[X’MasSF] =# You’re Not Sorry ไม่ต้องขอโทษ #=, ::: MinHyuk x JongHyun x KyuHyun :::

Posted: March 6, 2012 in ~* MinHyun *~

Title: You’re Not Sorry ไม่ต้องขอโทษ
Status: Merry X’ Mas ShortFic
Paring: MinHyuk x JongHyun x KyuHyun
Background Music: ไม่ต้องขอโทษ – ลิปตา
Author: HaneiBee
Note: จริงๆ แรงบันดาลใจอันแรงกล้ามาจากรูปทวิตคยูนั้นแหละ แล้วมาเจอเพลงลิปตาเข้าไปแอบเจ้านายแต่ง(อีกแล้ว) เมื่อวานแต่ลงไ่ทันเพราะต้องไปงานเลี้ยงช่องแล้ววันนี้หัวหน้าไม่มา งานรุมเร้ามากเพิ่งว่างนี่แหละค่าาา ฮือออ

ปล.คยูออกไม่เยอะหรอกแต่…
ลป.ฟังเพลงด้วยเน้ออ มันตรงกับเรื่องมาก อือออ

หากความรักไม่เหมือนเดิมเพราะใครคนใดคนหนึ่งเปลี่ยนไปคงสร้างความเจ็บปวด
แต่ทว่า… มันอาจดีกว่าค้นพบว่าแท้จริงแล้ว เราทั้งสองคนต่างหากที่เปลี่ยนพร้อมกัน…

เช้าวันหยุดในฤดูหนาว ฤดูที่จงฮยอนจัดอันดับให้เป็นฤดูที่โปรนปรานมากที่สุด บรรยากาศเงียบสงบ ท้องฟ้าถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ ทอดสายตาไปไกลลิบตาเห็นเกล็ดหิมะสีขาวโพลนทั่วทุกมุมถนน ยิ่งได้วันหยุดติดต่อกันจากบริษัทยิ่งทำให้กลายเป็นวันที่วิเศษที่สุดสำหรับเขาเลยทีเดียว

แต่ทว่า… ความวิเศษที่เฝ้ารอกลับพังทลายลงเสมอๆ

“กินกาแฟมั้ย?” เดินเซ็งๆ ออกมานอกห้องนอนก็พบว่าพี่ใหญ่ยงฮวากำลังชงกาแฟกิน จงฮยอนส่ายหน้าดิก

“พี่ไม่เบื่อบ้างเหรอ วันๆกินแต่กาแฟเนี่ย?”
“อ้าว ก็พี่ชอบของพี่ เป็นอะไรมาพาลคนอื่นแบบนี้ มินฮยอกมันไม่สนใจอีกละสิ”
“ใครบอก ผมต่างหากที่ไม่สนใจหมอนั่น” สะบัดเสียงใส่ เดินตึงๆไปแย่งรีโมทในมือจองชินมา ร้อนถึงเจ้ามักเน่ที่นอนเหยียดยาวดูละครอยู่บนโซฟาต้องแหกปากโวยวาย

“ผมดูอยู่ก่อนนะพี่”
“นายเป็นน้อง มีอะไรก็ต้องให้พี่สิ ไปไหนก็ไปซะ” เจอนิยามใหม่ที่น้องต้องให้พี่เล่นเอาจองชินถึงกับหน้าเหวอ ยงฮวาเดินมาฉุดแขนให้แฟนน้องเล็กลุกเข้าห้องไปด้วยกันเงียบๆ ปล่อยให้แมวตัวขาวอาละวาดกับรีโมททีวีไปเพียงลำพัง

ชินแล้วละ วันไหนเป็นวันหยุดจงฮยอนเป็นได้อารมณ์เสียทุกที
เพราะอะไรน่ะเหรอ…

“ยังอ่านไม่จบอีกเหรอมินฮยอก?” คนที่ยังไม่ละสายตาจากหนังสือนวนิยายแปลส่ายหน้าให้ช้าๆ
“จะอ่านอีกนานมั้ย?” เจ้าของใบหน้าที่มีแว่นสายตาประดับอยู่ส่ายหน้าให้อีกครั้ง
“ฉันไปดูทีวีนะ” ร่างสูงที่นั่งพิงหัวเตียง ในมือประคองหนังสือเล่มโตพยักหน้าให้หงึกๆ โดยไม่แม้จะชายตามาแลแฟนตัวเองสักนิด จนบทสนทนาที่มีผู้พูดฝ่ายเดียวเสียงจบลงประตูห้องก็ถูกปิดลงปัง

เป็นเช่นนี้ตลอด หากวันไหนเป็นวันหยุด อากาศดีๆ เข้าหน่อยมินฮยอกเป็นได้จมอยู่ในโลกของหนังสือทุกที เพราะเจ้าตัวบอกเสมอๆ ว่าเวลาที่เงียบสงบและเหมาะต่อการอ่านที่สุดก็คือวันที่หยุดอยู่หอแบบนี้ซึ่งมันเท่ากับว่าเวลานั่นอีจงฮยอนคนนี้จะกลายเป็นส่วนเกินในโลกหนอนหนังสือของคังมินฮยอกทันที

ร่างบางสะดุ้งตื่นเมื่อเสียงประกาศข่าวแว่วมาจากจอทีวี ขยี้ตาเล็กน้อยก่อนตวัดไปมองดูนาฬิกาแขวนบนฝาผนัง หกโมงเย็นแล้วพลันรอยยิ้มสวยผุดขึ้นบนใบหน้าพลางลุกพรวดตรงไปยังห้องนอนของแฟนรุ่นน้อง

“นี่นายยังอ่านไม่จบอีกเหรอ?” เปิดประตูเข้าไปผลั๊วะก็เห็นมินฮยอกยังทำหน้านิ่วคิ้วขมวดกับหนังสือเล่มเดิมอยู่ จงฮยอนตีหน้ายุ่งสาวเท้าเข้าไปดึงมันออกมาจากมืออีกฝ่ายด้วยความโมโห

“ทำแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะครับ”
“ถ้าจำไม่ผิดฉันก็ไม่น่ารักสำหรับนายมาตั้งนานแล้วนี่” วางหนังสือลงบนโต๊ะปึงปัง กอดอกนิ่งหันมาประจัญหน้ากับคนที่เพิ่งว่าว่าตัวเองทำตัวไม่น่ารักเอาเสียเลย มินฮยอกส่ายหัวไปมาก่อนดึงเอวบางเข้ามากอด เขาหอมแก้มคนตัวขาวฟอดใหญ่หมายจะเอาใจ

“งอนอะไรอีก ไหนเคยบอกว่าถ้าผมอ่านหนังสือจะไม่ว่าอะไรไง?”
“อ่านได้แต่ไม่ใช่มาเลิกสนใจฉันแบบนี้”
“ผมเลิกสนใจพี่ตรงไหน?”
“ก็ตรงนี้ไง!” เถียงกลับอย่างไม่ยอมพร้อมแกะแขนของแฟนรุ่นน้องที่รัดเอวตัวเองออก มินฮยอกทอดถอนใจก่อนปล่อยให้คนอยากออกจากอ้อมกอดเขาเป็นอิสระ จงฮยอนลุกขึ้นพรวดเดินตึงๆ ออกไปด้านนอก ให้หลังก็ได้ยินเสียงประตูอีกฟากหนึ่งของหอกระแทกปิดลง คนตัวขาวคงหนีเข้าห้องตัวเองไปแล้ว

“อะไรกันอีกว่ะ?” ยงฮวาโผล่หน้ามาในห้อง คิ้วขมวดมุ่นเพราะหนวกหูเสียงโครมครามเดี๋ยวเปิดเดี๋ยวปิดของประตู มินฮยอกยักไหล่จนปัญญาจะอธิบายจริงๆ พี่ใหญ่สาวเท้าเข้ามาด้านในตบบ่าน้องสามเบาๆ

“เอาใจมันหน่อยสิ ยิ่งปล่อยก็ยิ่งอาละวาดนะ”
“จะให้ผมเอาใจยังไงละพี่ ผมก็เป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว”
“แต่เมื่อก่อนนายไม่ได้เฉยชาแล้วก็ไม่ได้บ้าอ่านหนังสือบ้าหมกอยู่ในโลกส่วนตัวขนาดนี้นี่ พี่เห็นปล่อยให้จงฮยอนมันเดินไปเดินมาคนเดียวตลอดเวลาวันหยุด”
“โธ่ ผมก็ทำแค่วันหยุดอีกอย่างวันอื่นๆ ผมก็อยู่กับพี่เขาตลอด ทำงานด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน ไปไหนมาไหนด้วยกัน จะเอาอะไรอีก?”

“นายพูดแบบนี้ใช่มั้ยมินฮยอก ได้! งั้นต่อไปนี้ก็อยู่ด้วยกันแค่เวลาทำงานส่วนวันหยุด ตัวใครตัวมัน!”

“เฮ้ย! พี่จงฮยอน เดี๋ยวๆ ไปกันใหญ่แล้ว” มินฮยอกถลาไปหน้าประตูที่คนตัวขาวมาแอบฟังจนอาละวาดใส่เมื่อกี้ ตวัดหน้ามามองพี่ยงฮวาที่เริ่มเปิดประเด็นแต่ก็โยนความผิดไปให้ไม่ได้ ยังไงเสียก็เรื่องของเขากับพี่จงฮยอน

เขาไม่ได้ตั้งใจจะพูดว่าให้ตัวใครตัวมันสักหน่อย เฮ้ออออ

.
.
.
.
.

“ไปไหนมา?” คว้าแขนจงฮยอนไว้หมับทันทีที่อีกฝ่ายกลับมาถึงหอในตอนเที่ยงคืนกว่า ตั้งแต่วันที่ประกาศกร้าวให้ตัวใครตัวมันทุกวันจงฮยอนก็สะพายกระเป๋าแล้วออกจากหอเพิ่ง วันนี้ก็เช่นกันที่ออกไปตั้งแต่ตอนสายและเพิ่งจะกลับมาเอาป่านนี้ จงฮยอนชูถุงจากร้านแบรนดังต่างๆ นับสิบใบในมือให้ดู ตอบออกมาเสียงเรียบ

“ไปช้อปปิ้ง”
“พี่อ่ะนะไปช้อปปิ้ง ร้อยวันพันปีไม่เคยอยากไป”
“ก็วันนี้อยากไป ได้หยุดทั้งทีก็อยากไปเดินเที่ยวบ้าง มีอะไรอีกมั้ยจะไปอาบน้ำ”
“มาผมช่วยถือ”

“ไม่เป็นไร นายไปอ่านหนังสือไปใช้ชีวิตวันหยุดของนายให้เต็มที่เถอะ” ทำไมจะไม่รู้ว่าคนตัวขาวประชดใส่ มินฮยอกมองแฟนรุ่นพี่เดินหายเข้าไปในห้อง ถึงบอกว่าไปช้อปปิ้งมาและมีหลักฐานทนโท่ในมือแต่ก็ไม่อยากจะเชื่อจริงๆ ว่าคนที่เกลียดการช้อปปิ้งอย่างอีจงฮยอนจะเอาเวลาในวันหยุดไปทิ้งกับมันแบบนี้

ออดดดดดดดด

มินฮยอกหยุดคิดเรื่องแฟนแสนงอนก่อนเดินไปส่องดูตรงจอว่าแขกยามวิกาลเป็นใครแล้วพลันหัวคิ้วต้องขมวดมุ่น มาได้ยังไงอีกล่ะคนนี้?

“จงฮยอนล่ะ?” เปิดไปก็ไม่คิดทักทายกันสักนิด คนด้านนอกถามหาเจ้าของชื่อพร้อมกวาดสายตาหาทั่วหอ มินฮยอกเลิกคิ้วขึ้น มองอีกฝ่ายอย่างแปลกใจ

“ไปอาบน้ำครับ พี่มาถึงนี่มีธุระอะไรหรือเปล่า?”
“อาบน้ำเหรอ? งั้นไม่เป็นไร ฝากถุงนี้ให้จงฮยอนหน่อย พอดีมันติดมือพี่ไปเมื่อกี้”
“ติดมือ?” กดสายตาลงมองถุงสีขาวของร้านกระเป๋าชื่อดังที่อีกฝ่ายยื่นมาให้
“ยังไงก็ฝากไปให้จงฮยอนหน่อยนะ พี่ต้องรีบกลับพรุ่งนี้มีอัดเพลงแต่เช้า”
“ดะ เดี๋ยวครับ พี่คยูฮยอน!”
“ว่าไง?”
“ไปซื้อของกับพี่จงฮยอนมาเหรอ?”
“อืม เห็นบ่นๆ ว่าอยากเดินเที่ยวพี่เลยอาสาพาไป คงไม่เป็นไรใช่มั้ย?” ถามกันไปมามินฮยอกก็เหมือนคนใบ้กิน หนุ่มรุ่นพี่หน้าตาหล่อเหลาส่งยิ้มมาให้พร้อมยัดถุงแบรนดังใส่มือ คยูฮยอนเลิกคิ้วระหว่างถามว่าไม่เป็นไรใช่มั้ย มินฮยอกส่ายหน้าให้

“ไม่เป็นไร ยังไงก็ขอบคุณนะครับ” กล่าวร่ำลากันแค่ตรงนั้นเพราะมินฮยอกไม่อยากให้คนที่หนีไปอาบน้ำออกมาเจอกับอีกฝ่ายเข้า แค่รู้ว่าหนีออกจากหอทุกวันๆ ก็สงสัยพอแล้วยิ่งมารู้ว่าวันนี้ไปกับโจวคยูฮยอน นักร้องหนุ่มสุดหล่อต่างค่ายแบบนี้ก็เล่นเอาคังมินฮยอกถึงกับจำทางกลับห้องนอนตัวเองไม่ถูกเลยทีเดียว

เรื่องไปซื้อของประชดกัน…ผมรู้

แต่บอกตรงๆ ว่าไม่อาจแน่ใจได้เลยว่าการที่ให้ผู้ชายหน้าตาดีตรงหน้ารับอาสาเป็นสารถีรูปหล่อพาแฟนเขาไปตะล่อนไหนต่อไหน เพิ่งวันนี้วันแรกหรือทุกวันที่ผ่านมา…

.
.
.
.
.

“อ้าว ทำไมเสร็จเร็วจังแล้วไหนว่าจะโทรให้พี่ไปรับไงจองชิน?” พี่ใหญ่ที่กลับมาถึงหอพักก่อนหน้าไม่ถึงครึ่งชั่วโมงละสายตาจากทีวีเครื่องใหญ่มทา เขาถามแฟนน้องเล็กกับรุ่นน้องตัวขาวที่บอกไว้ตั้งแต่เมื่อวานว่าวันนี้จะไปสอบใบขับขี่กัน จองชินบุ้ยๆ ปากไปทางคนโตกว่าตัวเองหนึ่งปี ยงฮวาจึงเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย

“อะไร มีอะไรก็พูดมาสิ”
“พอดีพี่คยูฮยอนแวะไปรับน่ะฮะ เลยไม่ได้โทรหาพี่”
“พี่คยูฮยอน?!”
“ฮะ”

“พี่นายเล่นอะไรอีกแล้วจองชิน เดี๋ยวเป็นเรื่องล่ะ คอยดู” คนโตกว่าชี้นิ้วอย่างคาดโทษพลางเหลือบมองคนที่กดน้ำจากเครื่องกรองในครัวกินอยู่ จงฮยอนเองก็ใช่ว่าจะไม่ได้ยินแต่ที่ไม่โต้ตอบอะไรเพราะรู้ว่าหากแทรกพูดไปสักคำคงได้ถูกสวดยาวถึงเย็นเป็นแน่

“แล้วทำไมไม่โทรให้มินฮยอกไปรับล่ะ ให้คนอื่นไปรับให้ลำบากทำไม?” แต่เห็นทีพี่คนโตจะเย็นแทนคนเป็นแฟนอย่างมินฮยอกไม่ไหว ยงฮวาเดินมากอดอกถามน้องรองในครัวเดี๋ยวนั้น จงฮยอนทอดถอนใจก่อนตอบเพื่อตัดปัญหา

“ก็วันนี้เป็นวันหยุด มินฮยอกคงมีเรื่องต้องทำเยอะแยะ ผมไม่อยากรบกวน”
“จงฮยอน ไหงมาทำประชดเป็นผู้หญิงไปได้ ไม่น่ารักเลยนะ”
“พี่เคยมองผมน่ารักด้วยเหรอแต่ช่างเหอะ ใครจะคิดยังไงก็ช่าง”
“แต่ผมว่าพี่ยงฮวาพูดถูกนะ แค่เรื่องไม่เป็นเรื่องทั้งนั้นพี่ไม่น่าเก็บมาทำประชดมันแบบนี้เลยอีกอย่างดูก็รู้ว่าพี่คยูฮยอนเขาชอบพี่ ไปให้ความหวังเขาแบบนี้ถ้าเขาเอาจริงขึ้นมา พี่จะทำยังไง?” ประโยคเหยียดยาวนี้เป็นของมักเน่บ้าง จองชินซักถามอย่างอึดอัดใจ

“ฉันไม่ได้ให้ความหวังใคร แค่ใครให้ความสำคัญกับฉันฉันก็ให้ความสำคัญเขากลับคืนไป ก็แค่นั้น… แล้วนายเลิกพูดแบบนี้ด้วย ถ้าไม่อยากมีเรื่อง เข้าใจมั้ย?”

“อ้าว พูดนิดพูดหน่อยทำขึ้น เป็นเพราะผมพูดแทงใจดำล่ะสิ”
“เอ๊ะ! ฉันบอกให้เลิกพูดไงจองชิน อย่าให้ฉันโมโหนะ!!!!”

“เสียงดังอะไรกัน?” มินฮยอกที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จเข้ามาขวางแฟนรุ่นพี่กับเพื่อนร่วมปีทั้งที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรด้วยซ้ำ เขามองพี่ยงฮวาที่ยืนอยู่ด้วยแต่ไม่ยักรีบห้ามศึกของสองพี่น้องสุดซี้อย่างแปลกใจ

“แล้วนี่ไปไหนมาครับ เห็นหายไปตั้งแต่เช้าเลย?” ร่างสูงฉวยเปลี่ยนคำถามเพราะจับสีหน้าได้ว่าทั้งจงฮยอนและจองชินคงไม่อยากตอบเท่าไร มินฮยอกดึงกระเป๋าสะพายของแฟนรุ่นพี่ไปถือให้ ครั้นอีกฝ่ายตอบว่าไปสอบใบขับขี่มาก็บ่นใส่ทันที

“แล้วทำไมไม่บอกผม ผมจะได้ไปเป็นเพื่อน?”
“ฉันจำได้ว่าเคยบอกนายไว้ตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วนะมินฮยอก อย่ามาหาว่าฉันไม่บอก”
“งั้นทำไมไม่เตือนผมเมื่อคืน?”
“นายอยู่ให้เตือนมั้ยล่ะ?” ดึงกระเป๋าคืนมาก่อนเดินตึงๆ เข้าห้องนอนไป มินฮยอกที่ได้แต่อึ้งกับคำย้อนถามเมื่อครู่ถึงกับครุ่นคิดจนนึกออกว่าเมื่อวานทั้งวันเขากลับไปเยี่ยมบ้านกว่าจะกลับมาถึงหอก็หลังเที่ยงคืนไปแล้ว

แต่ที่เขาติดค้างในใจก็คือ ในเมื่อเขาไม่อยู่ให้เตือนต่อหน้า
แล้วเหตุใดอีกฝ่ายถึงไม่โทรเตือนหรือส่งข้อความให้ก็ยังดี

.
.
.
.
.

หลายอาทิตย์ถัดมา…

“หายไปตั้งหลายวันเลยนะไอ้ตัวแสบ” คำทักทายแรกดังมาจากพี่ใหญ่ที่ยืนอยู่ที่ประจำคือหลังเครื่องทำกาแฟ จงฮยอนหันมามองช้าๆ แล้วกลับไปก้มหน้าก้มตาแกะเชือกรองเท้าผ้าใบต่อ ที่พี่ยงฮวาทักว่าหายไปหลายวันเห็นทีจะเถียงไม่ได้เพราะเป็นเรื่องจริง

“ก็เป็นวันหยุด ผมมีสิทธิ์ไปไหนก็ได้ไม่ใช่เหรอฮะ?”
“นี่จงฮยอน พี่ถามตรงๆเหอะ ตกลงแค่ประชดมินฮยอกหรือเอาจริงกันแน่?”
“หมายถึงเรื่องอะไร?”
“อย่ามาทำไขสือ ระวังไว้นะทำเล่นๆไปถ้าเจอของจริงขึ้นมา จะลำบาก”
“ใครเล่น ใครของจริง ผมว่าพี่เอาเวลาไปดูแลแฟนพี่เถอะ ทำตอนที่ยังมีโอกาสดีกว่า”
“แล้วตอนนี้นายไม่มีโอกาสหรือไง… จงฮยอน?”

“ไม่รู้สิ”
“พูดอะไรของนาย พี่ไม่เห็นจะเข้าใจเลย”
“พี่ไม่เข้าใจแหละดีแล้ว ผมไปนอนนะฮะ ง่วง”
“ทำอะไรหนักหนา ถึงไม่ได้นอน?”
“ก็ดูหนัง นั่งคุย ดื่ม… เหมือนกับทุกครั้งนั่นแหละฮะ ผมขอตัวก่อนนะ”

“จงฮยอน… นายต้องเลือกนะ จะอยู่กันสามคนแบบนี้ไม่ได้”
“พี่ยงฮวา!” ฟางเส้นสุดท้ายของพี่ใหญ่ขาดผึง เขาทนดูต่อไปไม่ได้แล้ว ทนดูด้วยความนิ่งเฉยเหมือนที่ผ่านมาไม่ได้อีกต่อไป จงฮยอนชะงักเท้าไว้ตรงหน้าประตูห้อง ห้องที่ไม่ได้กลับมาสามวันเต็มๆ ร่างบางหลบสายตาอีกฝ่าย ในหัวใจวูบโหวงราวกับถูกจับผิด

“พูดอะไรของพี่ อยู่กันสามคนอะไร?”
“ก่อนถามพี่ ย้อนถามตัวเองก่อนดีกว่า…” ยงฮวาสืบเท้าเข้ามาใกล้ ลูบหัวน้องชายแผ่วเบา น้องชายที่มีความฝันอันแรงกล้าไม่ต่างกันในการทำดนตรี ในการวิ่งตามความฝันที่จะเป็นนักร้องจนสามารถสานฝันและทำมันสำเร็จ แต่ทว่าโชคชะตาที่สูงเกินเอื้อมที่ทำให้พวกเราโลดแล่นในวงการเพลงก็เล่นตลกให้เราได้พบเจอคนที่เป็นของแถมชิ้นโตของโชคชะตาที่ไม่ได้รับกันง่ายๆ ทุกคน

“ตอนนี้ยังไม่สายเกินไปนะ ตัดสินใจให้ดีๆ พี่ไม่อยากให้นายมาเสียใจทีหลัง” จงฮยอนก้มมองปลายเท้าตัวเองแน่วนิ่งให้หลังพี่ใหญ่เดินหายเข้าไปในห้อง ตัดสินใจงั้นเหรอ… คำๆ นี้จงฮยอนไม่เคยคิดว่าจะต้องมานั่งทบทวนมันเลยจริงๆ

ร่างบางเลือกที่จะเข้าไปในห้องนอนของใครอีกคนแทนที่จะมุ่งตรงเข้าห้องตัวเอง จงฮยอนทรุดนั่งที่เตียงหลังย่อม ผ้าปูที่นอนสีขาวที่ขึงตึงทั้งสี่มุม ผ้าห่มที่ผับไว้อย่างเรียบร้อยบนหมอนใบใหญ่ บ่งบอกได้ดีว่าเจ้าของห้องเป็นคนเจ้าระเบียบและรักสะอาดแค่ไหน

“ฉันขอโทษ~”
“ขอโทษอะไรครับ?”

“นะ นายกลับมาแล้วเหรอ?” เสียงหวานเอ่ยถามคนที่เปิดประตูเข้ามา มินฮยอกที่บอกไว้ตั้งแต่ได้ตารางหยุดวันแรกว่าจะกลับไปค้างที่บ้านวางกระเป๋าไว้ปลายเตียง ถอดเสื้อโค้ทแขวนไว้ที่ราวไม้ก่อนเดินมานั่งลงข้างๆ แฟนรุ่นพี่อย่างไม่รีบร้อน จงฮยอนหลบสายตาทันควันเมื่อไม่ได้รับคำตอบแต่กลับตกเป็นเป้าสายตาของร่างสูงแทน

มินฮยอกมองเสื้อผ้าและกระเป๋าสะพายบนตัวอีกฝ่าย แสดงให้รู้ว่าน่าจะเพิ่งกลับมาจากข้างนอกเช่นกัน ใบหน้าหล่อเหลาโน้มมาหอมแก้มนิ่มเบาๆ ด้วยความคิดถึง

“เมื่อกี้พี่ขอโทษอะไร ผมได้ยินไม่ค่อยถนัด” เสียงทุ้มย้ำข้างหูก่อนริมฝีปากจะจูบที่ติ่งหู จงฮยอนส่ายหน้า ผลักอีกฝ่ายออกเบาๆ

“ปะ เปล่าหรอก ฉันไปอาบน้ำก่อนนะ”
“ไม่บอกก็ไม่บอกแต่ตอบผมก่อนว่าหนีไปเที่ยวไหนมา ถึงกลับมาเช้าแบบนี้ หือม์?”
“ไปดื่มมา”
“กับใคร?”

“ก็กลุ่มเดิมๆ นั่นแหละ ไม่เอาน่ามินฮยอก ไม่เหม็นเหงื่อฉันหรือไง?”
“ไม่เห็นได้กลิ่นเหงื่อเลย ได้กลิ่นแต่ครีมอาบน้ำกับแชมพูของใครก็ไม่รู้”

“มินฮยอก!” นัยน์ตาสวยพลันเบิกโต ตกใจกับคำพูดทีเล่นทีจริงของอีกฝ่ายไม่น้อย ปลายนิ้วยาวจับปอยผมที่เพิ่งสระหมาดๆ ของแฟนรุ่นพี่ทัดหลังหู ยิ้มที่แววตาไม่ได้ยิ้มด้วยเลยมาให้

“ถ้าอยากอาบอีก เดี๋ยวผมอาบให้ มาสิ”
“ดะ เดี๋ยวก่อน! อ๊ะ ฉันเจ็บนะมินฮยอก”
“ก็อยากอาบไม่ใช่เหรอ พี่บอกผมเองนะ”
“ฉันอาบเองได้”
“แล้วทำไมผมจะอาบให้พี่ไม่ได้ เมื่อก่อนยังอาบให้อยู่บ่อยๆ”
“กะ ก็ได้” ทักท้วงเช่นไร ปฏิเสธเสียงแข็งแค่ไหนก็แพ้ความประสงค์อีกฝ่าย จงฮยอนจำต้องเดินตามมินฮยอกเข้าไปในห้องน้ำและได้แต่ยืนเป็นหุ่นนิ่งมองดูเสื้อผ้าทุกชิ้นของตัวเองหลุดออกไปจากร่างกาย สายตาที่มองมาอย่างใคร่สำรวจเริ่มจากหัวจรดปลายเท้าทีเดียวหลังจงฮยอนเหลือเพียงร่างกายเปลือยเปล่า มินฮยอกขยับเข้ามาใกล้ ไล้ข้อนิ้วไปตามไหล่ลาดช้าๆ

“ยังสะอาดหมดจดอยู่เลย สงสัยผมคงคิดมากไปเอง”
“พูดอะไรของนาย จะอาบให้ก็รีบอาบสิ ฉันหนาวนะ”
“ครับๆ จะอาบให้เดี๋ยวนี้แหละ” ว่าจบก็ถอดเสื้อออกตาม เราสองคนใช้เวลาในห้องน้ำร่วมชม.เพราะกว่าจะถึงขั้นตอนสุดท้ายของการอาบน้ำก็เล่นเอาเหนื่อยหอบกันไปหลายรอบทีเดียว

.
.
.
.
.

KBS Studio 2011/12/23

วันนี้วงซีเอ็นบลูได้รับเกียรติเข้าร่วมถ่ายทำเทปพิเศษเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองเนื่องในวันคริสต์มาส เสียงตะโกนโหวกเหวกของเหล่าสตาฟสถานีโทรทัศน์ชื่อดังไล่หลังมา ตอนนี้พวกเราสี่คนเพิ่งถ่ายทำรายการมิวสิคแบงที่ออกอากาศทุกวันศุกร์จบ เมเนเจอร์บอกเร่งให้เปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเดินทางกลับหอ

“ผมไปเข้าห้องน้ำนะ”
“ผมไปเป็นเพื่อน”
“ไม่ต้องหรอก ฉันไปคนเดียวได้”

“ผมจะไปเป็นเพื่อนพี่เอง…” มินฮยอกพูดตัดบทก่อนจูงมือจงฮยอนออกมาจากห้องพัก ร่างสูงที่เดินนำอยู่ข้างหน้าก้าวอย่างไม่รีรอตรงไปยังห้องน้ำของสถานี ครั้นพอถึงจงฮยอนก็ถูกผลักให้เข้าไปก่อน

“รีบทำธุระสิครับ จะได้รีบกลับ”
“ฉันบอกว่ามาคนเดียวได้ก็ไม่เชื่อ เห็นมั้ยต้องมายืนรอ”
“พี่จะทำธุระนานเหรอ?”
“อือ ฉันปวดท้องน่ะ นายไปรอที่รถเลยก็ได้”

“โอเคๆ งั้นผมจะได้บอกให้คนอื่นออกไปที่ลานจอดรถเลย รีบตามไปนะครับ” จงฮยอนยิ้มตอบเมื่อแฟนรุ่นน้องยอมออกไปรอที่รถแต่โดยดี ใจตุ๊มๆต่อมๆตั้งแต่ช่วงถ่ายรายการกันแล้ว ตกใจไม่น้อยที่หนุ่มรุ่นพี่ต่างวงเดินเข้ามาเล่นขณะถ่ายทำช่วงปิดรายการ ช่วงที่ให้ศิลปินที่มาร่วมงานวันนี้ร้องเพลงคริสต์มาสร่วมกัน ขายาวเดินวนไปวนมาหลายรอบจนประตูถูกเปิดเข้ามาอีกครั้ง จงฮยอนตีหน้ามุ่ยเตรียมจะหันไปโวยใส่คนที่นัดกันไว้แต่ก็มาช้าเหลือเกิน

“ทำไมมาช้าจังฮะ เอ๊ะ! มินฮยอก!!”
“รอใครอยู่หรือไง ถึงต้องตกใจแบบนั้น?”
“ปะ เปล่าๆ นายจะมาเข้าห้องน้ำเหรอ?”
“เปล่า…”
“งั้นนายเข้ามาทำอะไร?”

“เดี๋ยวนี้ผมเข้ามาหาแฟนตัวเองต้องมีเหตุผลด้วยเหรอ พี่เป็นอะไรหรือเปล่า หน้าซีดๆ ชอบกล ให้ผมดูหน่อยสิ”

“ไม่เป็นไร อ๊ะ! จะทำอะไรของนายมินฮยอก!?”
“อยู่นิ่งๆสิครับ” ร่างสูงประชิดเข้ามารวดเร็วแล้วดันคนที่ฝั่งตัวอยู่ในห้องน้ำร่วมสิบนาทีไปชิดผนัง จงฮยอนถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง อย่าบอกนะว่ามินฮยอกคิดจะทำอะไรบ้าๆ ในนี้

“ไม่เอานะมินฮยอกเดี๋ยวใครมาเห็นเข้า” ประท้วงพร้อมปัดมือที่รูดซิปกางเกงลงแล้วสอดเข้ามาอย่างเอาแต่ใจ

“คนอื่นกลับกันหมดแล้ว คนของช่องก็กลับแล้วเหมือนกัน จะมีใครเข้ามาเห็นได้”
“ตะ แต่มันก็ไม่สมควรนะ อ๊ะ! บอกว่าอย่าไง!” หมดแรงจะผลักไสทันทีเมื่อแกนกายภายใต้ชั้นในถูกบุกรุก มินฮยอกแนบลำตัวเข้าหาจนแทบไม่เหลือช่องว่าง มือที่สอดเข้ามาในซิปกางเกงร่างบางถูกปกปิดไว้โดยชายเสื้อแจ๊กเกตตัวยาว ฟันซี่สวยกัดแน่น กลั้นเสียงน่าอับอายของตัวเองไว้อย่างใช้ความพยายามที่สุด ใบหน้าเรื่อแดงซุกที่บ่ากว้าง

จงฮยอนรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้มีเจตนาจะทำเช่นนี้แต่คงเป็นเพราะอารมณ์ชั่ววูบ อุณหภูมิในร่างกายร้อนขึ้นๆ จนทัดทานไว้ไม่ไหว จงฮยอนสูดหายใจเข้าลึกเมื่อต้องเลยตามเลยกับการกระทำของคนรัก เปลือกตาบางปิดลง ปล่อยอารมณ์ไปตามอุ้งมือร้อนๆ ภายใต้กางเกงตัวเองแต่ทว่าไม่ทันไรประตูด้านหน้าก็ถูกเปิดเข้ามาอีกครั้ง

“พี่คยูฮยอน!” 

“โทษทีๆ พี่ไม่ได้ตั้งใจเข้ามารบกวน” อึดใจเดียวหนุ่มรุ่นพี่ต่างวงก็ก้าวกลับออกไปพร้อมปิดประตูให้เหมือนเดิม จงฮยอนรีบใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อยตามเดิม มือไม้สั่นเทา ตวัดสายตามองคนที่ยืนกอดอกเงียบๆ

“ตั้งใจทำงั้นเหรอ?”
“ทำไมต้องทำเหมือนโกรธผมด้วย พี่เขาเข้าใจหรอกน่า เขาก็รู้นี่ว่าเราสองคนเป็นแฟนกันหรือ… พี่ไม่ได้บอก?”

.
.
.
.
.

จองชินนั่งกระสับกระส่ายมองเพื่อนตัวเองทีมองพี่รองของวงทีมาตั้งแต่เช้าแล้ว เขาเห็นมินฮยอกกับพี่จงฮยอนมึนตึงใส่กันมาตั้งแต่อัดรายการวันคริสต์มาสอีฟ

“คืนนี้ไปเที่ยวไหนหรือเปล่าฮะ?” พอพี่รองตัวขาวเดินผ่านมาก็ร้องถาม อีกฝ่ายหยุดคิดก่อนส่ายหน้าให้แล้วหายเข้าไปในห้องนอน สักพักมินฮยอกก็เดินมานั่งดูทีวีข้างๆ จองชินจึงหันไปถามด้วยคำถามเดียวกัน

“คืนนี้พาพี่จงฮยอนไปเที่ยวไหนหรือเปล่า?”
“ยังไม่มีแพลนเลย ถามทำไมเหรอ?”
“นายเปลี่ยนไปนะมินฮยอก เมื่อก่อนเห็นพาพี่เขาไปไหนมาไหนตลอด”
“ฉันเนี่ยนะที่เปลี่ยน?”
“อือ” มินฮยอกย่นหัวคิ้ว นึกตามคำบอกกล่าวของเพื่อนก่อนหันไปมองประตูห้องนอนแฟนรุ่นพี่ เมื่อก่อนเขามักพาพี่จงฮยอนไปเที่ยวเสมอๆ หากมีเวลาว่างต่อให้ว่างเพียงชั่วโมงสองชั่วโมงก็พาไป เดินเล่นบ้าง ไปดูเครื่องดนตรีบ้าง ไม่ก็ไปกินข้าวที่บ้านเขา

แต่นานแค่ไหนแล้วก็จำไม่ได้ที่ปล่อยให้เรื่องเดิมเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก

‘มินฮยอกฉันอยากไปกินชาบูน่ะ’
‘ทำอะไรกินที่หอดีกว่าครับ จะได้นั่งนานๆด้วย’
‘ไปดูกีตาร์เป็นเพื่อนหน่อยสิ รุ่นใหม่เพิ่งมา’
‘ไว้วันหลังได้มั้ย ผมตั้งใจจะเก็บห้องวันนี้พอดี’
‘ไปเที่ยวที่บ้านฉันมั้ย หยุดตั้งหลายวัน’
‘ผมว่าจะกลับไปค้างที่บ้านเหมือนกัน’
‘เดี๋ยวฉันไปกองกับจองชินด้วยนะ อยู่หอเหงา’
‘อย่าดีกว่าครับ จองชินมาคนเดียวก็เกรงใจคนในกองแล้ว’
‘ออกไปเที่ยวโตเกียวทาวเวอร์กันเถอะ’
‘อย่าดีกว่าครับ พรุ่งนี้ต้องซ้อมแต่เช้า’
‘นายยังไม่กลับพร้อมกันเหรอ?’
‘ผมขออยู่ซ้อมต่ออีกหน่อย กลับไม่เกินตีสามหรอก พี่นอนได้เลยไม่ต้องรอนะ’

ทั้งหมดนี่คือสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าเขาเปลี่ยนไปงั้นเหรอ?
เปลี่ยนที่ไม่ได้มีใครใหม่ ไม่ได้นอกใจแต่ให้ความสำคัญกับคนรักน้อยลง…

“ไม่ออกไปก็อยู่ฉลองกันที่หอก็ได้ เฝ้าหอด้วยล่ะกัน”
“นายจะไปไหน?” ถามกลับเพื่อนที่บอกให้เขากับพี่จงฮยอนเฝ้าหอหน้าตาเฉย
“พี่ยงฮวาจะพาไปทะเลที่ปูซาน จะแวะค้างที่คอนโดพี่เขาด้วย”
“ไปทะเลหน้าหนาวเนี่ยนะ นี่พี่ยงฮวาบังคับไปหรือนายอ้อน?”
“ฉันอ้อนก่อนสิ ไม่เอาแล้วๆ ไปอาบน้ำก่อนนะ” พูดเองก็เขินเอง มินฮยอกโคลงหัวพร้อมหัวเราะให้เพื่อนที่หน้าแดงก่อนวิ่งปรู๊ดหายไปในห้องนอนเจ้าตัว เขานั่งดูทีวีอยู่ไม่นานก็ตัดสินใจไปเคาะเรียกจงฮยอน

“นอนอยู่เหรอครับ?”
“แล้วเห็นฉันวิ่งอยู่หรือไงล่ะ ถามได้” มินฮยอกมุดเข้าไปใต้ผ้าห่มผืนเดียวกับรุ่นพี่ตัวขาว อีกฝ่ายถูกรวบตัวเข้ามากอดแต่ไม่วายประชดใส่มากับคำถามงี่เง่านั้นๆ

“ทำไมไม่เปิดฮีทเตอร์ล่ะ จะได้อุ่นๆ”
“เปิดให้เหงื่อท่วมเหมือนห้องนายน่ะเหรอ ไม่เอาหรอก ฉันชอบอากาศเย็นๆ”
“มันจะทำให้ป่วยง่ายนะ รู้มั้ย?”
“ทีเมื่อก่อนยังอยู่ได้เลย ไม่เห็นเป็นไร” จงฮยอนพลิกมาหา ช้อนตามองคนที่ถือวิสาสะมานอนกอดมิหนำซ้ำยังทำมือซุกซนใต้เสื้อยืดตัวบางมาหลายนาทีแล้ว

“ถ้าเป็นไปได้ฉันอยากให้เราไม่มีฮีทเตอร์ทุกห้องด้วยซ้ำ นายจะได้กอดฉันไว้ให้อุ่นเหมือนเมื่อก่อน” เหมือนเมื่อก่อนที่ต่อให้อุณหภูมิติดลบแค่ไหนแค่มีมินฮยอกคอยอยู่ข้างกัน คอยกอดเขาไว้เครื่องฮีทเตอร์บ้าบอพวกนี้ก็แทบหมดความหมายไปแต่มันก็นานมากแล้วที่การกระทำเหล่านั้นหายไป…

แล้วผลพวงของมันก็ทำให้ความมีชีวิตชีวาในความรักของเราสองคนถูกบั่นทอนลง มันเหมือนถูกบีบเอาความชุ่มชื่นของน้ำที่ค่อยหล่อเลี้ยงหัวใจที่เคยพองโตของเราออกทีละนิดๆ ถูกที่ว่าความสัมพันธ์แบบนี้ไม่ได้ทำให้เราเลิกรากันแต่ขณะที่ยังคบกันอยู่ความผูกพันของเราสองคนก็มีแต่อ่อนแอลงทุกวันๆ

“อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า เดี๋ยวผมพาไป” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้น กดจูบที่หน้าผากเนียนเพื่อเอาใจ จงฮยอนเองก็ขี้เกียจขุดคุ้ยเรื่องไม่เป็นเรื่องต่อ

“วันนี้น่ะเหรอ?”
“อืม”
“มาถามฉุกละหุกแบบนี้ ฉันนึกไม่ออกหรอก”
“ไปไหนก็ได้”
“ฉันอยากไปที่แรกที่นายเคยพาไปเดท”
“แม่น้ำฮันน่ะเหรอ?”
“อือ ฉันอยากไปที่นั่น”

.
.
.
.
.

มินฮยอกเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้ายามค่ำคืน เขากระชับเสื้อโค้ทสีน้ำตาลเข้มเข้าชิดเพราะลมอ่อนๆ ที่พัดขึ้นมาจากแม่น้ำที่กว้างสุดลูกหูลูกตา แขนยาวข้างหนึ่งโอบเอวคนยืนข้างๆ คนที่บอกว่าอยากมาที่นี่เข้ามากอด

“ทำไมถึงอยากมาที่นี่ หือม์?” จงฮยอนตวัดหน้ามาหา ยิ้มบางให้
“จำคำสัญญาของเราได้มั้ย ที่เราเคยสัญญากันไว้ที่นี่”
“จำได้สิ เดี๋ยวนะ พี่หมายความว่ายังไง?!” มินฮยอกรวบอีกฝ่ายเข้ามากอดแน่นกว่าเก่า อาการตื่นตระหนกปรากฏบนหล่อเหลาอย่างปิดไม่มิด จงฮยอนประคองแก้มร่างสูง จดจ้องดวงตาคู่ที่สะท้อนเงาตัวเองอยู่

‘ถ้าเราทำความผิดที่คิดว่าอีกฝ่ายจะไม่สามารถยกโทษให้ได้ เมื่อพร้อมแล้วให้มาบอกที่นี่ ที่ที่เราสองคนตกลงคบกัน’

“นายรู้ตัวบ้างหรือเปล่า ว่าระหว่างเราไม่เหมือนเดิม?” เสียงหวานเอ่ยถามก่อน คำพูดฟังดูเด็ดเดี่ยวเหลือเกินแต่ทว่าน้ำเสียงกลับสั่นเครืออย่างน่าใจหาย มินฮยอกเองก็พยักหน้าอย่างจำนน

“แล้วนายรู้ตัวหรือเปล่า ว่านายเป็นฝ่ายเปลี่ยน?”
“ผมไม่แน่ใจ”
“เราไม่ได้กินข้าวด้วยกัน นั่งดูทีวีด้วยกัน ออกไปดูหนังด้วยกันหรือแม้แต่กอดกันนานแล้ว จำได้บ้างมั้ย?”

“อืม จำได้”

“ฉันขอโทษนะ ขอโทษที่โกรธนายแต่ไม่ยอมบอกนายออกไปตรงๆ แต่เลือกที่จะมาทำประชดใส่ พยายามทำให้นายเห็นว่าฉันไม่ได้รู้สึก ไม่ได้แคร์ ไม่ได้น้อยใจอะไรแต่…”

“จงฮยอน~ ไม่ต้องพูดต่อแล้ว ผมไม่ฟัง”
“ไม่ฟังได้ยังไงล่ะ ฉันตั้งใจจะบอกนายวันนี้นะ อุ๊บ!” ริมฝีปากอุ่นประทับจูบลงมา เขาไม่อยากฟังอะไรอีกแล้วเพราะเขารู้จักจงฮยอนดี เขารู้ว่าการที่อีกคนให้พามาที่นี่คงมีคำพูดที่มากกว่ามาย้อนถามเรื่องที่เราสองคนเพิกเฉยและละเลยจะกระทำให้กัน จูบดื้อดึงล่วงเลยเป็นนาทีสองนาทีสามนาทีจนร่างบางเป็นฝ่ายผละออก

ใบหน้าขาวแดงเรื่อ หายใจเข้าลึกเพราะแทบขาดอากาศเข้าไปหล่อเลี้ยงหลายนาที มินฮยอกกดจูบแผ่วเบาที่หน้าผากเนียน ดึงร่างบางเข้ามากอดอีกครั้งคราวนี้กลับกลายเป็นน้ำเสียงของร่างสูงที่เอ่ยขอไปด้วยสั่นเทา

“ไม่พูดได้มั้ย ผมขอร้อง~”
“ไม่เอาน่ามินฮยอก โตๆกันแล้วนะ”
“ผมขอร้องจริงๆ กลับกันเถอะ”

“ไม่! ฟังฉันนะมินฮยอก… ฉันอยากเริ่มต้นใหม่ ให้โอกาสฉันได้มั้ย?”
“ผมบอกว่าผมไม่ฟังไง! พี่จะเริ่มต้นใหม่ได้ยังไง ในเมื่อเรายังคบกันอยู่”
“ฉันถึงมาที่นี่ไง”
“ผมบอกว่าไม่ต้องพูดไง กลับกันได้แล้ว!”

“นายจะหลอกตัวเองไปถึงเมื่อไรมินฮยอก หลอกว่าเรายังเหมือนเดิม หลอกว่านายยังเหมือนเดิม หลอกว่าฉันยังเหมือนเดิมทำไม ในเมื่อก็รู้กันอยู่ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างเรา?”

“หยุด!”

“ฉันจะพูด!”
“ผมไม่ฟัง!”

“เราเลิกกันเถอะ”

.
.
.
.
.

2011/12/26
เวลา 22:30 น.

“ฉันขอโทษนะมินฮยอก สุขสันต์วันคริสต์มาสอีกครั้ง…”

แสงสว่างจากหน้าจอมือถือดับลง มินฮยอกวางมือถือไว้ข้างหมอนหลังอ่านข้อความที่เพิ่งถูกส่งมา ข้อความจากรุ่นพี่ในวง จากคนที่ปัจจุบันเป็นเพียงพี่น้องกันเท่านั้น

เขายังจำติดตากับภาพร่างบางหันมาบอกว่าคืนนี้จะไม่กลับหอ รอยยิ้มบางที่ไม่กล้ายิ้มเท่าไรนักปรากฏบนใบหน้าสวยก่อนจะก้าวออกไป คงไปพบใครคนนั้น คนที่พร้อมจะดูและอีกฝ่ายมากกว่าเขา

“ให้ผมลงไปส่งนะ”
“ไม่ต้องหรอก”
“ผมรับปากว่าจะส่งแค่หน้าลิฟท์ ให้ผมไปส่งเถอะ” จำไม่ได้ว่าวิ่งตามออกไปตั้งแต่ตอนไหนมารู้ตัวอีกทีก็มาหยุดข้างคนที่กำลังกดปุ่มเรียกลิฟท์แล้ว จงฮยอนมีสีหน้าลำบากใจเล็กน้อยแต่ก็ยอมใจอ่อนให้รุ่นน้องตัวสูงลงไปส่ง เราต่างไม่ได้พูดอะไรกันจนมันเคลื่อนมาถึงชั้นสอง

อีกเพียงชั้นเดียวก็ต้องปล่อยมือไปแล้วจริงๆ

จนไฟปุ่มหมายเลขล๊อบบี้กระพริบ มินฮยอกก็ดึงร่างบางเข้าไปกอดหมับ ใบหน้าหล่อซุกที่ไหล่นิ่ม จูบแผ่วเบาที่ปอยผมคนในอ้อมกอด จงฮยอนเองก็ไม่ได้ดิ้นขัดขืนอีกทั้งขอบตาสองข้างยังมีน้ำตาซึม

กอดสุดท้ายสินะ…
กอดสุดท้ายในฐานะคนเคยรัก…

“อย่าดื่มเยอะนะครับ เดี๋ยวถูกทำอะไรเข้า”
“บ้าสิ! พี่เขาจะทำอะไรฉันได้”
“นี่ผมพูดบ้าอะไรอยู่เนี่ย ถึงพี่เขาจะทำจริงๆ ผมก็ไม่มีสิทธิ์ว่าอะไรแล้วสินะ”
“ไม่เอาน่ามินฮยอก”
“รีบไปเถอะครับ เดี๋ยวเขาจะรอนาน”
“อือ ขอบใจที่ลงมาส่งนะ”

“จงฮยอน”
“หือ?”

“ดูแลตัวเองดีๆนะ”
“อือ ไปนะ”

เราผละออกจากกันเมื่อลิฟท์มาถึงชั้นล๊อบบี้ มินฮยอกไม่ได้ตามออกไปส่งด้านนอกเพราะจะเป็นการทำให้ร่างบางลำบากใจมากไปกว่านี้ เขายืนส่งอีกคนจากในลิฟท์ ส่งจนประตูลิฟท์สองฝั่งมันเลื่อนเข้าหากัน

พลันน้ำตาเขาก็ไหล

ดูแลตัวเองดีๆนะ จงฮยอน
อย่าลืมล่ะ…

.
.
.
.
.

ร่างสูงพลิกตัวไปมาหลายรอบจนป่านนี้เที่ยงคืนกว่าแล้วก็ยังนอนไม่หลับ เขาตัดสินใจหยิบมือถือขึ้นดูอีกครั้งหวังให้ช่วยคลายความฟุ้งซ่านในหัวใจลงแต่กลับตรงข้ามทันทีที่เขาเห็นรูปและข้อความของใครบางคนที่แฟนคลับรีทวิตต่อๆ กัน รวมถึงโพสกันแทบทุกหน้าเวปทีเดียว

รูปของคนที่เขาเดินลงไปส่งเมื่อตอนเย็นปรากฏอยู่ในรูปที่นักร้องชื่อดังต่างค่ายเพิ่งโพสในข้อความทวิตราวสิบนาทีก่อนหน้านี้ ใบหน้าเรื่อแดงจากการดื่ม ตำแหน่งการนั่งที่ซ้อนอยู่ด้านหลังเจ้าของทวิต…

ทำไมนะ ทำไมถึงทำให้น้ำตาเขาไหลลงมาอย่างห้ามไม่ได้อีกแล้ว

ไหนว่าจะดูแลตัวเองดีๆ ไง ทำไมถึงดื่มจนหน้าแดงก่ำขนาดนี้
ทำไมถึงยอมถ่ายรูปขณะกำลังสังสรรค์แบบนี้ แล้วทำไม…

ทำไมถึงดูมีความสุขกับการอยู่เคียงข้างเขาคนนั้นเหลือเกิน

‘ฉันขอโทษนะมินฮยอก สุขสันต์วันคริสต์มาสอีกครั้ง…’

ถ้าอย่างนั้น พี่ไม่ต้องขอโทษผมอีกแล้วล่ะ

ไม่ต้องขอโทษ… คนที่ทำให้พี่ไม่มีความสุขในช่วงเวลาที่ผ่านมา
คนที่ทำให้รอยยิ้มสวยๆ ของพี่หายไป คนที่ไม่กอดพี่ไว้ในวันที่มีอากาศหนาว
คนที่ไม่ค่อยพาพี่ไปกินของอร่อยๆ ที่พี่อยากกิน คนที่ไม่ยอมพาพี่ไปเที่ยวในที่ที่พี่อยากไป
คนละเลย คนที่เห็นความสำคัญของพี่ลดลงจากวันแรกที่สัญญาว่าจะรักและดูแลกัน

ไม่ต้องขอโทษแล้วจริงๆ
เพราะผมต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายพูดคำนั้น

ผมขอโทษนะ…

แล้วก็

สุขสันต์วันคริสต์มาสอีกครั้งนะครับ พี่จงฮยอน

The EnD

HaneiBee talk: ในที่สุดก็คิดพล๊อตออก ในที่สุดก็มีฟิควันคริสต์มาสกับเค้าด้วยปีนี้ คริคริ แต่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ คิดไม่ออกจะดีกว่ามั้ย ฮือออออออออ จุ๊บ

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s