[HBD-SF] =# One Night to My Precious One #=

Posted: June 13, 2011 in ~* YongHyun *~

TiTle: One Night to My Precious One 2010
Paring: YongHwa x JongHyun
AuThur: HaneiBee

Note: ไม่ดาร์ก ไม่ดราม่าและไม่น่าลงช้ามากขนาดนี้สิน่า ฮ่าๆ เวลาดีเดย์ตีห้าสิบห้านาที O_0

Seoul 2010/06/22

ก๊อกๆ ก๊อกๆ

จอง ยงฮวาเหลือบมองหน้าปัดนาฬิกาบนฝาผนังคิ้วสองข้างของเขาขมวดเข้ากันหาทันที ที่เห็นว่าเข็มอันที่สั้นกว่าหยุดอยู่ตรงเลขสิบสองพอดิบพอดี… มันก้าวเข้าสู่วันใหม่แล้ว แต่ความสงสัยที่ผุดขึ้นในใจไม่ใช่เรื่องเวลาหรือวันเก่าวันใหม่แต่เจ้าของ เสียงเคาะปริศนาหน้าประตูนั้นต่างหากที่ทำให้เขาต้องขบคิด เขาเดาไม่ถูกจริงๆว่าดึกดื่นค่อนคืนขนาดนี้ใครกันที่มาเคาะห้อง… และอีกอย่าง ถ้าจำไม่ผิดเขาก็ไม่ได้นัดใครไว้สักคนด้วย…

ชาย หนุ่มหัวเสียนิดหน่อยก่อนจะยอมเดินไปส่องดูตรงตาแมวว่า แขกยามวิกาลที่เขาไม่รู้ล่วงหน้าว่าใครแล้วก็ต้องโดนความแปลกใจเล่นงานเข้า อีกระลอกหนึ่ง เมื่อใบหน้าที่เขาเห็นแจ่มชัดด้านนอก… จองยงฮวาคนนี้ไม่เคยรู้จักมักจี่มาก่อนจริงๆ

แล้วความแปลกใจ กลับไม่หยุดอยู่แค่นั้น มันกลับโจมตีเขาหนักขึ้นเมื่อเปิดประตูออกไปคนด้านนอกก็ยกเค้กขนาดหนึ่ง ปอนด์พร้อมเทียนสีฟ้าหนึ่งเล่มมาตรงหน้าเขา… รอยยิ้มสวยประดับบนใบหน้าขาวจัดนั้น… จนเขาเองเผลออึ้งไปชั่วขณะ

“แฮปปี้ เบิร์ดเดย์ฮะ พี่ยงฮวา” เด็กหนุ่มตรงหน้าไม่ยิ้มเปล่า มีการอวยพรวันเกิดเขาพร้อมเรียกชื่อเขาอย่างสนิทชิดเชื้อ ยงฮวาเลิกคิ้วพลางดันเค้กช๊อกโกแลตก้อนปริศนานั้นออก เหลียวซ้ายแลขวาเผื่อว่าอาจจะมีใครสักคนที่เขารู้จักมากับเจ้าเด็กแปลกหน้า คนนี้แต่รอบข้างกลับว่างเปล่า ตลอดทางเดินบริเวณหน้าห้องเขามีเพียงคนที่ถือเค้กยิ้มร่าอยู่คนเดียว

“นายเป็นใคร?” เขาถามเสียงห้วน ตีหน้าขรึมให้อีกคนเกรงกลัว

“เป่า เค้กก้อนสิฮะ เที่ยงคืนพอดีเลย เร็วสิฮะ” แต่เจ้าเด็กแปลกหน้าไม่ตอบคำถามไม่พอยังเร่งให้เขาเป่าเทียนอย่างเอาแต่ใจ นี่เขาดูไร้ความน่าเกรงขามขนาดนั้นเลยหรือคนตรงหน้าถึงไม่คิดจะหวาดหวั่น หรือเลิกล้มจะมาตีสนิทกับเขาแบบนี้ นัยน์ตาสีดำของคนด้านนอกจดจ้องมาก่อนกระพริบปริบๆขอให้เขาใจอ่อนยอมทำในสิ่ง ที่เจ้าตัวต้องการ ยงฮวาส่ายหน้าไปมาจนปัญญาแต่ไหนแต่ไรมาเขาเป็นโรคแพ้อากัปกริยาออดอ้อนและ น่าเอ็นดูแบบนี้อยู่เป็นทุนแล้วไฉนเลยจะทนใจแข็งได้ไหว แล้วอีกอย่างนี่ก็เพิ่งก้าวเข้าวันเกิดเขามาได้ไม่กี่นาที… มีเค้กน่ากินพร้อมกับผู้ชายหน้าแฉล้มจากไหนก็ไม่รู้ทะเล่อทะล่าถือมาเซอร์ไพ สเขาถึงที่… ปฏิเสธิไปเกรงว่าอีกฝ่ายจะเสียน้ำใจแย่

ยงฮวามอง หน้าคนที่เพิ่งเคยเจอครั้งแรกในชีวิตอีกครั้งก่อนจะกวักมือเบาๆเป็นเชิงอนุ ญาติให้เด็กหนุ่มยื่นเค้กเข้ามาใกล้ๆก่อนจะเป่ามัน… เทียนสีฟ้าเพียงเล่มเดียวดับลง

“พี่ได้อธิฐาษหรือเปล่าฮะ?”

“เปล่า” ยงฮวาส่ายหน้า นั่นสิ เขาไม่ทันขอพรเพราะมัวแต่คิดหาคำตอบว่าเจ้าเด็กหน้าตาน่าดึงดูดใจตรงหน้าเป็นใครมาจากไหนเท่านั้น…

“อ่า เสียดายจังฮะ” ความคิดร้อยตลบของยงฮวาหยุดกึกลงเมื่อเด็กหนุ่มแปลกหน้ากรอกตาไปมา บู้ปากราวกับเสียอกเสียใจหนักหนากับการที่เขาพลาดการอธิฐาษก่อนเป่าเค้ก เมื่อครู่… เขาตอบตัวเองไม่ได้หรอกว่ากำลังรู้สึกอย่างไรรู้แค่ว่า… ตอนนี้หัวใจเขาทำงานหนักกว่าปกติ มันเต้นรัวแทบเป็นกลองชุดเพียงเห็นอากัปกริยาน่ารักน่าชังเหล่านั้น

ให้ตายเหอะ เจ้าเด็กนี่เป็นใครมาจากไหนกันแน่
แล้วเขาจะใจเต้นตึกตักเหมือนตอนเกิดรักครั้งแรกทำไม ไม่เข้าใจตัวเองจริงๆ

“ไม่ ต้องมานอกเรื่อง นายเป็นใครแล้วรู้ได้ไงว่าวันนี้เป็นวันเกิดฉัน?” ยงฮวายิงคำถามทันทีก่อนที่ตัวเองจะสมองหมุนมากไปกว่านี้ เด็กหนุ่มตรงหน้าจ้องตากลับมาทำท่าครุ่นคิดก่อนจะส่งเค้กให้เขาถือไว้แล้ว ล้วงหยิบการ์ดสีขาวออกมาจากกระเป๋ากางเกงยีนส์สีสนิมที่เจ้าตัวสวมใส่มา เขาไล่อ่านทุกตัวอักษรอย่างละเอียดถี่ถ้วนด้วยการที่เด็กหนุ่มเป็นคนถือจ่อ กับระดับสายตาให้

‘One Night to My Precious One Service’
หนึ่งข้ามคืนเพื่อหนึ่งคนพิเศษ ติดต่อ xxxxxxxx

“ใคร ส่งนายมาอำฉัน บอกมาตรงๆ” เขาไม่ใช่เด็กอมมือเสียหน่อยที่จะเชื่อเรื่องโกหกพกลมง่ายๆแบบนี้ ยงฮวาตีสีหน้าไม่พอใจขยับเข้าไปใกล้คนที่ยังยืนยิ้มอยู่ทั้งที่เขาเริ่มทำ น้ำเสียงขึงขัง แล้วเขาก็แทบจะเอามือกุมขมับเมื่อคั้นเท่าไรเด็กหนุ่มก็ไม่ปริปากบอกว่าใคร เป็นคนส่งมาแกล้งเขา แถมยังเดินตัวปลิวเข้าห้องเขาไปหน้าตาเฉย… นี่ถ้าไม่ติดว่าหน้าตาน่ารักและดูไม่มีพิษมีภัยอะไรคงเจอศอกเข้าไปหลายที แน่ๆ…

“รีบตัดเค้กกันดีกว่า จานกับส้อมอยู่ไหนฮะเนี่ย?”

“หยุด เดี๋ยวนี้ ถ้านายขยับอีกก้าวเดียวฉันเรียกตำรวจแน่!” เจ้าของห้องวางเค้กไว้บนโต๊ะหน้าโซฟาก่อนจะย่างสามขุมเข้ามาประชิดตัวผู้ บุกรุกซึ่งมันได้ผลดีทีเดียว เด็กหนุ่มที่เดินไปมาอย่างถือวิสาสะถึงกับชะงักตวัดหน้ามาจ้องเขา… นัยน์ตาสีดำกรอกไปมาอีกรอบเหมือนตอนครุ่นคิดหน้าห้องแต่คราวนี้กลับเป็น เสียงถอนหายใจเหยียดยาวตามมาแทน

เด็กหนุ่มตัวบางเดินเข้ามาหา… ฝ่ามือข้างหนึ่งทาบลงที่อกซ้ายคนชี้หน้าขู่ช้าๆก่อนจะช้อนตาขึ้นมอง มันคล้ายกับเหมือนแมวโดนดุแล้วทำตาปริบๆออดอ้อนให้เจ้าของหัวหมุนเพื่อที่จะ ได้ลืมคำดุด่าว่ากล่าวไม่มีผิด…

ฝ่ามือบางทาบตรงตำแหน่งที่ก้อนเนื้อเรียกว่าหัวใจฝังตัวอยู่สาวเท้าเข้าใกล้อีกหนึ่งก้าว

“ใจเต้นแรงแบบนี้กำลังโกรธจริงหรือฮะ?”

“……….” ยงฮวาผงะเล็กน้อย ตาเบิกกว้างพร้อมซ่อนเสียงอุทานเบาๆในคอ ความรู้สึกแปลกประหลาดจู่โจมเขาเป็นรอบที่สามของวันเกิดในปีนี้ เวลานี้กลับเป็นเขาเสียเองที่เสมองไปทางอื่นแทนการมองข่มขู่ให้เด็กหนุ่มตรง หน้าหวาดกลัว น้ำลายอึกโตถูกกลืนลงคออย่างยากลำบาก… ตาสีดำวาววับราวกับลูกแมวน้อยที่กระพริบขึ้นลงกำลั่งปั่นป่วนหัวใจของเขาให้ ยากต่อการควบคุมและฝ่ามือบางที่ทาบอยู่บนอกเขากำลังทำให้หัวใจเขากำลังจะ หยุดเต้น ยงฮวาปัดมืออีกคนออกรวบรวมสติฮึดไล่เจ้าเด็กบ้าอีกรอบ

“ใครให้นายมาอำฉันหรือจ้างนายมาปั่นหัวฉัน ฉันไม่สนหรอกนะ ออกจากห้องฉันไปได้แล้ว เชิญ!” เจ้าของห้องตวาดเสียงดัง

“ผมไม่ได้มาเพื่ออำพี่นะฮะผมมาทำให้พี่มีความสุขในวันเกิดต่างหาก”

“ประสาทใหญ่แล้ว นายเป็นใครฉันก็ไม่รู้อยู่ดีๆจะมาทำให้ฉันมีความสุขในวันเกิดได้ยังไง?”

“ทำได้สิฮะ ถ้าพี่ยอมว่าง่ายและยอมให้ผมเป็นคนทำให้…”

“………” ยงฮวาถอยหลังหนีเดี๋ยวนั้นให้ตายเหอะประโยคนี้ฆ่าเขาชัดๆจากความคิดที่ต้อง ไล่เจ้าเด็กประสาทนี่ออกไปให้ได้โดยเร็วกลับพังลงไม่เป็นท่า เขาจมอยู่กับอาการแปลกๆที่หาสาเหตุไม่ได้อยู่นานจนกระทั่งมารู้ตัวอีกทีร่าง บางก็ก้าวตามมา ตาแป๋วๆสองข้างทำกระพริบมองเขาราวกับเกลี่ยกล่อมให้เขาหลงเชื่อ ให้เขาคล้อยตาม

“โอเคฮะ ไม่ตัดเค้กก็ได้งั้นแกะของขวัญเลยแล้วกัน” เหมือนเด็กหนุ่มยอมถอดใจ ยงฮวาเห็นอีกคนถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย… คิดว่าทุกอย่างจะยุติ คิดว่าทุกอย่างจะจบลงแต่ผิดถนัด เด็กหนุ่มมองหน้าเขานิดนึงก่อนจะค่อยๆถอดเสื้อแจ็กเก็ตสีดำที่เจ้าตัวสวมมา ออก ยงฮวาย่นหัวคิ้วอย่างงุนงงเจ้าเด็กประสาทจะทำอะไรอีก… แล้วคำว่าแกะของขวัญเลยแล้วกันคืออะไร

“พี่จะเป็นคนแกะหรือจะให้ผมเป็นคนแกะเองฮะ?”

“แกะบ้าอะไรของนาย ห๊า?”

“ก็ของขวัญ”

“ของขวัญไหน?”

“นี่ ไงฮะ…” ริมฝีปากสีสวยขยับพูดไปแต่สายตาหลุบต่ำลง ยงฮวามองตามอย่างช่วยไม่ได้แล้วก็ต้องยืนตัวแข็งแทบลมตึงไปเสียตรงนั้นเมื่อ มองตามไปแล้วเจอเข้ากับริบบิ้นสีแดงเส้นจิ๋วผูกติดอยู่ที่กระดุมเม็ดบน สุด… บนเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนโดยมีกั๊กสีครีมทับอยู่บนตัวของคนตรงหน้า

ไม่ต้องอธิบายอะไรให้ยืดยาวอีก
เขาเข้าใจชัดเจนและแจ่มแจ้งทีเดียว
ว่าแกะของขวัญ ณ จุดนี้คืออะไร

ช่างเป็นของขวัญที่ครีเอทเท่าโลกเท่าที่เขาเคยพานพบมา
และช่างเป็นของขวัญที่คงแกะยากทีเดียว… เพราะว่า…
เขาไม่กล้าพอที่จะแกะมันทั้งที่ใจยังเต้นโครมครามอยู่แบบนี้

“ว่าไงฮะ พี่จะแกะเองหรือให้ผมแกะ?”

“ฉันแกะได้เหรอ เห้ย! ไม่ใช่! แกะบ้าแกะบออะไรเล่า เลิกอำฉันได้แล้วน่า”

“เฮ้อ! ก็ผมบอกว่าผมไม่ได้อำ ฟังกันบ้าง เชื่อกันบ้างสิฮะ”

“ถ้าเชื่อแล้วโดนหลอก ใครจะรับผิดชอบ?”

“ผม จะรับผิดชอบพี่เองฮะ พอใจยัง?” เด็กหนุ่มท้าวสะเอว ใบหน้าเริ่มบิดเบี้ยวด้วยหงุดหงิดแต่ก็ออกปากว่าจะรับผิดชอบเรื่องทั้งหมด เพื่อให้มันจบๆซะ ยงฮวานิ่งไปอีกครู่นึง เขาเหลือบมองก้อนเค้กสีช๊อกโกแลตบนโต๊ะสลับกับใบหน้าขาวจัดที่รอยยิ้มสวย เริ่มหายไปกลายเป็นบูดบึ้งแทน

กลายเป็นว่าเขากำลังทำให้เรื่องมันยุ่งขึ้นอย่างนั้นเหรอ…

จองยงฮวาผิดที่ปฏิเสธิเค้กวันเกิด
จองยงฮวาผิดที่ไล่คนที่มาเซอร์ไพส์วันเกิดเขาเป็นคนแรก
และจองยงฮวาก็ผิด… ที่ไม่ยอมแกะของขวัญที่หน้าตาน่ารัก
ที่กำลังถลึงตางอนๆใส่เขาอยู่… อย่างนั้นเหรอ

นี่เขากำลังโดนป้ายความผิดอยู่ชัดๆ!

“พี่ยงฮวา?”

“………” เขาโยกหัวไปมาอย่างคิดไม่ตกก่อนจะมองหน้าคนที่เรียกชื่อเขาแล้วหัวใจก็หยุด เต้นไปแว่บหนึ่ง เขาเบือนหน้าหนีทันทีอย่างทีไม่เคยเป็นมาก่อนเมื่อเด็กหนุ่มค่อยๆถอดเสื้อ กั๊กสีครีมออกตาม เป็นอันว่าปราการส่วนบนของร่างกายเด็กหนุ่มเหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีฟ้าที่มี ริบบิ้นสีแดงผูกติดกระดุมอยู่เพียงชิ้นเดียว

“อย่างผม… ไม่ดีพอหรือพี่รังเกียจ?”

“ไม่ๆ ไม่ใช่แบบนั้น ฉันแค่… เอ่อ…”

“แค่อะไรฮะ?”

“คือ… เห้ย!” คำอึกอักถูกกลืนหายไป ยงฮวาผงะอีกครั้งเมื่อเด็กหนุ่มที่โน้มน้าวใจเขาไปได้เกินครึ่งก้าวเข้ามา พร้อมกับดึงมือเขาไปจับที่ริบบิ้นสีแดงตรงกระดุมเม็ดบนนั่นของเจ้าตัว

“ถ้าไม่ใช่เรื่องพวกนั้นก็แกะของขวัญเถอะฮะ ผ่านวันเกิดพี่มาเกือบชม.แล้ว”

“จะ จะดีเหรอ?”

“ดี ไม่ดีมันอยู่ที่พี่ไม่ใช่หรือฮะ?” มืออีกข้างของเด็กหนุ่มเอื้อมมาวางไว้ที่เอวเขาส่งให้เขาต้องร้อนวาบไปทั้ง ตัว นัยน์ตาคู่สวยจ้องเขม็ง ความเงียบริดรอนเวลาให้เดินหน้าไปเรื่อยๆ ยงฮวากรอกตาขึ้นด้านบนเสมองเพดานห้องที่ร้อยวันพันปีเขาไม่คิดจะมองมันด้วย ซ้ำพร้อมส่ายหัวขับไล่ความคิดสับสนและพยายามหาทางออกให้กับเรื่องที่เขา กำลังเผชิญอยู่… แต่ให้ตายเหอะ สมองของเขากลับประมวลผลช้าลงกว่าที่ควรจะเป็นและกลายเป็นว่าหัวใจที่เต้น ระส่ำเกินมาตรฐานกำลังเป็นเดวิลตัวร้ายบังคับให้เขาทำตามเสียงเรียกร้องของ หัวใจตัวเอง…

เขานึกอยากไปจ้างวานให้ศูนย์อะไรสัก ศูนย์ทำโพลสำรวจผู้ชายทั้งประเทศเกาหลีว่าหากกลางดึกสงัดมีเด็กหนุ่มหน้าตา น่ารักน่าฟัดมาเคาะห้องแล้วเร่งรัดให้แกะของขวัญที่ตัวเป็นๆดิ้นดุกดิกได้ แบบนี้… ข้างปฏิเสธิหรือข้างยอมรับข้างไหนจะมากกว่ากัน…

ยง ฮวาเปลี่ยนเป็นหายใจติดขัดเมื่อเด็กหนุ่มค่อยๆก้าวถอยหลังไปพาให้เขาต้อง ก้าวตามไปด้วยและเมื่อองศาสายตาตกที่โซฟาสีแดงที่เขาซื้อมาเองกับมือก็ถึง กับหยุดหายใจไปอีกชั่วขณะหนึ่ง…

นี่เขาคงต้องเลยตามเลยสินะ

เด็ก หนุ่มค่อยๆเอนตัวลงไปนอนพลางขยับท่าทางเพื่อให้พอดีกับโซฟาก่อนจะดึงชาย เสื้อเขาให้โน้มตามลงไป… ยงฮวากลืนน้ำลายคงคออุณหภูมิเย็นช่ำจากเครื่องปรับอากาศถูกทำลายลงหมดสิ้น เวลานี้ร่างกายเขาร้อนและร้อนอย่างไม่น่าให้อภัยที่สุด ก็เล่นมีคนมานอนทอดกายให้แบบนี้ ครั้นจะไม่หวั่นไหวไปตามแรงอารมณ์ ก็คงต้องปลงผมบวชให้รู้แล้วรู้รอดไปเสีย

“ไม่” แต่สำนึกสุดท้ายฉุดให้เขาผละตัวขึ้น บ้าไปแล้วจู่ๆจะทำอย่างว่ากับคนไม่รู้จักไม่รู้หัวนอนปลายเท้า ไม่เคยพบหน้าค่าตากันมาก่อนแบบนี้… ที่สำคัญยังเป็นผู้ชายอีกถ้าทำก็บ้าสุดโต่งแล้วล่ะ แม้เขาจะไม่ใช่คนดีเด่อะไรหนักหนาเรียกได้ว่าเจ้าชู้เข้าขั้นก็จริงแต่หาก ไม่รู้แม้กระทั่งชื่อแซ่แบบนี้ให้นอนด้วยเขาคงทำไม่ได้หรอก ยงฮวาท้าวแขนยันตัวเองลุกขึ้นทว่าคนข้างใต้ก็รั้งเขาไว้…

“ใครๆก็ได้รับของขวัญในวันเกิดกันทั้งนั้น ไม่ใช่เรื่องผิดอะไรนี่ฮะ”

“………” ใบหน้าคนท้วงติงลอยเด่นอยู่ท่ามกลางไฟสีสลัวเพราะเมื่อครู่เขาเตรียมจะเข้า นอนแล้วจึงปิดไฟเกือบหมดทุกดวงยกเว้นเสียแต่ไฟในห้องนอนกับในห้องครัวจึงทำ ให้บริเวณรอบตัวเขากับเด็กหนุ่มไม่สว่างเท่าที่ควรนัก

ต่างคน ต่างสบตากันตรงๆ ก่อนที่ยงฮวาจะฉวยหลับตาลงเพื่อครุ่นคิดนี่เดวิลร้ายกำลังขับกล่อมจิตใจเขา ให้ทำตามสำนึกโดยการส่งแองเจิ้ลหน้าตาน่ารักน่าฟัดแบบนี้มาทำให้เขาตบะแตก สินะ

เขาจมอยู่กับความคิดตัวเองนิ่งนานกระทั่งคนที่นอนอยู่จะสอด แขนสองข้างมากอดเอวเขาไว้และดึงให้โน้มลงไปทาบลำตัวบนร่างกายผอมบางนั้นอีก ครั้ง ผิวกายและกลิ่นกรุ่นหอมจางๆจากเส้นผมสีดำนิ่มคล้ายกับขนแมวซุกอยู่ตรงซอกคอ เขาชวนให้อุณหภูมิในตัวเขาราวกับไข้ขึ้นสูงในฉับพลัน …มันร้อนไปทั่ว ร้อนจนแทบจะลามเลียหัวใจที่กำลังสับสนของเขาให้ละลายในชั่วพริบตา

และ ทันใดนั้นเองที่ฝ่ามือบางล้วงเข้ามาใต้เสื้อนอนของเขาอย่างช่วยหาคำตอบที่ ถูกที่สุดให้… นัยน์ตาคมโผลงเปิดขึ้นและหลุบมองคนเย้ายวน ใช่แล้วล่ะ ร่างบางไม่ได้ยั่วยวนเขาแต่อย่างใดเพราะนั้นไม่ใช่วิสัยของผู้ชายที่จะกระทำ กันแต่เวลานี้ร่างกายของเด็กหนุ่มกำลังเย้ายวนเขาอยู่ต่างหาก จังหวะเดียวกับอีกคนช้อนหน้าขึ้นสบและนี่เองที่เป็นการทำให้เส้นด้ายสุดท้าย แห่งสำนึกที่ถูกที่ควรต้องขาดสะบั้นลง

ริมฝีปากทาบลงบนกลีบปากสี สวย ปลายลิ้นชื้นส่งผ่านเข้าไปหาความหอมหวาน หยอกเอินกันอย่างอ้อยอิ่ง เคอะเขินจากสัมผัสแรกระหว่างกัน จนจุมพิตแผ่วเบาแปรเปลี่ยนเป็นเร่าร้อนและรุนแรงมากขึ้น วินาทีนั้นยงฮวาหมดสิ้นซึ่งสติสัมปะชัญญะที่จะควบคุมตัวเองได้อีกต่อไปเมื่อ ตระหนักและสำเหนียกได้เพียงคำๆเดียวที่กึกก้องภายในหัวใจว่าเขาต้องการคนใน อ้อมกอดและอยากให้คนในอ้อมกอดเป็นของเขาตลอดข้ามคืนนี้

และอีกหนึ่งความคิดที่เขาสั่งตัวเองให้ต้องระมัดระวัง
คืออย่าตะกรุมตะกรามเชียว ไม่เช่นนั้นของขวัญที่เขาต้องแกะคืนนี้
จะช้ำหรือเป็นรอยมากจนเกินไปหลังจากแกะของขวัญกันเสร็จ

.
.
.
.
.

==#==#==# One Night to My Precious One #==#==#==

“วู้ๆๆ มาแล้วเว้ย เจ้ามือใหญ่ของพวกเรา” ยังไม่ทันที่ยงฮวาจะก้าวถึงโต๊ะประจำใต้ต้นไม้หน้าคณะเสียงโหวกเหวกน่าปวดหู ของบรรดาเพื่อนในกลุ่มก็ร้องต้อนรับมาแต่ไกล อีจุนที่ส่งเสียงเป็นเจ๊กตื่นไฟโบกไม้โบกมือพร้อมกับยิ้มกวนโดยมีเจ้าฮงกิ อดีตชายหนุ่มหุ่นงามและจินอุนที่ตัวโตเกินหน้าเกินตาเพื่อนฝูงเตรียมเขยิบ ที่ให้นั่ง

“แหกปากอยู่ได้ไอ้อีจุน ไม่อายคนอื่นบ้างหรือไงว่ะ?” ยงฮวานั่งลงข้างคนเสียงดังทันทีที่เดินถึงโต๊ะ เขาวางหนังสือที่ต้องเรียนทั้งหมดวันนี้ลงแต่ก็ดันๆมันออกให้พ้นมือเสีย

“อ้าว!ก็วันนี้วันเกิดแก แกก็ต้องพาพวกฉันไปเลี้ยงสิ”

“เวร!เพื่อนกินกันทั้งนั้น น่าปลื้มใจจริงๆ”

“ฮ่าๆ จะหาเพื่อนตายไปหาเอาที่อื่นเว้ยไอ้ย้ง ว่าแต่เป็นอะไรว่ะ หน้าบูดเป็นตูดลิงแคะเชียว”

“ลิงเฉยๆไม่ต้องลิงแคะได้มั้ย เดี๋ยว แม่ง ถีบตกเก้าอี้เลย!”

“เอ่อๆ ไม่แคะก็ได้ว่าแต่เป็นอะไรว่ะ ทำหน้าเหมือนโดนฟันแล้วทิ้งมาอย่างงั้นแหละ”

“โดนฟันแล้วทิ้ง?? นายรู้ได้ไงว่ะ?” ยงฮวาหันไปถามหน้าเหรอ แม้อีจุนจะถามแหย่เขาเล่นๆแต่ก็ช่างจี้ใจดำจองยงฮวาคนนี้เข้าอย่างจัง

“อำพวกฉันเหรอไอ้ย้ง คนอย่างแกไม่มีทางโดนแบบนั้นหรอกมีแต่แกไปฟันแล้วทิ้งเขาสิไม่ว่า”

“เอ่อ ไม่เชื่อก็ตามใจแต่ฉันเพิ่งโดนฟันแล้วถูกทิ้งมาจริงๆเว้ย” ชายหนุ่มยอมรับตรงๆเล่นเอาเพื่อนทั้งสามคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ใครกันจะเชื่อว่าจองยงฮวาหนุ่มฮอตแห่งคณะสถาปัตย์จะโดนฟันแล้วถูกเฉดหัวทิ้ง มาแบบนี้ ร้อยไม่เชื่อ พันก็ไม่อยากเชื่อจริงๆ

“เล่ามาเลยไอ้ย้ง แกไปก่อเรื่องอะไรมา?” คราวนี้เป็นจินอุนที่ตั้งคำถามเป็นการเป็นงานขึ้น เพราะจากสีหน้าของเพื่อนดูกลัดกลุ้มกว่าทุกๆวัน ยงฮวาถอนหายใจเฮือกดังมองหน้าเพื่อนชั่งใจ… สุดท้ายก็ยอมเล่า

“เมื่อคืนมีคนมาเคาะห้องฉัน ถือเค้กมาให้ฉันเป่าแล้วก็บอกว่าเป็นของขวัญวันเกิดสำหรับฉัน”

“ตลกแล้วแก” ฮงกิที่เงียบมาตั้งแต่ต้นสวนขึ้นอย่างไม่อยากเชื่อตามแต่ยงฮวาก็พยักหน้าหงึกๆย้ำว่าเจ้าตัวไม่ได้โกหก

“ฉัน ไม่ได้ตลกนะเว้ย ตอนแรกฉันนึกว่าพวกแกส่งใครไปอำฉันซะอีก ง้างปากเจ้าเด็กนั่นอยู่ตั้งนานก็ไม่ยอมบอกว่าเป็นใครมาจากไหนเอาแต่เร่งๆ ให้ฉันแกะของขวัญ”

“แกะของขวัญ?” คราวนี้ทั้งสามหนุ่มประสานเสียงกันโดยไม่ได้นัดหมาย ที่ฟังมาแต่เริ่มแรกก็เริ่มประติดประต่อเรื่องได้หรอกแต่คำว่าแกะของขวัญนี่ สิ…

“ก็ ก็ทำอย่างว่านั่นแหละ”

“สวยมั้ยว่ะ?” อีจุนยื่นหน้าเข้าไปถามอย่างคาใจ ฟังแค่นี้ก็อิจฉาขึ้นมาตะหงิดๆแล้ว ยงฮวาเงียบไปครู่นึงเขากำลังทบทวนความทรงจำเกี่ยวกับเด็กหนุ่มคนเมื่อคืน จนแล้วจนรอดเขาก็ตอบเพื่อนไปตามที่เขาคิด

“หน้าตาน่ารัก ผิวขาวโคตร ตัวบางจนมือสองข้างฉันกุมเอวเขาได้แถมเสียงตอนทำอย่างว่าหวานหูสุดๆ เกือบสวยว่ะ”

“เห้ย!ที่ นายพูดมาเรียกว่าสวยแล้วนะเว้ย” หนุ่มหน้ายาวอีจุนเกาหัวแกร๊ก คิดว่าเพื่อนหน้าหล่ออย่างยงฮวากำลังกวนประสาทกันก็แค่อยากรู้ว่าผู้หญิงที่ เพื่อนเขานอนด้วยเมื่อคืนสวยหรือไม่สวยแต่ดูมันตอบมาสิ… ที่บรรยายสรรพคุณมาแทบจะเป็นนางงามเกาหลีได้แล้วด้วยซ้ำ พอเห็นว่าเพื่อนทั้งสามหน่อคิ้วแทบจะกระโดดข้ามมาผูกกันเพราะคำตอบไม่ เคลียร์ของเขา ยงฮวาจึงถอนใจดังอึกเฮือกใหญ่ก่อนจะตอบตามจริง

“ที่ว่าเกือบสวยเพราะมันใช้คำนี้ไม่ได้ เขาไม่ใช่ผู้หญิงเว้ย”

“ไอ้ ย้งงงงงงงงงงงงงงงงงงง” ทั้งโต๊ะถึงกับแตกตื่นเพิ่งจะเก็ทว่าเมื่อคืนเพื่อนตัวเองไปนอนกับผู้ชายมา ยงฮวากุมขมับอยากเอาหัวโขกกับหนังสือให้ความรู้มันซึมเข้าโดยไม่ต้องนั่ง ท่องนั่งอ่านเสียจริงๆแม้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่เขานอนกับผู้ชายด้วยกันแต่ก็ บอกตามตรงว่าไม่ใช่รสนิยมเขาสักเท่าไร

“แล้วหมอนั่นเป็นใครว่ะ?” จินอุนที่เริ่มตั้งสติได้ก่อนถามต่อ

“ถ้ารู้ฉันจะมานั่งเครียดแบบนี้มั้ยเล่า ตื่นเช้ามาก็หายไปแล้วนี่ฉันยังนึกว่าฝันไปด้วยซ้ำ”

“อ้าว!นี่ อย่าบอกว่าแกติดใจ?” ที่ถามแบบนี้เพราะรู้จักเพื่อนตัวเองดีว่าไม่ค่อยใช้คู่นอนซ้ำๆหากคืนเดียว จบได้ถือเป็นสิ่งที่จองยงฮวาโปรนปรานขั้นเทพแต่ไฉนเพื่อนเขาถึงมานั่งกลุ้ม อกกลุ้มใจราวกับแบกโลกทั้งใบไว้กับแค่… คู่นอนที่โผล่มาพร้อมเค้กวันเกิดหายตัวไปในรุ่งเช้าของอีกวัน

“ไม่รู้ว่ะ”

“ไอ้ย้งงงงงงงงงงงงงงงงงงง”

.
.
.
.
.

==#==#==# One Night to My Precious One #==#==#==

 

จองยงฮวาเดินเตร่ไปมาในมหาวิทยาลัย หลังจากเพื่อนสามหน่อขึ้นเรียนไปกันจนหมด วันนี้เขาขอโดดหนี่งวันเพราะไม่มีอารมณ์และไม่มีแก่ใจจะร่ำเรียนจริงๆ ในหัวของเขาตอนนี้มีแต่เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวิ่งชนกันไปมาจนแทบระเบิด เป็นเสี่ยงๆ

สีหน้าและแววตาตื่นตระหนกของอีจุน ฮงกิและจินอุนก็รกหัวเขาไม่แพ้กัน เจ้าพวกนั้นคงตกใจไม่น้อยกับเรื่องเล่าเช้านี้ที่น่าระทึกเท่าโลกของเขา อย่าว่าแต่เจ้าพวกนั้นตกใจเลย ณ จุดนี้เขาเองก็ทั้งตกใจและแปลกใจไม่ได้น้อยไปกว่าเจ้าพวกนั้นสักเท่าไร

ร้อยวันพันปีจองยงฮวาเคยเก็บเรื่องใครมาคิดเกินเข็มนาฬิกาวนครบรอบเสียที่ไหน
ยิ่งคนที่พบเพียงพานและเจอเพื่อหลับนอนด้วยแล้ว… ลืมตาตื่นมาก็นับเป็นศูนย์หมด
แต่กับคนนี้… กลับทำให้ทฤษฎีของเขารวนและพังลงไม่เป็นท่าทีเดียว

หรือพระเจ้ากำลังดัดนิสัยเขาในวันเกิดปีนี้กันนะ?

ชาย หนุ่มเดินๆหยุดๆแต่ก็คิดไม่ตกสุดท้ายก็ตัดสินใจจะกลับคอนโดแต่ทว่าสายตาดัน เหลือบเห็นป้ายชื่อคณะตรงหน้า ‘คณะดนตรี’ ยงฮวาระบายยิ้มให้ตัวเองทันทีที่อ่านจบ ความคิดที่จะกลับไปนอนจมเรื่องปวดหัวหยุดลงเมื่อใบหน้าสาวสวยของหนึ่งใน บรรดากิ๊กของเขาผุดขึ้นมา

แวะเข้าไปหามิยอนแล้วค่อยกลับดีกว่า…

ยง ฮวาก้าวเร็วๆเข้าไปใต้คณะดนตรีที่เจ้าตัวไม่คุ้นเคยเพราะช่วงที่เทียวมารับ มาส่งมิยอนบ่อยๆก็มักจะยืนรออยู่ด้านหน้าเสียมากกว่า นี่จึงเป็นครั้งแรกที่เขาจะเหยียบย่างเข้าไปในคณะเรียนของคนอื่น

เสียง เอะเอะโวยวายจากนักศึกษากลุ่มใหญ่ที่รวมตัวกันเขียนป้ายอะไรสักอย่างเขาเอง ก็เห็นไม่ชัด ทางคณะหรือทางเอกคงจัดงานอะไรสักอย่าง… เพื่อไม่เป็นการรบกวนเจ้าถิ่นชายหนุ่มเลือกจะเดินเลี่ยงๆไปทางข้างตึกเพื่อ จะขึ้นบันไดแต่กลับเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้เขาคล้ายกับถูกตรึงไว้กับที่

“ยกไหวหรือเปล่าจงฮยอน มานี่มาฉันช่วย”

“ไม่เป็นไร นายรีบๆลงสีป้ายนั่นให้เสร็จเถอะ”

“ความจริงให้พวกเด็กสถาปัตย์ช่วยเขียนให้ก็เสร็จไปแล้ว นายไม่น่าเรื่องมากเลย”

“หยุดบ่นได้แล้วน่ามินฮยอก นายไม่ทำฉันทำเองก็ได้ วางไว้นั่นแหละ”

“เอ่อๆ ทำก็ได้”

ยง ฮวาพาตัวเองไปหลบอยู่หลังเสาอย่างช่วยไม่ได้ เสียงเถียงกันไปมาของผู้ชายเจ้าของคณะสองคนไม่ได้เข้าโสตหูเขาเท่าไรแต่ภาพ ของคนที่หอบกระดาษปอนด์หลากสีมาเต็มอ้อมแขนที่เดินลงบันไดมาต่างหากที่ทำให้ เขาจ้องไม่วางตา

ไม่ได้ตาฝาด ไม่ได้จำผิดและไม่ผิดคนแน่ๆ
เพราะเห็นเพียงระยะไกลแบบนี้ใจเขายังเต้นแทบไม่เป็นส่ำ
ความหวานจากรสจูบที่ติดปลายลิ้นมาตั้งแต่เมื่อคืน…
ยิ่งนึกถึงความว้าวุ่นใจ ความวุ่นวายใจที่เล่นงานเขามาทั้งวัน
ก็พลันหายวับไปจนหมด…

สุดท้ายเดวิลร้ายก็พาเขาให้มากับเจอแองเจิ้ล
ที่ทำเขาเกือบคลั่งใจตายจนได้

“อ่ะ จงฮยอนขอบใจมากนะแบตใกล้หมดแล้ว เมื่อคืนไม่ได้ชาร์ตไว้หรือไง?”

“ยืมมือถือคนอื่นใช้ยังมาบ่นอีกนะจองชิน นิสัย!”

เขา จับจ้องบุคคลที่หน้าพิมพ์เดียวกับคนที่ทำให้วินาทีแรกของวันเกิดเขาในปีนี้ ถูกทำให้เซอร์ไพส์สุดๆอยู่เงียบๆ… เพื่อนร่วมคณะตัวสูงอีกคนโผล่มาจากไหนไม่รู้ส่งมือถือคืนให้เจ้าตัวพร้อมคำ ถามคล้ายจับผิดหรือค่อนขอดกันแน่ก็ไม่อาจเดาได้

ยงฮวาเห็นเด็ก หนุ่มร่างบางที่ผิวขาวจัดจนตัดกับเสื้อยืดสีชมพูที่เจ้าตัวใส่อยู่เก็บมือ ถือไว้ทางกระเป๋าหลังของกางเกงยีนส์แล้วถึงกับแอบดีดนิ้วอย่างดีใจ มือถือ!เบอร์โทร!

เขารีบหยิบการ์ดสีขาวที่เด็กหนุ่มคนเมื่อคืน ชูให้อ่านหน้าห้องแล้ววางทิ้งไว้ให้ที่หัวเตียง เกือบโยนลงถังขยะไปแล้วแต่ไม่รู้อะไรดลใจให้เขาเก็บลงกระเป๋าสตางค์และนำมัน ติดตัวมาด้วยในวันนี้ ยงฮวากดหมายเลขตามที่ปรากฏบนการ์ดสีขาวนั่นๆแม้โอกาสที่จะเป็นเบอร์จริงจะ เท่ากับศูนย์หรือติดลบแต่ลองดูก็ไม่เสียหาย

‘Rrrrrrrrrrrrr’

บิ งโก! เสียงริงโทนดังขึ้นจากกระเป๋ากางเกงยีนส์คนที่เพิ่งเก็บมันลง เจ้าของมือถือล้วงมันขึ้นมาดูก่อนจะเปลี่ยนสีหน้า… คิ้วเส้นบางขมวดเข้าหากันจนเป็นโบว์ในนาทีต่อมา

“ทำไมไม่รับจง ฮยอน หนวกหูคนอื่นเขา” คนที่ชื่อจองชินตวัดหน้ามาพร้อมทำแก้มพองลมอย่างขัดใจ ยิ่งเห็นเพื่อนตัวเองยืนจ้องหน้าจอโทรศัพท์นิ่งก็ยิ่งขัดใจหนักขึ้น

“พี่ยงฮวาโทรมาหรือไงถึงไม่กล้ารับน่ะ?”

“อืม…”

คำ ตอบเดียวเท่านั้นทำให้บรรยากาศวุ่นวายละแวกนั้นหยุดลง ทั้งจองชินและมินฮยอกถลาเข้ามาหาเพื่อน มุ่งดูชื่อของสายที่โทรเข้ามา… ทั้งสามคนเงียบราวกับคนใบ้กินได้แต่มองตากันปริบๆ

“ไหนนายว่าพี่เขาไม่มีทางโทรมาแน่ๆไงจงฮยอน?”

“นั่นสิ หรือว่าพี่เขาจะโกรธที่นายทำแบบนั้น?”

“ไม่ รู้สิ ช่างเหอะ…” สิ้นคำบอกปัด จงฮยอนฉวยตัดสายทิ้ง มือบางกำโทรศัพท์แน่น… ไม่รู้ว่าการที่พี่ยงฮวาโทรมาต้องการอะไรแต่ก็พอจะเดาออกว่า… คงไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร

‘Rrrrrrrrrrrrr’

เสียง มือถือดังขึ้นเป็นครั้งที่สองจงฮยอนก็กดตัดสายทิ้งอีกและพอมันดังขึ้นเป็น ครั้งที่สามวัตถุสื่อสารเครื่องนั้นก็ถูกปิดเครื่องในทันที ดวงตาเศร้าหลุบหนีสายตาเพื่อนทั้งสองคนรู้ว่ามินฮยอกกับจองชินตั้งคำถามขึ้น ในใจมากมายแต่คงไม่กล้าถามเป็นคำพูดออกมา…

แต่ก็ดีแล้ว
เพราะเขาเองก็คงตอบไม่ถูก

“ใจร้ายเกินไปแล้วนะ ให้เบอร์ไว้แต่ตัดสายทิ้งแบบนี้คนที่โทรมาเขาเสียใจนะ รู้มั้ย?”

“พี่ ยงฮวา??” ทั้งจงฮยอน มินฮยอกและจองชินสะดุ้งโหย่งพร้อมกันเมื่อหันมาตามเสียงตัดพ้อนั้นแล้วพบว่า เป็นคนที่พวกเขาเอ่ยพาดพิงถึงไปก่อนหน้านี้ รุ่นพี่ต่างคณะค่อยๆปรากฏตัวออกมาจากมุมเสา สองเท้าก้าวเข้ามาช้าๆพร้อมถือวิสาสะดึงมือถือในมือจงฮยอนไป เขาจัดการเปิดเครื่องแล้วกดดูว่าเจ้าของมือถือเมมชื่อเขาไว้เช่นไร

‘พี่ย้ง’

ยง ฮวาเลิกคิ้วมอง นึกไม่ถึงว่าเด็กหนุ่มจะเมมชื่อเขาด้วยสรรพนามสนิทชิดเชื้อกันขนาดนี้ แสดงว่าอีกคนรู้จักเขาแต่กลับเป็นเขาคนเดียวที่ไม่รู้จักอีกคนเลยแม้แต่นิด ยงฮวาคืนมือถือให้เจ้าของพร้อมก้าวเข้าไปจนใบหน้าห่างกันเพียงคืบ… ไม่ได้ต้อนให้อีกคนจนมุมแต่ต้องการให้ผู้ต้องหาที่หนีคดีมาเมื่อเช้ายอมมอบ ตัวเสียดีๆก็เท่านั้น

“พร้อมจะตอบคำถามพี่หรือยังจงฮยอน?” ยงฮวาเรียกชื่ออีกคนตามที่มินฮยอกกับจองชินเรียก

“ผมไม่มีอะไรจะตอบ”

“ทำตัวน่ารักให้เหมือนคนเมื่อคืนหน่อยสิ?”

“พี่ยงฮวา!”

“หือม์ ว่าไง?”

“……….” จงฮยอนหลุบตามองพื้นอีกครั้งเพราะพูดอะไรไม่ออก มันราวกับน้ำท่วมคอหรือก้อนแข็งๆสักอย่างแล่นมาจุกอยู่ที่อก แม้ว่ามินฮยอกกับจองชินจะรู้ว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นแต่ก็ไม่ละเอียดหรือรู้ ตื้นลึกหนาบางอะไรมากแล้วการที่พี่ยงฮวาเอามาเอ่ยอ้างหรือถามกระเซ้าต่อหน้า แบบนี้… ก็ไม่ใช่เรื่องดีสักเท่าไร

“พี่คงเข้าใจอะไรผิดมั้งฮะ?”

“เรื่องเข้าใจผิดๆอาจใช่แต่พี่ว่าพี่จำคนไม่ผิดแน่ๆหรือจะให้พี่ยืนยัน”

“เอ๊ะ!?”

“ไอ้ นี่คงช่วยรื้อความจำ… ของเราสองคนได้นะ” ยงฮวาล้วงเอาเจ้าริบบิ้นสีแดงที่เป็นคนแกะมันเองกับมือออกมาจากกระเป๋า กางเกงยีนส์ ทำให้จงฮยอนถึงกับเกิดอาการลนลาน ผิวแก้มสองข้างเรื่อแดงอย่างช่วยไม่ได้ ร่างบางรีบคว้ามันมาก่อนจะลากตัวรุ่นพี่ต่างคณะออกไปจากบริเวณนั้นโดยเร็ว เสียงมินฮยอกกับจองชินร้องถามไล่หลังกันมาอย่างเซ็งแซ่ลำพังแค่ห้ามจงฮยอน ไม่ให้ทำเรื่องเมื่อคืนไม่ได้ยังไม่ห่วงเท่ากับที่หายไปกับพี่ยงฮวาต่อหน้า ต่อตาแบบนี้เลยด้วยซ้ำ

“จะลากพี่ไปไหน?”

“ก็พี่อยากคุยไม่ใช่เหรอฮะ ผมจะหาที่ที่เราจะคุยกันได้สะดวกๆไง”

“จงฮยอน…”

“……….”

“เมื่อ คืนทำแบบนั้นทำไม?” สองเท้าคนนำทางชะงักกึก คำถามของพี่ยงฮวาจี้หัวใจเข้าอย่างจัง จะตอบอย่างไรให้ตัวเองไม่ถูกมองว่าง่ายดีล่ะทีนี่…

“แอบ ชอบพี่เหรอ?” ยงฮวาหมุนตัวคนที่เอาแต่ปิดปากเงียบให้หันมามองกัน เขาถามตรงเกินไปเขารู้แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาไม่อยากปล่อยให้เวลาระหว่าง เขากับใครสักคนผ่านไปอย่างไร้ความหมายและเขาแอบใจเต้นเล็กน้อยที่ได้เห็นใบ หน้าของจงฮยอนชัดๆ

น่ารักกว่าที่จำได้ซะอีก…

“ขอโทษฮะ”

“ขอโทษเรื่องอะไร หือม์?”

“ที่ ผมแอบชอบพี่” ร่างบางตอบเสียงเศร้าแต่ก็ยอมช้อนตาสบกับรุ่นพี่ ถูกเปิดเผยออกไปจนได้ความรู้สึกที่เก็บซ่อนมาสองปีเต็ม ก้าวแรกที่เขาเหยียบย่างเข้ามาเป็นนิสิตที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ก็นับเป็นก้าว แรกด้วยที่หัวใจของเขาได้แอบมอบคำว่ารักให้รุ่นพี่ตรงหน้าที่บังเอิญเดินสวน กันเวลาที่อีกคนเทียวมารับมาส่งบรรดาสาวๆในสต๊อก

“ไม่รู้หรือไงว่าพี่ไม่คบใครจริงจัง?”

“รู้สิฮะแต่ผมก็ไม่ได้คิดจริงจังอะไรมากอยู่แล้ว พี่ไม่ต้องกังวลไปหรอก”

“อย่างนั้นเหรอ งั้นเมื่อคืนนายก็ไม่ได้จริงจังสินะ?”

“ฮ่าๆ ผมไม่ได้ทำกับพี่คนแรกซะหน่อย ไม่ต้องคิดมากหรอก ผมมีเรียน ขอตัวก่อนนะฮะ” ร่างบางแสร้งหัวเราะ ก้มหน้าลงซ่อนน้ำร้อนๆที่คลอขอบตาสองข้าง รู้อยู่แก่ใจว่าพี่ยงฮวาไม่มีวันรักใครจริง กิตติศัพท์ที่ลื่อกันมาปากต่อปากหรือที่เขาเห็นมากับตาบ่อยครั้งเรื่องรัก ง่ายหน่ายเร็วแต่การที่เขาเพียงแอบปลื้ม แอบชอบก็ไม่น่าใช่ปัญหาใหญ่อะไร จงฮยอนพยายามกันตัวเองออกมาจากความผิดหวังที่รุ่นพี่ยงฮวามอบให้กับคนมาก หน้าหลายตามาตลอดแต่สุดท้ายเพียงข้ามคืนเดียว… เขากลับวิ่งเข้าไปหาความผิดหวังนั่นเอง แล้วทีนี่ใครจะช่วยได้ล่ะ… ในเมื่อพาตัวเองไปเจ็บเองแท้ๆ

สู้อุตส่าห์ทำทุกอย่าง ทั้งแอบไปค้นประวัติพี่ยงฮวาที่ห้องทะเบียน
สืบหาที่อยู่ สือหาเบอร์โทรศัพท์… จนได้มาแล้วก็สัญญากับตัวเอง
ว่าต้องการมีไว้ให้สุขหัวใจเงียบๆเท่านั้นแต่อะไรกันที่ดลใจ
ให้ทำเรื่องน่าอับอายไปเมื่อคืน… ร่างบางเองก็ยังไม่รู้เหมือนกัน

และคิดว่าความหวังคงเป็นศูนย์ที่พี่ยงฮวาจะโทรมาหาด้วยซ้ำ

“แต่ เท่าที่พี่จำได้เมื่อคืนนายไม่เหมือนคนเคยชินกับเรื่องแบบนั้นสักหน่อย ครั้งแรกและคนแรกของนายคือพี่ไม่ใช่เหรอ?” ยงฮวาคว้าข้อมือคนที่เอาเรื่องเรียนมาอ้างเพื่อจะหนีหน้ากันเข้ามา เมื่อคืนจงฮยอนอาจปั่นหัวเขาให้เกือบหลงเชื่อได้ว่าเป็นบริการรักข้ามคืน บ้าๆอะไรเถือกนั้นแต่สิ่งที่อีกคนบอกว่าทำเรื่องแบบนี้บ่อยๆอย่าว่าแต่ให้ ร้อยไม่เชื่อ พันไม่เชื่อเลยต่อให้เป็นแสนเป็นล้านเขาก็ไม่มีทางเชื่อ

ร่างกายที่หอบกระเซ่าและบิดเร้าไปมาภายใต้การชักนำของเขา
ประท้วงและแข็งขืนอยู่บ่อยครั้งกับสัมผัสที่ถูกรุกรานและถูกรุกเร้า
และการตอบสนองอย่างเก้ๆกังๆไม่ต่างจากคนไม่ประสีประสานั่น
มีหรือที่เขาจะไม่รู้… ว่าของขวัญชิ้นเมื่อคืน จองยงฮวาคนนี้ได้แกะมันเป็นคนแรก

“พี่ จะพูดมันเพื่ออะไรยังไงมันก็ไม่สำคัญกับพี่อยู่แล้วนี่ฮะ ปล่อยผมดีกว่าแล้วผมรับปากว่าจะไม่มากวนใจพี่อีก อุ๊บ!” ถ้อยคำตัดพ้อเงียบหายไปเมื่อริมฝีปากหนากดจูบลงมา ยงฮวาไม่ได้ต้องการให้ร่างบางรับปากเรื่องบ้าบอนี่แม้แต่นิดแต่เจ้าตัวก็คิด เองเออเองไปแล้ว เห็นทีว่าทำแบบนี้คงปิดปากและส่งคืนคำพูดไม่น่าฟังเหล่านั้นกลับให้เจ้าตัว ไปได้

จุมพิตสั้นๆแต่แฝงความร้อนผ่าว พาลให้ริมฝีปากสั่นระริกแม้กระทั่งมันถูกถอนออก

“พูดแบบนี้จะหลอกฟันแล้วทิ้งพี่ไปหรือไง หือม์? พี่ไม่ยอมนะ”

“เอ๊ะ?”

“เอา เหอะ เอาเป็นว่านายเป็นของขวัญที่พี่แกะเองกับมือเมื่อคืนพี่ไม่ให้ใครแล้ว โอเคมั้ย?” ถ้าร่างบางกล้าสารภาพรักกับเขาและยอมลงทุนอุปโลกน์ตัวเองเป็นของขวัญจาก เซอร์วิสบ้าบออะไรนั่นเขาก็คงไม่โง่พอจะส่งต่อของขวัญชิ้นนี้ให้ใครหรอก

“จะกลับไปทำงานที่คณะต่อหรือเปล่าหรือจะไปห้องพี่เลย?”

“พี่ถามความเห็นผมบ้างมั้ย ว่าที่พี่ตู่เองทั้งหมดผมโอเคหรือเปล่า?”

“อ้าว แล้วทีนายรวบหัวรวบหางพี่เมื่อคืนล่ะ นายถามความเห็นพี่สักคำมั้ย?”

“ผมไม่พูดกับพี่แล้ว!”

จง ฮยอนดึงมือตัวเองกลับมาพร้อมเขม่นตาใส่เจ้าของคำพูดน่าเกลียดนั่น หมุนตัวจะเดินกลับคณะเพราะขืนพูดกันต่อคงได้อายจนต้องแทรกแผ่นดินหนีแน่ๆ แต่พี่ยงฮวายังไม่วายตามมาคว้าข้อมือเขาไปอีกครั้ง… ก่อนจะค่อยๆบรรจงผูกเจ้าริบบิ้นสีแดงเส้นที่แกะมาจากกระดุมเสื้อเม็ดบนของ เขาที่นิ้วนางข้างขวา

นัยน์ตาคมจ้องผ่านเข้ามาในดวงตาคู่สวย คลี่ยิ้มเบาๆ…

“เดี๋ยว คนอื่นเขาไม่รู้ว่าของขวัญชิ้นนี้มีเจ้าของแล้ว อีกอย่างของขวัญชิ้นนี้มันน่าแกะมากไม่ทำให้รู้ว่ามีคนเคยแกะแล้วเดี๋ยวจะ ยุ่งเอา”

“ผมไม่พูดกับพี่แล้วจริงๆ” จงฮยอนถลึงตาใส่รุ่นพี่เจ้าเล่ห์ ชักมือกลับแต่อีกคนก็ยังรั้งไว้เหมือนเดิม

“ไม่เป็นไร ไม่พูดก็ได้ไว้ให้พี่แกะของขวัญคืนนี้อีกรอบนะ”

“พี่ยงฮวาจะหยุดได้ยังฮะ น่าเกลียดจริง”

“ไม่เอา ไม่เรียกพี่ยงฮวา เรียกพี่ย้งสิ”

“……….”

“เร็วสิ งั้นพี่ไม่ปล่อยนะ”

“ไว้ค่อยเรียกคืนนี้ได้มั้ยฮะ?”

“ถ้างั้นโอเคเลย เวลานั้นแหละเหมาะจะเรียกพี่ย้งที่สุด”

EnD

==#==#==# One Night to My Precious One #==#==#==

Behind the sence

“นั่นเหรอว่ะ ของขวัญไอ้ย้งเมื่อคืน โคตรเจ๋งเลย”
“ที่มันบรรยายมาถูกทุกข้อเลยว่ะ แม่ง อิจฉามันโคตร”
“เมื่อไรจะถึงวันเกิดฉันว่ะ ขอแบบนี้บ้าง อะไรบ้างเหอะ พรีสสสส”

“เราคงไม่ต้องเข้าไปช่วยแล้ว เรียบร้อยรร.พี่ยงฮวาไปแล้วล่ะ”
“นั่นสิ แถมไม่แคร์สื่อกันบ้างเลย โอ้ย ฉันล่ะอับอายแทนจริงๆให้ตายเหอะ”

The EnD

==#==#==# One Night to My Precious One #==#==#==

AuThur Talk: สุขสันต์วันเกิดพี่ใหญ่แห่งซีบึลย้อนหลัง(ไปหลายวันมากๆ==”) ในที่สุดก็เข็นมาลงจนได้ฟิควันเกิดคุณย้ง ที่ลงช้าไม่ใช่อะไรจริงๆแต่งแป่ปเดียวเสร็จเพราะครึ่งเรื่องแรกแต่งประมาณ ยี่สิบนาทีแล้วไปดูบอลแล้วก็ลืมแต่งต่อO_o มาสำนึกได้อีกทีก็จะเหยียบเข้าวันเกิดคังกุนซะแล้ว เลยมานั่งแต่งต่ออีกครึ่งเรื่องหลังเมื่อคืนก่อนไม่ถึงชม.ดีก็เสร็จแต่ๆๆ แต่ที่ไม่ได้ลงเพราะคิดชื่อเรื่องไม่ออก ฮ่าๆ

เจอกันอีกทีวันเกิดคังกุน เขียนฟิคมินฮยอนไว้นะค่ะ
หากใครอยากอ่านก็รอและทางที่ดีบวกความล่าช้าไปพอๆกับวันเกิดคุณย้งก็ดี หึหึ

ส่วนรักต้องโทษยังดิทเม้นท์กันไม่ครบเลย
คนแต่งรอได้ไม่ว่ากัน (หาข้ออ้างไปเรื่อย หึหึ)

ปล.ตรงบีฮายเดากันเองน่ะว่าใครพูดประโยคไหนบ้างเพราะขี้เกียจเข้าขั้น กร๊ากกกกกกก
ลป.อุตส่าห์คุยกันตั้งยืดยาวสุดท้ายคุณน้องก็ตั้งชื่อเรื่องให้คุณพี่ไม่ได้ ชริๆๆๆ โป้งแล้วเจ้าเนม!!

ลลปป.พี่สาวขอยืมเดวิลกับแองเจิ้ลมาใช้นะจ๊ะน้องซี^^

และก่อนจาก ขออภัยสำหรับรูปฟิคนั่งทำตอนตีสี่ ทุเรศสิ้นดี ซอรี่นะคุณย้งงงงงงงงงงงงงงง

~O(∩_∩)O~

อ่านจบกรุณาอีดิทคอมเม้นท์ด้วยค่ะ!
*อย่าเม้นท์แค่ว่าสนุก รอตอนต่อไปหรือขอบคุณๆๆแค่นี้นะค่ะ ไม่ปลื้มค่ะ!!
และหากรู้ว่าไม่มีเวลาอ่านรบกวนอย่าแปะทิ้งไว้จะดีกว่าเนอะ^^

Comments
  1. […] [HBD-SF] =# One Night to My Precious One #= […]

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s