[SF] =# She Will Be Loved #=

Posted: June 13, 2011 in ~* MinHyun *~

TiTle: She Will Be Loved …
Paring: MinHyuk x JongHyun
AuThur: HaneiBee

*พล๊อตเรื่องของเพื่อนสาว… ขอนะค่ะ หากไม่ปลื้มคู่นี้ไม่ต้องอ่านและอย่ามาเม้นท์ทำร้ายจิตใจคนแต่งเด็ดขาด!!!!

…ห้าเดือนแล้วกับการจากลา
…สองเดือนแล้วกับการเริ่มต้นความรักครั้งใหม่

“พี่จงฮยอนเหม่ออะไร หือม์?”

“เปล่านี่” หนุ่มตัวบางตอบพลางส่งยิ้มให้ คนที่เดินเข้ามาลูบแก้มขาวของคนที่นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เล่นๆตามความเคยชิน…

“โกหก ทำตัวไม่น่ารักใหญ่แล้วนะครับ!” เจ้าของฝ่ามืออบอุ่นรู้ทัน เขาโน้มใบหน้าฝังปลายจมูกลงไปที่แก้มของคนตอบไม่ตรงกับความจริง…

“อีกแล้วมินฮยอกพี่ไม่ชอบนะ เดี๋ยวคนอื่นก็มาเห็นหรอก” จงฮยอนพูดพร้อมปัดหน้าอีกคนออก คิ้วย่นลงเล็กน้อยอย่างไม่ค่อยชอบใจนัก…

“นิด หน่อยก็ไม่ได้นะครับ งั้นผมไม่กวนแล้ว” ร่างสูงกล่าวเสียงอ่อนยอมล่าถอยต่อการฉวยโอกาสเล็กๆน้อยๆที่เขาอดใจไม่ค่อย ไหวก่อนจะเดินออกมาจากตรงนั้น… จงฮยอนทอดมองแผ่นหลังคนรักที่หายออกนอกประตูไป สองเดือนแล้วสินะที่เขาตอบตกลงคบกับมินฮยอก

เขาไม่เคย รู้มาก่อนเลย ว่าความห่วงใยที่มินฮยอกมีให้เขามาตลอดตั้งแต่เจอกันวันแรก มันคือความรัก… เพราะตอนนั้นหัวใจของเขาเป็นของใครอีกคนหนี่ง… ที่ไม่ว่าวันนั้นหรือวันนี้ก็ยังมีอิทธิพลต่อหัวใจเขายิ่งนัก… และยอมรับอย่างไม่อายปากเลยว่ามันยังคงมากกว่ามินฮยอกด้วยซ้ำ

หนึ่ง ปีที่คบกันมากับหลายเดือนที่เลิกลากัน ผ่านไปเร็วจนน่าใจหาย… บอกเลิกกันทั้งๆที่อีกคนไม่มีใครและเขาเองก็ไม่ได้มีใครแต่เพราะเราไปด้วย กันไม่ได้ อย่างนั้นเหรอ?

ผมเสียใจนะที่เราเลิกกันแต่ผมก็ คิดเหมือนกันว่าเป็นแบบนี้คงจะดีกว่า… ผมเป็นอย่างที่พี่ต้องการไม่ได้ ผมดื้อและไม่ลงให้พี่ในหลายๆเรื่องแต่เราก็ไม่ต่างกัน…พี่ให้ผมไม่ได้ใน บางอย่าง พี่เองก็ให้ผมไม่ได้ในบางอย่าง พี่อยากให้ผมเอาใจใส่พี่มากกว่านี้… ผมเองก็อยากให้พี่เอาใจใส่ผมมากกว่านี้เหมือนกัน บางทีเราอาจจะเหมือนกันเกินไป…

แต่เวลาห้าเดือน มันทำให้ผมลืมช่วงเวลาหนึ่งปีที่เราคบกันไม่ได้หรอก…

==#==#==# She Will Be Loved #==#==#==

“อร่อยมั้ยพี่จงฮยอน?”

“อร่อย สิ นายทำอะไรไม่อร่อยบ้างล่ะ” จงฮยอนระบายยิ้ม กล่าวยอคนรักของตัวเองที่อุตส่าห์ลุกขึ้นแต่เช้ามาเพื่อทำสปาเกตตี้ให้กิน ทั้งที่จริงแล้วรอไปกินข้าวที่สถานีโทรทัศน์ที่พวกเขาต้องไปแสดงไลฟ์ก็ได้ แต่มินฮยอกรู้ว่าอาหารกล่องพวกนั้นทำให้จงฮยอนไม่เจริญอาหารเท่าไร… จึงสละเวลานอนเพื่อมาทำมันเพื่อคนรัก

“กินเยอะๆนะครับ วันนี้ต้องเล่นไลฟ์แล้วต้องอัดรายการต่ออีก” ร่างสูงไม่บอกเปล่าพลางตักส่วนที่เหลือจากกะทะเพิ่มในจานคนตรงหน้าอีก… ก่อนจะตั้งหน้าตั้งตากินเช่นกันส่วนอีกสองเมมเบอร์ที่เหลือไม่ต้องห่วงเพราะ รายของพี่ใหญ่ออกไปทำงานเดี่ยวของตัวเองตั้งแต่เช้ามืดและเจ้ามักเน่จอง ชินกว่าจะตื่นจะแต่งตัวเสร็จ… ก็คงอีกสักพัก

“วันนี้นายต้องถ่ายเอ็มเน็ตด้วยใช่มั้ย?”

“ครับ นี่พี่จำได้ด้วยเหรอ ผมดีใจจัง” เขาไม่ได้แกล้งพูดแต่เขาดีใจจริงๆตั้งแต่คบกันมาคนตรงหน้าเคยใส่ใจตารางงาน ของเขาเสียทีไหน… หากเขาไม่บอกหรือยัดเยียดให้จำ

“ทำไมถึงพูดแบบนั้นล่ะ”

“ก็การที่คนรักแคร์เรา เป็นใครจะไม่ดีใจละครับ”

“นั่น จองชินมาแล้ว” จงฮยอนหันไปเห็นจองชินเดินออกมาจากห้องพอดี… นึกขอบคุณเจ้ามักเน่ตัวโข่งที่มาทันไม่เช่นนั้นคงวางท่าทีต่อการพูดป้อยอของ มินฮยอกไม่ถูก

“จองชินมากินด้วยกันสิ” เจ้าของฝีมือมื้อเช้าเรียกคนที่กำลังเดินออกมา…

“ขอบ ใจนะที่ชวนแต่หน้านายมันบอกว่าอย่าเข้ามาจะดีกว่านะมินฮยอก” อีจองชินแซวมือกลองของวง… ปากชวนก็จริงแต่สีหน้าออกแนวไม่อยากให้เขาแทรกเข้าไปเป็นกขค.เสียเท่าไร

“อะไร กันเล่า หน้าฉันก็ปกตินั่นแหละ” มินฮยอกปฏิเสธิ จนจงฮยอนลุกขึ้นไปตักส่วนของน้องเล็กที่คนรักแบ่งไว้ให้พร้อมเสิร์ฟให้ถึง ที่ทำให้จองชินจำต้องเดินมานั่งด้วยกันอย่างขัดไม่ได้

“แล้วเมื่อกี้ คุยอะไรกันอยู่เหรอ เห็นพี่จงฮยอนหน้าหงอยๆทำอะไรพี่เขาอีกหรือเปล่า ห๊ะ!” จองชินยังไม่เลิกแกล้งเพื่อน คังมินฮยอกได้แต่ยิ้มๆ แล้วมองหน้าคนที่เขาสนทนาก่อนหน้านี้แต่ก็ได้รับการหลบสายตาตอบกลับมา

==#==#==# She Will Be Loved #==#==#==

สถานีโทรทัศน์ชื่อดัง

วันนี้ เป็นเวทีคัมแบ็กสำหรับมินิอัลบั้มสองของพวกเขาซีเอ็นบลู รถของบริษัทจอดเทียบที่ลานจอดรถของสถานีก่อนเวลาซ้อมราวๆสองชม.เพื่อการซ้อม คิวและแต่งหน้า ทุกสายตาต่างเห็นในทุกการกระทำที่มือกลองตัวสูงมีให้กับพี่รองของวง… การเทคแคร์ ความห่วงใยและการอยู่ข้างๆตลอดเวลาพลอยทำให้คนรอบข้างอมยิ้มไปด้วยไม่ได้… คนรักกันเอาใจใส่กันก็น่ารัก… และน่าอิจฉาไม่น้อยทีเดียวแต่ต่อให้แสดงออกมากเท่าไรมินฮยอกก็ทำลายกำแพงที่ กั้นเขากับจงฮยอนออกไม่เคยได้สักครั้ง อยากจับมือ… อยากดึงเข้ามากอด… อยากทำตัวเป็นเจ้าของมากกว่านี้แต่อีกคนคงจะไม่พอใจ…

“จงฮยอน เมื่อคืนโทรไปไม่ยอมรับนะ ทำอะไรอยู่?” อีจุนเดินเข้ามากระแทกไหล่กับจงฮยอนเบาๆ เป็นการทักทาย ไม่แปลกที่เขาหรือเมมเบอร์ในวงจะสนิทกับอีจุนแม้จะอยู่กันคนละวงแต่การที่ อีกคนเป็นเพื่อนสนิทของพี่ใหญ่หรือลีดเดอร์ของวง พวกเราทั้งหมดจึงได้พบปะและสังสรรค์ด้วยกันอยู่บ่อยครั้งโดยเฉพาะจงฮยอนที่ ค่อนข้างจะสนิทกับอีจุนเป็นพิเศษเพราะครั้งหนึ่งเคยไปไหนมาไหนกับยงฮวา บ่อยๆ… แต่ก็แค่เมื่อก่อน

“อ้าวเหรอ ฉันไม่ได้เช็คโทรศัพท์เลย แล้วนายมีธุระอะไรล่ะ” จงฮยอนหันไปยิ้ม แล้วก็พูดคุยกับอีจุนอย่างสนิทชิดเชื้อ… เรื่องโน้นเรื่องนี้ไปเรื่อยจนหลงลืมไปว่าใครอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆ… กำลังวางตัวลำบาก

“พี่จงฮยอนเอากระเป๋ามา เดี๋ยวผมเอาไปวางให้” มินฮยอกบอกพร้อมกับยื่นมือไปรับ

“ขอบ ใจนะ” กระเป๋าถูกส่งมาพร้อมคำขอบคุณ… โดยที่เจ้าของกระเป๋าไม่ได้หันมาสักนิดแล้วนี่เป็นคำขอบคุณลอยๆหรือคำออกปาก ไล่ให้อีกคนไปพ้นๆจากตรงนี้กันแน่…

.
.
.
.
.

“มิ นฮยอก โทษทีนะ พอดีคุยกับอีจุนเรื่องเพลงน่ะ” จงฮยอนเดินตามมานั่งลงข้างๆมินฮยอก… เห็นอีกคนพยักหน้าให้พร้อมกับยิ้มเศร้าก็เพิ่งตระหนักได้ว่าเผลอทำร้ายน้ำใจ คนรักอีกแล้ว มันเกิดขึ้นบ่อยจนบ่อยเหลือเกิน… อาจเป็นเพราะว่าเพิ่งเริ่มคบกัน… จึงมีบ่อยครั้งที่ปล่อยให้มินฮยอกหลุดออกมานอกกรอบแคบๆที่ครอบตัวเขาไว้ เผลอปล่อยมือให้คนรักรอเก้ออยู่นอกหัวใจด้วยความไม่ตั้งใจจนยากจะนับครั้ง

“ครับ…” มินฮยอกตอบแค่นั้น ทำทีเป็นสนใจหนังสือพิมพ์ในมือเสียเต็มประดา

“อะไร กัน ยังไม่ทันแก่เลยขี้น้อยใจจริง” ร่างบางพิงหัวเข้ากับไหล่คนหน้าเศร้าทำให้มินฮยอกยิ้มออกมาอย่างเสียไม่ได้ นานๆพี่จงฮยอนจะแสดงอาการอ้อนกันแบบนี้ ถึงจะไม่หวานเหมือนคนอื่นไม่ได้ช่างประจบประแจงเหมือนคนอื่นแต่นี่แหละคือ อีจงฮยอนที่เขาชอบและคืออีจงฮยอนที่เขารัก ร่างสูงเอามือโยกหัวคนอ้อนเล่นอีกจนอีกคนช้อนหน้าขึ้นมายิ้มให้… คงดีใจที่ง้อเขาสำเร็จ

“แอบมาหวานกันสองคน น่าอิจฉาเชียวนะ…” ทั้งสองคนหันไปมองเจ้าของเสียงทักทาย… และเป็นจงฮยอนที่ผละตัวออกห่างทันที… ไม่ต่างจากทุกครั้ง

“พี่ยงฮวา!”

“ตกใจ ไปได้ โทษทีๆ ไม่เป็นก้างแล้ว” จองยงฮวาบอกยิ้มๆ แต่สายตาแบบนั้นมันยังเหลืออยู่ใช่มั้ย… ความรักที่มีให้อีจงฮยอน… ยังไม่หมดไปใช่มั้ย มินฮยอกมองร่างบางที่ขยับไปนั่งห่างตัวเขา มองคนรักตัวเองที่ยังคงส่งสายตามองตามแผ่นหลังที่ค่อยๆไกลออกไปจนหายไปในที่ สุด พี่ยงฮวากลับออกไปแล้วแต่ไม่ได้กลับออกไปมือเปล่า… แต่ได้เอาความสุขที่คังมินฮยอกเพิ่งได้สัมผัสได้ไม่ถึงเศษเสี้ยวที่รอคอยมา ทั้งชีวิตจากอีจงฮยอนออกไปด้วย ร่างสูงเบือนหน้าหนีแววตาอาลัยอาวรณ์คู่นั้นที่คนรักตัวเองมีต่อคนอื่น…

แผลในใจพี่… ผมรู้ว่าไม่ใช่วันสองวันที่จะรักษาหาย
แต่ไม่รู้ว่ากว่าแผลในใจพี่จะหายขาด… หัวใจที่เจ็บปวดมากขึ้นทุกวันของผม
มันจะแหลกสลายไปก่อนมั้ย…

“อยาก กลับไปคบกับพี่ยงฮวาหรือเปล่าครับ?” คำถามที่ถามออกมาจากปากมินฮยอก ไม่สิออกมาจากใจของมินฮยอกต่างหากทำให้คนถูกถามอย่างจงฮยอนนิ่งงัน

“มิ นฮยอก…” ร่างบางก้มหน้าลง…สายตาของพี่ยงฮวาเมื่อครู่ เขารู้สึกได้หรือรู้สึกไปเองก็ไม่แน่ใจว่ายังพอมีเหลือคำว่ารักให้กัน… แต่การจะให้โกหกหรือตอบบ่ายเบี่ยงมินฮยอกออกไปก็รั้งแต่จะทำให้อีกคนเสียใจ ความเงียบปกคลุมและครอบงำเขาสองคนไว้… เสียงหัวใจที่เต้นชาลงพร้อมความด้านชากำลังริดรอนลมหายใจของกันและกัน มากกว่าทุกๆครั้งที่ผ่านมา…

“กอดพี่ทีมินฮยอก กอ…” ยังไม่ทันที่จงฮยอนจะพูดจบ มินฮยอกก็รวบร่างตรงหน้ามากอดใว้แน่นฝ่ามือกว้างกดหัวคนรักให้ซุกอยู่กับอก ตัวเอง ผมขอโทษพี่จงฮยอน ผมขอโทษ… นี่ผมบังคับและทำร้ายจิตใจพี่อีกแล้วสินะ จงฮยอนเองก็วาดแขนสองข้างกอดตอบ… รู้ว่ากระดาษคำตอบที่ว่างเปล่าของตัวเองทำให้มินฮยอกเสียใจ รู้มาตลอดแต่ก็ยากเกินกว่าจะแก้ไขให้มันดีขึ้น

ขอให้ความอบอุ่บจากอ้อมกอดของมินฮยอก
ช่วยทำให้ความสับสนในใจของเขาหยุดลงทีเถอะ…

มินฮยอกลูบผมคนในอ้อมกอด… เขารู้ดีว่าร่างบางไม่เคยลืมคนรักเก่า
เขารู้ดีว่าร่างบางเจ็บปวด… เขาพร้อมทำทุกอย่างให้ความเจ็บปวดของร่างบางบรรเทาลงไป
ถึงแม้ว่าตัวเองจะต้องเจ็บยิ่งกว่าเจ็บหรือต้องเจ็บเจียนตายกว่านี้ก็ตาม…

…หึ มินฮยอกคนดี…

…หรือมินฮยอกคนโง่กันแน่…

“อย่าปล่อยพี่ไปนะมินฮยอก…” จงฮยอนขอออกมาเบาๆแล้วกอดมินฮยอกแน่นกว่าที่เคยกอดมาทุกครั้ง…

ผมไม่มีวันปล่อยพี่ไปหรอก
ถ้าการที่ผมจับพี่ใว้… ไม่ทำให้พี่เจ็บปวด

.
.
.
.
.

“ผมจับมือพี่ได้หรือเปล่า?” มินฮยอกถามในขณะที่พวกเขากำลังเดินออกมาจากสตูดิโอไปยังลานจอดรถ

“ได้ มั้ง ถ้านายอยากจับ” เจ้าของมือยื่นมาพร้อมยิ้มกวนให้… มินฮยอกเลิกคิ้ว การที่อีกคนตอบแบบนี้ก็แสดงว่าอยากให้จับเหมือนกันหรือเปล่า?… เขาคิดในใจสุดท้ายก็ฉวยมือคนข้างๆมากุมไว้… เขาคงมองไม่ผิดนะกับอาการหน้าแดงของคนข้างๆ

“มองมากนัก เดี๋ยวไม่ให้จับซะเลย” จงฮยอนพูดขู่ ทั้งๆที่สายตากำลังพยายามจะเสมองไปทางอื่น…

“หึ หึ ก็ชอบมองเวลาพี่เขินนี่หน่า” ร่างสูงกระซิบข้างๆหูของคนแกล้งกลบเกลื่อน… ท่าทีของพี่จงฮยอนที่เป็นแบบนี้มันทำให้เขารู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ ถูก… เป็นแบบนี้นานๆได้มั้ยพี่จงฮยอน

“เจ้าเด็กบ้า” จงฮยอนต่อว่ายกมืออีกข้างมาปกปิดรอยยิ้มนั้นแก้เขิน แม้จะเป็นอะไรที่ดูเด็กๆกับการเดินจับมือกันแบบนี้แต่กลับทำให้ใจเขาเต้นรัว ขึ้นมาอย่างไม่บอกถูก ขอบคุณนะมินฮยอก

นายกำลังทำให้พี่มีความสุข…
ทุกครั้งที่อยู่ข้างๆนาย พี่จะมีแต่รอยยิ้มเพราะนายไม่เคยทำให้พี่เสียใจ…
ทำไมนะ ทำไมเมื่อก่อนเขาไม่เคยนึกเอะใจกับสิ่งพวกนี้บ้างเลย
พี่ขอโทษนะมินฮยอก…

ขอโทษที่มองข้ามรอยยิ้มของนาย
ขอโทษที่เพิกเฉยต่อความอบอุ่นที่นายพยายามมีให้
ขอโทษที่ไม่เคยเห็นนายอยู่ในสายตาไม่ว่าการกระทำหรือคำพูด

หนึ่งปีที่เขามีความสุขอยู่กับพี่ยงฮวา
คือหนึ่งปีที่มินฮยอกต้องทนอยู่กับความเจ็บปวดหรือเปล่า?

หรือแม้กระทั่งตอนนี้ เขาก็ยังทำให้มินฮยอกเจ็บปวดอยู่ใช่มั้ย?
พี่ขอโทษ…พี่ขอโทษจากหัวใจ…

และขอบคุณนายมากนะ
ขอบคุณที่สุด

“ตื่นๆตื่นกันได้แล้วนะ” เสียงมักเน่ตัวโข่งตะโกนบอกทุกคนในรถ เมื่อรถตู้เคลื่อนมาจอดลงบริเวณลานจอดรถของสตูดิโอต่อไปที่จะขึ้นโชว์…

“พี่ จงฮยอน ถึงแล้ว” มินฮยอกกระซิบบอกคนที่นอนซบอยู่ที่ไหล่ของตัวเอง… ปลายนิ้วยาวเกลี่ยผิวแก้มคนหลับปุ๋ยอย่างนึกเอ็นดูแล้วพลอยอดหัวเราะไม่ได้ เมื่ออีกคนตื่นมาพร้อมกับอาการงอแง คนถูกปลุกบิดขี้เกียจ… เปิดเปลือกตาด้วยความไม่ชอบใจแต่ก็ยอมจำนนก้าวตามคนรักลงมาจากรถแต่โดยดี

“หัว ยุ่งหมดแล้วพี่จงฮยอน…” มินฮยอกพูดพร้อมพลางเอามือสางผมให้คนรัก จัดไปจัดมาให้ดูน่ารักตามอย่างที่เขาพึงพอใจ… อีกคนก็ยืนนิ่งปล่อยให้มินฮยอกจัดการให้มือก็ป้องปากหาวหวอดๆ…

“พอแล้วมินฮยอก…” แต่อยู่ดีๆร่างบางก็โยกหัวหลบสร้างความงุนงงให้มินฮยอกแต่พอหันไปอีกทางก็พอจะเข้าใจได้ดี…

…พี่ยงฮวาที่มารถคนละคันกันเพราะไปทำงานเดี่ยวของตัวเองมากำลังมองมาทางเขาสองคน…

“เข้า ไปข้างในกันเถอะมินฮยอก…” จงฮยอนพูดชวนแต่กลับเดินนำหน้าไปก่อน จนมินฮยอกเองเดินตามแทบไม่ทัน…ทำไมต้องรีบเดินขนาดนั้นหรือที่รีบเดิน เพราะไม่อยากให้เขาเห็นว่าเราสองคนกำลังมีความสุข…

“จะรีบไป ไหนพี่จงฮยอน?” มินฮยอกตะโกนไล่หลังขาสองข้างก็เร่งตามให้ทันแต่อีกคนก็ทำเป็นไม่ได้ยิน… ตกลงหนีเขาหรือผม… หรือหนีสถานภาพการเป็นคนรักที่ค้ำคอเราสองคนอยู่กันแน่ มินฮยอกรีบตามไปจนทันแล้วฉุดแขนร่างบางใว้

“พี่เป็นอะไรหรือเปล่า?” มินฮยอกถามคนตรงหน้าตรงๆเพราะไม่ใช่แค่อากัปกริยาที่แปลกไป…สีหน้าของจงฮยอนก็ไม่ค่อยสู้ดีเท่าไร

“มิ นฮยอก พี่ไม่อยากเห็นสายตาแบบนั้นของพี่ยงฮวา” พูดออกมาตามที่รู้สึกแต่ก็ฉวยหลุบตาลงที่พื้น ไม่อยากให้มินฮยอกเห็นสายตาและใบหน้าที่สับสนของตัวเอง… ไม่อยากให้มินฮยอกลำบากใจมากขึ้นอีก…

“พี่จะกลับไป…”

“มินฮยอกลืมสัญญาที่ให้ใว้กับพี่แล้วเหรอ?” จงฮยอนรู้ว่าอีกคนจะพูดอะไรแต่เขาไม่ได้ต้องการให้มินฮยอกปล่อยเขาไปง่ายๆแบบนี้…

“ผม ไม่เคยลืม… แต่ถ้าการที่ผมยื้อพี่ใว้ มันทำให้พี่เจ็บปวด มันทำให้พี่เป็นแบบนี้ ผมก็ไม่มีความสุข…ที่ตรงนี้มันคงไม่ใช่ที่ของผม… ในหัวใจพี่ไม่ได้มีผม ไม่สิ… มันไม่เคยมีผมเลยต่างหาก” มินฮยอกกลั้นใจพูดในสิ่งที่ทำร้ายตัวเอง เขาชี้ปลายนิ้วที่เพิ่งเกลี่ยผิวแก้มนุ่มๆลงที่อกซ้ายคนตรงหน้าย้ำว่าที่ตรง นี้ที่หมายถึง… ไม่ใช่พื้นที่เขาเหยียบอยู่แต่คือ หัวใจ… หัวใจของอีจงฮยอนต่างหากที่เขาไร้ตัวตน เขาเองก็เจ็บปวดไม่น้อย อยากจะยื้อใว้ให้ถึงที่สุด…แต่จะทำไปเพื่ออะไร ในเมื่อเขาอยากเห็นอีจงฮยอนที่มีความสุข ไม่ใช่อีจงฮยอนที่แบกรับแต่ความเศร้าหมองไว้แบบนี้…

สอง เดือนที่ผ่านมา เขาเห็นพี่จงฮยอนยิ้ม เขาเห็นพี่จงฮยอนที่สดใสแค่ไม่กี่ครั้ง… ทั้งที่พยายามแล้วแต่เขาก็ยังทำให้พี่จงฮยอนลืมพี่ยงฮวาไม่ได้…

“พี่ อยู่กับนาย พี่ไม่เจ็บปวดเลยสักนิดแต่ถ้าเวลาแค่สองเดือน มันทำให้นายยอมแพ้ก็ไม่เป็นไร” จงฮยอนสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของอีกฝ่าย…นัยน์ตาแดงเรื่อเจือน้ำใสๆน้ำ ที่กลั่นกรองมาจากความอ่อนแอ มันคลอเต็มสองเบ้าตาที่กำลังพร่าเลือนแต่ก่อนที่มันจะได้ไหลรินออกมา หลังมือบางก็ป้ายมันทิ้งไป… ก่อนจะเดินหนีเข้ามาในสตูดิโอโดยปล่อยมินฮยอกไว้ตรงนั้น…

เห็นแก่ตัว…เขาเห็นแก่ตัวมากเลยสินะ…
เขาเองก็ควรจะปล่อยมินฮยอกไปได้แล้วใช่มั้ย?
.
.
.
.
.

“เป็นอะไรไปหรือเปล่าพี่จงฮยอน?” จงฮยอนที่นั่งหลับตาเอาศรีษะพิงไว้กับพนักพิงของโซฟาค่อยๆลืมตาขึ้น…

“นิดหน่อย” กล่าวปนรอยยิ้มให้เด็กตัวยาวที่วางเบสไว้ข้างๆโซฟา

“ยิ้ม ของพี่ ทำไมมันดูแย่ขนาดนั้นล่ะ?” จองชินนั่งลงข้างๆพี่รองเมื่อกี้แม้จะเดินนำเข้ามาก่อนแต่เสียงหยุดคุยกัน ตรงปากทางเข้าสตูโอก็ดังพอให้ได้ยินและไม่ใช่แค่เพียงได้ยิน… เขาเห็นเหตุการณ์แทบจะทั้งหมด

“จองชิน พี่อยากร้องไห้จังเลย” จะมีสักกี่คนกันที่เคยเห็นอีจงฮยอนร้องไห้… มันน้อยนักหากอีจงฮยอนคนนี้ไม่สิ้นหวังหรือหมดแรงจริงๆก็ไม่เคยร้องให้ใคร เห็น… ไม่เคยให้ตัวเองจมกองน้ำตาต่อหน้าคนอื่นสักครั้งแต่ตอนนี้อีจงฮยอนปล่อย น้ำตาให้ไหลออกมาเงียบๆ…อย่างคนแพ้หมดรูป เมื่ออยู่กับคนที่พอจะใว้ใจได้ สัมผัสได้ถึงความจริงใจที่มีให้กัน ไม่ต้องมีคำพูดอะไรมากมาย ทุกอย่างมันจะออกมาเองโดยธรรมชาติ…

“ยังลืมพี่ยงฮวาไม่ได้อีกเหรอ มินฮยอกมันไม่ดีพอหรือฮะ?” จองชินถามตรงๆ รุ่นพี่ตัวบางเม้มปากก้มมองฝ่ามือตัวเองที่บีบกันแน่นบนตัก

“พี่ สงสารพี่ยงฮวา…อยากให้พี่เขายิ้มเหมือนเดิมแต่พี่ไม่แน่ใจว่าถ้าให้กลับไป คบกับพี่เขาแล้วมินฮยอกจะทำยังไง…เขาดีกับพี่มาก พี่อยู่กับเขาแล้วรู้สึกอบอุ่น สบายใจแต่พี่ก็ดีแต่ทำให้เขาเจ็บปวด พี่ควรปล่อยเขาไปใช่มั้ยจองชิน?” รุ่นพี่ตัวบางระบายออกมาในที่สุด… ความสับสนนี่มันไม่ธรรมดาเลยนะ มันทรมาณเกินกว่าที่เขาเคยคิดใว้มากโข…

“พี่ คิดว่าปล่อยมินฮยอกไปแล้วเขาจะมีความสุขมากกว่านี้เหรอ มินฮยอกต้องการอะไรพี่ไม่รู้หรือไง? ถ้าตอนนี้ไม่มีมินฮยอกพี่จะรู้สึกอะไรมั้ย พี่ลองคิดดู” จองชินตอบแบบนั้นแล้วเดินออกไป เขาอยากให้พี่รองคิดเองมากกว่าจะบอกอะไรไปทั้งหมด…

…เรื่องความรัก มันไม่ง่ายอย่างที่คิดหรอก…
…ต้องใช้เวลาแค่ไหนกว่าจะตามหามันเจอ…
…ต้องใช้เวลาแค่ไหนกว่าจะเข้าใจมันถูกทุกอย่าง…
…ต้องใช้เวลาแค่ไหนกว่าจะลืมมันลง…

==#==#==# She Will Be Loved #==#==#==

หลัง จากเสร็จงานของวันนี้ เมื่อจงฮยอนกลับมาถึงหอก็หนีเข้าห้องนอนตัวเองเพราะจองชินขอให้รถของบริษัท แวะส่งที่บ้านเพื่อน โดยที่มินฮยอกมีตารางต้องถ่ายเอ็มเน็ตและพี่ยงฮวาก็มีถ่ายรายการประจำต่อ พอไม่มีใครก็ขี้เกียจจะเดินไปเดินมาให้ยิ่งว้าวุ่นใจ ร่างบางนอนคิดอะไรหลายๆอย่าง ความสับสนที่เกิดขึ้นจากตัวเอง ความสับสนที่ยัดเยียดไปให้มินฮยอกและความสับสนที่ไม่กระจ่างชัดในใจพี่ยงฮวา ถ้าเริ่มแก้จากตัวเขาอาจจะได้คำตอบและทางออกที่ถูกต้องที่สุดได้…

“ก๊อกๆ” เสียงเคาะดังมาจากด้านนอก จงฮยอนที่เผลอหลับไปค่อยๆลุกขึ้นไปเปิดประตู อาจจะเป็นมินฮยอกเพราะนี่ก็ใกล้ได้เวลากลับของอีกคนแล้วด้วย…แค่คิดว่าอาจ เป็นคนรักที่วันนี้ทำร้ายจิตใจไปด้วยน้ำมือตัวเองก็ใจเต้นแรง…

“อ้าว พี่เองเหรอฮะ?” จงฮยอนตกใจเล็กน้อยเมื่อคนที่มาหาไม่ใช่มินฮยอกแต่กลับเป็นพี่ยงฮวา…อดีตคนรัก

“อยู่คนเดียวสินะเห็นว่าจองชินแวะไปหาเพื่อนเหรอ?” ยงฮวากล่าวยิ้มๆเดินเข้ามาในห้องร่างบาง พูดคุยเหมือนปกติ อีกคนพยักหน้าแทนคำตอบ

“วันนี้ พี่ถ่ายเสร็จเร็วเลยชิ่งกลับหอมาก่อนขี้เกียจไปดื่มกับคนที่กอง” จงฮยอนเดินตามมานั่งข้างๆบนเตียงสีขาว… รู้สึกเกร็งและไม่รู้จะวางตัวเช่นไรให้เหมาะสมกับสถานภาพที่เปลี่ยนไปแล้วระ ว่างกัน

“พี่มากวนหรือเปล่าเนี่ย?” แขกหน้าหล่อหันมาถามเจ้าของห้อง…

“ไม่ หรอกฮะ ผมนอนเล่นอยู่เฉยๆไม่ได้ทำอะไร” จงฮยอนตอบยิ้มๆ แล้วลุกขึ้นมานั่งหน้าคอมพิวเตอร์ซึ่งก็อยู่ไม่ห่างจากเตียงที่พี่ยงฮวานั่ง เท่าไหร่นัก…

“แต่งเพลงในคอมเหรอ?”
“อืม ฮะ” บรรยากาศที่ตอนแรกค่อนข้างจะอึดอัดค่อยๆเปลี่ยนไป เมื่อทั้งสองเริ่มคุยกันมากขึ้น จนเหมือนเป็นปกติไม่ต่างจากวันก่อนๆ… แขกหน้าหล่อพยายามชวนคุยหลายเรื่องเพราะรู้ดีว่าแต่ไหนแต่ไรมาจงฮยอนไม่ใช่ คนพูดเก่ง…

“เล่นเกมส์บ้างสิ จะได้คลายเครียด”

“ไม่ เอาหรอกฮะ ผมไม่ชอบเล่นเกมส์พี่ก็รู้ สู้เสิร์ชดูอะไรเรื่อยเปื่อยดีกว่า ไม่เหมือนพี่หรอกเข้าเน็ตทีไรก็เอาแต่เช็คเรตติ้งของตัวเองน่ะ” จงฮยอนแกล้งว่าเข้าให้ แล้วก็อดหัวเราะไม่ได้กับท่าทีงอนๆของอีกฝ่าย… ยงฮวาเองพอทนไม่ไหวกับท่าทางหัวเราะที่ประชดเขาได้สำเร็จก็ลุกไปยืนซ้อนอยู่ หลังพนักเก้าอี้ โยกหัวจงฮยอนด้วยความหมั่นเขี้ยว…

“ปากดีนัก น่ะ เดี๋ยวปั๊ดจับจูบซะนี่” ผมยงฮวาแกล้งทำเป็นพูดเล่นแต่กว่าจะรู้ตัวว่าเผลอใช้ถ้อยคำแบบในอดีต… สมัยที่ยังคบกันออกไปได้แต่ยืนนิ่ง

“พี่นี่บ้าชะมัด พูดอะไรน่ะฮะ” จงฮยอนแกล้งยิ้มเจื่อน ไม่รู้จะตอบอีกคนไปอย่างไรดี… ไม่รู้ว่าพี่ยงฮวาพูดคำนั้นด้วยความรู้สึกอย่างไรกันแน่…

“ก็ พี่อยากจูบฮยอน ไม่ได้เหรอ?” ยงฮวาก้มหน้าลงพูดชิดปลายจมูกคนที่ช้อนตาขึ้นมอง …เผลอไปทุกอย่าง เผลอใช้คำพูด น้ำเสียงและเผลอเรียกด้วยสรรพนามที่เคยใช้เรียกออกไป… รู้ว่าไม่ควร แต่ก็เกินกว่าจะหักห้ามหัวใจ…เอาแต่ใจอีกแล้วสินะ ขอโทษนะจงฮยอน ขอโทษนะมินฮยอก…

“อืม…ได้ แต่สัญญาได้มั้ย ว่าต่อไปนี้พี่ยงฮวาจะยิ้มให้ผม จะไม่ทำหน้าแบบนั้นกับผมอีก จะไม่มองผมแบบนั้นอีก…” จงฮยอนตอบ นัยน์ตาจดจ้องคนด้านบนอย่างร้องขอ ยงฮวาระบายยิ้มราวกับดอกไม้แรกแห่งฤดูหนาวผลิบานขึ้นในหัวใจของเขา… เพราะสิ่งที่ร่างบางเอ่ยขอมันทำให้ตระหนักได้ว่าตลอดเวลาที่เลิกกันจง ฮยอนยังแคร์และใส่ใจเขาอยู่เสมอ…

“พี่สัญญา” ผมยงฮวาตอบพร้อมกับเอามือสอดใต้ท้ายทอยของจงฮยอนให้ใบหน้าของคนที่นั่งอยู่ แหงนมากขึ้น…แล้วกดจูบลงไปบนริมฝีปากสีอ่อนที่คุ้นเคย… ริมฝีปากที่เขาเคยอิ่มเอมทุกครั้งที่สัมผัสและเป็นริมฝีปากที่ไม่ใช่ของเขา อีกต่อไป…

“เหนื่อยจังเลยวันนี้ อ่ะ! พวกพี่!!~” เสียงจองชินดังมาแต่ไกลทำเอาทั้งสองคนตกใจเพิ่งจะรู้ตัวว่าเปิดบานประตูทิ้ง ไว้… แต่สิ่งที่ทำให้จงฮยอนใจเต้นแรง ไม่ใช่เพราะสายตาตกใจของจองชินแต่เป็นเพราะเจ้าของดวงตาเศร้าที่มองมายังเขา นั่นต่างหาก… คนที่ยืนอยู่ด้านหน้าของจองชิน

“มินฮยอก…” จงฮยอนครางชื่ออีกคนแทบไม่มีเสียงราวกับถูกสาปให้เป็นใบ้เสียเดี๋ยวนั้น ไม่รู้จะพูดคำไหนดี… ไม่มีคำไหนเลย มันอื้ออึงไปหมด… มินฮยอกเดินแยกเข้าห้องนอนตัวเองไปแล้วทิ้งใว้เพียงเสียงประตูที่ปิดลง …ดังก้องเสียจนทั้งสามคนที่เหลืออดตกใจไม่ได้…

“พวกพี่ กำลังทำอะไรกัน… ทำไมทำแบบนี้ตอบผมมาทีสิ?!” จองชินเดินตึงๆเข้าไปผลักที่ไหล่ของพี่ใหญ่ยงฮวาก่อนจะคว้าตัวพี่รองที่นั่ง อยู่ให้ลุกขึ้น… เขาโมโหสองคนนี้มาก… โดยเฉพาะรายหลัง ทั้งๆที่คบกับมินฮยอกอยู่แล้วทำไมถึงยังทำแบบนั้นกับพี่ยงฮวาได้อีก… ทำไมถึงหักหลังมินฮยอกแบบนี้… แม้จะรู้ รู้ว่าสองคนตรงหน้าเคยรักเคยคบหากันมานานแค่ไหน… แต่ก็รู้ว่ามินฮยอกรักพี่จงฮยอนแค่ไหน… รวมทั้งรู้ด้วยว่ามินฮยอกต้องเจ็บปวดเพราะพี่จงฮยอนมากี่ครั้งแล้ว… แต่ครั้งนี้มันหนักเกินไป เกินกว่าจะให้อภัยได้จริงๆ

“จอง ชิน พี่ผิดเอง พี่ขอจูบจงฮยอนเอง” พี่ยงฮวาพูดขึ้นมาอย่างรู้สึกผิด เขาทำให้เกิดเรื่องยุ่งจนได้… ถ้าเขารู้จักหักห้ามใจ เรื่องแบบนี้มันคงไม่เกิดขึ้น…

“พี่ไม่ต้องพูด!! กลับห้องพี่ไปซะ!” จองชินไล่พี่ใหญ่ออกไปยงฮวาเองก็ยอมแต่โดยดี แม้บ่อยครั้งที่เจ้าน้องเล็กตรงหน้าจะกวนประสาทหรือพูดจาปีนเกลียวกับเขาแต่ รู้ว่าอีกคนแค่แกล้งแค่แหย่เขาเล่นแต่ครั้งนี้ไม่ใช่ จงฮยอนหันไปพยักหน้าให้ยงฮวาออกไปก่อน…

“ผมไม่อยากพูดอะไรอีกต่อ ไปแล้วนะพี่จงฮยอน เพราะถ้าผมพูดไปความเป็นพี่เป็นน้องของเราคงไม่เหมือนเดิมแน่ๆ” จองชินพูดจบแล้วเดินเข้าห้องของตัวเองไปทันที… ไม่ได้โวยวายหรือต่อว่าอะไรต่อ จงฮยอนทรุดกายนั่งลงที่เก้าอี้ตัวเดิม ภาพของคนรักที่จดจ้องมาด้วยสายตาที่สะท้อนไปด้วยความเจ็บปวด… ฉายนิ่งอยู่ในหัว แค่คำขอโทษยังน้อยไปสินะ…

.
.
.
.
.

ก๊อกๆ

“มินฮยอก…” จงฮยอนตัดสินใจเดินฝ่าความมืดที่โรยตัวอยู่ในหอมาเคาะเรียกคนรักที่หน้าห้อง

“พี่ ขอเข้าไปหน่อยได้มั้ย?” ไม่มีเสียงตอบรับใดๆดังออกมาจากคนในห้องเลยสักนิด… จงฮยอนยืนรออยู่ครู่หนี่ง เมื่อไม่มีเสียงตอบรับ เขาเองก็จนปัญญาจึงถอดใจเดินกลับเข้าห้องตัวเองไป… เขาเองก็ไม่เคยต้องง้อใครแบบนี้… ที่ยอมมาหาก่อนไม่รู้ว่าจะเรียกว่าเป็นการง้อที่ดีพอมั้ยแต่ถึงแม้มินฮยอกจะ เปิดประตูให้เข้าไป เขาเองก็ไม่รู้จะพูดอะไรเหมือนกัน… มินฮยอกคงเบื่อคำขอโทษของเขาเต็มที… คิดมาถึงตรงนี้จงฮยอนก็แค่นยิ้มกับตัวเอง… ดีแล้ว มินฮยอกจะได้ไม่ต้องเจ็บปวดเพราะเขาอีก… ให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายแล้วกัน…

อีกด้านหนึ่ง… คนในห้องที่เสียงเคาะเงียบหายไปแล้วใช้หลังแขนตัวเองก่ายปิดดวงตาที่บวม ช้ำ… ไม่เคยร้องไห้ให้อายตัวเองเพราะเรื่องความรักแต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกและ ช่างเป็นครั้งที่หนักหนาสาหัสจนไม่อยากให้ใครเห็น สิ่งที่หลีกหนี ความจริงที่พยายามปิดหูปิดตาและหันหลังให้มันมาตลอด… ปรากฏอยู่เพียงเบื้องหน้าแค่นั้น งมงายต่อไปไม่ได้ แกล้งโง่เง่าต่อไปก็คงไม่ได้แล้วสินะ ในเมื่อเขาก็แสดงให้เห็นเต็มตาว่า… เขายังรักกัน

หมดเวลาที่จะฝืนที่จะยื้อหัวใจ
หมดเวลาที่แกล้งหลอกว่าสักวันอาจจะรัก
หมดเวลาของคังมินฮยอกกับอีจงฮยอนแล้วสินะ

==#==#==# She Will Be Loved #==#==#==

ก็อกๆ

“มิ นฮยอก~~… ฉันหิวแล้วนะ นายเสียใจฉันรู้แต่ฉันไม่มีอะไรจะกินนะ” จองชินที่ผมเผ้ายุ่งเหยิงยืนโอดครวญอยู่หน้าห้องของมือกลองประจำวง… โหวกเหวกโวยวายอยู่สักพักเจ้าของห้องก็เปิดประตูออกมา…

“โทษที จะไปทำให้กินเดี๋ยวนี้แหละ เอ่อ แล้ว…” มินฮยอกส่งสายตามองไปที่ประตูห้องของพี่รอง…

“กลับ บ้านที่ปูซานตั้งแต่เช้าแล้วล่ะมีธุระด่วนเห็นว่าจะรีบกลับมาขึ้นไลฟ์ตอน บ่าย ตาบวมเชียวนะ… ร้องไห้ทั้งคืนล่ะสิ” เจ้ามักเน่ที่อ่อนแค่เดือนเดินตามมินฮยอกเข้ามาในครัว แล้วเอ่ยแซว… ดูเหมือนจะพูดไปแบบนั้นไปตามประสาแต่นั่นมันก็เพราะห่วงเพื่อนหน้าเศร้าต่าง หาก

“อืม…” มินฮยอกก็ตอบรับอย่างไม่ปิดบัง…

“พอกันแหละ พี่จงฮยอนก็ตาบวมเพราะร้องไห้” จองชินทำเป็นพูดลอยๆเหมือนไม่ได้ตั้งใจบอกแต่มินฮยอกก็รีบหันมามองหน้าคนปาก โป้ง… ทั้งที่ไม่เคยแสดงออกมาว่ารักกันแต่ที่พี่ร้องไห้… เพราะอะไรกัน

“เขาตาบวมมากมั้ยแล้วกลับบ้านไปแบบนั้น คนที่บ้านไม่ห่วงแย่เหรอ?”.

“ยังอดเป็นห่วงไม่ได้สินะ ขนาดว่าพี่เขาทำนายเจ็บขนาดนี้…”

“ห่วง สิ จะไม่ให้ห่วงได้ยังไงล่ะ… ก็ฉันรักเขานี่หน่า” มินฮยอกตอบแค่นยิ้ม… รักยังไงมันก็รักนั่นแหละ ต่อให้พี่จงฮยอนทำให้เขาเจ็บมากกว่านี้อีกกี่ล้านเท่า เขาก็เชื่อว่าเขาจะยังรักพี่จงฮยอนอยู่…

“เดี๋ยวถ้าเจอ นายก็ดูเอาเองแลวกัน” จองชินยักไหล่… แม้จะเป็นพี่น้องกันเป็นคนในวงเดียวกันแต่สิ่งทีพี่ใหญ่กับพี่รองทำเมื่อวาน เขาก็ยังโมโหไม่หายแต่ไอ้เจ้าตัวกลับพูดจาน่าหมั่นไส้ เอาเหอะอยากจะเป็นพระเอกหรือพระรองที่ยอมให้นางเอกย่ำยีหัวใจเท่าไรก็ช่าง ขอแค่ไม่เจ็บจนกระอักเลือดตายกันไปข้างหนี่งก็พอ…

==#==#==# She Will Be Loved #==#==#==

สถานีโทรทัศน์…

“ขอ โทษครับที่มาช้า…” จงฮยอนก้มหัวขอโทษทุกคน เมื่อเขามาถึงเป็นคนสุดท้ายในขณะที่ทุกคนมานั่งอยู่ในห้องพักกันทุกคนแล้ว เพราะญาติที่สนิทชิดเชื้อกันเป็นอย่างดีจัดงานแต่งงานวันนี้จึงขออนุญาต บริษัทไปร่วมงานในช่วงเช้า…

“ขอโทษอะไรกัน นายอุตส่าห์รีบมาจากปูซานก็ดีถมแล้ว” พี่เมเนเจอร์ลุกขึ้นมาตบไหล่จงฮยอน… ร่างบางหันไปยิ้มให้

“ทุกคนพร้อมจะขึ้นซ้อมหรือยังครับ?” เสียงสต๊าฟของทางสถานีตะโกนถามมาจากหน้าห้อง…

“จง ฮยอนนายไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนสิ” พี่เมเนเจอร์บอกจงฮยอน… ในขณะที่ตัวเองก็กำลังอ่านคิวของศิลปินที่ต้องขึ้นแสดงทั้งหมดของวันนี้กับ คิวของวงที่ดูแล

“ไม่เป็นไรครับ ซ้อมชุดนี้ก็ได้ไว้เปลี่ยนตอนเล่นจริงก็ได้ครับ” จงฮยอนเห็นว่าทุกคนมารอกันนานแล้วจึงไม่อยากให้มันเสียเวลามากไปกว่านี้จึง ขึ้นไปซ้อมทั้งชุดลำลองที่เขาใส่มาจากบ้าน…

“เอ๊ะ จงฮยอนตานายบวมๆนะ” พี่ผู้จัดการเพิ่งสังเกตุเห็นจึงเดินเข้ามามาดูใกล้ๆ

“อ้อ สงสัยนอนไม่พอน่ะ เมื่อคืนตื่นเต้นไปหน่อยนอนไม่ค่อยหลับก็ญาติแต่งงานทั้งทีนี่ครับ” จงฮยอนตอบปัดไป…คนถามจึงพยักหน้ายิ้มๆกับท่าทางศิลปินที่ตัวเองดูแล… งานสำคัญขนาดนั้นเป็นใครก็คงจะตื่นเต้นเป็นธรรมดาแหละนะ…

…แต่ไม่ใช่อี จงฮยอน…

ถ้า ไม่ใช่เพราะเรื่องเมื่อเย็นวาน เขาก็ไม่ปฏิเสธหรอกว่าตื่นเต้นและดีใจที่ได้เป็นส่วนหนี่งในงานสำคัญของญาติ ที่สนิท หากแต่ตอนนี้ภายในใจของเขาไม่ได้รู้สึกอะไรเลย นอกเสียจากความรู้สึกผิดและเสียใจ…

หลังจากซ้อมคิวแรกเสร็จพวกเขา ก็ทยอยลงมาจากเวที มินฮยอกเดินแยกไปทางห้องน้ำเงียบๆคนเดียว… ดีที่ตอนซ้อมคิวเมื่อกี้ตำแหน่งเมนสเตจของเขาคือด้านหลังของพี่จงฮยอน… ดีที่มีกลองชุดใหญ่ขั้นกลางระหว่างเขาสองคนออกจากกัน… แผ่นหลังที่เคลื่อนไหว เสียงร้องในบางท่อนบางส่วนของอีกคนที่ดังเข้าหูมา… อย่างน้อยก็ช่วยบรรเทาความคิดถึงได้เยอะ

“จะมองให้จงฮยอนทะลุไป เลยมั้ยมินฮยอก?” เสียงแซวกวนๆแบบนี้จะเป็นใครไม่ได้นอกจากยังซึงโฮตัวแสบเพราะการคัมแบ็กคราว นี้บังเอิญที่เอ็มแบคก็คัมแบ็กพร้อมกันจึงเจอกันทุกรายการที่ไปออก อีกรายคงเพิ่งออกมาจากห้องน้ำ…

“พี่แอบมองผมหรือไง ห๊ะ?” มินฮยอกที่ยืนกอดอกมองพี่รองของวงตัวเองไม่วางตา แม้กระทั้งพูดกับซึงโฮแต่สายตาก็ยังไม่ละกับสิ่งที่จดจ้องอยู่ตรงหน้า… อีจงฮยอนกำลังทักทายเหล่าสต๊าฟประจำของสถานีเพราะเจ้าตัวมาถึงทีหลังคนอื่นๆ จึงต้องมาทำการแนะนำตัวและทักทายคนเดียว

“ไม่ได้แอบมองสักหน่อย แต่บังเอิญเห็น… ทำไมไม่เข้าไปล่ะปกติเห็นตัวติดกันยังกับตังเมไม่ใช่เหรอ?” ซึงโฮถามก็หลังๆมาเห็นเจ้าหนุ่มตายิ้มนี่ที่ไหนก็เห็นพี่รองของวงอยู่ที่ นั่นเสมอแม้จะไม่รู้ตื้นลึกหนาบางอะไรมากนักแต่ก็พอเดาได้ว่าคงมีความลึก ซึ้งต่อกันกว่าเพื่อนร่วมวงธรรมดาๆ… มินฮยอกก้มหน้าลงแค่นยิ้มไม่ตอบได้อะไร

“ยิ้มแบบนี้ฉันจะรู้มั้ย…” ซึงโฮถามงงๆ ใบหน้าหล่อส่อแววสงสัยหนักกว่าเก่า

“ก็ ที่ตรงนั้นมันไม่ใช่ที่ขอผมสักหน่อย” มินฮยอกตอบเบาๆแล้วก้มหน้าลง มอบรอยยิ้มน้อยๆให้กับตัวเอง… ที่ที่ไม่ได้หมายถึงพื้นดินที่ให้หยัดยืนแต่คือที่ตรงนั้นต่างหาก…

“อะไรของนาย ฉันไม่เห็นจะเข้าใจเลย”

“ช่าง เหอะ พี่ไม่ไปเตรียมแสตนบายหรือไงครับ ถึงคิววงพี่แล้ว” มินฮยอกไล่ให้ซึงโฮไปข้างเวทีเมื่อเห็นเมมเบอร์เอ็มแบคคนอื่นๆทยอยเดินออกมา จากห้องพักรับรองจนครบ ไม่อยากตอบอะไรใคร… ไม่อยากตอกย้ำให้หัวใจตัวเองมันทรมาณมากไปกว่านี้… และยังไม่อยากรับความจริงทั้งหมด

==#==#==# She Will Be Loved #==#==#==

1…วัน
3…วัน
9…วัน

และวันที่ 10

จน ถึงวันนี้ ทั้งมินฮยอกและจงฮยอนก็ยังคงไม่ได้พูดอะไรกัน มีเพียงสายตาที่ทำหน้าที่สบกันพอให้หายคิดถึง หากแต่สบตากันแต่ละครั้งมันช่างเป็นเวลาที่รวดเร็วเหมือนสายฟ้าที่ฟาดลงมา แล้วก็หายไป …มันไม่สามารถบอกอะไรที่อัดอั้นอยู่ภายในใจได้เลย…

“จองชิน นายเอาน้ำนี่ไปให้พี่จงฮยอนทีสิ” มินฮยอกเรียกเพื่อนตัวสูงที่กำลังจะเดินผ่านเอาใว้ แล้วยื่นขวดน้ำให้…

“เอ่อ… ฉันกำลังจะไปห้องน้ำ นายเอาไปให้เองสิ” จองชินส่ายหน้า จริงๆแล้วเขาเองก็ไม่ได้รีบร้อนอะไรนักหรอกแต่ปัญหาของคนสองคนเขาเองก็ไม่ อยากจะเข้าไปยุ่ง… อยากให้ทั้งสองคนจัดการกันเองมากกว่า…

“อ้าวเหรอ ไม่เป็นไรๆ ไปเถอะ” มินฮยอกก็ตอบออกไปยิ้มๆเช่นกัน…

“นาย เอาไปให้เองดีกว่านะ มาแอบเป็นห่วงแบบนี้ เมื่อไหร่จงฮยอนจะรู้จะเข้าใจ บางทีจงฮยอนอาจจะรออยู่ก็ได้นะ” ไม่ใช่เสียงจองชินเพราะรายนั้นเดินจากไปแล้วแต่เป็นพี่ใหญ่ที่หลบหน้าหลบตา ไม่ต่างกัน จองยงฮวากล่าวจริงใจ… มินฮยอกเผชิญหน้ากับคนที่หลายวันก่อนเข้ามาขอโทษเขาและเปิดอกพูดกันอย่างลูก ผู้ชายไปแล้วว่าจะไม่กลับมาคบกับจงฮยอนเพราะมันได้จบลงแล้วแต่เขาก็ได้รับ ฟังแค่จากปากของพี่ยงฮวาคนเดียวเท่านั้น

พี่ยงฮวาตบบ่ารุ่นน้องตัว สูงเบาๆพลางพยักเพยิดหน้าให้มินฮยอกเอาขวดน้ำไปให้ร่างบางด้วยตัวเองก่อนจะ เดินผ่านไปเพราะมีคิวอัดรายการประจำของตัวเองต่ออีก

.
.
.
.
.

“หืม…” จงฮยอนแปลกใจที่อยู่ดีๆก็มีขวดน้ำยื่นมาให้ ร่างบางค่อยๆช้อนหน้าขึ้นจากการเกากีตาร์เล่นเพลินๆมองเจ้าของขวดน้ำขวด ปริศนา…

“ให้คนผิดหรือเปล่าครับ?” จงฮยอนกล่าวก่อนจะก้มหน้าลงเหมือนเดิม…

“พี่ ชื่ออี จงฮยอนหรือเปล่าล่ะ ผมเอามาให้เขา” มินฮยอกตอบ…สั่งตัวเองให้อย่าเพิ่งท้อหรือหมดหวัง หากไม่สำเร็จอะไรจะเกิดก็คงต้องน้อมรับมันอย่างเดียว

“เอาวางใว้สิ ครับ ถ้าผมเจอแล้วจะเอาให้เขา” ไม่ได้รวนหรือตั้งแง่กับคนมีน้ำใจแต่ก็ไม่ได้ช้อนตาขึ้นไปมองคนที่ยืนอยู่ เบื้องหน้าอีก… ทั้งๆที่คิดถึงมาตลอดหลายวัน คิดถึงจนจับหัวใจ

“ฝากบอกเขาอีกหน่อยได้หรือเปล่าครับ?”

“……….”

“ฝากบอกเขาที ว่า คังมินฮยอกคนนี้ รักแล้วก็คิดถึงเขามาก

“……….”

“ได้มั้ยครับ?”

“……….”

.

.

.

ทำ แล้ว… ทำทั้งที่ไม่ควรทำแต่คนที่นั่งอยู่ก็ยังคงเงียบไม่ตอบอะไร คนที่ยืนอยู่ก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างเจ็บปวด… ไม่สำเร็จสินะ… ยังไงก็ยังคงไม่ใช่ที่ของมินฮยอกคนนี้… มินฮยอกวางขวดน้ำไว้ข้างๆคนปิดปากเงียบ เมื่อรู้ตัวว่ามันหมดเวลาของตนเองแล้ว เขาจึงตัดสินใจหันหลังเพื่อจะเดินออกมา… เขาไม่อยากให้อีกคนอึดอัดใจเพราะเขาอีกต่อไปแล้ว…

“เขาก็ฝากบอกมาเหมือนกัน…”

“……….” มินฮยอกชะงักเท้าทันทีแต่ไม่กล้าพอจะหันหลังไปมอง หากจะไล่ให้ออกไปจากชีวิตก็ขอไม่เห็นหน้าคนตัดเยื่อใยที่เขารักสุดหัวใจจะดี กว่า

“เขาขอโทษ… เขาก็คิดถึงและรักนายเหมือนกัน

คน ตัวสูงเดินกลับมา ยืนนิ่งตรงหน้าคนที่วางกีตาร์ตัวโปรดไว้บนตัก… จับปลายคางคนที่นั่งอยู่ให้แหงนขึ้น… ประสานสายตากันอย่างค้นหาความหมายและตอกย้ำคำพูดทั้งหมดก่อนจะกดแนบจูบลงไป บนริมฝีปากสีอ่อนที่เอ่ยคำว่าคิดถึงคำว่ารักออกมา… มือบางยกไปกดท้ายทอยของคนที่ยืนอยู่ให้ยิ่งต่ำลง แล้วตอบรับจุมพิตด้วยความยินยอมพร้อมใจอย่างที่สุด…
จูบแรกที่ยอมให้มินฮยอก
สัมผัสลึกซึ้งครั้งแรกที่ยอมมินฮยอกอย่างว่าง่าย
และเป็นครั้งแรกที่รู้แล้วว่ามินฮยอกมีความสำคัญกับหัวใจตัวเองแค่ไหน

ปลาย ลิ้นหยอกเอินกันอย่างเคอะเขิน ประหม่าแต่สิ่งที่คับพองในอก… ความสุขที่โผบินกลับมาสู่อ้อมแขนที่ว่างเปล่าและหนาวเหน็บในช่วงเวลาที่ห่าง กันกระตุ้นให้ควานหาความหอมหวานจากเรียวลิ้นกันและกันหนักหน่วงขึ้น มินฮยอกดูดเม้มปลายลิ้นสีอ่อนของคนที่นั่งอยู่ สอดลิ้นไล่วนอย่างโหยหา…คิดถึงเหลือเกิน อี จงฮยอน…

ทั้ง สองผละกันออกแล้ว… ไม่ใช่ว่าต่างฝ่ายต่างพอกับจุมพิตที่เพิ่งรู้ซึ้งว่าหอมหวานและยั่วยวนใจ อย่างที่สุดแต่สถานที่แบบนี้ก็ไม่สมควรจะทำอะไรที่เกินงามมากไปกวานี้ มินฮยอกดึงตัวอีกคนให้ลุกขึ้น

“กอดนะ…” เขากระซิบบอกเหมือนเป็นการขอแต่คำตอบจากอีกคนพลอยให้เขาต้องยิ้มกว้าง

“ถ้าถามจะตอบว่าไม่”

“ถ้า อย่างนั้น…ไม่ถามจะทำเลยก็ได้ใช่มั้ยครับ?” มินฮยอกถามกระเซ้า …โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ยิ่งขึ้น จนได้กลิ่นหอมจากผิวแก้มของอีกคน ทั้งๆที่ปลายจมูกยังไม่ทันได้สัมผัส…

“บอกว่าไม่ให้ถามยังไง ล่ะ… ถ้าถามอีกทีจะเดินหนีแล้วนะ” พี่รองเริ่มกลายร่างเป็นแมวน้อยขู่ฟ่อๆ ก็รู้อยู่ว่าเขินก็รู้อยู่ว่าไม่ใช่นิสัยยังมาเหย่าแหย่ให้อายเล่นอีก… ทันทีที่จงฮยอนพูดจบ เจ้าของคำถามก็โยนโจทย์งี่เง่าพวกนั้นทิ้งก่อนจะรวบตัวรุ่นพี่ตัวบางใว้ใน อ้อมกอด จงฮยอนยกแขนทั้งสองข้างโอบรอบคอของมินฮยอกใว้…

คิด ถึง ไม่มีมินฮยอกคอยดูแล ไม่มีมินฮยอกคอยให้ความอบอุ่น ไม่ได้เห็นรอยยิ้มของมินฮยอก ไม่ได้คุยกับมินฮยอก มันช่างเหงาเหลือเกิน… เหงาจนไม่อยากทำอะไรเลยในแต่ละวัน จงฮยอนซุกหน้าลงกับอกของรุ่นน้องตัวสูง…

มินฮยอกลูบหัวคนที่ ซุกอยู่ที่อกเขาเบาๆ… รู้สึกไปเองหรือเปล่านะ ร่างในอ้อมกอดสั่นน้อยๆ แล้วความชื้นที่หน้าอก ทำให้เขารู้ว่าอีกคนร้องไห้ เจ้าของอ้อมกอดกระชับวงแขนแน่นขึ้นอีก…

“พี่ขอโทษนะ… มินฮยอก” จงฮยอนพูดเสียงอู้อี้อยู่ในอ้อมกอดคนที่หลบหน้ากันเป็นสิบๆวัน

“ขอโทษเรื่องอะไร หือม์?”

“ขอโทษ… ที่กว่าจะรู้ตัวว่านายสำคัญ กว่าจะรู้ตัวว่ารักนาย… ก็ทำให้นายเสียใจสารพัด”

“……….”

“จากวันนี้ไปพี่จะรักนายและจะให้นายอยู่ในหัวใจพี่คนเดียว เชื่อพี่นะ นายต้องเชื่อพี่นะคังมินฮยอก”

“ครับ ผมเชื่อพี่… ถ้าคังมินฮยอกไม่เชื่ออีจงฮยอนจะให้ไปเชื่อใครล่ะครับ” เขากดจูบที่ข้างแก้มคนขอให้เชื่อ… กดจูบย้ำๆเพื่อให้อีกคนมั่นใจว่าเขาได้ยินและบันทึกมันไว้ในหัวใจหมดทุกถ้อย คำ แต่ต่อให้พี่จงฮยอนไม่เว้าวอนหรือร้องขอให้เขาเชื่อ… เขาก็ยังรักพี่จงฮยอนอยู่ดี

==#==#==# She Will Be Loved #==#==#==

“พี่ยงฮวา…”

“ว่าไงจงฮยอน?” จองมยงฮวาหันมายิ้มให้กับน้องรองของวง

“เปล่าหรอก แค่จะลองดูว่าพี่ยงฮวาลืมสัญญาหรือเปล่าเท่านั้นเอง” เจ้าตัวตอบยิ้มๆ เห็นพี่ยงฮวายิ้มได้แบบนี้เขาก็สบายใจ

“แล้ว ไง เห็นแบบนี้พี่ก็เป็นคนรักษาสัญญานะ ว่าแต่รอยที่คอนั่นมินฮยอกทำเหรอ?” ประโยคหลังของพี่ใหญ่ยงฮวาถามเสียงดังเสียจนจองชินที่นั่งดูสารคดีสัตว์โลก หันมามองจงฮยอนอย่างจับพิรุธ…

“ห๊า~~รอยอะไร ไม่มีสักหน่อย พี่ตาฝาดแล้วล่ะแก่แล้วแก่เลยจริงๆพี่นี่ ผมไปอาบน้ำดีกว่า” ร่างบางแก้เก้อไปเรื่องอื่น แล้วก็เตรียมตัวจะชิ่งเข้าห้องน้ำแต่เจ้ามักเน่ตัวแสบก็มาขวางใว้

“เดี๋ยว ขอดูหน่อย” คนตัวสูงที่สุดในหอยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วก็มาดึงเสื้อพี่รองเปิดออก… จงฮยอนพยายามเบี่ยงตัวหนีแต่จองชินไม่ยอม ตามมาตะครุบตัวพี่รองไว้จนได้…

“เห้ย! ทำอะไรพี่จงฮยอนน่ะจองชิน?!” เสียงดุดังมาจากคนที่เพิ่งกลับเข้าหอมา…ทุกคนหันไปมองจึงเห็นว่าเป็นมินฮยอกนั่นเอง

“เปล่าๆ เปล่าซะหน่อย” แขนยาวๆที่ตะครุบเอวบางของพี่รองไว้ปล่อยโดยอัตโนมัติมองหน้าขึงขังของมิ นฮยอกแล้วนึกกลัวใช่เล่น มาโหมดโหดแบบนี้เขาเองก็ไม่คิดสู้หรอก… ถ้าแบบโหดเพราะเรื่องทั่วไปคงไม่เท่าไรแต่ถ้ามาหึงโหดหวงโหดแบบนี้… อีจองชินก็ขอเซย์บายอย่างเดียว

“เพิ่งตื่นไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่อาบน้ำก่อน… มาเดินทั้งชุดนอนแบบนี้ได้ยังไงพี่จงฮยอน?” มินฮยอกคว้าเอวคนรักมาจากเพื่อนตัวสูงหันมาถามคนรักเสียงเปลี่ยนไปเหมือนคน ละคน… จนยงฮวาและจองชินเองแอบอดยิ้มไม่ได้

“มาหาพี่ยงฮวา… มาดูว่าพี่เขาทำตามสัญญาหรือเปล่า?” จงฮยอนตอบแล้วหันไปยิ้มให้คนรัก…

“อืม ถ้างั้นสบายใจได้แล้วสินะ” คนรับฟังเกยคางไว้บนไหล่ร่างบาง กอดเอวพี่รองพลางสบตาให้คนที่จงฮยอนบอกว่ารักษาสัญญาและมองจองชินที่ส่าย หน้าทนรับกับภาพหวานเลี่ยนแต่เช้าแบบนี้ไม่ไหว …จนเสียงหัวเราะคิกคักดังทำลายความเงียบ บรรยากาศตึงเครียด หม่นเศร้าช่วงหลายวันที่ผ่านมาจางหายไปจนหมด…

…เรื่องความรัก มันไม่ง่ายอย่างที่คิดหรอก…
…ต้องใช้เวลาแค่ไหนกว่าจะตามหามันเจอ…
…ต้องใช้เวลาแค่ไหนกว่าจะเข้าใจมันถูกทุกอย่าง…
…ต้องใช้เวลาแค่ไหนกว่าจะลืมมันลง…


ต่อให้ควานหาทฤษฎียากๆหรือบทนิยามที่สวยหรูมาเป็นตัวอย่าง
ก็ใช่ว่าจะหาคำตอบให้มันได้ทั้งหมด… หากไม่เรียนรู้และใช้หัวใจตัวเองตอบมัน…

The End….

==#==#==# She Will Be Loved #==#==#==

*เหมือนเดิมที่มาของชื่อเรื่อง แนะนำโดยน้องไบร์ส puppo^^

She Will Be Loved – Maroon 5
Maroon 5 She Will Be Loved Lyrics

Beauty queen of only eighteen
ราชินีน้อยอายุแค่สิบแปดเท่านั้น
She had some trouble with herself
เธอมีปัญหาบางอย่างที่ต้องจัดการ
He was always there to help her
เขาอยู่เคียงข้างเพื่อช่วยเธอเสมอ
She always belonged to someone else
แต่เธอก็ตกเป็นของคนอื่นเรื่อยมา

I drove for miles and miles
ฉันขับรถมาเป็นไมล์ๆ
And wound up at your door
และมาลงเอยที่หน้าประตูของคุณ
I’ve had you so many times
ฉันใช้เวลาอยู่กับคุณมาหลายต่อหลายครั้งแล้ว
But somehow I want more
แต่บางครั้ง ฉันต้องการมากกว่านั้น

I don’t mind spending everyday
ฉันไม่รังเกียจหรอกที่จะใช้เวลาทุกๆวัน
Out on your corner in the pouring rain
ยืนท่ามกลางสายฝนที่มุมถนน
Look for the girl with the broken smile
มองหาหญิงสาวที่มีรอยยิ้มแสนเศร้า
Ask her if she wants to stay awhile
แล้วถามเธอว่า อยากไปอยู่กับฉันซักพักไหม

And she will be loved
และ เธอจะได้รับความรัก
She will be loved
เธอจะได้รับความรัก

Tap on my window knock on my door
เคาะที่หน้าต่าง เคาะที่ประตูฉันสิ
I want to make you feel beautiful
ฉันอยากทำให้คุณรู้สึกดี
I know I tend to get so insecure
ฉันรู้ดีว่าฉันกำลังโอนเอียงไปในทางที่ไม่มั่นคง
It doesn’t matter anymore
แต่มันไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว

It’s not always rainbows and butterflies
ชีวิตไม่ได้มีสายรุ้งกับผีเสื้อสีสวยเสมอไปหรอกนะ
It’s compromise that moves us along, yeah
มันจะทำให้เราประนีประนอมต่อกันและค่อยๆก้าวไปด้วยกัน ใช่
My heart is full and my door’s always open
หัวใจฉันยังคงเปี่ยมไปด้วยความรักและประตูจะเปิดรับเสมอ

You can come anytime you want
คุณจะมาเมื่อไรก็ได้ที่คุณต้องการ

I don’t mind spending everyday
ฉันไม่รังเกียจหรอกที่จะใช้เวลาทุกๆวัน
Out on your corner in the pouring rain
ยืนท่ามกลางสายฝนที่มุมถนน
Look for the girl with the broken smile
มองหาหญิงสาวที่มากับรอยยิ้มแสนเศร้า
Ask her if she wants to stay awhile
แล้วถามเธอ เผื่อ อยากไปอยู่กับฉันซักพัก

And she will be loved
แล้วเธอจะได้รับความรัก
And she will be loved
และเธอจะได้รับความรัก
And she will be loved
แล้วเธอจะได้เป็นที่รัก

And she will be loved
แล้วเธอจะได้รับความรัก

I know where you hide alone in your car
ฉันรู้น่า ที่ๆคุณหลบซ่อนตัวเองอยู่คนเดียวในรถของคุณ
Know all of the things that make you who you are
รู้ทุกสิ่งที่ทำให้คุณเป็นแบบนี้
I know that goodbye means nothing at all
ฉันรู้ว่าการบอกลาไม่ได้มีความหมายอะไรเลย
Comes back and begs me to catch her every time she falls
เมื่อคุณกลับมาแล้วขอร้องให้ฉันช่วยเธอทุกครั้งก่อนที่เธอจะต้องสิ้นหวัง

Tap on my window knock on my door
เคาะที่หน้าต่าง เคาะที่ประตูฉันสิ
I want to make you feel beautiful
ฉันอยากทำให้คุณรู้สึกดี

I don’t mind spending everyday
ฉันไม่รังเกียจหรอกที่จะใช้เวลาทุกๆวัน
Out on your corner in the pouring rain
ยืนท่ามกลางสายฝนที่มุมถนน
Look for the girl with the broken smile
มองหาหญิงสาวที่มีรอยยิ้มแสนเศร้า
Ask her if she wants to stay awhile
แล้วถามเธอว่า อยากไปอยู่กับฉันซักพักไหม

And she will be loved
และ เธอจะได้รับความรัก
She will be loved
เธอจะได้รับความรัก
And she will be loved
แล้ว เธอจะได้รับความรัก
And she will be loved
เธอจะได้รับความรักในที่สุด

(Please don’t try so hard to say goodbye)
(ได้โปรด อย่าพยายามมากมายที่จะบอกลาเลย)
And she will be loved
และเธอจะได้รับความรัก

Please don’t try so hard to say goodbye
ได้โปรด ขอได้อย่าพยายามที่จะบอกลาเลย
Please don’t try so hard to say goodbye
โปรด อย่าพยายามมากมายที่จะบอกลาเลย
(I don’t mind spending everyday)
(ฉันไม่รังเกียจหรอกที่จะใช้เวลาในทุกๆวัน)
(Out on your corner in the pouring rain)
(ยืนอยู่ท่ามกลางสายฝนที่หัวมุมถนน)

Try so hard to say goodbye
พยายามที่จะบอกลา

=========================

AuThur Talk: เหอๆๆ ยกมือปาดเหงื่อ…มันยาวเนอะ ยาวจนคนแต่งเองท้อใจ ==” บอกตรงๆเลยว่าแต่งไปถึงกลางเรื่องแล้วไขวเขวอย่างแรงจนต้องขอคำปรึกษาจาก น้องเนม namies และน้องไบร์ส puppo เพราะเริ่มใจอ่อนอ่อนใจกับจองยงฮวา… เศร้าใจที่สุด ทั้งที่แต่งมินฮยอนแต่ไม่อยากให้ยงฮวาตกที่นั่งแบบนี้ ==” T^T

สุดท้ายก็กัดฟันแต่งต่อให้จบ ยาวแต่อาจหาสาระไม่เจอและเป็นอีกเรื่องที่จบได้ไม่ถูกใจตัวเองเท่าไรเพราะ ง่ายสิ้นดี …ยังไงก็ขอบคุณที่ทนอ่านและขอบคุณที่เห็นว่ามินฮยอนก็น่ารักค่ะ^^

ปล.ลงช้ากว่าที่บอกเด็กๆหน้าเชาท์ไว้หนี่งวันเพราะมัวไปโอ๋มักเน่อีกวงอยู่คิคิ ซอรี่ๆๆ
ลป.ขอเรียกว่ามินฮยอนแล้วกัน… มันน่ารัก น่าหยิกดี ประกาศเปิดสำนัก มินฮยอน อย่างเป็นทางการจ้า >//<

อ่านจบกรุณาอีดิทคอมเม้นท์ด้วยค่ะ!
*อย่าเม้นท์แค่ว่าสนุก รอตอนต่อไปหรือขอบคุณๆๆแค่นี้นะค่ะ ไม่ปลื้มค่ะ!!
และหากรู้ว่าไม่มีเวลาอ่านรบกวนอย่าแปะทิ้งไว้จะดีกว่าเนอะ^^

Comments

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s