[SF] =# Just hold me Every day =#, MinHyun , YongShin

Posted: March 6, 2012 in ~* MinHyun *~, ~* YongShin *~

Title: Just hold me Every day
Paring: MinHyun , YongShin
Author: HaneiBee
Note: แต่งมาง้อคนดราม่าฝังใจจากเจ้าสาวปีศาจ ><

รูปที่กระตุ้นให้แต่งรูปแรกกกก

 Reduced: 76% of original size [ 800 x 550 ] – Click to view full image

“เดี๋ยวกลับไปถึง ไปซื้อของเป็นเพื่อนหน่อยสิจองชิน” เสียงหวานของอีจงฮยอนเอ่ยขึ้นขณะเดินเข้าเกทที่สนามบินสุวรรณภูมิ เสี้ยววินาทีต่อมาคนถูกชักชวนพยักหน้ารับหงึกๆ เล่นเอาอีกสองคนที่ยืนประกบอยู่ไม่ห่างตัวมองหน้ากันเลิ่กลั่ก

เฮ้ย! ตี๋ แฟนแกชวนแฟนฉันไปช้อป
อะไรอ่ะเฮีย แฟนเฮียไม่ปฏิเสธเองนะ

สองประโยคนี้ไม่ได้เล็ดลอดออกมาจากลำคอแต่สนทนากันผ่านสายตาเท่านั้น ยงฮวาขมวดคิ้วมุ่นใส่เจ้ามือกลองหน้าหล่อ ในขณะเดียวกันเจ้ามือกลองเองก็ชักสีหน้าหงุดหงิดไม่น้อยใส่คุณลีดเดอร์

“เป็นอะไรมินฮยอก ทำหน้าเหมือนหมาโดนยาเบื่อเลย?” จงฮยอนหันมาถามแฟนรุ่นน้องแต่ก็ได้รับเพียงการส่ายหน้า อารามที่ไม่ได้อยากฟังคำตอบเท่าใดจึงไหวไหล่เล็กน้อยก่อนหันกลับไปเล่นกับมักเน่ตัวบางอีกรอบ

ตอนนี้ทั้งสองหนุ่มอย่างยงฮวาและมินฮยอกมองดูการละเล่นของแฟนตัวเอง จงฮยอนที่พยายามแกล้งจองชินด้วยการบีบแขนอีกฝ่ายแต่อีกฝ่ายก็ชักหนีและไม่วายแกล้งกลับ มันช่างเป็นภาพชวนมองยิ่งนักแต่ทว่า

เล่นกันแค่นี้ไม่พอ ยังมีการชวนไปช้อปทันทีที่เหยียบเกาหลีอีก ใจร้ายยยยยยยย

T/\T

ให้หลังขึ้นเครื่องกันเรียบร้อยจงฮยอนก็เอาหัวไปพิงไหล่กว้างๆ ของมินฮยอกที่นั่งคู่กัน เอื้อมไปจับมืออีกฝ่าย ช้อนตาขึ้นมอง ยิ้มหวานให้

“เดี๋ยวฉันกับจองชินจะไปซื้อของ อยากได้อะไรเปล่า?”
“ไม่ครับ”
“ไหนว่าอยากได้แว่นกันแดดใหม่ไม่ใช่เหรอ?”
“ไว้ผมไปซื้อเองดีกว่า พี่ไปช้อปให้สนุกเถอะ”
“โกรธอะไรฉันอีกเนี่ย มิน?”
“ไม่ได้โกรธ พี่นอนเถอะเดี๋ยวถึงเกาหลีแล้วจะได้มีแรงไปช้อป” จงฮยอนตีหน้ายุ่งก่อนปิดตาลง ถือว่าถามแล้วนะถ้ายังยืนกรานที่จะโกรธกันต่อก็หมดปัญญาจะง้อ ถึงแม้จะรู้อยู่แก่ใจก็ตามว่าอีกฝ่ายโกรธเรื่องอะไร จริงๆ ก็เกือบใจอ่อนไปตั้งแต่รอตรวจพาสปอร์ตแล้วที่มินฮยอกมานวดๆ ให้เพราะรู้ว่าตัวเองไม่ค่อยสบายจึงอยากเอาใจแต่ทำยังไงได้ก็วางแผนกับจองชินไว้แล้วนี่น่า

><

“พี่จะไม่นั่งกับผมเหรอ?” จองชินถามคนที่เดินผ่านหน้าไป ธรรมดานั่งเครื่องคู่กันตลอดแต่วันนี้พี่ยงฮวาทำท่าเหมือนจะไปนั่งกับคุณเลขาของท่านประธาน ยงฮวาพยักหน้า

“เดี๋ยวพี่ต้องคุยงานนิดหน่อย นายนั่งกับสตาฟไปแล้วกัน”
“โกรธอะไรผมฮะ?”
“ไม่ได้โกรธแต่ไม่อยากกวนนาย เดี๋ยวนอนไม่พอตอนไปถึงเกาหลีแล้วจะไม่มีแรงไปช้อปกับจงฮยอนเอา”

“โกรธผมเรื่องนี้เหรอ อ่า ก็พี่จงฮยอนชวนผมไปนี่ จะให้ผมปฏิเสธยังไงได้”

“พี่ก็ยังไม่ได้ว่าอะไร ไปเถอะ” กล่าวพร้อมยิ้มให้น้อยๆ เขาลูบหัวแฟนน้องเล็กแผ่วเบาก่อนเดินไปนั่งคู่กับคุณเลขาแสนสวยของบริษัท จองชินนึกฉุนกึก อะไรกันแกล้งนิดแกล้งหน่อยทำงอน ทีตัวเองทำให้เขาโกรธจนควันออกหูกลางคอนยังไม่ว่าอะไรสักคำ ชริๆ

สถานการณ์บนเครื่องบินตลอดระยะเวลาบินกลับเกาหลีดูสงบนิ่งและออกไปทางคุกรุ่นด้วยสงครามประสาทเสียมากกว่าเพราะคู่รักทั้งสองคู่ของวงต่างปั้นหน้านิ่งใส่กัน กระทั่งมาถึงประเทศบ้านเกิดในช่วงเช้ามืด

จงฮยอนกับจองชินนำสัมภาระไปเก็บและจัดแจงอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าโดยไม่ได้สนใจใยดีแฟนหนุ่มทั้งสองของตัวเอง พอเสร็จก็เดินตัวปลิวออกจากหอไปในช่วงสาย

“ดีชะมัด ไม่ได้นอนกอดกันตั้งครึ่งค่อนเดือนพอมีโอกาสก็ออกไปเที่ยว ใช้ได้ที่ไหน?”
“ช่างพวกเขาเถอะพี่ พูดไปก็หาเรื่องทะเลาะกันเปล่าๆ ผมไปนอนนะ”

“อือ พี่ก็จะไปนอนเหมือนกัน” ยงฮวาสบถเซ็งๆ ก่อนเดินตึงๆ เข้าห้องนอนตัวเองบ้าง ที่บ่นว่าไม่ได้นอนกอดกันตั้งครึ่งค่อนเดือนล้วนเป็นเรื่องจริงทั้งนั้นเพราะตั้งแต่ปลายปีที่แล้วที่เขาเองเป็นคนตั้งกฏเหล็กของวงขึ้นมาใหม่ว่าถ้าเป็นช่วงทัวร์หรือวันรุ่งขึ้นมีตารางเล่นไลฟ์ให้นอนแยกคู่

คู่ในที่นี่หมายถึงคู่รักของวง อย่างเมื่อก่อนเขาจะนอนกับจองชิน มินฮยอกนอนกับจงฮยอนก็เปลี่ยนให้จองชินไปนอนกับจงฮยอนแล้วตัวเขาเองก็นอนกับมินฮยอกแทน คนภายนอกอาจไม่เข้าใจว่าเขาตั้งกฏเหล็กนี่ขึ้นมาทำไมแต่สำหรับตัวพวกเขาเองแล้ว มันทำให้ตารางงานในวันรุ่งขึ้นไม่พังลงง่ายๆ

ก็จะอะไรเสียอีก หลังๆ ที่ตารางงานแน่นพอตื่นตอนเช้าก็แทบไม่มีเรี่ยวแรงเอาเสียเลยเพราะไม่เคยอดใจไหวไม่ฟัดคนที่นอนให้กอดได้สักคืน จึงหักดิบด้วยการไม่ต้องนอนคู่กับแฟนตัวเองไปเสีย ซึ่งมันได้ผลดีทีเดียว

ระยะหลังมานี่พอเชคอินเข้าห้องพัก เห็นว่าอีกเตียงไม่ใช่แฟนตัวเองก็ต่างคนต่างนอน เช้ามากระปี้กระเป่าชนิดที่ให้เล่นคอนติดกันสิบรอบก็ยังไหว

“พี่ยงฮวา มื้อเย็นจะกินอะไรพี่?” เจ้าของชื่อโผล่หน้าออกมาจากผ้าห่ม เห็นมินฮยอกยืนหัวยุ่งๆ คล้ายเพิ่งตื่นถามอยู่ตรงประตูก็เลิกคิ้วแปลกใจ มื้อเย็น อะไรกันนี่เขานอนมาราธอนตั้งแต่สายจนถึงเย็นเลยหรือ เขาตอบไปส่งๆ ว่าอะไรก็ได้โดยไม่ลืมถามว่าบรรดาคุณแฟนบังเกิดเกล้าทั้งหลายกลับมาจากช้อปปิ้งหรือยัง

“สองคนนั้นกลับมายัง?”
“ยังแต่ส่งข้อความมาบอกแล้วว่าใกล้ถึงแล้ว”
“ไม่กลับซะพรุ่งนี้เช้าเลยล่ะ”
“อย่าอารมณ์เสียเลยพี่ ยังไม่ชินอีกเหรอ ผมยังชินเลย”

“ฉันไม่ใช่นายนี่มินฮยอก แฟนตัวเองไปเที่ยวกับคนอื่น ไปกินเหล้ากับคนอื่นยังไม่โวยวายสักคำ ฉันล่ะนับถือนายจริงๆ”

“แล้วพี่จะให้ผมโวยวายอะไร ในเมื่อพี่จงฮยอนบอกเองว่าก็แค่ไปเที่ยว”
“เอ่อๆ ข้าวมาแล้วปลุกพี่อีกทีล่ะกัน ง่วง”
“ครับ”

.
.
.
.
.

“พี่ยงฮวา~”
“หือม์?”
“ตื่นได้แล้ว ไปกินข้าวกัน”

“อือ อืมมม” นึกหงุดหงิดไม่น้อยที่ถูกปลุกถึงสอบรอบติดกัน ยงฮวาปรือตาขึ้นดูก็พบกว่าเป็นจองชินที่มาปลุกแต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อร่างบางก็โน้มลงมาจูบเขาอย่างไม่รีรอ ริมฝีปากเย็นชืดของคนไปตะล่อนๆ ข้างนอกมาทั้งวันทำท่าจะถอนออกหากยงฮวาไม่ปล่อยโอกาสให้ผ่านไปง่ายๆ เขากดท้ายทอยร่างบางให้โน้มลงมารับจูบจากเขาต่ออย่างเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนส่งเข้าไปให้ความอบอุ่น คราวนี้จองชินเองก็จูบตอบไม่หวั่น กระเป๋าเป้ที่ติดตัวจองชินมาค่อยๆ ถูกดึงออกจากไหล่และโยนทิ้งลงข้างเตียง

มือกว้างลูบที่แผ่นหลัง ถลกชายเสื้อของจองชินขึ้นค่อยๆ สอดมือเข้าไปสัมผัสเนื้อผิวด้านในส่งให้ร่างบางสะดุ้งตัวก่อนผละออกมาเดี๋ยวนั้น

“ทำไมล่ะ?” ยงฮวาเลิกคิ้วถามแฟนตัวบางที่ตอนนี้ลุกพรวดพราดไปยืนหน้ายุ่งข้างเตียงเสียแล้ว จองชินท้าวสะเอว เอียงคอมองแฟนรุ่นพี่ที่ตีหน้างุนงง

“ผมแค่มาปลุกไปกินข้าวไม่ได้มาปลุกให้ทำอย่างอื่น”
“อะไรหนักหนาเนี่ยจองชิน จะยั่วโมโหพี่ไปถึงไหน หือม์?”

“ไม่ต้องมาทำขึ้นเสียงเลย ผมไปรอที่โต๊ะนะ” ว่าจบก็ก้าวอาดๆ ออกไป เล่นเอายงฮวาถึงกับผุดลุกขึ้นมานั่งกุมขมับ ลำพังเดินสายทัวร์คอนเสิร์ตตั้งแต่ญี่ปุ่นไปไทยกลับมาเกาก็เหนื่อยจะแย่แล้วยังต้องมารับมือกับอารมณ์ขึ้นๆลงๆ ของแฟนตัวเองด้วยเหรอเนี่ย โอยย เกิดเป็นจองยงฮวานี่ลำบากจริงเว้ย

“ไปยั่วโมโหอะไรพี่ยงฮวาอีกจองชิน?” พอเดินมาถึงโต๊ะกินข้าวมินฮยอกก็กอดอกถามเพื่อนร่วมปี จองชินยักไหล่ ไม่ตอบก่อนนั่งลงประจำที่ตัวเอง ชิ อย่านึกว่าฉันจะกลัวนายเลยตี๋น้อยเอ้ยยยเพราะขนาดพี่นายอย่างจองยงฮวาฉันยังท้าชนมาแล้วทุกเรื่อง หึหึ

“เอ่อ ไม่ตอบก็ตอบว่าแต่พี่จงฮยอนไปไหน ทำไมไม่กลับมาด้วยกัน?” เรื่องเก่าไม่เคลียร์หนุ่มมือกลองก็จัดเรื่องใหม่ใส่ไป มินฮยอกตีหน้านิ่วคิ้วขมวด ถามคนที่กอดคอกันออกไปกับแฟนเขาแต่พอขากลับไหงถึงเดินหน้านิ่งกลับมาคนเดียว

“เห็นว่าแวะไปหาเพื่อน จะไปค้างด้วยนะ” ตอบไม่ใส่ใจแต่เล่นเอาคนฟังถึงกับหัวเสีย ให้ตายสิ นี่อีจงฮยอนตัวแสบเล่นแรงไปแล้วนะ อึดใจต่อมามินฮยอกก็คว้ามือถือพร้อมกระเป๋าสตางค์ติดมือมาแล้วเดินตึงๆ ออกจากหอไป

ยงฮวาที่ออกมาไม่ทันเห็นเพียงหลังไวไวของหนุ่มมือกลองก็ถามเอาความจนรู้ว่าน้องรองตัวเองเล่นไม่เลิกร้อนจนมินฮยอกต้องออกไปตามกลับมาก็ส่ายหัว คงไม่ใช่แค่จองยงฮวาเสียแล้วที่ชีวิตช่างลำบากลำบน คังมินฮยอกเองก็พอๆ กัน เฮ้อออ

“สนุกกันพอรึยัง?” สุดท้ายยงฮวาก็ตัดสินใจดึงแขนแฟนน้องเล็กให้มานั่งลงที่โซฟา เขายืนจังก้า มองหน้าขณะถาม จองชินเสหน้าหนี ทำหูทวนลม

“พี่ถามว่าสนุกกันพอรึยัง ทุกวันนี้ทำงานอาทิตย์ละเจ็ดวัน บินไปกลับทั้งเกา ญี่ปุ่น ไหนจะไทยอีกคิดว่ายังเหนื่อยไม่พอใจใช่มั้ย ถึงมาหาเรื่องพี่กับมินฮยอกมันในวันที่ได้หยุดแบบนี้?!”

“อะไร? ผมหาเรื่องเรื่องอะไรพวกพี่ อย่ามาใส่ร้ายกันนะ!”
“แล้วที่พอมาถึงก็ออกไปเที่ยวทั้งวันแถมปล่อยให้จงฮยอนไปไหนต่อไหนอีก ไม่ยอมพากลับมาด้วยแบบนี้ ไม่เรียกว่าหาเรื่องงั้นเหรอ?”

“ถ้าพี่จะคิดแบบนั้น ผมก็คงห้ามไม่ได้” ดูเถอะ นับวันจองชินยิ่งจะเหมือนจงฮยอนไปทุกวัน ยงฮวาคิดในใจเพราะหลังๆ พอถูกคาดคั้นอะไรเข้าหน่อยก็ชอบตัดบทว่าถ้าจะคิดก็คิด ถ้าจะหาว่าอีกฝ่ายผิดก็ว่าไป ซึ่งยงฮวาชอบให้จองชินเถียงคอเป็นเอ็นหรือตอบแบบกล้าๆกลัวๆแบบเมื่อก่อนยังดีเสียกว่า หนุ่มรุ่นพี่คว้าเอวบางไว้เมื่อเห็นจะลุกขึ้น

“จะไปไหน?”
“กินข้าว?”
“ไปข้างนอกมาทั้งวันไม่ได้กินอะไรเลยรึไง กลับมาถึงหิวโซแบบนี้?”
“เอ๊ะ! นี่พี่จะหาเรื่องผมเหรอ เอ่อ ไม่กินก็ได้ ปล่อย! จะไปอาบน้ำ!!”

“ไม่ให้อาบ”
“โอยย พี่เป็นบ้าไปแล้วรึไงพี่ยงฮวา อ๊ะ!! พี่จะทำอะไร?!” จองชินร้องเสียงหลงเมื่อคนโตกว่าดันให้เขานอนราบไปกับโซฟาและตามขึ้นมาคร่อมทับรวดเร็วแต่ทว่ายงฮวากลับต้องชะงักเมื่อร่างบางไม่ดิ้นขัดขืนหรือโวยวายอะไรต่อ ซ้ำร้ายยังนอนนิ่งๆ สายตาคู่สวยจดจ้องใบหน้าของคนรักอย่างไม่สามารถตีความหมายได้เลย

“จ้องหน้าพี่ทำไม พี่ต้องโกรธนายนะ ไม่ใช่นายมาโกรธพี่แบบนี้”
“ทำไมผมจะโกรธพี่ไม่ได้ อ๋อ ลืมไปว่าจองยงฮวาทำอะไรไม่เคยผิด”
“อย่ามาประชดนะ พี่ไม่ชอบนายก็รู้”

“พี่ไม่ชอบๆๆๆ อะไรที่พี่ไม่ชอบผมต้องรู้และต้องทำตามแต่อะไรที่ผมไม่ชอบล่ะ พี่เคยรู้ เคยสนใจบ้างรึเปล่า??!!”

“ดะ เดี๋ยวจองชิน ตกลงมันเรื่องอะไรกันแน่ หือม์?” ยงฮวาพยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบเมื่อเห็นว่าคนใต้ร่างเริ่มระเบิดอารมณ์ เสียงหวานโวยลั่นเต็มสองหู สีหน้าโกรธจัด แววตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อเขาทำให้ต้องดึงอีกคนขึ้นมากอดปลอบโยน ฝ่ามือกว้างลูบแผ่นหลังบางที่สั่นเทาอย่างใจเย็น แต่จองชินนิ่งให้กอดปลอบอยู่อีดใจเดียวก็ผลักเขาออกก่อนลุกขึ้นและวิ่งหนีเข้าห้องไป

ทิ้งไว้เพียงเสียงประตูปิดดังโครม
และคำถามร้อยพันที่วิ่งวนในหัวว่า เขาผิดอะไรกันแน่?

.
.
.
.
.

.
.
.
.
.

ก๊อกๆ

สมาชิกเอฟทีไอร์แลนด์หันมองหน้ากันอย่างเสียวสันหลังก่อนทิ้งสายตาที่แขกตัวขาวที่นั่งกอดอกนิ่งอยู่มุมห้อง ตอนนี้เขาทั้งห้ามคนมีลางสังหรณ์ว่าหอจะพังก็วันนี้แหละ

“ใครเป็นหนอนบ่อนไส้?!” จงฮยอนกวาดสายตาถามเจ้าของหอทั้งห้าคนพลันมาหยุดสายตาที่มือกลองตัวน้อยของวง มินฮวานก้มหน้างุดทำทีเป็นเล่นไอโฟนในมือเดี๋ยวนั้น

“ไว้ฉันจะคิดบัญชีกับนายทีหลังมินฮวาน ฮึ่ย!!!”

“อ่า ใจเย็นๆนะพี่ ผมก็แค่สงสารคนที่มีอาชีพเดียวกันก็แค่นั้นเอง –“” อาชีพเดียวกันในทีนี่ก็คือตำแหน่งมือกลอง มินฮวานที่เพิ่งแอบส่งข้อความไปหามินฮยอกว่า ‘แมวซ่อนตัวอยู่ที่เกาะ’ ถลาไปคว้าแขนรุ่นพี่ต่างวงที่กำลังจะเดินไปหนีไปนอกระเบียงฉับ ร้อนถึงอีกสี่หนุ่มที่เหลือที่ยังตั้งสติไม่ค่อยได้ตั้งแต่เปิดประตูรับแขกที่ไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้าว่าจะรีบหาแผนสอง

หนึ่งชม.ก่อนหน้านี้ออดหน้าหอพวกเขาดังและทันทีทีเปิดไปก็พบว่าเป็นอีจงฮยอนมือกีตาร์หน้าสวยจากวงร่วมค่าย เดิมทีนึกว่ามาเยี่ยมเยี่ยนเฉยๆ แต่พอเห็นสีหน้าและอาการหัวฟัดหัวเหวี่ยงก็เดาได้ทันทีว่าคงทะเลาะกับแฟนหนุ่มตัวเองแล้วหนีมาซ่อนตัวที่นี่เป็นแน่

“กลับหอเดี๋ยวนี้พี่จงฮยอน!” ร้อนเป็นไฟ งานนี้เรียกว่าร้อนเป็นไฟทุกย่อมหญ้า มินฮยอกที่เพิ่งก้าวเข้ามาโดยการเปิดประตูให้จากหนุ่มหล่อมาดเจ้าชายชเวจงฮุนประกาศเสียงกร้าว ฉุดให้คนที่จะหนีไปนอกระเบียงตวัดหน้ามา จงฮยอนท้าวสะเอว ก้าวฉับๆ เข้าไปประจัญหน้ากับมินฮยอก

“อย่ามาขึ้นเสียงใส่ฉันต่อหน้าคนอื่นนะ ยังไงนายก็เด็กกว่าฉัน อย่าลืม!”
“เด็กกว่าแล้วไง ถึงเด็กก็เป็นแฟนพี่ไม่ใช่เหรอ หรือจะเถียง?”
“คังมินฮยอก!”
“ครับ”

“ฮี่ย!! ฉันไม่กลับ อยากกลับก็กลับไปคนเดียวเลย!!!” สิ่งที่จงฮยอนเกลียดในความเป็นมินฮยอกชนิดไม่มีวันหายเกลียดได้ก็คือการท้าทายกลับด้วยความสุภาพแบบนี้ สู้ให้เถียงเขาด่าเขากลับยังจะดีเสียกว่า จงฮยอนผลักอกแฟนหนุ่มตัวเองออกสุดแรงดีที่ว่าจงฮุนช่วยดันอยู่ด้านหลัง มินฮยอกถึงไม่ล้มไปกองที่พื้นเสียก่อน

“นี่ผมไม่มีเวลามาง้อพี่มากนะ ทั้งๆ ที่ว่างแค่วันเดียวทำไมไม่พักอยู่หอ?”

“ใช่สินะ ทั้งๆ ที่ว่างแค่วันเดียวเพราะว่างใช่มั้ยถึงเห็นฉันสำคัญขึ้นมาน่ะ?? แล้วถ้าบอกว่าเป็นแฟนฉัน ช่วยเป็นทุกวันได้มั้ย ไม่ใช่เป็นแค่วันหยุด!!”

“เอ๊ะ เดี๋ยวนะ พูดอะไรผมไม่เห็นจะเข้าใจเลย”

“ไม่เข้าใจก็ไม่เข้าใจ! นายนี่นอกจากจะไม่หล่อแล้วยังทึ่มอีก ฉันเอานายเป็นแฟนได้ยังไงนะ งงตัวเองจริงๆ”

“จงฮยอน!”
“อย่ามาเรียกชื่อฉันห้วนๆ นะ ทำไม..”

“พอแล้วๆ พอทั้งคู่นั้นแหละ!” เสียงห้ามทัพไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากอีฮงกิที่ยืนดูสถานการณ์มาตลอด สรุปว่าแมวมันโกรธหมาเรื่องไม่เห็นแมวสำคัญอะไรสักอย่างเลยมาซ่อนตัวที่เกาะนี่แล้วเจ้าหมามันก็ตามมาถูกเพราะหนอนบ่อนไส้ที่มีอาชีพเดียวกับหมาส่งสาสน์ไปกับนกพิราบที่ชื่อไอโฟนแต่เรื่องมันลุกลามใหญ่โตเพราะหมามันไม่หล่อแล้วยังทึ่มอีกที่ไม่รู้ว่าแมวโกรธมันเรื่องอะไร

โอ้ววว เวรจริง แล้วเจ้าของเกาะทั้งห้าจะดีดมันสองตัวออกไปยังไงดีแว๊

“ไหนว่ามาสิ โกรธมินฮยอกเรื่องอะไร?” ฮงกิกอดอกถามคนตัวขาวที่ถูกลากมานั่งสงบสติอารมณ์ที่โซฟา ส่วนมินฮยอกก็ถูกจับให้นั่งเก้าอี้อีกตัวข้างจงฮุน จงฮยอนสะบัดหน้าหนีจะไม่ยอมตอบแต่พอฮงกิเริ่มฮึดฮัดก็เบ้ปากเล็กน้อยก่อนตอบออกมาขัดเสียไม่ได้

“ฉันเกลียดกฏเหล็กที่พี่ยงฮวาตั้งขึ้นมา”
“กฏเหล็กอะไร? แล้วเกี่ยวอะไรกับมินฮยอกมันเล่า?”
“ก็ถามมินฮยอกเอาเองสิ!”

“เอ่อดี โยนไปโยนมาอยู่ได้ ไหนว่ามาสิมินฮยอก พี่ยงฮวาตั้งกฏเหล็กอะไรขึ้นมา?”

“เรื่องแค่นี้เองเหรอที่พี่โกรธผม?” มินฮยอกถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก สรุปว่าที่โกรธ ที่วีนที่เหวี่ยงมาตั้งแต่เมื่อวานเป็นเพราะกฏเหล็กที่คุณลีดเดอร์ตั้งขึ้นมาแต่เท่าที่จำได้พี่ยงฮวาก็ตั้งมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้วนะ ใยเพิ่งมาโกรธเป็นฟืนเป็นไฟเอาตอนนี้

ครั้นมินฮยอกอธิบายคร่าวๆให้เมมเบอร์เอฟทีฟังทั่วทั้งห้องก็เงียบไปก่อนจะถูกทำลายลงด้วยคนง้างปากถามอย่างฮงกิคนเดิม

“ฉันพอจะเข้าใจแหละ นี่อย่าบอกนะว่านายก็ยอมทำตามกฏเหล็กที่พี่ยงฮวาตั้งขึ้นมาน่ะมินฮยอก?” ชะรอยงานจะเข้ามินฮยอกรอบสอง ร่างสูงถึงกับงุนงง ไหงพี่ฮงกิถึงพูดเหมือนกับเข้าข้างจงฮยอนไปเสียได้ มินฮยอกพยักหน้าหงึกๆ ครู่ต่อมาจึงได้เห็นฮงกิระเบิดอารมณ์ด้วยการเอาหมอนอิงข้างตัวปาใส่มินฮยอกเต็มแรง

“เป็นฉันฉันก็ไม่ยอม นี่ดีแค่ไหนแล้วที่จงฮยอนมันทนมาได้ตั้งสองเดือน!!”
“เฮ้! เดี๋ยวก่อนพี่ฮงกิ ผมงงไปหมดแล้ว ตกลงผมผิดอะไร?”
“ผิดอะไรงั้นเหรอ? นายนี่นอกจากไม่หล่อแล้วยังทึ่มเหมือนที่จงฮยอนมันว่าจริงๆ”

“พอแล้วๆ ฮงกิ มานี่มา” เป็นจงฮุนที่คว้าแฟนตัวเองให้หยุดอาละวาด อิตอนแรกก็จับต้นชนปลายไม่ถูกหรอกแต่พอเห็นฮงกิขึ้นก็เข้าใจแจ่มชัดทีเดียว ถ้าเขาตีความไม่ผิดสงสัยจะเป็นแค่เรื่องง่ายๆ ที่ผู้ชายไม่รู้

“ฉันอยู่ข้างนายนะจงฮยอน ไม่ต้องกลัว” ทั้งที่ถูกรวบตัวให้ออกไปจากกลางวงแล้วแต่ยังไม่วายเอื้อมมาบีบแขนมือกีตาร์หน้าสวยต่างวงให้กำลังใจ จงฮยอนตัดสินใจลุกขึ้น เดินมาหยุดตรงหน้ามินฮยอก นัยน์ตาวาวสวยสบสายตาคนรักที่จนบัดนี้ก็ยังไม่เลิกทึ่ม

“นายกับพี่ยงฮวาเผด็จการ เห็นแก่ตัว คิดเองเออเองทั้งนั้น เคยถามฉันเคยถามจองชินบ้างมั้ยว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ว่าพร้อมจะทำตามความต้องการของพวกนายหรือเปล่า?”

“ผมก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี”

“ได้ งั้นฉันจะพูดให้นายเข้าใจเลยล่ะกัน การที่นายเออออกับพี่ยงฮวาเรื่องให้นอนแยกห้องเวลาทัวร์มันเผด็จการที่สุด ถามหน่อยเถอะว่านายเวลานอนกับฉัน ฉันเคยเรียกร้องให้นายมีอะไรกับฉันหรือเปล่า ตอบให้ก็ได้ว่าแทบจะไม่เคยด้วยซ้ำ นายเองต่างหากเริ่มก่อนพี่ยงฮวาก็เหมือนกันเริ่มก่อนทั้งนั้นแล้วจะมาโทษว่าตอนเช้าไม่มีแรงทำงาน อีกวันไม่มีแรงเล่นไลฟ์เลยมาตั้งกฏบ้าบออะไรพวกนี้ เห็นแก่ตัวที่สุด!!”

“เดี๋ยวนะ มันก็แค่นอนแยกห้องเวลาทัวร์ ทำไมต้องโกรธด้วย?” ตอนนี้ในห้องเงียบมากเพราะไม่มีใครกล้าพูดแทรกหรือยกมืออยู่ข้างไหนแล้ว คนอาละวาดอย่างจงฮยอนก็กำลังเลือดขึ้นหน้า คนนั่งนิ่งฟังอย่างมินฮยอกก็เริ่มตีสีหน้าไม่ถูก

“ทุกวันนี้พวกเรามีทัวร์แทบทุกวัน ถามหน่อยว่าได้นอนด้วยกันตอนไหนบ้าง เต็มที่ก็วันสองวันต่อหนึ่งอาทิตย์ นายรู้หรือเปล่าว่ามันทำให้ฉันเหงามากแค่ไหน?

เหงาชนิดว่าทุกวันนี้กว่าจะข่มตาให้หลับลงได้ต้องทนคิดถึงอ้อมกอดอุ่นๆ ของอีกฝ่าย ต้องทนคิดถึงสัมผัสของอีกฝ่าย ต้องทนสารพัดเพื่อที่จะได้เจอหน้ากันตอนเช้าเท่านั้น

มันทรมานนะที่ในยามที่เราเหนื่อย เรารู้สึกต้องการใครสักคนอยู่ข้างๆเรา โอบกอดเราไว้กระซิบเบาๆ ข้างหูว่าแต่ไม่สามารถทำได้เพราะอีกฝ่ายเอาเรื่องงานเรื่องหน้าที่มาอ้าง ฉันไม่เคยเรียกร้องอะไรจากนายเลยนะมินฮยอกแต่แค่การที่ฉันอยากจะหลับไปและตื่นมาในอ้อมกอดของนาย ทำไมนายถึงใจร้าย ไม่ให้ฉัน…

มินฮยอกลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สบตาคู่สั่นอย่างรู้สึกผิดก่อนดึงจงฮยอนเข้ามากอด

“ผมขอโทษ ผมเข้าใจแล้ว ผมจะไม่ทำให้พี่เหงาอีกแล้วนะ”

ประตูหอของวงเอฟทีปิดลงเมื่อคู่รักคู่ป่วนกลับไปหลังคืนดีกันเป็นที่เรียบร้อย ทั้งห้าหนุ่มมองหน้ากันก่อนถอนหายใจเสียงดัง นึกว่าต้องเลี้ยงแมวไว้บนเกาะไว้นานกว่านี้ซะแล้วสิ เฮ้อออ

.
.
.
.
.

ก๊อกๆ

“พี่ออกไปดื่มกับเพื่อนนะจองชิน” ท่ามกลางความมืดที่โรยตัวอยู่ภายในหอพัก ยงฮวาได้เคาะเรียกแฟนน้องเล็กอยุ่นานสองนานแต่อีกฝ่ายก็ไม่มีทีท่าจะมาเปิด เขาจึงตัดสินใจบอกเจตนาที่มารบกวนยามวิกาลออกไป

ชั่วอึดใจต่อมาประตูที่ปิดตายก็ถูกเปิดออกผลั๊วะ

“นี่พี่ไม่คิดจะง้อผมต่อยังมีหน้าออกไปกินเหล้าอีก เอ๊ะ! หลอกผมเหรอ?!” จองชินถลึงตาจนลูกตาดำแทบกระเด็นออกมานอกเบ้าเมื่อตั้งใจเปิดมาเอาเรื่องคนโตกว่าแต่กลับพบว่าถูกหลอกเข้าให้ ยงฮวาในชุดเสื้อยืดกับกางเกงบ๊อกเซอร์ตัวเก่งเดินสวนเข้าไปนั่งหน้ามึนบนเตียงอย่างไม่รีรอ

“เข้ามาทำไม ผมจะนอนแล้ว!”
“เข้ามานอนกับแฟน จะไล่หรือไง?”
“ใช่สินะ วันนี้วันหยุดนี่”

“เหงาที่พี่ไม่ได้กอดทุกคืนเหรอ หือม์?” ร่างบางที่ถูกดึงให้นั่งลงข้างๆ ตวัดหน้ามามองตกใจ ใยพี่ยงฮวาถึงถามได้จี้กลางใจเช่นนี้เล่า จองชินสะบัดหน้าหนีพรืด พยายามแกะอ้อมแขนแข็งแรงออกแต่ก็ไม่เป็นผล

“พี่ไม่รู้จริงๆ ว่ามันทำให้นายเหงาแล้วก็แอบนอนร้องไห้ทุกคืนที่เรานอนแยกห้องกัน”
“เอาที่ไหนมาพูด ผมไม่เคยแอบนอนร้องไห้นะ!”
“โอ๋ๆ ไม่ร้องก็ไม่ร้อง แต่ก็เกือบร้องไม่ใช่หรือไง?”

“ใครบอก พี่จงฮยอนเหรอ?”
“เปล่า”

“ถ้าไม่ใช่พี่จงฮยอนแล้วจะเป็นใคร อย่ามาโกหกผมซะให้ยาก” เถียงไปก็นึกโกรธรุ่นพี่ตัวขาวในใจ ดูเถอะ ตกที่นั่งลำบากมาด้วยกันตั้งเดือนสองเดือนไหงมาขายกันเองแบบนี้เล่า แล้วอิเรื่องที่เขาแอบนอนร้องไห้ ทำไมต้องเล่าให้พี่ยงฮวาฟังด้วย งอนนนนนนน

“แฟนจงฮยอนเล่าให้ฟัง” พอเห็นน้องเล็กคิ้วแทบผูกกันด้วยคิดว่าคู่หูคู่สวยหักหลังก็บอกพร้อมขโมยหอมแก้มไปฟอดใหญ่ให้พอหายคิดถึงแต่จองชินเองก็ไม่ทันได้ต่อว่าคนฉวยโอกาสเพราะมั่วแต่นึกถึงเพื่อนมือกลองอยู่ หันมามองหน้าแฟนรุ่นพี่เหรอหรา

“เอ๊ะ! มินฮยอกอ่ะน่ะ?!”
“ถ้าไม่ใช่เพื่อนนายแล้วจะใคร หรือจงฮยอนมีแฟนหลายคน?”
“บ้าสิฮะ พี่จงฮยอนก็มีแฟนคนเดียวนั้นแหละ โอยยย นี่ผมโดนหักหลังเหรอเนี่ย?!”

“เปล่า นายไม่ได้โดนหักหลังสักหน่อยแต่พอดีว่ามินฮยอกมันเคลียร์กับจงฮยอนได้แล้วเลยโทรมาบอกพี่ให้พี่รีบมาเคลียร์กับคนของพี่บ้าง”

“ไม่ต้องมาเคลียร์ ผมไม่เคลียร์”

“เหงามากมั้ย หือม์?” พอเด็กในอ้อมกอดเริ่มดิ้น ยงฮวาก็ถามเสียงอ่อนโยนข้างหูอีก มันได้ผลทีเดียว จองชินถึงกับตัวแข็งทื่อ หยุดขัดขืนทันควัน ใบหน้าสวยส่ายดิกเรียกเสียงหัวเราะชอบใจจากคนโตกว่ายกใหญ่

“งั้นถ้าไม่เหงามาก พี่นอนแยกห้องเหมือนเดิมนะ?’
“ไม่เอานะฮะ นอนห้องเดียวกันเถอะ” ทำปากเบ้ กระพริบตาปริบๆให้คนพี่
“ก็ไหนว่าไม่เหงามากไง จะให้นอนห้องเดียวกันทำไม?”
“กะ ก็…”

“ก็อะไร ไหนตอบให้พี่ชื่นใจหน่อยสิ”
“……….”

“ตอบหน่อยครับ เด็กดีของพี่”
เหงาก็ได้ ผมเหงา อยากให้พี่นอนกอดผมไว้ทุกคืน พอใจยัง อุ๊บ!”

ยงฮวาเลือกที่จะตอบว่าพอใจหรือยังด้วยการจับใบหน้าอีกฝ่ายมารับจูบดูดดื่มจากเขาไป ร่างบางถูกดันให้นอนลงเชื่องช้าโดยมีร่างคนโตกว่าตามขึ้นมาทาบทับ จองชินเอียงแก้มหนีเมื่ออีกฝ่ายถอนจูบออก น่าอายชะมัด งอนได้งอนดีเป็นวันๆ พอถูกง้อ ถูกกอดเข้าหน่อยก็เลยตามเลยอีกแล้ว ใช้ไม่ได้เลยสิน่าอีจองชิน

“เรื่องที่ไทย พี่ขอบคุณนะ”
“เรื่องอะไรฮะ?”
“ก็เรื่องที่อดทนไม่งอนตอนเห็นรูปคนอื่นในคอนของเรา” คนอื่นที่จับผลัดจับพลู่ทำงานด้วยกันหนึ่งครั้งแล้วกลายเป็นปัญหาคาราคาซังมาจนบัดนี้ จองชินหันมาสบตาแฟนรุ่นพี่ ยิ้มบางให้

“ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณที่ที่พูดแบบนั้นในงานแถลงข่าว รู้มั้ยฮะว่าผมดีใจแค่ไหน”
“รู้สิ ก็เห็นชูสองนิ้วให้แฟนคลับเลยแถมวันนั้นก็อารมณ์ดีทั้งวันด้วย งั้นต้องให้รางวัลพี่นะ”
“ผมไม่มีอะไรจะให้พี่นะ เท่าที่มีก็ให้ไปจนหมดแล้ว”

“นั่นสินะ ให้มาหมดแล้วจริงๆ ขอบคุณนะเด็กดีของพี่” จูบอ่อนโยนประทับลงกลางหน้าผากก่อนสัมผัสที่ต่างคนต่างโหยหาจะค่อยๆ เริ่มขึ้น เสื้อยืดถูกถอดปลิวหวือไปกองที่พื้นข้างเตียง ตามด้วยกางเกงขาสั้นด้วยมือที่เร่งร้อนของทั้งสองฝ่าย

ความเหงาที่ซุกซ่อนอยู่ภายในหัวใจมานานกำลังถูกความสุขเล็กๆ แทนที่
แทนที่ด้วยอ้อมกอดที่คิดถึงที่สุด ที่ต่อให้เอาคนทั้งโลกมากอดแทนก็ไม่อุ่นเท่าคนๆนี้กอด

.
.
.
.
.

ประเทศไต้หวัน

“พี่ยงฮวา รอยอะไรน่ะ?” จงฮยอนถามเสียงหลงขณะออกมารอลิฟต์เพื่อลงไปล๊อบบี้โรงแรม วันนี้พวกเราซีเอ็นบลูต้องเดินทางกลับเกาหลีอีกแล้วหลังเสร็จทัวร์ที่ประเทศไต้หวันเมื่อวาน ยงฮวาเกิดอาการอึกอักขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด หลบสายตาน้องรอง

“ผมถามว่ารอยอะไร เดินออกไปโท่งๆ แบบนี้โดนแฟนคลับเล็งแน่ๆ”
“ลูกหมามันกัดมา”
“ลูกหมากัด ลูกหมาที่ไหน?” แมวจอมจุ้นยังซักไซร้ต่อร้อนถึงมินฮยอกที่เพิ่งเดินมาถึงเพราะขนสัมภาระของแฟนตัวขาวมาเต็มไม้เต็มมือปรามให้เลิกตื้อถามพี่ใหญ่ จงฮยอนหันมาตีหน้ายุ่งมิหนำซ้ำยังต่อว่าแฟนมือกลองเข้าให้

“ไม่ต้องมาพูดดีเลย นายยังมีความผิดอยู่นะ!”
“ความผิดอะไร?” นั่นประไร กรรมใดใครก่อกรรมนั้นย่อมตามสนอง ยงฮวาฉวยถามขึ้นมาบ้างเล่นเอาจงฮยอนถึงกับปั้นหน้าไม่ถูก ส่ายหน้าดิกรีบเดินเข้าไปในลิฟท์ทันทีที่มันเคลื่อนมาถึง ทุกคนก้าวตามเข้าไปและกดรอให้จองชินที่ตามมาสมทบคนสุดท้ายตามเข้ามา แต่ทันทีที่ลิฟท์ปิดลงจองชินก็โวยวายลั่น

“ทำไมพี่ไม่ใส่ผ้าพันคอ จะเดินไปคอโล่งๆแบบนี้เหรอ?”
“อืม บอกแล้วว่าพี่ไม่แคร์”
“พี่จะบ้ารึไง เอาของผมไปพันเลย พันเดี๋ยวนี้!”
“กล้าทำก็ต้องกล้าให้พี่โชว์สิ ทีตอนกัดทำไมไม่คิด หือม์?”

“อ๋อ ที่ว่าลูกหมากัด ก็ลูกหมาชินจังนี่เอง ฮ่าๆ” เป็นจงฮยอนที่ยืนอยู่มุมในสุดถึงบางอ้อแถมหัวเราะเสียงใสไม่เกรงใจสองคนที่ยืนพ่อแง่แม่งอนกันอยู่สักนิด กว่าจะเงียบลงได้ก็ต้องให้ถึงมือมินฮยอก ร่างสูงรั้งแฟนตัวขาวเข้าไปกอดโดยยืนซ้อนด้านหลังพร้อมเอามือปิดปากไว้หมับ

“ไม่ต้องไปขำเรื่องคนอื่นเลยหรืออยากให้ผมเอาผ้าพันคอออกด้วย?”

“ถ้ากล้าก็ทำสิ หึ” เพราะรู้ว่ามินฮยอกไม่ได้ใจกล้าหน้าด้านเหมือนพี่ยงฮวา ไม่มีทางที่บรรดารอยกัดต่างๆที่เขาละเลงบนคอบนไหล่มินฮยอกเพื่อเป็นการระบายความแค้นที่ไม่ยอมให้เขานอนเมื่อคืนจะออกสู่สายตาประชาชนได้เด็ดขาด

“ถึงผมไม่กล้ากับเรื่องนี้แต่เรื่องอื่นผมกล้านะ หรือจะให้ผมเอามันให้สองคนนั่นดู”

“อย่านะมินฮยอก ห้ามเด็ดขาด!!!” งานเข้าแมวแล้ว จงฮยอนหันรีหันขวางหาแฟนตัวสูง พอเจอเข้ากับรอยยิ้มมุมปากที่พักหลังๆมามินฮยอกชอบทำก็ตัวชาวาบ ไม่เอานะ ขู่อะไรก็ขู่ได้แต่ขู่เรื่องจะเอาคลิปที่เขาใส่เสื้อทีมเบสบอลทีมโปรดของมินฮยอกแล้วนั่งคร่อมเอวอีกฝ่ายพร้อมท่วงท่าร้อนแรงหลังกลับมาคืนดีกันเมื่อวันก่อนให้พี่ยงฮวากับจองชินดู โอ้ววว แค่คิดแมวก็อยากฮาราคีรีตัวเองแล้ว ฮือๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

“งั้นก็ทำตัวว่านอนสอนง่ายซะนะครับ ที่รัก” ร่างสูงโน้มมากระซิบข้างหูคนตัวขาวก่อนแอบลอบยิ้มในใจที่แมวดื้อยอมเชื่อฟัง จะว่าไปก็ขู่ไปงั้นแหละน่า ของดีของเด็ดมีลิขสิทธ์แบบนั้นแชร์ฮอตลิงค์ต่อได้ที่ไหน เดี๋ยวลิงค์เสียเร็วไป เสียดายแย่ -.,-

แล้วเสียงถกเถียงกันในลิฟท์ของสองคู่ชู้ชื่นก็เงียบลงเหลือเพียงการส่งสายตาที่รู้กันเพียงคู่ใครคู่มันเท่านั้น กลับมาแล้วสินะบรรยากาศเดิมๆ ที่ห่างหายไปนานตั้งแต่เริ่มออกทัวร์เมื่อต้นปี กลับมาหยอกล้อกัน ทะเลาะกัน ออดอ้อนกันและกลับมานอนคู่ใครคู่มันเหมือนเดิมก็ได้นำพาสีสันกลับมาสู่วงเราด้วย

แค่นอนกอดกันทุกวัน
ให้ฉันหลับไปในอ้อมกอดนาย
ให้ตื่นมาแล้วพบว่านายยังกอดฉันอยู่
แค่นี้แค่ทำสม่ำเสมอทุกวัน… ความรักของเราก็ไม่ทางจืดจางลงได้แล้ว

^^

The End ง่ายเนอะ กร๊ากกกกกกกกกกกกก

HaneiBee Talk: SF ที่แต่งขึ้นมาเพราะอยากหาเหตุผลที่เฮียเปลี่ยนคนนอนด้วยปีนี้แต่จบไม่ลง จนมาเห็นรูปรอยบนคอเฮียที่ไต้หวัน สุดท้ายก็เนียนจบแบบมั่วๆได้ กร๊ากกกกก อย่าเอาอะไรมากกับฟิค คั่นเวลา คั่นดราม่าคุณหนูเน้อ ฮืออออออออออออ

กอดกันทุกวันก็พอ เชื่อเถอะ ><

และนี่คือรปทีส่องที่ทำให้มีตอนจบ 5555

ขอบคุณน้องมะต๋าวสำหรับรูปคังกุนนวดพี่รองในสนามบินด้วยค้าบบบ

แล้วเพิ่งอ่านสัมภาษณ์ล่าุสุดที่พี่ย๊งอยากเลี้ยงหมาแล้วตั้งชื่อว่า “ชินจัง”
อร๊ายยยยยยยยยยยยย เฮียคิดไรป่าวว เฮียไม่คิดเค้าคิดน่าา 5555

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s