[SF] =# My Perfect Lover #= MinHyuk x JongHyun

Posted: March 6, 2012 in Uncategorized

My Perfect Lover
น่าจะใช่้มินฮยอน 55555555

Note: ใครจะอ่านฟิคเรื่องนี้ทำใจนะค่ะเพราะมัน… ไม่มีที่มาที่ไปใดใดทั้งสิ้น แต่งเพราะอยากแต่งมินฮยอนโดยไม่มีเหตุผลเลยแต่มีจูงใจจากรูปเพียงรูปเดียวซึ่งไม่ใช่รูปมินฮยอนด้วยซ้ำ งงตัวเองมาก ตั้งแต่เช้าที่เจอรูปหมาผอมกอดแมวอ้วนรูปนี้ก็หยุดยิ้มไม่ได้และอยากทำอะไรสักอย่างกับอารมณ์ดีๆของตัวเองเลยจัดมาในฟิคเรื่องนี้ค่ะ

เอาเป็นว่า กราบขอประทาอภัยล่วงหน้าหากฟิคมันน่ารักไม่ถึงครึ่งของรูปหมาผอมกอดแมวอ้วนรูปนี้ กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกก

*น่าจะมีคำผิดเหมือนเดิมนะค่ะแต่งด่วนมาก เอิ๊กกกก

“พี่ถามจริงๆ เหอะมินฮยอก จงฮยอนมันมีอะไรดีวะ?” ร้อยวันพันปีคังมินฮยอกเคยโดนจี้ถามแบบนี้เสียทีไหนแล้วร้อยวันพันปีเหมือนกันก็ไม่เคยต้องโดนพี่ใหญ่ยงฮวาที่กำลังชนกระป๋องเบียร์ใส่อยู่ตรงหน้าล๊อคคอไว้เพื่อรอฟังคำตอบ

มินฮยอกเหลือบมองเพื่อนร่วมปีที่หลับฟุบอยู่กับกองเสื้อบนโซฟาก่อนเหลียวหน้าไปดูประตูห้องนอนของแฟนตัวบางที่แยกไปนอนตั้งแต่เบียร์ล๊อตแรกๆหมด พวกเราเพิ่งเดินทางกลับมาจากญี่ปุ่นหลังแสดงคอนเสิร์ตที่โยโกฮาม่าอารีน่าเสร็จ

นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่จวบจนตอนนี้พวกเขายังนึกว่าเป็นความฝัน
ไม่ต่างจากวันที่เดินลงจากเวทียิ่งใหญ่ของวงระดับโลกอย่าง Linkin Park

“เอาเร็วๆ ดิ พี่ถามน้องก็ตอบสิคร้าบบบ”
“ผมว่าพี่เมาแล้ว แยกย้ายกันไปนอนดีกว่า”
“อย่ามาเนียน เร็วดิ พี่อยากรู้”

“พี่ถามว่าอะไรนะครับ?” มินฮยอกยังพยายามอ้อมโลกอยู่ พี่ใหญ่ซัดเบียร์เข้าปากอีกอึกใหญ่ๆก่อนกระแทกกระป๋องเปล่าลง หันมาเลิกคิ้วให้รุ่นน้องหน้าหล่อด้วยสีหน้าอยากรู้จัด

“ก็ถามว่า จงฮยอนมันมีอะไรดี นายถึงรักถึงหลงมันขนาดนี้?”
“ก็เยอะครับ”
“เยอะตรงไหนวะ ตั้งแต่เจอหน้ามันวันแรกจนวันนี้พี่ยังไม่เห็นข้อดีมันสักอย่างยกเว้นเรื่องดนตรี”

“นั่นก็เป็นข้อดีแล้วไงครับ”
“มินฮยอก จะตอบดีๆหรือจะให้ฉันลุกไปปล้ำแฟนนายก่อนค่อยกลับมาฟังนายตอบวะ?”
“เฮ้ย! อย่าทำบ้าๆ นะพี่ยงฮวา ตอบแล้วๆๆ”

“หึ ทำหวง สบายใจได้จงฮยอนไม่ใช่สเปคฉันหรอกน่า” ครั้นพอทำท่าจะลุกไปจริงๆ มินฮยอกก็คว้าแขนไว้หมับ ยงฮวานั่งลงตามเดิมเอื้อมมาตบบ่ารุ่นน้องอย่างครึ้มใจ 

นานทีปีหนมินฮยอกมันจะยอมนั่งดื่มด้วยนานๆ
นี่ก็ยกเหตุผลร้อยแปดเรื่องฉลองความสำเร็จต่างๆนานา
กว่าเจ้ามือกลองหน้าตี๋จะยอมมานั่งเป็นเพื่อนดื่มด้วยแบบนี้

“แต่ก็เคยเล็งๆ ไว้ไม่ใช่เหรอครับ?” มินฮยอกไม่วายย้อนใส่ พอถูกขุดคุ้ยเรื่องจริงมาพูดบ้างก็เล่นเอายงฮวาถึงกับอึ้งไปเล็กน้อย เขาส่ายหน้าพร้อมหัวเราะให้มินฮยอก

“ก็ฉันชอบคนขาวๆ นี่หว่า ทำไงได้ จงฮยอนมันวิ๊งจริงๆ วะ”
“พี่ยงฮวา!”
“เอ่อๆ ไม่พูดแล้ว ตอบมาดิวะ”

“พี่จงฮยอนมีดีอะไรงั้นเหรอ ก็คงเป็น …”

 
“พี่จงฮยอนมีดีอะไรงั้นเหรอ ก็คงเป็น… หัวดื้อ เอาแต่ใจ เอาใจยาก ไม่ค่อยฟังใคร ไม่ค่อยมีเหตุผล ชอบดุ ชอบขู่ ไว้ใจคนง่าย สนิทกับคนง่าย ถ้าไม่ใช่เวลางานก็ชอบเล่นเป็นเด็กๆ ไม่ค่อยดูแลตัวเอง ไม่ค่อยแต่งตัว เสียงดัง ชอบโวยวาย ไม่มีความเป็นระเบียบ ชอบทำเตียงให้รก ชอบหัวเราะแบบไม่มีเหตุผล ชอบหาเรื่องทะเลาะ ชอบเอาชนะ แพ้ไม่เป็น มั่นใจในตัวเองมากเกินไป เดินลากเท้า ชอบยืนท้าวสะเอว บ่อน้ำตาตื้นเวลาดูละคร ขี้น้อยใจ แล้วก็…”

“เฮ้ยๆๆ พอแล้วมินฮยอก พี่ให้นายพูดข้อดีของจงฮยอนนะเว้ย ไอ้ที่นายพูดมายืดยาวเนี่ย มันเรียกว่าข้อดีตรงไหนวะ” ยงฮวาขมวดคิ้วมุ่น ชักสีหน้าใส่เมื่อรอฟังสักข้อที่จะเป็นข้อดีของอีจงฮยอนที่มัดใจคังมินฮยอกได้อยู่หมัดอย่างตั้งใจ

แต่เท่าที่ฟังๆมา… ไหงมีแต่ข้อเสียที่ตัวเขาเองยังส่ายหน้าแทบทุกข้อเล่า

“อ้าว ก็พี่ถามข้อดีที่ทำให้ผมรักพี่จงฮยอนไม่ใช่เหรอครับ?” ยังมีหน้าหันมาถามแปลกใจอีก มินฮยอกยักไหล่เบาๆ เปิดเบียร์กระป๋องใหม่ขึ้นมาดื่มหน้าตาเฉย ร้อนถึงพี่ใหญ่ที่คาดคั้นแทบตายชักจะหมดความอดทน

“ฉันให้นายบอกข้อดีของจงฮยอนเว้ย ไม่ใช่ข้อเสีย”
“ก็นี่แหละครับ ข้อดีของแฟนผม”
“นี่หัวนายไปกระแทกอะไรมาหรือเปล่า พี่ว่านายเพี้ยนๆ แล้ววะ” ยงฮวายิ่งสงสัยหนักกว่าเดิมพลางลูบๆ คลำๆ หัวหนุ่มรุ่นน้อง พลันมินฮยอกถึงกับปล่อยหัวเราะออกมา

“หัวผมไม่ได้กระแทกอะไรมาทั้งนั้นแหละครับ ไม่ได้เพี้ยนด้วย”
“แต่นายกำลังสับสนนะมินฮยอก เห็นผิดเป็นถูกเห็นถูกเป็นผิดไปหมดเลย”

“สับสนตรงไหน ที่ผมพูดมามันเป็นสิ่งที่ทำให้ผมรักพี่จงฮยอนทั้งนั้น” มินฮยอกย้ำความเข้าใจของอีกฝ่ายด้วยประโยคนี้ซึ่งทำให้ยงฮวาทิ้งหลังพิงโซฟาทันที หนุ่มรุ่นพี่ยกเบียร์ขึ้นซดเข้าปากอีกหลายอึกติดๆกัน เขามองหน้ารุ่นน้องทีหนึ่งสลับกับบานประตูห้องนอนของจงฮยอนทีหนึ่ง

สงสัยเขาจะเมาได้ที่แล้วล่ะ สงสัยจะเมาจริงๆ

“พี่ไม่ได้เมาหรอกนะพี่ยงฮวา ก็พี่ถามผมว่าพี่จงฮยอนมีดีอะไรผมถึงรักผมก็ตอบตามจริงไปแล้ว”

“ถึงพี่ยังไม่เมาพี่ก็ยังงงวะว่าไอ้ที่นายพูดๆ มามันจะเป็นข้อดีได้ยังไง?”
“ถึงนิสัยพวกนั้นจะไม่ใช่ข้อดีสำหรับคนอื่นแต่สำหรับผม การที่พี่จงฮยอนเป็นแบบนั้นมันก็เหมือนกับพี่เขาเข้ามาเติมให้ชีวิตผมเต็ม

“เติมชีวิตให้เต็ม?”

“พี่ก็เห็นนี่ว่าชีวิตผมมันจืดชืดไร้ชีวิตชีวาขนาดไหน ผมไม่เคยดื้อกับพ่อแม่ เชื่อฟังทุกคน ใช้ชีวิตอยู่บนเหตุผลตลอด ทุกๆ วันของผมก็เป็นไปตามกฏระเบียบอย่างที่พี่เห็น ตั้งแต่เกิดมาผมแทบไม่เคยโกรธใครไม่เคยขึ้นเสียงใส่ใคร ไม่เคยหัวเราะบ้าๆ บอๆ ไม่เคยเต้นรั่วๆ ไม่เคยนอนบนเตียงรกๆ ไม่เคยทำทุกอย่างที่พี่จงฮยอนกล้าทำแต่ตั้งแต่เราคบกัน ผมได้ลองทำได้ลองฝืนกฏต่างๆบ้าง ได้ทำในสิ่งที่ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยทำ ผมสนุกแล้วก็มีความสุขมาก ผมรู้สึกได้เลย… ว่าชีวิตที่ขาดหายไปของผมมันเต็มแล้วเพราะเขา”

“……….”

“อย่ามองผมแปลกๆ สิครับ ผมพูดความจริงอยู่” หนุ่มมือกลองชนกระป๋องเบียร์ในมือของพี่ใหญ่ที่ยังนั่งอ้าปากค้างอยู่ รอยยิ้มสุขใจ แววตาเป็นประกายยามได้พูดถึงคนรักปรากฏบนใบหน้าของมินฮยอกตลอดการพูดนั้นๆ

“จริงเหรอ?” ยงฮวาถามย้ำ ครั้นพอรุ่นน้องพยักหน้าก็หันไปมองประตูห้องนอนจงฮยอนอีกครั้ง เรื่องที่มินฮยอกบอกว่าชีวิตของเจ้าตัวช่างน่าจืดชืด ใช้ชีวิตอยู่ในกรอบในรอยมาตลอดล้วนเป็นเรื่องจริงแต่ที่สมองเขายังประมวลผลไม่เสร็จเห็นทีจะเป็นมุมมองความรักที่แปลกและแหวกแนวสุดขั้วของเจ้าตัวต่างหาก

“จริงสิแล้วก็… เวลาผมได้เห็นพี่จงฮยอนทำบางเรื่องที่เหมือนผม ผมอยากให้พี่เห็นจริงๆ”

“ยังไงวะ?”
“คิดดูสิครับเวลาไปค้างที่บ้านผม แมวดื้อๆ ตัวหนึ่งกลายเป็นแมวเชื่องต้องนั่งนิ่งๆ กรอกลูกตาไปมา เถียงอะไรมากก็ไม่ได้ หาเรื่องผมมากก็ไม่ได้ ต้องพยักหน้าแล้วก็ยิ้มอย่างเดียว น่ารักมากๆ เลยล่ะ”

“เฮ้ย! จงฮยอนมันเคยมีโหมดแบบนั้นด้วยเหรอ?”
“ก็เวลากินข้าวกับพ่อแม่ผมไง น่ารักอย่าบอกใครเลย”

“โอเคๆ ฉันพอจะเข้าใจนายแล้ววะ” คราวนี้ยงฮวาไม่ได้ปัดๆไปเพื่อให้หยุดถกเถียงกันต่อแต่เขาพอจะเข้าใจแล้วจริงๆ 

มินฮยอกเอาข้อเสียต่างๆ ของจงฮยอนมาเติมเต็มในส่วนที่เป็นข้อดีของตัวเอง
และก็เหมือนที่จงฮยอนยอมปรับเปลี่ยนข้อเสียของตัวเองเป็นข้อดีเพื่อคนที่รัก

คนทั้งคู่ต่างเข้ามาเติมในส่วนที่ขาดของกันและกันให้เต็ม… ด้วยคำว่า ‘รัก’

“ถามอะไรอีกอย่างดิ มินฮยอก” เลิกล้มจะถามเรื่องเก่าหนุ่มรุ่นพี่ก็เปลี่ยนมาเรื่องใหม่ดื้อๆ มินฮยอกที่เริ่มลงมือเก็บกระป๋องเบียร์เกือบสามโหลที่ใช้ตั้งวงกันมาตั้งแต่หัวค่ำพยักหน้าให้ ยงฮวาลดน้ำเสียงให้เบาลง หันรีหันขวางมองรอบข้างก่อนเอ่ยปากถามออกไป

“เวลาจงฮยอนมันเมา มันทำตัวน่ารักกับนายใช่มั้ย นายถึงไม่ค่อยยอมให้มันกินเหล้ากับคนอื่นเลย”
“น่ารักแบบไหนล่ะครับ พี่ก็เห็นนี่ว่าเวลาพี่จงฮยอนเมาแล้วชอบให้คนอื่นเข้าถึงตัวง่ายๆแถมเข้าไปหาคนอื่นง่ายๆอีก”
“ฉันก็เคยเห็นแค่นั้นแหละ แต่เวลาเมาๆแล้วอยู่ในห้องกับนายสองต่อสองเนี่ย ทำตัวน่ารักแค่ไหน?”

“เอ่อ ผมตอบไม่ได้หรอกครับเรื่องนี้…”
“อ้าว ทำไมล่ะ ตอบหน่อยดิๆ”
“พี่จะฟังได้เหรอ?”
“ฟังๆ”
“ก็… ทำตัวตรงข้ามกับนิสัยเสียๆ พวกนั้นไงครับ”

จากหัวดื้อ เอาแต่ใจ เอาใจยาก ไม่ค่อยฟังใครก็เอาแต่ช้อนตามองเขา ปิดปากเงียบ ขออะไรไปไม่ต่อว่ามาไม่พอยังมีอ้อนกลับมาด้วยซ้ำ ไหนจะไอ้ที่ไม่ค่อยมีเหตุผล ชอบดุ ชอบขู่ก็เปลี่ยนมาเป็นเรียกชื่อเขาเสียงอ่อนเสียงหวานมิหนำซ้ำยังพาเขาให้เตลิดไปถึงไหนต่อไหนเสมอๆ เวลาอยู่ด้วยกันเพียงลำพัง

แล้วก็อะไรต่ออะไรอีกมากมายที่อีกคนจะทำเวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่นๆ มันพลันหายไปหมดมินฮยอกไม่รู้จะเรียกสิ่งเหล่านี้ว่าอะไรดีรู้แค่ว่า… เขาคงเป็นคนที่โชคดีราวกับถูกหวยรางวัลที่หนึ่งเข้าเชียว

“มินฮยอก ยังไม่เลิกกินกันอีกเหรอ?” ขณะกำลังจะปลุกจองชินให้เข้าไปนอนในห้องหลังพี่ใหญ่ยงฮวาแยกตัวไปอาบน้ำอาบท่า จงฮยอนก็เดินขยี้ๆ ตาเข้ามาหา ริมฝีปากสีแดงหาวหวอดพยายามปรือตาสู้แสงไฟกลางห้องโถง

“กำลังจะไปนอนแล้ว ลุกมาทำไม หือม์?”
“ก็เห็นตีสองกว่าแล้ว เลยออกมาดู”

“โกรธผมหรือเปล่าที่ไม่ให้พี่ดื่มเยอะอีกแล้ว” เป็นแบบนี้เสมอๆ พอถึงคราวต้องสังสรรค์กันตามประสาผู้ชายมินฮยอกก็จะปรามๆ ไม่ให้จงฮยอนดื่มมากเกินไปซึ่งเหตุผลก็อย่างที่บอกไปแล้วนั่นแหละ จงฮยอนพยักหน้าหงึกๆ ทำตาเขียวใส่

“โกรธสิ ฉันละเบื่อนายจริงๆ”
“ก็ผมหวงนี่ พี่เมาแล้วเหมือนคนอื่นที่ไหนล่ะ”

“ไม่รู้ ไม่พูด ไม่ฟังทั้งนั้นแหละ ฉันไปนอนแล้วนะ” แมวตัวขาวตัดบทดื้อๆ หันหลังจะเดินกลับไปที่ห้องตามเดิมทว่ามินฮยอกก็คว้าเอวบางเข้ามากอดไว้จากด้านหลังหมับ ร่างสูงเกยคางบนไหล่นิ่ม จูบย้ำๆ ที่ซอกคอขาวแผ่วเบาเป็นการง้องอน

“ผมเมาแล้ว”
“เรื่องของนาย ปล่อยเลย”
“จงฮยอน”
“หือ?”
“ให้ผมนอนด้วยนะ ได้มั้ย?”

“นายนอนได้เหรอ เตียงฉันรกนะ ยังไม่เก็บของเลย”
“มีอะไรบนเตียงบ้างล่ะ?”

“ตอนนี้เหรอ ก็มีหนังสือ ไอแพด มีตุ๊กตาที่นายซื้อให้แล้วก็มีหมอนข้าง”
“งั้นเดี๋ยวผมเข้าไปเขี่ยทิ้งลงข้างเตียงให้หมดเลยแล้วทำให้รกใหม่”

“ทำให้รกใหม่?” จงฮยอนเอียงหน้ามาถาม ดวงตากลมๆ ช้อนมองคนที่กอดเอวไว้พร้อมลูบไปทั่วราวกับเด็กซุกซน มินฮยอกยิ้มเล็กน้อยก่อนให้คำตอบที่ทำเอาแมวขี้สงสัยถึงกับหน้าขึ้นสีทันที

“ก็เดี๋ยวผมจะถอดเสื้อผ้าที่พี่ใส่อยู่ตอนนี้ทิ้งไว้รอบเตียง แล้วก็เสื้อผ้าของผมอีกคงจะรกน่าดู”

“นี่นายเป็นเด็กนิสัยเสียตั้งแต่เมื่อไร ห๊ะ?”
“ก็ตั้งแต่เจอผู้ใหญ่อย่างพี่ที่ทำให้เด็กอย่างผมใจแตกไงครับ”
“มินฮยอก! อือ อืมมมม”

ทั้งที่ตั้งใจจะหันมาต่อว่าแฟนเด็กที่ชักจะนิสัยเสียขึ้นทุกวันแต่ก็โดนจูบร้อนๆ ปิดลงมาเสียก่อน จงฮยอนผละออกได้เล็กน้อยก่อนเอวบางจะถูกกระชับแน่นขึ้น ถูกฝ่ามือกว้างของคนที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังล๊อคที่ท้ายทอยให้หันมารับจูบเอาแต่ใจไว้ จงฮยอนปิดเปลือกตาลงเมื่อลมหายใจอุ่นของมินฮยอกรินรดอยู่ข้างแก้ม กว่าจะยอมแพ้ให้เด็กที่เริ่มเอาใจยากกว่าแต่ก่อนได้ริมฝีปากเปียกชื้นของอีกฝ่ายก็บดขยี้และส่งปลายลิ้นร้อนๆเข้ามาหนักขึ้น มันเล่นเอาจงฮยอนแทบทรงตัวไม่อยู่ดีที่ว่ากำอกเสื้อของอีกฝ่ายเป็นที่ยึด

“อืออออออออ” จงฮยอนครางฮือเมื่อจับต้นชนปลายอะไรถูกไม่พอยังถูกจับจูงให้เข้ามาในห้องนอนโดยไม่รู้ตัวอีก จนแผ่นหลังสัมผัสกับพื้นเตียงจึงเพิ่งรู้ว่าถูกเจ้าเด็กนิสัยเสียทำเจ้าเล่ห์ใส่เข้าอีกแล้ว ร่างบางยันมือไว้ที่หน้าอกคนที่คร่อมอยู่ด้านบนแล้วออกแรงดันเบาๆ

“ฉันยังไม่อนุญาตเลยนะ”
“ผมก็ยังไม่ได้ขออนุญาตนี่”

“เอ๊ะ!?”
“มีเด็กนิสัยเสียคนไหนเคยอนุญาตก่อนทำอะไรด้วยเหรอ หือม์?”

“มินฮยอก อ่ะ อ่า~”

ตอบด้วยเหตุผลที่น่าหยิกให้เนื้อเขียวนักมิหนำซ้ำยังก้มลงมาจูบเปลือกตา ปลายจมูก ปลายคาง ซอกคอ ลิ้นอุ่นที่คละคลึงตั้งแต่แก้มและติ่งหูเลยลงมาถึงเนินอกจนจงฮยอนยกไหล่ขึ้นเพื่อจะขยับหนีแต่พอเสื้อกล้ามสีขาวที่ใส่นอนถูกถอดออกทางศรีษะตามด้วยกางเกงขาสั้นในครู่ต่อมาก็ถึงกับนอนตัวอ่อนระทวยภายใต้อาณัติของคนด้านบนเดี๋ยวนั้น

สิ้นการดื้อดึงของรุ่นพี่ตัวบาง หนุ่มรุ่นน้องก็รุกรานด้วยการทำนิสัยเสียเท่าที่ใจอยากทำ เสียงยียวนถามตอบกันไปมาถูกแทนที่ด้วยเสียงครางฮือหลายต่อหลายครั้งติดๆกัน มันกลบความเงียบภายในห้องนั้นลง กลบแม้กระทั่งเสียงดึงประตูปิดจากด้านนอกโดยใครบางคนก็ยังแทบไม่ได้ยิน

“พี่ว่าสักวันพี่คงได้ตบะแตกตายแน่ๆ ถ้าได้เห็นมันสองคนทำแบบนี้บ่อยๆ” ยงฮวาเดินห่างออกจากหน้าประตูที่ตอนแรกถูกเปิดแง้มไว้แต่พอให้หลังสองคนที่ยืนกอดจูบลูบคลำกันอยู่ตรงหน้าโซฟาพากันหายเข้าไปเขาก็ถือวิสาสะตามมาปิดให้

แทบช๊อคตายด้วยซ้ำที่จะออกมาจากห้องน้ำแล้วเจอน้องร่วมวงสองคนยืนพะเน้าพะน้อกันอยู่โดยไม่อายเจ้าจองชินที่นอนฟุบหลับทั้งที่ห่างไปไม่กี่คืบ

“ตบะแตกได้ไง นั่นแฟนน้องนะพี่” จองชินที่ตื่นตอนเห็นมินฮยอกมันจับๆ กอดๆ จูบๆ พี่จงฮยอนเดินหายเข้าไปในห้องเอามือยีหัวจนยุ่งเหยิง ตัวเองเมาหลับไปตอนไหนจำไม่ใช่ได้แล้วยังสะดุ้งตื่นมาตอนเห็นพี่กับเพื่อนตัวเองกำลังจะเข้าด้ายเข้าเข็มกันอีก

“ยังไงเราก็ครอบครัวเดียวกันน่า ของน้องก็เหมือนของพี่แหละ”
“เฮ้ย พี่ยงฮวา พี่คิดได้ไงเนี่ย?!”

“ล้อเล่นน่า จงฮยอนมันถูกสเปคพี่แค่อย่างเดียวล่ะ”
“ที่พี่เขาขาวน่ะเหรอ?”

“อืม แต่พี่ไม่ชอบเด็กดื้อเท่าไร พี่ชอบเด็กดี
“เด็กดี?”

“อืม ใช่” ยงฮวาหันมามองหน้าน้องเล็กที่เอามือป้องปากหาวหวอดๆ อยู่ สายตาของหนุ่มรุ่นพี่ฉายแววเอ็นดูกับอากัปกริยานั้นๆ ก่อนสาวเท้าเข้าไปใกล้ จองชินผงะถอยเล็กน้อยตกใจที่จู่ๆพี่ยงฮวาก็ยิ้มแปลกๆ แล้วจู่โจมเข้ามาถึงตัวแบบนี้ 

จองชินเบี่ยงแขนหลบเมื่อพี่ใหญ่เอื้อมมาจะจับ แววตาตื่นกลัว อาการจะถอยหนีทำให้ยงฮวายกยิ้มมุมปากก่อนจะกล่าวคำบางคำที่ทำเอาคนเป็นน้องถึงกับใบ้กินกว่าเก่า

“จะว่าไปนายก็เป็นเด็กดีเหมือนกันนะจองชิน”

EnD

————————

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s