NC – [SF] ::: Wish I had an angel :::

Posted: December 1, 2012 in Uncategorized

“ก็ฉันบอกว่าจะเทรนก่อน ไม่ได้ยินหรือไง หือม์?” ไม่พูดเปล่าคริสไล้ข้อนิ้วไปตามแก้มที่ขึ้นสีจัดยิ่งกว่าเดิม ดวงตากลมกระพริบขึ้นลงราวกับคนเริ่มเสียขวัญ กลีบปากสีอ่อนกัดกันแน่นจนคริสเกรงว่ามันจะห้อเลือดไปเสียก่อนเขาจึงจัดการ ขัดขวางไม่ให้กลีบปากนั้นๆ ได้รับการบาดเจ็บมากกว่าที่ควรจะเป็น

“อือ~” ริมฝีปากเขาทาบลงไปบนริมฝีปากสีอ่อน ความหวานหอมที่ร้างลาไปนาน แม้ตอนคบกันซูโฮจะไม่เคยให้เลยเถิดแต่ก็ปล่อยให้เขาได้จูบอยู่บ่อยๆครั้ง…

บางสิ่งในอดีตแม้เรียกกลับมาได้ไม่ทั้งหมดแต่พอได้แตะสัมผัสกันอีกครั้งก็เรียกความความรู้สึกหวาบวามให้ก
่อตัว ขึ้นได้ไม่ยาก จูบที่ไม่เคยลบลืมไม่เคยเลือนหายไปพอได้กลับมาลิ้มลองกันอีกครั้งก็แทบสำลัก ความหวานไปทั้งสองฝ่าย มือบางกำอกเสื้ออีกคนแน่น คิดถึง ห่วงหาและโหยหามาตลอด จูบอ่อนหวานเร่าร้อนขึ้นๆ เมื่อเรียวลิ้นอ่อนนุ่มตอบรับจนผละออกจากกันหลังจากดูดดื่มความหวานซ่านลิ้น อย่างอ้อยอิ่ง

รสชาติที่หวานจนติดลิ้นมากกว่าเก่าทำให้คริสเก็บความตะกรุมตะกรามของตัวเองไว้ไม่ไหวฉวยขโมยจูบไปอีกรอบจน
คนใต้ร่างเริ่มดิ้นขลุกขลักเพราะเกือบหมดอากาศหายใจ

“จะฆ่าฉันรึไง?” คนโดนจูบโวยใส่หน้าแดงก่ำ นัยน์ตาขุ่นขวางค้อนให้

“ก็มันหวาน”
“ไม่ต้องมาใช้มุขนี้เลย ตกลงจะวาดต่อรึเปล่า ถ้าไม่ฉันจะกลับ”
“วาดแต่ไม่ใช้พู่กันแล้ว”

“เอ๊ะ! นายหมายถึงอะไร?”
“วาดบนตัวนายจะใช้อะไรได้ล่ะนอกจาก…”

“ไม่ นะ อ๊ะ!” ไม่ทันขาดคำปลายลิ้นร้อนของจิตกรชื่อดังก็วาดลงบนซอกคอขาวและลากไล้ลงมายัง แอ่งชีพจรปลุกความต้องการลึกๆ ที่อวลกรุ่นภายในตัวซูโฮให้ลุกพือขึ้น จริงๆ แล้วใจเต้นจนแทบควบคุมไม่อยู่ทันทีที่ได้พบหน้ากันอีกครั้ง…

และวินาทีที่ต้องเปลือยเปล่าต่อหน้ากันกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่มากกว่าคำว่าอับอายเกือบจะเลย
เถิดไปนับครั้งไม่ถ้วนตอนคบกันแต่ก็ไม่เคยให้อีกคนเห็นร่างกายตัวเองแบบไม่เหลืออะไรปกปิดเท่ากับครั้งนี้

สายตาวาววับที่ไล่มองไปทั่วตัวตอนถอดชุดคลุมออกครั้งแรก
แทบทำให้ซูโฮละลายไปต่อหน้าต่อตาคริสแล้วด้วยซ้ำ

หัวใจ ราวปลิดปลิวไปนอกอกเมื่อมันเต้นจนผิดจังหวะ ปลายลิ้นร้อนนั้นลากไปถึงยอดอกสีอ่อนใช้ฟันขบเบาๆ สลับกับดูดดุนเพื่อให้เจ้าของเรือนร่างสะดุ้งติดๆกันตามแรงอารมณ์ที่ทวีสูง ขึ้น คริสใช้จังหวะที่ซูโฮแหงนเงยเพื่อโกยอากาศเข้าปอดถอดเสื้อผ้าตัวเองออกและ กลับมาสร้างความต้องการให้อีกคน
ตรงจุดที่ทิ้งไปเมื่อกี้ ซูโฮผงกหน้าขึ้นมาดูเมื่อความอุ่นชื้นวนเวียนอยู่แถวท้องน้อยและมีทีท่าว่า จะต่ำลงเรื่อยๆ ปลายลิ้นไล้วนเนิบนาบ ฝ่ามือร้อนเค้นคลึงไปทั่วเรือนร่างเชื่องช้า ตาสบกันเมื่อคนที่ปรนเปรอปลายลิ้นบนเรือนร่างตัวเองเงยหน้าขึ้นมา

ผิวแก้มขึ้นสีจัดหนักกว่าเดิมทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าอีกคนจะทำอะไรต่อ
และอะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนี้แต่ปากก็หนักเกินกว่าจะท้วงไว้เฉกเช่นตอนคบกันสมัยเรียน

‘รอฉันหรือเปล่า หือม์?’
เมื่อกี้ที่ฉันตอบนายไปว่าเปล่า นายดูไม่ออกจริงๆ เหรอว่าฉันโกหก

‘แล้วสองปีที่ผ่านมาไม่มีแฟนใหม่เลยเหรอ’
จะมีได้ไงในเมื่อฉันรอนายกลับมา

‘แต่ตอนเป็นแฟนกันนายก็ไม่เคยใจอ่อนให้ฉันกอดสักที’
ก็ถ้านายฮัดฮัดจะทำขึ้นมาจริงๆฉันก็คงไม่ห้าม

‘ฉันนทิ้งนายตรงไหนซูโฮ ฉันไปเรียนต่อนะ’
ถ้าเราจากกันโดยไม่ได้รู้สึกลึกซึ้งต่อกัน ฉันไม่ได้รักนาย มันก็ไม่คงเรียกว่าการทิ้งอยู่แล้ว … นี่นายโง่หรือแกล้งโง่กันแน่?

“อ๊า~ ฉันขอโทษ” ร่างบางกระตุกสั่นวาบยกแผ่นหลังลอยสูงจากพื้นโซฟาเมื่อมารู้ตัวอีกทีอารมณ์ ที่ค่อยๆ ไต่ขึ้นมาจากการปลุกเร้าของคนด้านบนก็ถึงขีดสุด ซูโฮเบิกตาโตเมื่อเห็นชัดว่ามันเลอะเต็มมุมปากของคริสเต็มไปหมด ฝ่ามือกว้างเช็ดคราบบางส่วนที่เขากลืนลงไปไม่ทันแล้วนำมาป้ายยังส่วนด้าน หลังของซูโฮ ใบหน้าหวานมองตามมือนั้นที่กำลังละเลงน้ำคาวรักที่เผลอปล่อยออกมาใส่ปากอีก คนกับร่างกายตัวเองตื่นตระหนก

“ให้ฉันเทรนต่อเลยนะ” คริสกล่าวพร้อมยกยิ้มบางเบาทำให้ซูโฮได้แต่กระพริบตาอย่างคนไม่รู้จะทำยังไง ความเขินอายยังมีอยู่และมันคงมีพอๆ กับความกล้าๆ กลัวๆ ในสิ่งที่คริสจะทำต่อ ความแข็งแกร่งของคนที่ยังไม่ได้รับการปลดปล่อยถูกเบียดเข้ามากับเนื้อผิว อ่อนนุ่มอย่างจงใจ คราวนี้ไม่เพียงแต่ใบหน้าที่ซับสีเลือดร่างกายก็ร้อนไปทั้งตัวราวโดนไฟลวก

แต่ไฟชนิดนี้คงไม่ทำให้เป็นแผลถลอกปอกเปลือกแต่คงทุรนทุรายและดิ้นเร้าหนักๆ อีกครึ่งค่อนชั่วโมงทีเดียว

“คริ ส อึก!” ความแข็งแกร่งของคริสกดแทรกเข้ามาหลังจากลองเชิงด้วยการนำปลายนิ้วเข้ามา เบิกทางไปแล้ว เขานิ่วหน้าทันทีเพราะความอึดอัดภายในตัวของซูโฮทั้งที่เพิ่งกดแทรกเข้าไป ได้เพียงครึ่งเดียว มันอึดอัดจนเขาไม่กล้าขยับเพราะเกรงว่าจะทำให้อีกคนบาดเจ็บ เขาจับเรียวขาข้างหนี่งของซูโฮพาดขึ้นบนพนักโซฟาเพื่อเป็นการขยายช่องทาง ด้านล่างที่กำลังจะทำให้เขาคลั่ง
ตายเพราะขยับเขยื้อนไม่ได้เลยแม้แต่นิดให้เปิดรับเขามากขึ้น

การโอนอ่อนและทำตามอย่างว่าง่ายทำให้ความแข็งแกร่งของเขาสามารถเข้าไปจนสุดได้ในนาทีต่อมาและคงเป็นธรรมชา
ติของมันที่พอถูกเติมเต็มผนังอ่อนนุ่มนั้นก็ดูดรัดความแข็งแกร่งของเขาจนแน่นไปหมด คริสถึงกับครางเสียงต่ำออกมา

เขาเรียกความรู้สึกนี้ไม่ถูก มันดีกว่าทุกครั้ง
และดีกว่ากับทุกคนที่เคยทำมาด้วยเลยทั้งชีวิต

ซู โฮหลุดครางออกมาจนลั่นดังไปทั่วห้อง… เมื่อผิวเนื้อด้านล่างของตัวเองกระทบกับเนื้อกายของอีกคน มันเริ่มจากความอ่อนโยน ความทนุถนอมจนพากันล่องลอยมาถึงปลายสุดของห้วงอารมณ์ ก่อนจะกระตุกตัวติดกันหลายครั้ง เสียงเรียกชื่อสลับกับเสียงเนื้อกระทบกันดังขึ้นเรื่อยๆจนทิ้งเวลาโกยอากาศ เข้าปอดกันครู่หนึ่ง ฝ่ามือประสานกันแน่นจนแทบเป็นบีบรัดเพื่อระบายความทรมาณในร่างกายจนครางดัง ออกมา… เมื่อพากันไต่ขึ้นไปถึงขีดสุดของอารมณ์

“ซูโฮ~”
“อ๊า คริส!”

.
.
.
.
.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s