนรอดเขาก็ถอดใจกลับไปนอนในห้องตัวเองรอเวลาให้เช้า… อะไรต่ออะไรมันอาจจะดีขึ้นแต่กลับผิดคาด
“หงุดหงิดอะไรแต่เช้ามินฮยอก?” เป็นพี่ใหญ่ยงฮวาที่ชงกาแฟกินอยู่ในครัวเลิกตาถามอย่างใคร่รู้เพราะเห็นเจ้า น้องหน้าหล่อเดินวนไปวนมาแล้วชวนให้เวียนหัวแทนใช่ย่อย

“พี่จงฮยอนไปไหน มีใครเห็นบ้าง?”
“ยังสนใจพี่เค้าอยู่อีกเหรอ?” คนที่ตอบไม่ใช่ยงฮวาแต่กลับเป็นอีจองชินที่ยืนกอดอกตีหน้ายุ่งอยู่ตรงข้าง ตู้เย็น รายหลังนี่เพิ่งเดินออกมาจากห้องนอนตัวเองและบังเอิญได้ยินคำถามของมือกลอง เข้าพอดี

“ทำไมถามแบบนั้น นายอย่ามาพาลแทนพี่เค้าได้มั้ย แค่นี้ฉันก็จะปวดตายอยู่แล้ว”
“ไอ้มินฮยอก!” คนที่กอดอกตีหน้ายุ่งเมื่อกี้ย่างสามขุมเข้ามาประชิดตัวคนที่สบถคำเห็นแก่ ตัวเหล่านั้นออกมา จองชินกระชากไหล่เพื่อนร่วมวงให้หันมาเผชิญหน้ากัน

“นายจะมีคนอื่นหรือจะนอกใจพี่จงฮยอนยังไงก็ช่าง แต่ช่วยทำอะไรให้เคลียร์กว่านี้ได้มั้ย?!”
“เห้ย! นอกใจอะไรของนาย ฉันไม่ได้ทำ!”
“แล้วที่นายเย็นชาใส่พี่เค้า ไม่ดูดำดีเค้าแถมไปจี๋จ๋าดี๋ด๋ากับนานะแบบนั้น เค้าเรียกว่าไม่นอกใจหรือไง?!” มินฮยอกก้มหน้าลง พอเอาเข้าจริงก็จนมุมหาคำแก้ตัวให้ตัวเองไม่ได้ ไม่เพียงแต่จงฮยอนสินะที่ดูออก

“มันก็แค่เผลอ ฉันขอโทษ”
“แค่เผลอแล้วก็แค่ขอโทษ… แล้วมันก็แค่จบสินะ” ประโยคสุดท้ายดังขึ้นจากด้านหลังพร้อมเสียงวัตถุที่กระแทกลงกับพื้น มือบางปล่อยถุงจากร้านสะดวกซื้อลงอย่างหมดแรง… ปลอบใจตัวเองมาสารพัดและยังคิดว่าตัวเองอาจป้ายความผิดให้อีกคนมาทั้งคืน… มันก็ไม่เป็นผล

“พี่จงฮยอน คุยกันก่อนสิ” มินฮยอกก้าวอาดๆไปคว้าตัวคนที่ผลุนผลันจะเข้าห้องตัวเอง อีกคนไม่ได้สะบัดหนีหรือต่อสู้อย่างเอาชนะ จงฮยอนเพียงแน่นิ่ง… ก้มหน้าซ่อนน้ำตาของตัวเองไว้พลางปลดมืออีกคนออกช้าๆ

“ถ้าคุยในฐานะเดิมฉันไม่คุยแต่ถ้าคุยในฐานะอื่น ฉันขอเวลาหน่อย”
“พี่หมายความว่าไง?”
“มินฮยอกปล่อยจงฮยอนไม่ก่อน คุยกันตอนนี้ไม่มีอะไรดีขึ้นมาหรอกน่า” ยงฮวาตามมาดึงแขนน้องชายตัวสูงให้ออกมาจากการยื้ดยุดให้จงฮยอนกลับมาคุยกัน มันไม่ร้ายแรงอย่างที่คิดเพราะจงฮยอนเก็บอารมณ์และข่มความผิดหวังเสียใจของ ตัวเองไว้ได้อย่างไม่น่าเชื่อสายตา… แต่แผ่นหลังที่สะท้อนขึ้นลงก่อนหายไปยังหลังบานประตูห้องนอน… ก็พอจะทำให้ทุกคนรู้ว่า

อีจงฮยอนกำลังเสียน้ำตามากแค่ไหน

==#==#==# TimeLess #==#==#==

“นายไม่น่าทำแบบนี้เลยมินฮยอก รู้ทั้งรู้ว่ามันจะเป็นปัญหา” น้ำเสียงติดกังวลปนความเห็นใจกล่าวออกมาหลังจากนั่งลงข้างๆคนที่นั่งคอตกอยู่ตรงระเบียงหอ มินฮยอกพาตัวเองมานั่งทบทวนความผิดและความทรยศของตัวเองเงียบๆคนเดียวตั้ง แต่จงฮยอนหันหลังเข้าห้องไป ยงฮวาดึงกระป๋องเบียร์ที่น้องชายตรงหน้ากระดกเข้าปากมาหลายกระป๋องติดๆมา… ไม่อยากให้มินฮยอกหาทางออกด้วยแอลกอฮอลพวกนี้เสียเท่าไร

“ผมเผลอจริงๆพี่ ผมยอมรับ”
“เผลอไปแค่ไหนว่ะ?”
“ก็เยอะอยู่”
“ไม่ได้มีอะไรกันใช่มั้ย?” ยงฮวาเสี่ยงถามอย่างไม่อ้อมค้อม หากจะบอกว่าเป็นธรรมดาของผู้ชายที่การเผลอไผลจะเป็นเรื่องปกติแต่อย่างไร เสียก็ต้องมีขอบเขตให้ตัวเอง… ขอบเขตที่จะไม่พาตัวเองไปอยู่กึ่งกลางของปัญหาและขอบเขตที่จะไม่ทำให้คนที่ ตัวเองรัก… ต้องเสียใจ

มินฮยอกแย่งกระป๋องเบียร์ในมือผู้เป็น พี่คืนมา เขากระดกมันเข้าคอพรวดเดียวหมด ฝ่ามือข้างหนึ่งลูบท้ายทอยตัวเอง เงยหน้ามองท้องฟ้าที่มืดสนิทไม่ต่างจากหัวใจของเขา… ก่อนจะพยักหน้าให้พี่ชายตัวเองช้าๆ

“เห้ย! แกนะแก!” ความจริงที่ไม่ได้กระจ่างชัดในรูปแบบคำพูดทำให้ยงฮวาแทบล้มตึงไปเดี๋ยวนั้น เขาถอดหายใจพรืดโต… พอฟังมาถึงจุดนี้ก็รู้สึกว่าน้ำท่วมปากตัวเองอย่างบอกไม่ถูก จนคำพูดใดใดต่อน้องชายที่นั่งซึมเซาสำนึกผิดอยู่ไม่ได้…

“ตอนไหน?”
“พี่จงฮยอน!” มันเป็นคราวตกอับของคังมินฮยอกอย่างที่สุด เมื่อบทสนทนาอันน้อยนิดระหว่างตนกับพี่ยงฮวากลับมีใครบางคนรับรู้ด้วย จงฮยอนยืนนิ่งอยู่เบื้องหลัง ดวงตาคู่สวยยังแดงก่ำอยู่จริงแต่มันก็ฉายด้วยความแข็งกระด้างออกมาอย่างเห็น ได้ชัด

“ตอบมาว่าไปนอนกับผู้หญิงคนนั้นตอนไหน?”

“เมื่อต้นเดือน”

“รู้สึกว่าตัวเองแน่มากมั้ยมินฮยอก ที่ไปนอนกับอีกคนแล้วก็กลับมานอนกับอีกคนน่ะ คิดว่าตัวเองแน่มากใช่มั้ย?!”

“มันไม่ใช่อย่างนั้น ผม ผมขอโทษ”
“ขอโทษเรื่องไหนก่อนล่ะ เรื่องที่เผลอไผล เรื่องที่นอกใจ เรื่องที่นอกกายหรือทุกเรื่อง?”
“ทุกเรื่องครับ” มินฮยอกรับทุกข้อที่อีกคนกล่าวมา รับโทษในความผิดของตัวเอง ฝ่ามือกว้างยื่นไปหวังจะกุมมืออีกคนไว้ อยากดึงเข้ากอดเพื่อขอโทษและกอดเพื่อปลุกปลอบความเสียใจให้ทั้งหมด จงฮยอนเขยิบถอยหนีและเอ่ยกับพี่ใหญ่เพียงไม่กี่คำก่อนจะเดินตึงๆหายเข้าห้อง ตัวเองไปอีกครั้ง
“ผมจะกลับไปค้างบ้านที่ปูซานแล้วจะกลับมาอัดรายการวันจันทรหน้านะฮะ”

==#==#==# TimeLess #==#==#==

ความอบอุ่นที่เคยได้รับ
ความรักอันยิ่งใหญ่ที่เคยห้อหุ้มร่างกายไว้
ไม่เคยคิดว่า… พอลืมตาขึ้นมามันก็หายวับไปจนหมด

จงฮยอนย่ำฝีเท้าตัวเองเบาๆการพาหัวใจที่บอบช้ำและแหลกละเอียดไม่มีชิ้นดีไป อยู่เงียบๆคนเดียวหลายวันมันไม่ได้ทำให้กลับมายิ้มร่าเริงหรือกลับมาเข้ม แข็งได้เหมือนปกติ แต่อย่างน้อยวันนี้ก็ไม่ร้องไห้ราวกับเด็กๆอีกแล้ว

“มินฮยอก” อุตส่าห์แอบกลับมาตอนกลางคืนเพราะยังไม่พร้อมจะเจอหน้าใครแต่สุดท้ายพอก้าว เข้าห้องนอนมาก็พบว่าคนที่ทำร้ายหัวใจอย่างแสนสาหัสนอนขดตัวอยู่บนเตียงตัว เอง หัวใจของนายทำด้วยอะไรนะมินฮยอก… มันทำด้วยเหล็กแข็งที่ไม่รู้สึกรู้สาอะไรหรือแท้จริงแล้วหัวใจของนายมันไม่ มี… ที่แม้แต่ฉันก็จับต้องหรือไขว้คว้าหามันเจอ ทั้งที่ฉันเลี่ยงการเผชิญหน้ากับนายแต่ดูนายทำสิ… นายทำแบบนี้ทำไม

จงฮยอนวางกระเป๋าใบโตไว้ข้างเตียงและนึกโมโหตัวเองไม่ได้ที่ยังมีแก่ใจเดิน เข้าไปดูหน้าคนที่ยังหลับไม่รู้เรื่องอยู่… สั่งให้ทำเก่งทำกล้าแค่ไหนแต่ก็สั่งไม่ให้ไม่คิดถึงมินฮยอกไม่ได้อยู่ดี

“กลับมาแล้วเหรอครับ?” เสียงเดียวที่ดังขึ้นท่ามกลางความมืดพร้อมแรงฉุดให้จงฮยอนล้มลงไปบนเตียง ไม่รู้ว่ามินฮยอกแกล้งหลับหรืออาจตื่นเพราะการที่ตนเข้ามาแต่แรงกดที่เอวไว้ ไม่ให้ตนลุกขึ้นได้ก็ทำให้รู้ว่าตอนนี้มินฮยอกคงตื่นเต็มตัว

“อืม กลับมาแล้ว ปล่อยก่อนฉันจะไปอาบน้ำ”

“ผม จะเลิกยุ่งกับเค้า เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมนะ ได้มั้ย?” ข้อดีของจงฮยอนคือใจเย็นและข่มอารมณ์ได้ดีไม่ว่าเรื่องราวจะร้ายแรงแค่ไหน แต่ข้อดีนี้ก็กลายเป็นข้อเสียของจงฮยอนไปด้วย… ไม่มีใครสามารถเดาได้ว่าภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย สิ่งที่ซุกซ่อนไว้ในคำพูดนิ่งเย็นเหล่านี้แท้จริงแล้วจงฮยอนกำลังเป็นและ กำลังคิดเช่นไรกันแน่…

“มินฮยอกฉันเป็นผู้ชายนะ ฉันไม่มาซึ้งใจกับคำพูดง่ายๆพวกนี้หรอก”
“ผมรู้…”
“ถ้างั้นก็ปล่อย อย่าให้ต้องมาทะเลาะกันอีกเลย ทางใครทางมันเถอะ”
“ผมไม่เลิกนะ”
“เราเลิกกันนานแล้วล่ะมินฮยอก ตั้งแต่วันแรกที่นายไปนอนกับคนอื่น”
“……….”
“ฉันไม่ถือสาอะไรแล้ว ต่อให้อ้อมกอดนายจะเคยกอดใคร ต่อให้จูบของนายจะเคยจูบใครให้จบไปซะ อย่าให้ฉันจำเลย ไม่อย่างนั้นเราจะยังเป็นพี่น้องกันไม่ได้”

ที่เคยใช้ชีวิตร่วมกัน
ที่เคยยิ้ม หัวเราะด้วยกัน
ที่เคยจับจูงเดินไปด้วยกัน
ให้มันจบลง… จบและสิ้นสุดลงให้หมด

“ผมรักพี่ ขอร้องล่ะ อย่าใจร้ายกับผมเลยนะ”
“ถ้าการที่ฉันทนใช้คนรักร่วมกับคนอื่นไม่ได้เรียกว่าใจร้าย การที่นายกอดคนสองคนในเวลาเดียวกัน นายจะเรียกว่าอะไรมินฮยอก?” ฝ่ามือบางออกแรงดันอกคนที่ยังดื้อดึงให้กลับไปเหยียบย่างอยู่บนความสัมพันธ์ เดิมๆออกอีกครั้ง กล่าวไปหมดแล้วกล่าวไปทุกอย่างที่หัวใจคิดหัวใจเพรียกถามและทุกอย่างที่ หัวใจต้องแบกรับ…

ห้องทั้งห้องเงียบงัน… ดวงตาสองคู่สบกันผ่านความมืดสื่อความหมายอย่างล้นเหลือ… และคราวนี้เป็นมินฮยอกที่ไม่เถียงหรือหลอกตัวเองอีกต่อไปว่ามันคนละความหมาย กัน… มันต่างความหมายกันอย่างสิ้นเชิง

ดวงตาของจงฮยอนสะท้อนเพียงว่างเปล่าและนับค่าตัวเขาเองเป็นศูนย์…
มันปราศจากความรัก… ที่อีกคนเคยมี ปราศจากทุกความรู้สึกที่อีจงฮยอนเคยมีให้คังมินฮยอก

เรียกกลับมาได้จริงๆสินะ
เรียกความรักของอีจงฮยอนกลับมาให้คังมินฮยอกไม่ได้อีกต่อไป

==#==#==# TimeLess #==#==#==

ความโกลาหลไม่ต่างจากทุกวันที่พวกเขาได้เป็นส่วนหนึ่งของรายการสำคัญๆเสียง กีตาร์คลอเบาๆจากศิลปินสาวบางคนทางมุมห้องพาให้ใครหลายคนในห้องพักรับรอง อมยิ้มตามไปกับเธอไม่ได้

“ไอยู คิวเธอแล้วจ๊ะ” เสียงกีตาร์พาเคลิ้มหูนั้นหยุดลงเมื่อสต๊าฟของทางรายการเข้ามาเรียกตัวเธอ เพื่อถ่ายทำ ไอยูยิ้มให้กับเพื่อนศิลปินคนอื่นๆก่อนจะปลีกตัวออกไป มันไม่เงียบเชียบเสียทีเดียวแต่ทว่าก็ไม่คึกคักเฉกเช่นตอนที่มีหญิงสาวหน้า ตาน่ารักเล่นกีตาร์ให้ฟัง

“จงฮยอนเล่นกีตาร์สิ เดี๋ยวพี่ร้องเอง” ชายหนุ่มในชุดเสื้อยืดสีดำยิ้มส่งมาให้จงฮยอนอย่างอารมณ์ดีผิดกับอีกคน ลิบลับแต่ก็ไม่อยากให้พี่ชายคนที่เอ่ยขอมาต้องเสียน้ำใจ อีกอย่างการเล่นกีตาร์ก็เป็นทางเลือกที่อีจงฮยอนไม่เคยปฏิเสธิ

“พี่ไซม่อนจะร้องเพลงอะไร?”

“เล่น มาเถอะ พี่ร้องได้หมดแหละ” พี่ชายนามว่าไซม่อนยักคิ้วพลางกดเล่นมือถือตัวเองไปเรื่อยเปื่อย สุดท้ายจงฮยอนก็เลือกขึ้นมาหนึ่งเพลงและพี่ชายร่วมบ้านเกิดที่ไม่รู้ไป อารมณ์ดีมาจากไหนก็ส่งเสียงร้องไปตามจังหวะ รอยยิ้มของจงฮยอนประดับขึ้นบนใบหน้า… เสียงหัวเราะเบาๆแว่วออกมาให้ใครหลายคนได้ยิน… รวมถึงคนๆนั้น

มินฮยอกผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ตัวเล็กทางมุมในสุดของห้องพักก่อนจะก้าวอาดๆออกไป อาจไม่มีใครล่วงรู้ว่ามินฮยอกเป็นอะไร หอบหิ้วอารมณ์และความรู้สึกแบบไหนออกไป… และอาจไม่มีใครล่วงรู้เช่นกัน… ว่าคนที่ทอดมองแผ่นหลังที่หายพ้นประตูออกไป… รู้สึกเช่นไร

“มองอะไรจงฮยอน?”
“เปล่า ครับ…” ร่างบางส่ายหน้าช้าๆให้ไซม่อนที่ขมวดคิ้วสงสัยก่อนจะลงปลายนิ้วบนสายกีตาร์ ต่อ ยงฮวามองหน้าน้องเล็กของวงตัวเองก่อนจะส่ายหน้าตาม มันคงต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าอะไรต่ออะไรจะดีขึ้นและต้องอาศัยเวลาเพื่อให้ น้องชายที่น่ารักของเขาทั้งสองคนกลับมาเป็นอีจงฮยอนและคังมินฮยอกคนเดิม…

“กินเต็มที่เลยนะ พี่เป็นเจ้ามือเอง” ไซม่อนดีกล่าวออกมาเสียงดังพร้อมชูขวดโซจูขึ้นกลางวง ชักชวนให้เหล่าพี่น้องที่นั่งร่ายล้อมรอบโต๊ะชน หลังจากอัดรายการเสร็จไซม่อนก็ออกปากเป็นเจ้ามือเลี้ยงข้าวและเหล้ามื้อใหญ่

มินฮยอกที่ต้องมาด้วยอย่างขัดไม่ได้พาสายตาตัวเองไปยังที่อื่น ไม่อยากมองไม่อยากเห็นว่าคนหัวโต๊ะอย่างเจ้ามือกับคนที่นั่งอวดยิ้มสวยข้างๆ จะแสดงความสนิทชิดเชื้อกันแค่ไหน จนบัดนี้จงฮยอนก็ยังเป็นคนรักของเขา… แม้อีกคนจะประกาศกร้าวนับครั้งไม่ถ้วนให้เลิกรากันหากทว่าเขาไม่ยอมรับ… สถานะของเขาสองคนก็ยังไม่เปลี่ยนไป

“นั่งทำหน้าเหม็นเหล้า อยู่ได้มินฮยอก ดื่มสิ” จองชินกระทุ้งศอกเพื่อนตัวเองที่นั่งหน้าบอกบุญไม่รับตั้งแต่เหยียบเข้าร้าน มาพลางส่งขวดโซจูให้

“ไม่ได้เหม็นเราแต่เหม็นหน้าคน”
“หึ นายไม่มีสิทธิ์จะไปหวงพี่จงฮยอนอีกต่อไป ลืมไปแล้วเหรอไงว่ะ?”
“ใครว่าไม่มีสิทธิ์?”
“เฮ้อ! นายทำให้เค้าหลุดมือไปเอง จำไม่ได้หรือไง?” คำย้ำเตือนของจองชินก้องดังในหัวของเขาราวกับมันถูกตะโกนใส่มาดังๆจำไม่ได้ อย่างนั้นหรือ ไม่ใช่หรอกไม่ใช่ว่าเขาจำมันไม่ได้แต่เขาไม่ได้จำที่จงฮยอนพูดให้เขาสองคนเลิกรากันสักคำด้วยซ้ำ…

“อ้าว! ลืมหยิบกีตาร์มา เดี๋ยวฉันกลับไปเอาที่รถแป่ป”
“ผมไปเป็นเพื่อนฮะ” มินฮยอกหลุดจากภวังค์ความเห็นแก่ตัวของตัวเองเมื่อเสียงนุ่มๆคุ้นหูดังขึ้น และทันทีที่เห็นว่าจงฮยอนลุกตามไซม่อนไป เขาก็ลุกพรวดตามเช่นกันแต่ยงฮวาที่นั่งอยู่อีกฟากหนึ่งของโต๊ะก็เอ่ยท้วงไว้

“จะไปตามทำไมมินฮยอก ยังไงพี่เค้าก็เป็นรุ่นพี่อย่าทำอะไรให้มันน่าเกลียดนัก”
“พี่ก็รู้ว่าผมจะตามไปทำไม?”
“นายยังมีสิทธิ์ทำอย่างนั้นหรือเปล่าล่ะ ถ้ายังมีจริงก็ตามไปสิ”
“……….” มินฮยอกกำฝ่ามือแน่น ถ้อยคำของพี่ใหญ่ยงฮวาจี้ใจดำเขาเข้าอย่างจัง นั่นสิสิทธิ์ที่เขายึดไว้เพียงฝ่ายเดียวมันจะพอให้เขาตามไปหึงหวงจงฮยอนได้ อยู่หรือเปล่า ชายหนุ่มนั่งลงอย่างจำใจ เขากระดกโซจูเข้าปากคล้ายกับมันเป็นน้ำเปล่าธรรมดาที่มนุษย์เราต้องดื่มกิน รสขมปร่าของมันบาดคอซ้ำแล้วซ้ำเล่า อึกแล้วอึกเล่า… จนลำคอของเขาแทบมอดไหม้แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็คงไม่ทำให้หัวใจที่ร้อนเป็นไฟ ของเขาตอนนี้รู้สึกรู้สาอีกต่อไป

เดือนกว่าๆที่จงฮยอนปฏิบัติ ตัวกับเขาเฉกเช่นพี่น้องร่วมวง เจอหน้ากันส่งผ่านมาเพียงรอยยิ้ม ใกล้ชิดกันผ่านการร่วมงาน หากนอกเหนือจากนั้นเขาก็ไม่เคยได้รับมันอีกเลย เขายอมรับว่าอีกคนใจแข็งมากทีเดียวที่ทำได้ผิดกับเขาที่บ่อยครั้งแทบประสาท กินกับปฏิริยาเฉยชาเหล่านั้น

“หายไปนานจังวะ ไอ้ไซม่อนมันคงไม่พาน้องแกไปทำอะไรหรอกนะยงฮวา”
“คิดอะไรของพี่เนี่ย พี่เค้าคงแวะสูบบุหรี่หรือไม่ก็…” ยงฮวายกข้อสันนิษฐานขึ้นมาให้เพื่อนร่วมวงของไซม่อนยังไม่ทันจบ มินฮยอกที่นั่งซดโซจูขวดต่อขวดมาร่วมยี่สิบนาทีก็ลุกพรวดขึ้น คราวนี้ไม่มีใครออกปากห้ามเพราะดูจากสีหน้าและท่าทางแล้วก็พอเดาได้ว่าขืน ให้มินฮยอกยังนั่งนับหนึ่งถึงสิบในใจอยู่ตรงนี้ต่อคงได้อกแตกตายแน่ๆ ยงฮวายักไหล่ให้จองชินอย่างปลงๆก่อนจะมองตามแผ่นหลังของมือกลองหน้าหล่อที่ ก้าวอาดๆไปยังลานจอดรถ

“ตามมาทำไม?” ทันทีที่ไปถึงรถของไซม่อน คนตัวบางที่ยืนกอดอกรออยู่ข้างรถก็ตวัดหน้ามาถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

“คิดว่าฉันมาทำอะไรไม่ดีหรือไง ถึงต้องตามมาแบบนี้?”
“……….” มินฮยอกชะงักปลายเท้าไว้ตั้งแต่ยังก้าวไม่ถึงตัวร่างบางด้วยซ้ำเมื่อเห็นชัด ว่าอีกคนแค่กำลังยืนรอไซม่อนคุยโทรศัพท์เท่านั้น ชายหนุ่มเสหน้าหนีอย่างรู้สึกผิด

“คังมินฮยอก เลิกทำในสิ่งที่นายทำอยู่และลิกคิดในสิ่งที่นายคิดอยู่ซะ”
“ผมไม่ได้ทำอะไร”
“เลิกทำเหมือนว่าเรายังคบกันอยู่ไง”
“……….”
“และก็เลิกคิดซะ…”
.
.
.
.
.

“ว่าฉัน… ยังอาจจะรักนาย”

เสียฝีเท้าของมินฮยอกค่อยๆเบาหายไป อีกคนก้าวหันหลังจากไปทันทีที่ประโยคกร้าวของจงฮยอนถูกเอ่ยออกมา นัยน์ตาคู่หม่นมองความมืดที่กลืนร่างของมินฮยอกไปต่อหน้าต่อตา… และจำได้ติดตาเช่นกัน สีหน้าที่แสนเจ็บปวดของมินฮยอกเมื่อได้รับฟังประโยคตัดขาดของตนไป

“นายพูดแรงไปนะจงฮยอน” เป็นไซม่อนที่เพิ่งคุยโทรศัพท์เสร็จแต่ยังพอทันได้ยินคำตัดเยื่อใยเมื่อกี้ หนุ่มรุ่นพี่เดินมาโยกหัวร่างบางเบาๆ

“แต่สิ่งที่เค้าทำไว้กับผมมันร้ายกาจกว่านี้อีกนะฮะ”
“ร้ายกาจก็จริงแต่เค้าก็ยอมรับผิด แล้วเค้าก็ทำทุกอย่างให้นายเห็นแล้วไม่ใช่หรือว่าเค้าเลือกนาย”

“ผมไม่ภูมิใจหรอกฮะแล้วก็ไม่ได้รู้สึกยินดีกับการที่เค้าเลือกผมเลย”
“จงฮยอน นายมันฑิฐิเกินไป คนเรามันไม่มีใครเพอร์เฟคไปซะหมดหรอก”
“ผมก็ไม่ได้ต้องการคนเพอร์เฟคขนาดนั้น”
“แล้วถามหน่อย ว่าทุกวันนี้ทำใจไม่เห็นหน้าเค้าสักวันได้หรือเปล่า?” หนุ่มรุ่นพี่ถามเอาตรงๆแล้วปฏิริยาที่ได้รับตอบมาจากอีกฝ่ายก็ทำให้ไซม่อน รู้ว่าตัวเองมองไม่ผิดตั้งแต่วันนั้นแล้ววันที่ประตูคอนโดเขาดังขึ้นกลางดึกและพอเปิดไปก็พบว่าเป็นน้องชายตัวบางคนนี้ยืนตาแดงก่ำอยู่นอกห้อง จงฮยอนบอกว่าอ้างกับคนในวงว่ากลับไปค้างบ้านที่ปูซานแต่ก็ไม่กล้าพอจะหอบหิ้วเอาความอ่อนแอและสภาพหน้าตาที่ดูไม่ได้เอาเสียเลยในเวลานั้นกลับไปให้ครอบครัวเห็น…

เสียงสะอื้นไห้ที่ลอดผ่านประตูห้องนอนตลอดคืน
ห้องที่เขาเสียสละให้น้องชายตรงหน้าซุกหัวนอน
มันบ่งบอกได้ดีว่า… คนที่ทำให้จงฮยอนเสียน้ำตา
สำคัญต่อจงฮยอนมากแค่ไหน

พอกลับมาที่โต๊ะก็พบว่ามินฮยอกขอตัวกลับไปก่อน อาจเป็นการดีที่ยืดเวลาให้จงฮยอนได้นำคำพูดของไซม่อนกลับมาคิดรวมทั้งเป็น การดีที่สั่งให้ฑิฐิที่ค้ำคอค้ำหัวใจตัวเองอยู่ลดลง หลังจากสังสรรค์กันอิ่มหน่ำสำราญและเมาจนเกือบได้ที่ต่างคนต่างก็แยกย้ายกันกลับ จนกระทั่งมาถึงหอที่ที่ทุกคนคิดว่ามินฮยอกคงกลับมารออยู่ก่อนแล้วแต่ไม่ใช่… มินฮยอกไม่ได้กลับมาที่หอพัก

“ฝากข้อความน่ะ โทรไปที่บ้านมันมั้ย?
“อย่าเลย ถ้ามินฮยอกไม่ได้ไปที่นั่นมีหวังแตกตื่นกันทั้งบ้านแน่ๆ” พี่ใหญ่ยงฮวาออกความเห็นทำให้จองชินที่กำลังจะกดโทรเข้าเบอร์บ้านของมือกลอง ประจำลงหยุดชะงัก

“แต่มันเมาๆอยู่นะพี่เกิดไปมีเรื่องกับใครเข้า จะทำยังไง?” สิ้นคำคาดเดาส่งเดชแต่ชวนให้อดเป็นห่วงคนที่หายตัวไปขึ้นมาไม่ได้ คราวนี้เป็นจงฮยอนเสียเองที่กดโทรออกไปหาพี่สาวของมินฮยอก หากเจ้าตัวไม่อยู่ก็ต้องขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่แต่หากอยู่ที่บ้านทุกคนจะได้หมดห่วง

“มินฮยอกไปที่นั่นหรือเปล่าครับ?” ยังดีที่พี่สาวของมินฮยอกยังไม่หลับและสิ่งที่ได้รับฟังลอดผ่านทางโทรศัพท์ก็ทำให้จงฮยอนโล่งใจ

“อยู่จ๊ะ เพิ่งมาถึงพอดีแต่ก็ไม่ยอมเข้าห้องนอนนะ เห็นไปเดินเล่นอยู่แถวสระน้ำ ว๊ายย!!! มินฮยอก!!!”

“เกิดอะไรขึ้น?!” ยงฮวาและจองชินที่รอฟังอย่างใจจดใจจ่อเขย่าตัวคนที่สนทนากับปลายสายที่เอา แต่ยืนตัวสั่นหลังจากเสียงกรีดร้องของผู้เป็นพี่สาวมินฮยอกดังลอดออกมา จงฮยอนส่ายหน้า ดวงตาเบิกโผลงอย่างคนหวาดกลัว

“ไม่รู้ฮะ อยู่ดีๆพี่สาวมินฮยอกก็กรี๊ดแล้วก็ได้ยินเสียงเหมือนคนวิ่ง” จับใจความได้เท่านั้น ยงฮวาก็ฉวยหยิบกุญแจรถขึ้นมาและวิ่งนำน้องอีกสองคนออกไป

==#==#==# TimeLess #==#==#==

กลิ่นยาฉุนๆตลบอบอวลไปทั่วบริเวณนอกห้องฉุกเฉิน ยงฮวา จงฮยอน จองชินรวมทั้งครอบครัวมินฮยอกต่างไม่มีใครพูดอะไร สายตาจดจ้องยังบานประตูสีขาวที่พาร่างหมดสติของมินฮยอกเข้าไปก่อนหน้านี้ประมาณครึ่งชม. ตอนแรกที่ขับรถออกมาจากหอพักเป้าหมายแรกที่จะไปก็คือบ้านของมือกลองประจำวงแต่ทว่ามือถือของจงฮยอนก็ดังขึ้นอีกรอบและเป็นพี่สาวของมินฮยอกที่โทรมาบอก ว่า… เจ้าน้องชายตัวดีโดดลงไปในสระน้ำที่บ้านและไม่ยอมว่ายขึ้นมา

“มันเกิดบ้าอะไรของมัน โดดสระน้ำฆ่าตัวตายหรือไงว่ะ?”
“พี่ยงฮวา” จองชินดึงแขนพี่ใหญ่ตัวเองให้ลงมานั่งข้างๆพลางขยิบตาให้ผู้เป็นพี่ลดน้ำ เสียงที่คาดการณ์กึ่งโมโหกึ่งด่าทอนั้นลงเพราะยังไงเสียครอบครัวของมินฮยอก ก็อยู่กันครบเกรงว่าจะเป็นการทำให้คนอื่นๆต้องพลอยห่วงมินฮยอกมากขึ้นกว่าเก่า จองชินเหลือบมองพี่รองของตัวเองอีกคน รายนั้นก็เดินไปเดินมาจนเขาปวดหัวไปหมดแต่ก็ขี้เกียจห้ามปราม วินาทีนี้สิ่งใดที่ทำแล้วจะบรรเทาความหนักอึ้งในใจลงได้ก็ทำไป จนคุณหมดในชุดกาวน์สีขาวเดินออกมา…

“คนไข้ปลอดภัยแล้วนะครับ แค่จมน้ำ แต่ก็เกือบขาดออกซิเจนไปเลี้ยงสมองถ้าช้ากว่านี้อีกนิดเดียวก็อาจเสียชีวิต ได้ แล้วอีกอย่างระดับแอลกอฮอลในเลือดสูงมากครับทำให้คนไข้ไม่มีสติพอจะประคอง ตัวเองขึ้นมาจากน้ำได้”

“เค้าแค่ตกน้ำเหรอค่ะ?”
“คงจะแค่พลัดตกเฉยๆน่ะครับ เดี๋ยวหมอจะย้ายไปห้องพิเศษแล้วกัน”
“ตามินฮยอกนะ โตแล้วทำไมไม่รู้จักควบคุมตัวเอง” ผู้เป็นมารดาของมินฮยอกว่ากล่าวลูกชายอย่างเหลืออดแต่ก็อดโล่งอกไปไม่ได้ที่ ลูกชายเพียงคนเดียวของครอบครัวปลอดภัย พี่สาวมินฮยอกออกปากจะเป็นคนนอนเฝ้าน้องชายตัวเองคนอื่นๆจำต้องกลับไปก่อนอย่างขัดไม่ได้

“มันปลอดภัยก็ดีแล้วน่า ไว้พรุ่งนี้ค่อยไปเยี่ยม” ยงฮวาโอบไหล่น้องรองขณะเดินออกจากรพ.มาด้วยกัน เห็นว่าอีกคนสีหน้ายังเต็มไปด้วยความวิตกกังวลไม่ต่างอะไรจากตอนแรก

“คงไม่ได้คิดสั้นใช่มั้ยฮะ?”
“ไม่หรอกน่า เชื่อพี่เหอะ”
“ผมว่าคงเป็นอย่างที่หมอบอกนั่นแหละ พี่อย่าคิดมาสิ” จองชินสำทับอีกคนไม่อยากให้พี่รองต้องหน้านิ่วคิ้วขมวดแบกรับความรู้สึกผิด ไว้แบบนั้น… แต่ไม่ว่าการที่มินฮยอกลงไปนอนเล่นใต้สระน้ำจะเป็นไปตามที่หมอบอกหรือจงฮยอน หวาดกลัวอย่างน้อยเวลานี้มินฮยอกก็ปลอดภัยแล้ว

==#==#==# TimeLess #==#==#==

“ใคร?” คำถามง่ายๆที่เคยได้ยินมานักต่อนักแต่พอต้องมาได้ยินเข้าในวันนี้ก็ทำให้ยงฮวา จงฮยอนและจองชินถึงกับตัวแข็งทื่อก้าวขากันแทบไม่ออก สายตาทุกคู่จ้องมองคนที่ถูกหามส่งรพ.กลางดึกเมื่อคืนที่กำลังกรอกตามองพวกเขาทีละคนอย่างคนแปลกหน้า

“มินฮยอกเป็นอะไรครับ?” ไม่ใช่ใครอื่นหากเป็นจงฮยอนที่ค่อยๆเดินเข้าไปหยุดข้างพี่สาวของคนป่วย หญิงสาวเพียงส่ายหน้าแทนคำตอบ

“อย่าบอกนะครับว่ามินฮยอกมันจำอะไรไม่ได้?”
“……….”
“พี่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ยงฮวากับจองชินไปคุยกับหมอเป็นเพื่อนพี่ทีสิ” หญิงสาวเอ่ยขออย่างจนหนทางทำให้ยงฮวาและจองชินเองก็ไม่กล้าปฏิเสธิ อีกอย่างครั้นจะให้จงฮยอนไปด้วยอีกคนก็คงไม่ไหวลำพังแค่ตอนนี้ที่ร่างบางเอาแต่ยืนนิ่งราวกับใบ้กินจ้องหน้ามินฮยอกเขม็งก็อดสงสารไม่ได้… ให้หลังทุกคนออกไปจงฮยอนก็เดินเข้าไปใกล้ๆมินฮยอก จับฝ่ามือกว้างนั้นขึ้นมากุมไว้

“มินฮยอกจำฉันได้มั้ย?”
“……….” น้ำร้อนๆรื้นขึ้นมาคลอหน่วยตาสองข้างเมื่อมินฮยอกยังเอาแต่นิ่ง ทำไมนะทั้งที่เป็นคนบอกเลิกคนตรงหน้าไปก่อนหน้านี้แท้ๆยังไม่เจ็บเท่ากับตอน นี้ที่รู้ว่าอีกคนจำไม่ได้แม้กระทั่งชื่อของตัวเองแบบนี้

“แล้วจำได้มั้ยว่าเราเคยคบกัน?”
“คบ?”
“ใช่ เราสองคนเคยคบกันไง จำได้มั้ย?”
“เคยคบ?” อีกคนไม่เพียงแต่ไม่ตอบโต้ใดใดยังดึงมือตัวเองกลับไปทำให้จงฮยอนถึงกับตัวชา สายตาว่างเปล่าที่สะท้อนเงาของตัวเองแต่ไม่มีร่องรอยความผูกพันใดใดหลงเหลือ ยิ่งทำให้อดกลั้นน้ำตาต่อไปไม่ไหว หยาดน้ำเล็กๆร่วงรินอาบสองข้างแก้มอย่างจนหนทาง

“ไม่ใช่สิ ฉันเลิกคบนายฝ่ายเดียวต่างหาก นายน่ะไม่ยอมเลิก”
“เอ่อ ขอโทษนะครับ ผมจำไม่ได้จริงๆ”
“ไม่เป็นไร” จงฮยอนส่ายหน้า ยกหลังมือป้ายน้ำตาตัวเอง ที่เคยเก่งกาจมาสารพัดมันหายไปจนหมด ณ วันนี้เวลานี้ยอมรับเลยว่าฝืนทำเก่งต่อไปไม่ไหวจริงๆ ใบหน้าสวยก้มลงซ่อนหยาดน้ำตาที่มันยังเอาแต่หลั่งรินออกมาไม่ขาดสาย ฝ่ามือบางกำผ้าห่มที่คลุมร่างคนป่วยไว้อย่างสะกดกลั้นความอ่อนแอ

“คุณกับผมเคยเป็นคนรักกันหรือครับ?” คราวนี้คนป่วยเป็นฝ่ายถามกลับมาบ้าง จงฮยอนพยักหน้าให้แต่ก็ไม่กล้าพอจะเงยขึ้นสบตาอีกคนทั้งน้ำตาอาบหน้า

“ก็แค่เคยรักนี่ครับแล้วคุณจะร้องไห้ทำไม?”
“……….” ยิ่งอีกคนถามจงฮยอนก็ได้แต่ให้คำตอบเป็นการส่ายหน้า จริงอย่างที่มินฮยอกว่าก็แค่เคยรักเหตุใดกันเขาถึงต้องมานั่งร้องห่มร้องไห้ เสียมากมายแบบนี้

“ทำไมคุณถึงไม่รักผมแล้วล่ะครับ?” ฝ่ามือกว้างที่เจ้าตัวชักกลับไปเมื่อครู่ค่อยๆเอื้อมมาเชยคางคนที่ก้มงุด ซ่อนร่องรอยความเสียใจไว้ขึ้น… ดวงตาแดงก่ำนั้นช้อนขึ้นสบกระพริบไล่หยาดน้ำอุ่นใสที่ยังมีคลอหน่วย ก่อนจะเอ่ยตัดพ้อออกมาอีก

“ก็นายไม่รักฉันก่อน นายมีคนอื่น”
“ผมขอโทษ…”
“……….”
“คือถ้าผมทำแบบนั้นกับคุณไว้ผมก็ขอโทษ เลิกร้องไห้เถอะครับ” ปลายนิ้วเรียวเลื่อนขึ้นเกลี่ยเช็ดหยาดน้ำตาให้ช้าๆพร้อมส่งรอยยิ้มให้ รอยยิ้มที่จงฮยอนไม่ได้อยากได้มันเลย… หากคนที่ยิ้มให้ไม่ใช่คังมินฮยอกคนเดิม

“คุณคงรักผมมากนะครับ ถึงร้องไห้ให้ผมทั้งที่ผมทำไม่ดีกับคุณไว้”
“ก็ไม่อยากรักหรอกแต่มันทำไม่ได้ ฉันรักนายนะมินฮยอกกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้มั้ย นะ?”
“เหมือนเดิมแบบไหนครับ?”
“กลับมาคบกันเหมือนเดิม กลับมารักกันเหมือนเดิม อย่าจำฉันไม่ได้ได้มั้ย?”

“ได้ครับ…” จงฮยอนไม่รู้ว่าสิ่งที่คนป่วยตอบรับมาอีกคนจะเข้าใจความหมายของมันหรือเปล่า แต่การที่อีกคนกดจูบลงมาที่ริมฝีปากตัวเองแผ่วเบาแล้วเลยไปจูบซับน้ำตายังข้างแก้มให้ก็ทำให้ตกใจและผละตัวออกเดี๋ยวนั้น… ไม่อาจแน่ใจได้ว่าคังมินฮยอกคนไหนกันแน่ที่จูบตน

“พี่พูดเองนะครับว่าให้เรากลับมาคบกัน กลับมารักกันเหมือนเดิมได้”
“คังมินฮยอก!” เสียงหวานตะโกนดังออกมาฉับพลันเมื่อคนป่วยบนเตียงย้อนคำพูดตัวเองออกมาด้วย สีหน้าและท่าทางที่มีความเป็นคังมินฮยอกตัวจริงเสียงจริงร้อยเปอร์เซ็นต์ จงฮยอนผลักอีกคนออกด้วยความโมโหแต่เสียงโอดครวญที่ดังออกมาจากการที่แผ่น หลังกระแทกลงกับที่นอนก็ทำให้จงฮยอนหน้าถอดสีทีเดียวรีบกุลีกุจอมาเข้ามาพยุงให้ลุกขึ้นตามเดิม…

“ผมป่วยอยู่นะครับ ใจร้ายกันจริง”
“ตกลงนายแกล้งจำไม่ได้ใช่มั้ย?”
“อย่าโกรธผมนะ ถ้าไม่ทำแบบนี้พี่ก็ไม่ยอมคืนดีกับผมสักทีนะสิ”
“นายมันเจ้าเล่ห์ที่สุดมินฮยอก น่าจะจมน้ำตาไปให้รู้แล้วรู้รอดเลย”
“แล้วใครร้องไห้ขี้มูกโป่งเลยเมื่อคืน ผมว่าพี่สาวผมไม่โกหกนะครับ” มินฮยอกดึงคนที่จะเดินหนีให้ลงไปนอนข้างๆตัวเองก่อนตวัดแขนฉวยกอดไว้ จงฮยอนช้อนตามองคนที่เอาเรื่องเมื่อคืนมาถามหน้าตายนึกอยากเถียงไปแต่ก็นึก คำโกหกไม่ออก อีกอย่างพอได้กลับมาอยู่ในอ้อมกอดของมินฮยอกอีกครั้งก็ไม่อยากผละจากไปไหน อีกต่อไป… คิดถึงอ้อมกอดนี้ คิดถึงคนๆนี้จับหัวใจ…

“ให้โอกาสผมอีกครั้งนะครับ ผมจะทำให้ดีจะไม่ทำให้พี่เสียใจอีก”
“……….” จงฮยอนไม่รู้ว่าตัวเองนิ่งไปนานแค่ไหนหรือไม่ทันได้ใช้เวลาคิดเลยสักนิด สำหรับคำขอนี้ของมินฮยอกหรือเปล่า เจ้าตัวรู้แค่ว่าตัวเองกดจูบลงไปบนริมฝีปากที่เอื้อนเอ่ยคำขอนี้ออกมา… เท่านั้น

วิ่งหนีความขี้ขลาด
วิ่งหนีความหวาดกลัว
หรือวิ่งหนีความผิดหวังเสียใจ
มันจะได้อะไรขึ้นมา… หากชัยชนะนั้นๆ
ต้องได้มากจากการวิ่งหนีหัวใจตัวเอง

ทรมานไม่ต่างกันยิ่งเห็นมินฮยอกซึมเศร้า… เห็นอีกคนเบือนหน้าหนีเวลาเขาหัวเราะมีความสุขอยู่กับใครแล้วมองผ่านมินฮยอก ไปไม่ต่างจากไม่ได้อยู่ร่วมโลกกันมาแรมเดือน จงฮยอนผู้เข้มแข็งคนนั้นไม่ได้ใจแข็งอย่างที่ทุกคนคิดหรอก… เพราะทุกครั้งที่หันหลังและพาตัวเองไปหลบซ่อนตัวในห้องนอน จงฮยอนผู้เข้มแข็งคนนั้นก็หายไป

ไม่มีคืนไหนไม่ร้องไห้
ไม่มีวันไหนไม่รู้สึกเหงา
และไม่มีสักวัน… ที่ไม่อยากไม่คิดถึง

“อะ แฮ่ม! เกรงใจบ้าง อะไรบ้างเหอะคุณน้องๆที่เคารพครับ” จงฮยอนลุกพรวดและก้าวลงจากเตียงทันทีที่พี่ใหญ่ของวงเดินกอดอกเข้ามาส่งสาย ตาหมั่นไส้หนักหนายังปลายเตียง แม้แต่เจ้าจองชินก็ยังส่ายหัวระอาใจกับมหากาพย์หนังรักๆใคร่ๆที่เพิ่งจบลง

“ดราม่าสุดๆ”

“อะไร ของนายว่ะจองชิน?” ยงฮวาตวัดหน้ามา เลิกคิ้วสงสัยจะมาดรามงดราม่าอะไรกันตอนนี้ก็เห็นๆกันอยู่ว่าทั้งมินฮยอกและ จงฮยอนปรับความเข้าใจกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จองชินทิ้งตัวนั่งบนโซฟาอย่างเซ็งๆ

“ก็เราสองคนไงพี่ยงฮวาที่ดราม่า เกือบโดนต้มอยู่แล้วดีนะที่ไม่หลงเชื่อว่ามินฮยอกมันเอ๋อจริงๆ”
“ฉันขอโทษจริงๆจองชินแต่ยังไงฉันก็ให้พี่สาวฉันไปบอกความจริงกับนายแล้วไม่ใช่เหรอ ผมขอโทษด้วยนะฮะพี่ยงฮวา”

“เอ่อ นายไม่เป็นไรก็ดีแล้ว” ยงฮวาส่ายมือไปมาอย่างไม่ถือสาหาความใดใด แต่ก็เกือบดราม่าสุดๆตามที่จองชินว่า ดีนะที่พี่สาวของมินฮยอกลากเขาสองคนออกไปบอกความจริงข้างนอกก่อนที่จะเสีย แมนหน้าเตียงคนป่วย ชายหนุ่มเหลือบมองน้องรองที่อมยิ้มแก้เก้อมองพวกเขาสามคนเถียงกันไปมา… กลับมาแล้วสินะ อีจงฮยอนคนเดิม

“โย่ว บอย เป็นไงบ้าง?”
“พี่ไซม่อน มาได้ไงฮะ” กระเช้าของเยี่ยมในมือแขกขาร็อคถูกจงฮยอนนำไปวางไว้ข้างเตียงก่อนที่จะยิ้ม ร่าเข้าไปหาพี่ชายใจดีอีกรอบ ไซม่อนโยกหัวรุ่นน้องตัวบางอย่างเอ็นดู… เขาดีดนิ้วลงเบาๆที่หน้าผากของจงฮยอน

“กลับมาหาไอ้ตี๋นี่แล้วสิ โธ่เอ้ย! งั้นพี่ก็ต้องสั่งแห้วทั้งโรงงานมากินใช่มั้ยเนี่ย?”
“พี่ก็พูดอะไรแบบนั้นฮะ ยังไงพี่ก็เป็นพี่ชายผม ขอบคุณมากนะฮะ”
“ไม่เป็นไร ว่าไงมินฮยอก” ต่อล้อต่อเถียงกับจงฮยอนจนพอใจจึงเดินเข้าไปเท้าแขนบนเตียงคนป่วย มินฮยอกไม่รู้ว่านี่เป็นนิสัยของไซม่อนอยู่แล้วหรือตั้งใจกวนประสาทเขากันแน่ อีกคนยักคิ้วให้อย่างสบายอารมณ์พลางมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า

“เมาแล้วตกสระ ไม่เท่ห์เลยนะไอ้น้อง”
“พี่ไซม่อน อย่าไปแหย่มินฮยอกเลย ผมว่าพี่คุยกับพี่ยงฮวาดีกว่าฮะ” เป็นจงฮยอนที่เข้ามาห้ามทัพ ร่างบางเองก็พอจะเข้าใจว่าตอนนี้คนรักที่เพิ่งปรับความเข้าใจกันได้หมาดๆคง กำลังไม่พอใจการกระทำของไซม่อนแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจงฮยอนเองก็เข้าใจอีกเช่น กันว่าไซม่อนก็ไม่ได้มีเจตนาร้ายแอบแฝง นิสัยของรายหลังก็เป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว…

ตอนค่ำๆมินฮยอกก็ออกจากรพ.ได้ ครอบครัวของชายหนุ่มรับและพามาส่งยังหอพักแม้อยากจะให้กลับไปรักษาตัวที่ บ้านมากแค่ไหนแต่เพราะพรุ่งนี้ตารางงานก็ไม่สามารถเลื่อนหรือยกเลิกได้ ครอบครัวของมินฮยอกจึงได้แต่ฝากฝังให้คนในวงๆช่วยกันดูแล

“นายพลัดตกลงไปในสระเองใช่มั้ยมินฮยอก?”
“เอ่อ แล้วนายคิดว่าฉันฆ่าตัวตายหรือไง บ้าฉันไม่ทำไม่ทำหรอก”
“แล้วตกไปอีท่าไหนว่ะ ขอบสระบ้านนายมันตั้งกว้างนะเว้ย”
“ไม่รู้ ก็คนมันมึนๆเมาๆเดินๆไปก็ตกลงไปเอง”
“สมน้ำหน้า!”
“เห้ย!จะซ้ำเติมกันอีกนานมั้ยจองชินไม่ตกที่นั่งแบบฉันบ้างให้รู้ไปสิ”
“แล้วใครใช้ให้ไปมีกิ๊กว่ะ?” จองชินยักคิ้วใส่ ใครบอกว่าไม่ห่วงใครบอกว่าจ้องจะซ้ำเติมเพื่อนอยู่ฝ่ายเดียวแต่หากให้ท้าย หรือไม่ต่อว่าไปเสียบ้างก็อาจไม่หลาบจำ มินฮยอกทิ้งหลังกับผนักโซฟาก่อนจะถอดใจออกมาเฮือกดัง

“เข็ดแล้วว่ะ เข็ดจริงจังเลย”
“เข็ดเรื่องไร เรื่องตกสระ เรื่องพี่จงฮยอนโกรธหรือเรื่องมีกิ๊ก?”
“ก็ทั้งหมดนั้นแหละ”
“แล้วเข็ดเรื่องไหนที่สุด?” คราวนี้เป็นพี่ใหญ่ยงฮวาที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จเดินตึงๆเข้ามานั่งลงข้างๆที่ ถามเพราะอยากรู้จริงๆ มินฮยอกเงียบไปครู่หนึ่ง สายตาทอดมองยังบานประตูห้องนอนของคนรักที่อีกคนปลีกวิเวกไปแต่งเพลงตามลำพัง

“เข็ดเรื่องพี่จงฮยอน”
“ยังไงว่ะ?”
“ไม่มีเค้าผมยอมรับว่าผมอยู่ได้นะแต่เค้าเป็นคนเดียวที่ทำให้ผมร้องไห้แค่คิดว่า เค้าไม่รักและก็ไม่ต้องการผม” สุ้มเสียงจริงจังนั้นทำให้ยงฮวาและจองชินมองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย ทั้งคู่มองชายหนุ่มที่ตอบมันออกมาอย่างเปิดเผยและไม่คิดวางฟอร์มอะไรอีก พี่ใหญ่ตบบ่ารุ่นน้องเบาๆนึกนับถือน้ำใจมินฮยอกไม่ได้ คนเราย่อมไม่มีใครเพียบพร้อมไปหมดทุกอย่าง… ผิดบ้างพลาดบ้างหากคิดได้และเอาความผิดนั้นๆเป็นปณิธานชีวิตก็ถือว่าน่าชื่น ชม…

“แล้วได้ติดต่อกับนานะบ้างหรือเปล่า?”
“ไม่เลยครับ ผมกับเธอคุยกันเข้าใจแล้ว”
“ดีแต่อย่าให้ดีแตกทีหลังแล้วกัน เดี๋ยวพี่ต้องไปถ่ายรายการแล้ว อย่านอนดึกกันล่ะ” เขาว่าพลางลุกขึ้นจะเข้าไปแต่งตัว เรื่องวุ่นวายผ่านพ้นไปได้เขาก็สุขหัวใจอยู่กันเป็นครอบครัวแบบนี้ก็ไม่อยาก เห็นใครคนใดคนหนึ่งต้องทุกข์ต้องเศร้า ยงฮวาหันกลับมาดูน้องสองคนที่ยังนั่งอยู่ที่เดิมเห็นเจ้าจองชินหัวเราะรั่วๆ อยู่ก็ไม่เข้าใจ

“ขำอะไรจองชิน?”
“ก็คำที่พี่บอกอย่านอนดึกไง สั่งไม่คิดจริงๆ”
“อะไรว่ะ?” ยงฮวาเอียงคอครุ่นคิดก็เขาคิดดีแล้วถึงสั่งแต่เจ้าจองชินดันมาบอกว่าสั่งไม่คิดได้ยังไงกัน

“คนเค้าห่างกันไปเป็นเดือนๆพี่คิดเหรอว่ากลับมาคืนดีกันได้จะรีบนอนเร็วๆ”
“เอ่อ จริงของนาย” พี่ใหญ่แทบกลั้นไม่ให้ขำตามไม่ได้ ยิ่งเห็นมินฮยอกมันตีหน้าตายจะปฏิเสธิก็ไม่กล้าจะตอบรับก็ขัดเขินก็ยิ่งขำ เอาเถอะๆพี่กับจองชินเข้าใจนายน่า

“เมากัญชากันหรือไงฮะ ขำกันอยู่นั่นแหละผมแต่งเพลงไม่ได้เลย” เสียงหัวเราะเมามันส์สะดุดลงทันทีที่บานประตูห้องของคนนอกวงสนทนาเดินหน้า มุ่ยเข้ามา จงฮยอนเขม่นตาคาดโทษเหล่าพี่น้องร่วมวงที่เป็นต้นเหตุให้สมาธิตัวเองต้องแตก กระเจิง

“ใช่มั้ยมินฮยอกกุน?” ยงฮวายังแซวไม่เลิกคะยั้นคะยอให้น้องสามรับออกมาให้ได้คราวนี้เจ้าจองชิน ยิ่งระเบิดหัวเราะไปกันยกใหญ่ จนคนกุมคำตอบอดรนทนไม่ไหวเกรงว่าขืนเหย้าแหย่กันไปมาเห็นทีจงฮยอนคงได้รู้ หัวข้อสนทนาเข้าแน่ๆจึงรีบลากร่างบางเข้าไปในห้องนอนทันที

“เห้ย!เพิ่งหัวค่ำเองนะมินฮยอก รีบเก็บสกอร์หรือไง?”
“พี่ ยงฮวาพูดเรื่องอะไรมินฮยอก?” พอเข้ามาในห้องได้จงฮยอนก็เท้าสะเอวถามฟ่อๆกับเสียงที่ยังดังไล่หลังมา มินฮยอกลูบเท้าทอยแก้เก้อก่อนทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงแล้วคว้าเอวอีกคนให้ลงมา นั่งซ้อนอยู่บนตัก

“จะเอาคำตอบเป็นทฤษฏีหรือปฏิบัติล่ะครับ?” ดวงตาวาววับที่จดจ้องมาส่งให้ผิวแก้วขาวจัดของจงฮยอนเป็นริ้วแดงขึ้นมาอย่าง ห้ามไม่ได้ คราวนี้ไม่ต้องจี้ถามให้ได้คำตอบอีกต่อไปเพราะฝ่ามือกว้างไม่รีรอให้จงฮยอน ได้ทันเลือกว่าจะเอาเป็นข้อทฤษฏีหรือปฏิบัติ มันล้วงเข้ามาใต้เสื้อยืดตัวบางและลากไล้ไปมาตามผิวนุ่มนิ่มนั้นโดยไม่ขอ อนุญาตสักนิด

“ไม่เอาน่า มินฮยอก”
“ทำไมเสียงสั่นจังครับ”
“นายนี่มัน…”
“มันน่ารักใช่มั้ยครับ?”
“อือ” เสียงนุ่มขาดห้วงไปมันแทนที่ด้วยเสียงครางรับที่เบาแสนเบา ริมฝีปากร้อนของมินฮยอกกดจูบที่ซอกคอนุ่มเนียนย้ำๆ ละเรื่อยไปตามแอ่งชีพจร… ก่อนจะเลิกชายเสื้อของคนบนตักที่วันนี้กลายเป็นวัตถุที่รกหูหกตามินฮยอกที่ สุดขึ้นช้าๆและถอดมันออกทางศรีษะจงฮยอนในที่สุด เขากดจูบเบาๆลงไปที่ซอกคอขาวกระจ่างตานั้นอีกครั้งจูบย้ำไปอย่างอ้อยอิ่งต่ำ ไปถึงยอดอกสีสดของอีกคน จงฮยอนกระตุกและสะท้านหวาบไปทั่วตัวจนแทบหงายหลังตกไปจากตักแข็งแรง มินฮยอกจับแขนสองข้างของอีกคนพาดไว้บนบ่าของตัวเองและจับหมุนตัวจงฮยอนให้ นั่งคร่อมเข้าหาตัวเอง ปลายลิ้นชื้นหยอกเหย้ากับยอดอกสีสดสองข้างนั้นเบาๆก่อนแปรเปลี่ยนเป็นขบเย้า และดูดเม้มมันแรงๆจนต้องตวัดขาสองข้างกอดรัดลำตัวคนที่นั่งเป็นฐานให้ตัวเอง ไม่หมดแรงตกปุไปนอนกองอยู่บนพื้นหน้าเตียง

“อย่าแกล้งกันสิมินฮยอก”
“ใคร กว่าแกล้งล่ะครับ” ร่างบางถูกพลิกตัวให้ลงไปนอนราบบนที่นอนหนานุ่มท่อนบนเปลือยเปล่ากำลังเย้า ยวนสายตาให้มินฮยอกให้อดทนรอต่อไปไม่ไหว ชายหนุ่มปลดเสื้อผ้าตัวเองออกจนหมดและช่วยปลดปราการด้านสุดท้ายของร่าง บางออกตามก่อนจะค่อยๆทาบตัวไปบนร่างกายบอบบางนั้นๆ ปลายนิ้วของจงฮยอนจิกกลุ่มผมของด้านบนอย่างระบายความทรมานที่แล่นริ้วอยู่ ภายใน ยิ่งมินฮยอกลากปลายลิ้นต่ำลงไปเรื่อยๆปลายนิ้วของจงฮยอนก็ยิ่งจิกกลุ่มผมของ มินฮยอกหนักขึ้น

“มินฮยอก อ๊า ~~” ปลายลิ้นร้อนลากเลยหน้าท้องลงไปจนถึงส่วนนั้น จงฮยอนหลุบตามองตาม… ใจหนึ่งอยากให้มินฮยอกหยุดแต่อีกใจหนึ่งกลับทรมานจนแทบทนไม่ไหว

ทุกส่วนประสาทในร่างกายตื่นตัวและคุมความปกติไว้ให้เหมือนเดิมไม่ได้อีกต่อไป เมื่อโพรงปากร้อนๆของมินฮยอกครอบครองส่วนที่เต็มไปด้วยความต้องการของคนที่ นอนทอดกายอยู่ข้างใต้ แล้วร่างกายจงฮยอนต้องบิดเร้าแทบคลั่งตายเมื่อมินฮยอกกกำลังพาตนไปสู่จุดๆ นั้น ร่างสูงเร่งเร้ามันหนักขึ้นๆจนจงฮยอนทานทนต่อไปไม่ไหว ลำตัวบอบบางบิดไปมาจนหลังแอ่นลอยขึ้นจากพื้นเตียง

“อ๊า~~” จงฮยอนหอบหนักๆเมื่อปลดปล่อยความอึดอัดออกมาจนหมดสิ้น อกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างเหนื่อยและหายใจไม่ทันแต่ร่างกายรู้สึกเบาหวิวคล้าย กับคนไร้น้ำหนัก มินฮยอกเขยิบตัวขึ้นมากดจูบที่หน้าผากชุ่มเหงื่อของคนรัก ฝ่ามือกว้างลูบไล้เรือนผมที่ชื่นเหงื่อจนเปียกชุ่ม มินฮยอกแสดงความทนุถนอมจงฮยอนราวเพื่อแสดงให้รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อ ครู่มาจากความรักและเต็มไปด้วยความรัก…

ความรักที่เคยละเลยและปล่อยทิ้งขวางไปแล้วครั้งหนึ่ง
แต่นับจากวันนี้และวันต่อๆไปเขาจะไม่ปล่อยให้ความรักและคนๆนี้หลุดลอยไปจากเขาอีก

ครู่เดียวมินฮยอกก็จับขาของจงฮยอนให้แยกออก ร่างบางไม่ขัดขืนใดๆโอนอ่อนตามในสิ่งที่อีกคนต้องการทุกอย่างแล้วจงฮยอนก็ต้องสะท้านหวาบไปทั้งตัวอีกเมื่อปลายลิ้นร้อนๆของมินฮยอกเล็ม เลียอยู่ตรงช่องทางด้านหลัง

“มินฮยอก ไม่ต้อง…” จงฮยอนพยายามดึงไหล่อีกคนขึ้นมา ไม่ได้ต้องการให้มินฮยอกทำให้ถึงขนาดนี้แต่อีกคนใช่ว่าจะฟังกัน ปลายนิ้วทั้งหมดของจงฮยอนจิกลงกับที่นอนนุ่มยากจะสะกดอารมณ์

ฝ่ามือที่หยิบไม้กลองจนมันหยาบระคายสองข้างประคองสะโพกของจงฮยอนให้ยกลอยขึ้น เพื่อปลายลิ้นชำนาญนั้นได้แทรกเข้ามาได้ถนัดกระตุ้นให้อีกคนครางแทบไม่เป็น ภาษา ร่างกายจงฮยอนกระตุกนับครั้งไม่ถ้วน ยิ่งเสียงดูดเล็มหยาดน้ำที่เปอะเปื้อนมาจากส่วนที่จงฮยอนเพิ่งบรรเทาความ ต้องการไปแล้วบวกกับบางส่วนที่มินฮยอกยังกลืนมันลงไปไม่หมด… มินฮยอกกำลังเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับช่องทางด้านหลังของจงฮยอน… เขาไม่ต้องการให้อีกคนเจ็บไม่อยากให้ความสุขสมของตัวเองต้องเกิดขึ้นบนความ เจ็บของคนที่ตนรัก มินฮยอกเล้าโลมมันช้าๆด้วยความใจเย็น…

จงฮยอนมารู้สึกตัวอีกทีเมื่อนิ้วที่สามสอดเข้ามาและชักเข้าออกจนจงฮยอนไม่ รู้สึกระคายใดๆคนมินฮยอกจึงดึงนิ้วทั้งสามของตัวเองออกและแทนที่ด้วยสิ่งที่ เต็มไปด้วยความต้องการของตัวเขาเอง

“อึก!” มินฮยอกแทรกมันเข้ามาทีเดียวทั้งหมด… ตัวเขาเองถึงกับสั่นเทาเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ที่พร้อมล้นทะลักไม่ได้มีเพียง หัวใจที่คิดถึงและต้องการจงฮยอนแต่ร่างกายของเขาก็ต้องการจงฮยอนมาตลอดหนึ่ง เดือนเต็ม ชายหนุ่มนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยกขาสองข้างของจงฮยอนยกไปพาดบ่าของของตัว เองและเริ่มขยับเข้าออกช้าๆและแกล้งจงฮยอนด้วยการหมุนวนมันสลับกับการย้ำ เข้าออก

จงฮยอนส่ายหน้าไปมาอย่างทุรนทุราย ปากบอกว่าไม่แกล้งกันแต่ก็ยังแกล้งอีกจนได้และวิธีนี้ไม่ใช่ครั้งแรกเพราะ การที่มินฮยอกกหยอกเย้าแบบนี้เพราะต้องการได้ยินเสียงครางราวกับจะขาดใจของ จงฮยอนและแม้จงฮยอนพยายามกลั้นมันไว้แค่ไหน ก็ต้องแพ้มินฮยอกเหมือนกับทุกครั้ง

“อ๊า อา~~” ปลายนิ้วจงฮยอนแทบทะลุไปกับที่นอนหนานุ่ม ร่างบางร้องครางดังเท่าไรมินฮยอกก็ยิ่งหมุนวนย้ำๆแทรกเข้าออกซ้ำๆ…ช้าๆ สลับกับเร็ว เบาสลับกับแรงจนเลือดในกายจงฮยอนปั่นป่วนไปหมด จงฮยอนโกยอากาศเข้าปอดไม่ต่างจากมินฮยอก ร่างบางสั่งให้ผนังในช่องทางด้านหลังของตัวเองตอดรัดความเป็นมินฮยอกเพื่อ หยอกเย้าอีกคนกลับ มันทำให้อีกคนถึงกับผวาสั่นทีเดียวจนผู้คุมเกมส์ด้านบนทนไม่ไหว

“อ๊ะ จงฮยอน!” เสียงคำรามในคอของมินฮยอกดังขึ้นติดกันหลายครั้ง มือหยาบสองข้างตะปบสะโพกจงฮยอนยึดไว้แน่นและส่งตัวเองเข้าออกตามที่เจ้าตัว ปรารถนา จงฮยอนเห็นมินฮยอกโกยอากาศเข้าปอดอีกครั้งก่อนจะกระแทกมันเข้ามาในตัวเอง แรงๆอีกสองสามครั้งและปลดปล่อยมันออกมา… ความร้อนวาบไปทั่วภายใน น้ำอุ่นร้อนของมินฮยอกพวยพุ่งอยู่ในตัวจงฮยอน

ชั่วครู่เดียวมิ นฮยอกก็โถมตัวลงมากอดจงฮยอนไว้ เสียงเหนื่อยหอบดังก้องอยู่ข้างหู… มินฮยอกกอดจงฮยอนนิ่งนานและจงฮยอนก็โอบแขนขึ้นไปกอดมินฮยอกไว้เช่นกัน

ความเป็นมินฮยอกยังคาอยู่ในตัวจงฮยอน น้ำคาวใคร่ของมินฮยอกก็ยังค้างคาอยู่ในตัวจงฮยอน
ทุกสิ่งทุกอย่างของมินฮยอกยังติดตรึงอยู่ในตัวจงฮยอน… รวมทั้งมินฮยอกเองก็ยังอยู่ในหัวใจของจงฮยอน

ไม่ว่าวันนี้หรือวันไหนๆ

==#==#==# TimeLess #==#==#==

ทิ้งท้าย!

ชายหนุ่มสองคนที่ยืนนิ่งอยู่หน้าบานประตูสีขาวกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากก่อน จะพาตัวเองไปนั่งยังโซฟาตัวยาวกลางหอพัก สถานการณ์ร้อนๆจบลงพร้อมกับเสียงที่ดังเล็ดลอดออกมาจากห้องด้านในเงียบสงบ

เมื่อกี้ ราวกับฝันไปชัดๆเขากำลังจะเข้าครัวเพื่อหาอะไรกินซึ่งสวนกับพี่ใหญ่ที่แต่ง ตัวเรียบร้อยเตรียมจะออกไปอัดรายการแต่เสียงบาดแก้วหูของคนสองคนที่หายเข้าไปในห้องนอนห้องนั้นก็เรียกร้องความสนใจให้เขาสองคนล้มเลิกสิ่งที่จะต้องไปทำเสียหมด จนมารู้ตัวอีกทีปาเข้าไปร่วมชม.กว่าๆ

ต่างคนต่างพูดไม่ ออก… ได้แต่มองตากันเลิ่กลั่กและเป็นยงฮวาที่กระชับกระเป๋าสะพายขึ้นไหล่แล้วเดินตึงๆออกไปทำงานปล่อยให้จองชินเดินวนไปวนไปในครัวอย่างหาคำตอบว่าตั้งแต่ เริ่มเดิมทีตั้งใจจะเข้าไปทำอะไร

ให้ตายเหอะ ขืนเป็นแบบนี้บ่อยๆเขากับพี่ยงฮวาคงไม่ต้องเป็นอันทำอะไรแล้ว
แต่เอาเหอะ เห็นว่าเพิ่งกลับมาคืนดีกันหมาดๆจะปล่อยเลยตามเลยไป
แต่หากมีครั้งหน้าก็คงต้องปรามๆกันเสียบ้าง ไม่อย่างนั้นคนโสดอย่างเขา
จะหนีออกจากหอเพื่อประชดชีวิตหนุ่มไร้รักให้เป็นข่าวดังคึกโครมกันไปเลย

เฮ้อ!

The End^^

==#==#==# TimeLess #==#==#==

HaneiBee Talk: เครียดจัดค่ะ เครียดถึงขั้นไมเกรนขึ้นสี่วันติดแล้วเพิ่งหายเครียดแต่มีเรื่องปวดหัวเข้า มาอีกแต่ตอนนี้อะไรๆเริ่มเป็นชิ้นเป็นอันบ้างแล้ว คิคิ

ใครที่รอฟิคฮันนี่บีลุ้นเอาเลยค่ะว่าจะต่อได้มั้ยเพราะภารกิจซีเอ็นบลูมัดตัวเลย ฮ่าๆ

และขอโทษแถมด้วยกราบงามๆสำหรับไรท์เตอร์หลายท่านที่ฮันนี่บีไปแปะฟิคไว้
ตอนนี้งานยุ่งและทำภารกิจสำคัญอยู่อย่างที่ใครหลายๆคนรู้ ยังไงก็รบกวนอย่าเกลียดกันน่ะ
จะพยายามตามอ่านและดิทให้หมดค่ะ ^^

ปล.มุขไอ้ตี๋ตกสระนี้ อย่าเคืองกันนะหาพล๊อตจบให้ดีกว่านี้ไม่ได้จริงๆกร๊ากกกกกกก

Comments
  1. kedye13 says:

    อยากอ่านมากเลยค่ะ ขอบคุณมากนะคะ

  2. Tam says:

    ขอบคุณค่ะสำหรับฟิคเป็นกำลังใจให้ค่ะอ่านเมนต่อนะ

  3. pj says:

    น่าอ่านมากเลยค้ะ
    เพิ่งเคยอ่านฟิคของซีเอนบลูเป้นครั้งแรก
    แค่นี้ก็สนุกแล้ว
    สู้ๆต่อไปนะค้ะ

  4. minhyunlove says:

    สนุกมากๆสู้น่ค่ะไรท์เตอร์:)

  5. Noona says:

    ตามหามานานมากมายกับฟิคซีเอ็นบลู เพิ่งเคยอ่านครั้งแรกค่ะ

    ใช้ภาษาดูโตแต่เข้าใจง่าย อ่านแล้วสบายตาดี

    มีผลงานมาให้อ่านเรื่jอยๆนะคะ สู้ๆ^^

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s